ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา ✦
ความปลอดภัย ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต ✦
กีฬา บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย ✦
ความปลอดภัย พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ✦
การขนส่ง รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ✦
การขนส่ง ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน ✦
เศรษฐกิจ ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย

อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

แหล่งข่าวเดียว
อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเปิดเผยว่ามีกลุ่มที่อ้างชื่อ 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงิน 100,000 ริงกิตจากผู้ประกอบการในจังหวัดยะลา

ตามรายงานจาก Thai Post นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามในการขู่กรรโชกทรัพย์ในจังหวัดยะลา โดยมีการเผยแพร่จดหมายที่อ้างว่ามาจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'เบอร์ซาตู' ส่งไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ เอกสารดังกล่าวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินจำนวน 100,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 800,000 บาท) เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

นายนันทิวัฒน์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมของกลุ่มโจร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค แม้ว่าความถูกต้องของจดหมายและการมีส่วนร่วมของกลุ่มดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการเปิดเผยของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเท่านั้น ขณะนี้ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานความมั่นคงเกี่ยวกับที่มาของจดหมายและสถานะปัจจุบันของเหตุการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐและช่องทางทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย การดำเนินการทางปกครองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรและเร่งรัดความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั่วทั้งเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เมืองกำลังเผชิญอยู่ โดยปกติแล้วจะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถข้ามขั้นตอนทางราชการตามปกติเพื่อจัดหาความช่วยเหลือทันที จัดการการบรรเทาอุทกภัย หรือจัดการข้อกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าลักษณะเฉพาะของภัยพิบัติที่นำไปสู่ประกาศนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินอยู่ แต่การกำหนดสถานะนี้หมายความว่าเมืองกำลังดำเนินงานภายใต้โปรโตคอลฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้น

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ตรวจสอบการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับระบบขนส่งสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบริการที่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและระยะเวลาของสถานะภัยพิบัตินี้ยังคงต้องรอการยืนยันจาก กทม. ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตของตนและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

นักกรีฑาชาวไทย บิว ภูริพล คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร รอบคัดเลือก แม้จะมีฝนตกลงมา

ตามรายงานจาก Matichon Online บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมา แต่ภูริพลยังคงรักษาความมุ่งมั่นและฟอร์มการวิ่งจนสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในฮีตแรกได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการกรีฑาไทยในระดับสากล ความสามารถของภูริพลในการทำผลงานได้ดีท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยแสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวและความมุ่งมั่นอย่างสูง การผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬาชาวไทย

แม้ว่าภูริพลจะการันตีที่นั่งในรอบรองชนะเลิศแล้ว แต่ตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและรายชื่อคู่แข่งที่ผ่านเข้ารอบจากฮีตอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันของเขาได้ผ่านช่องทางถ่ายทอดสดกีฬาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป ความสนใจจะมุ่งไปที่ว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลในรอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

นายภาสกร สส.ระยอง จากพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก และจี้ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายภาสกร สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและความเสียหายจากน้ำท่วม สส. ได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาล โดยเฉพาะการอ้างถึง 'เจเศรษฐ์' ให้เร่งดำเนินการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast โดยพรรคให้เหตุผลว่าการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและระบุตำแหน่งที่ชัดเจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ และเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังจะมาถึง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด และรัฐบาลจะดำเนินการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ตามที่เรียกร้องหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเมื่อต้องเดินทางในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยประกาศให้บริการจอดรถฟรี ณ สถานีที่กำหนด 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดตัวโครงการจอดรถฟรีชั่วคราวสำหรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้ขับขี่สามารถใช้บริการที่จอดรถ ณ สถานีที่กำหนดไว้ 9 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเครือข่ายระบบรางสำหรับผู้เดินทางและประชาชนทั่วไป การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจอดรถในช่วงเวลา 7 วันนี้ รฟม. มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อวางแผนการเดินทางที่ต้องขับรถมายังสถานีเพื่อต่อรถไฟฟ้า

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันวันที่และสถานที่ให้บริการจอดรถฟรีทั้ง 9 แห่งแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ รฟม. ก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะมีการขยายระยะเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 2 ตุลาคม หรือจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ที่สถานีอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรปฏิบัติตามกฎระเบียบการจอดรถที่ติดประกาศไว้ ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินนานกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของสายการบินไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาการเดินทางอย่างหนัก โดยทีมมีกำหนดออกเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG64 เมื่อเวลา 00.05 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569

ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องบินในเวลา 02.35 น. แต่เที่ยวบินต้องถูกระงับหลังจากกัปตันแจ้งว่าเรดาร์ขัดข้อง หลังจากดำเนินการซ่อมแซม ผู้โดยสารได้ถูกย้ายไปรอที่เลาจน์ภายในสนามบินในเวลา 05.30 น. แม้ว่าจะมีการกำหนดเวลาออกเดินทางใหม่เป็น 09.00 น. แต่ต่อมาได้มีการเลื่อนออกไปเป็น 10.30 น. โดยทีมพาเดลไทยซึ่งมีผู้โดยสารคนสำคัญอื่นๆ ร่วมเดินทางด้วย ยังคงรอคอยความคืบหน้าอยู่ที่สนามบิน

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะเป็นสายการบินขนาดใหญ่ก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันที่กระชั้นชิดหรือแผนการเดินทางต่อเครื่อง ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เวลาออกเดินทางที่แน่นอนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ และขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามการแจ้งเตือนจากสายการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเที่ยวบินจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินเมื่อใด และความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของทีมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยสั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้ถือเป็นช่วงการจัดการภาวะฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์เมื่อพบความเสี่ยง หากท่านอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคม บริการสาธารณูปโภค และการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นในการเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบจากอุทกภัย และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่อพยพหรือการปิดเส้นทางคมนาคมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปากช่องและวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพฉุกเฉิน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่งในอำเภอปากช่องและอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าดังกล่าวมีต้นทางมาจากเทือกเขาใหญ่และได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนหลายแห่ง

ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้เรือในการอพยพชาวบ้านที่ติดค้างอยู่เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าระดับน้ำในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่องหรืออำเภอวังน้ำเขียว หรือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดและหน่วยงานกู้ภัยอย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปตามสถานการณ์ที่พัฒนาขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าโครงการอุดหนุน 60/40 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 เพื่อประคองกำลังซื้อท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันการเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' 60/40 เฟส 2 โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น

รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสนับสนุนทั้งผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกเหนือจากการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นแล้ว รัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลัง ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าเงินอุดหนุนนี้จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของเฟสนี้ หรือเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเข้าร่วมของผู้ค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในการประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่ตกต่อเนื่องและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและระบบควบคุมน้ำของเมือง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับฝนที่ตกวนเวียนไม่ไปไหน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าแม้ระดับน้ำจะทรงตัวได้ชั่วคราว แต่การที่มีฝนเติมเข้ามาอีกทำให้สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

คลองสายหลักทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงคลองแสนแสบ คลองประเวศ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะนี้มีระดับน้ำเต็มความจุ โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด ในขณะที่ฝั่งธนบุรีสถานการณ์ยังค่อนข้างคงที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ผู้ว่าฯ ได้แนะนำให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ขึ้นที่สูง หากกังวลเรื่องความปลอดภัยของยานพาหนะ สามารถนำไปจอดในพื้นที่ที่สำนักงานเขตหรือโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ได้

แม้เจ้าหน้าที่กทม. จะเร่งสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้ระบบคลองที่อิ่มตัวอยู่แล้วรับมือได้ยากขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด และเมืองยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังขั้นสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ทำให้ข้อมูลของนักลงทุน 200,000 รายรั่วไหล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ทำให้ข้อมูลของนักลงทุน 200,000 รายรั่วไหล

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษนักลงทุนประมาณ 200,000 รายต่อสาธารณะ หลังจากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)

ข้อมูลจาก SET ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลของนักลงทุน นายอัสสเดชยืนยันว่า ณ เวลาที่ประกาศยังไม่มีรายงานความเสียหายทางการเงินที่เกิดจากเหตุการณ์นี้ เพื่อตอบสนองต่อความล้มเหลวทางความปลอดภัย SET ได้ให้คำมั่นว่าจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องข้อมูลของนักลงทุนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อหาความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์จะรายงานว่ายังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นในทันทีก็ตาม แม้ว่า SET จะแสดงความรับผิดชอบและสัญญาว่าจะปรับปรุงระบบ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของข้อมูลที่ถูกเข้าถึงและลักษณะเฉพาะของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ SET เกี่ยวกับโปรโตคอลความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลในการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและความปลอดภัยทางอาหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลในการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและความปลอดภัยทางอาหาร

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กรมปศุสัตว์ของไทยยืนยันว่าประเทศจีนได้ยื่นคำขอส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นและยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรในท้องถิ่น

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาคัดค้านข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่าการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งได้ทำงานมานานหลายปีเพื่อสร้างมาตรฐานด้านสุขอนามัยและการผลิตระดับโลก สมาคมฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคที่อาจเกิดขึ้นและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของสินค้าที่เสนอให้นำเข้า ดร.ฉวีวรรณเน้นย้ำว่าปัจจุบันประเทศไทยผลิตเนื้อสัตว์ปีกได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และเตือนว่านโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของเกษตรกรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ถือเป็นประเด็นการถกเถียงเชิงนโยบายในปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในทันทีของแหล่งอาหาร ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเนื้อสัตว์ปีกนำเข้าจากจีนมีวางจำหน่ายในตลาดไทยในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนแรกของการพิจารณาโดยรัฐบาล และยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวหรือไม่ หรือจะมีมาตรการความปลอดภัยเฉพาะเจาะจงใดบ้างหากข้อเสนอนี้มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:21 UTC

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

แหล่งข่าวเดียว
EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

ตามรายงานจาก Prachachat Business ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้ประกาศความสำเร็จของหลักสูตร 'EXIM 2X' ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างผู้ส่งออกไทยรุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นการติดอาวุธทางความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

ธนาคารรายงานว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการและพันธมิตรที่มีศักยภาพได้ถึง 90 คู่ นอกจากนี้ EXIM BANK ยังได้ให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานของธุรกิจเหล่านี้ในเวทีการค้าโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินในการเสริมสร้างภาคการส่งออกของประเทศ แม้ว่าโครงการจะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในระยะสั้นทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจและการจัดหาเงินทุน แต่ยังคงต้องติดตามผลในระยะยาวว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะมีผลการดำเนินงานอย่างไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวชี้วัดความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุน หรือแผนการขยายโครงการ EXIM 2X ในไตรมาสถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ได้ยืนยันว่าระบบ «Investor Portal» ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนประมาณ 200,000 ราย

เจ้าหน้าที่ของ TSD รวมถึงนางสาวพิชยา ชมชัยยา ได้ชี้แจงว่าข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ ซึ่งรวมถึงชื่อ เลขบัญชีหลักทรัพย์ รายละเอียดบัญชีธนาคาร และชื่อบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ TSD ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับยอดหุ้นหรือยอดเงินลงทุนที่แท้จริงถูกเข้าถึงหรือรั่วไหลในระหว่างเหตุการณ์นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้บริการ Investor Portal เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังความพยายามในการฟิชชิ่ง (Phishing) หรือการติดต่อที่ไม่ได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับบัญชีการเงินของตน แม้ว่า TSD จะยืนยันขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและมาตรการเฉพาะที่กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบรายการทางการเงินของตนอย่างใกล้ชิดและติดตามการอัปเดตความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจาก TSD หรือสถาบันการเงินของตน จนถึงขณะนี้ TSD ยืนยันว่าความถูกต้องของข้อมูลการถือครองหุ้นยังคงอยู่ครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังได้ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก โดยเหรียญดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในปี 2569

กฎกระทรวงซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ระบุลักษณะเฉพาะและข้อกำหนดด้านการออกแบบสำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนี้ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐมีบทบาทสำคัญในภาคเกษตรกรรมของไทย และการออกเหรียญในครั้งนี้ถือเป็นการยกย่องการดำเนินงานของธนาคารตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับนักสะสมเหรียญและผู้ที่ติดตามเหตุการณ์สำคัญของรัฐไทย แม้ว่ากฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนการผลิต วันที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง และช่องทางการจัดจำหน่ายเหรียญนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกรมธนารักษ์หรือ ธ.ก.ส. อีกครั้ง เนื่องจากเหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่ระลึก จึงมุ่งเน้นเพื่อการสะสมมากกว่าการใช้หมุนเวียนทั่วไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการได้รับเหรียญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายงานสถานะติดลบสุทธิ 6.57 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีหนี้สินสูงในบัญชีน้ำมันและก๊าซ LPG

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายงานสถานะติดลบสุทธิ 6.57 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีหนี้สินสูงในบัญชีน้ำมันและก๊าซ LPG

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 มีการติดลบสุทธิอยู่ที่ 65,755 ล้านบาท โดยมีหนี้สินรวมสูงกว่า 105,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าสินทรัพย์รวมที่มีอยู่ 40,056 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ

รายละเอียดของการขาดทุนระบุว่า บัญชีน้ำมันติดลบอยู่ที่ 26,366 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ติดลบอยู่ที่ 39,389 ล้านบาท นอกจากนี้ กองทุนยังมีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินคงค้างอยู่ด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์ทางการเงินนี้มีความสำคัญเนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักที่รัฐบาลใช้ในการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานในประเทศ การขาดทุนจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของรัฐบาลในการอุดหนุนราคาพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาขายปลีกน้ำมันที่สถานีบริการหรือส่งผลต่อค่าครองชีพได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีแนวทางในการจัดการกับหนี้สินคงค้างเหล่านี้อย่างไร และจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายราคาพลังงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการคลังระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของกองทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

ตำรวจไซเบอร์ของไทยออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' จากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ TSD เมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

ตำรวจไซเบอร์ของไทยออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' จากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ TSD เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตำรวจไซเบอร์ได้แจ้งเตือนนักลงทุนที่ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แฮ็กข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าบุคคลเหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' ซึ่งมิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสจากข้อมูลที่รั่วไหลไปแล้วเพื่อดำเนินการฉ้อโกงในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล หากคุณมีการลงทุนที่จัดการผ่าน TSD ขอแนะนำให้ระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ ความพยายามในการฟิชชิ่ง (Phishing) หรือการร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลที่น่าสงสัยซึ่งอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลดังกล่าว มิจฉาชีพมักใช้ความสับสนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้เพื่อแอบอ้างเป็นตัวแทนทางการหรือบริการกู้คืนข้อมูล

พันตำรวจโท พากฤต กฤตยพงษ์ ยืนยันว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างจริงจัง โดยมีการประสานงานกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อติดตามตัวคนร้าย ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายของข้อมูลและการระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบบัญชีทางการเงินของตนอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากตำรวจไซเบอร์เพื่อปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลของท่านในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:29 UTC

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

กระทรวงพาณิชย์จีนยอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งก่อให้เกิดความหวังในเชิงบวกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

แหล่งข่าวเดียว
จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

กระทรวงพาณิชย์จีนยอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งก่อให้เกิดความหวังในเชิงบวกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากบลูมเบิร์ก กระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์แสดงท่าทียอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ภาษีดังกล่าวซึ่งประกาศใช้ภายใต้มาตรา 301 ได้นำไปสู่การคาดการณ์ในตลาดว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลกอาจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับห่วงโซ่อุปทานโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมักส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในภูมิภาค ความต้องการส่งออก และความผันผวนของค่าเงิน การลดระดับความตึงเครียดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นอาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงต้องติดตามต่อไป

แม้ว่าการยอมรับของรัฐบาลจีนจะบ่งชี้ถึงความพร้อมในการรับมือกับอุปสรรคทางการค้าใหม่เหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์นี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังคงต้องยืนยันว่าภาษีเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าที่นำเข้าในภูมิภาคอย่างไร หรือจะมีมาตรการตอบโต้เพิ่มเติมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อดูสัญญาณของการปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติมหรือข้อตกลงทางการค้าที่กว้างขวางขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:29 UTC