ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

แหล่งข่าวเดียว
EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

ตามรายงานจาก Prachachat Business ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้ประกาศความสำเร็จของหลักสูตร 'EXIM 2X' ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างผู้ส่งออกไทยรุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นการติดอาวุธทางความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

ธนาคารรายงานว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการและพันธมิตรที่มีศักยภาพได้ถึง 90 คู่ นอกจากนี้ EXIM BANK ยังได้ให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานของธุรกิจเหล่านี้ในเวทีการค้าโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินในการเสริมสร้างภาคการส่งออกของประเทศ แม้ว่าโครงการจะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในระยะสั้นทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจและการจัดหาเงินทุน แต่ยังคงต้องติดตามผลในระยะยาวว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะมีผลการดำเนินงานอย่างไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวชี้วัดความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุน หรือแผนการขยายโครงการ EXIM 2X ในไตรมาสถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ได้ยืนยันว่าระบบ «Investor Portal» ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนประมาณ 200,000 ราย

เจ้าหน้าที่ของ TSD รวมถึงนางสาวพิชยา ชมชัยยา ได้ชี้แจงว่าข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ ซึ่งรวมถึงชื่อ เลขบัญชีหลักทรัพย์ รายละเอียดบัญชีธนาคาร และชื่อบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ TSD ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับยอดหุ้นหรือยอดเงินลงทุนที่แท้จริงถูกเข้าถึงหรือรั่วไหลในระหว่างเหตุการณ์นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้บริการ Investor Portal เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังความพยายามในการฟิชชิ่ง (Phishing) หรือการติดต่อที่ไม่ได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับบัญชีการเงินของตน แม้ว่า TSD จะยืนยันขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและมาตรการเฉพาะที่กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบรายการทางการเงินของตนอย่างใกล้ชิดและติดตามการอัปเดตความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจาก TSD หรือสถาบันการเงินของตน จนถึงขณะนี้ TSD ยืนยันว่าความถูกต้องของข้อมูลการถือครองหุ้นยังคงอยู่ครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังได้ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก โดยเหรียญดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในปี 2569

กฎกระทรวงซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ระบุลักษณะเฉพาะและข้อกำหนดด้านการออกแบบสำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนี้ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐมีบทบาทสำคัญในภาคเกษตรกรรมของไทย และการออกเหรียญในครั้งนี้ถือเป็นการยกย่องการดำเนินงานของธนาคารตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับนักสะสมเหรียญและผู้ที่ติดตามเหตุการณ์สำคัญของรัฐไทย แม้ว่ากฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนการผลิต วันที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง และช่องทางการจัดจำหน่ายเหรียญนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกรมธนารักษ์หรือ ธ.ก.ส. อีกครั้ง เนื่องจากเหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่ระลึก จึงมุ่งเน้นเพื่อการสะสมมากกว่าการใช้หมุนเวียนทั่วไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการได้รับเหรียญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายงานสถานะติดลบสุทธิ 6.57 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีหนี้สินสูงในบัญชีน้ำมันและก๊าซ LPG

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยขาดทุนสะสม 6.57 หมื่นล้านบาท

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายงานสถานะติดลบสุทธิ 6.57 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีหนี้สินสูงในบัญชีน้ำมันและก๊าซ LPG

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สถานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 มีการติดลบสุทธิอยู่ที่ 65,755 ล้านบาท โดยมีหนี้สินรวมสูงกว่า 105,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าสินทรัพย์รวมที่มีอยู่ 40,056 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ

รายละเอียดของการขาดทุนระบุว่า บัญชีน้ำมันติดลบอยู่ที่ 26,366 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ติดลบอยู่ที่ 39,389 ล้านบาท นอกจากนี้ กองทุนยังมีภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินคงค้างอยู่ด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์ทางการเงินนี้มีความสำคัญเนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักที่รัฐบาลใช้ในการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานในประเทศ การขาดทุนจำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของรัฐบาลในการอุดหนุนราคาพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาขายปลีกน้ำมันที่สถานีบริการหรือส่งผลต่อค่าครองชีพได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีแนวทางในการจัดการกับหนี้สินคงค้างเหล่านี้อย่างไร และจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายราคาพลังงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการคลังระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของกองทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

ตำรวจไซเบอร์ของไทยออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' จากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ TSD เมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์เตือนนักลงทุนระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมจากเหตุข้อมูลรั่วไหลของ TSD

ตำรวจไซเบอร์ของไทยออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' จากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ TSD เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตำรวจไซเบอร์ได้แจ้งเตือนนักลงทุนที่ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แฮ็กข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าบุคคลเหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการตกเป็น 'เหยื่อซ้ำซ้อน' ซึ่งมิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสจากข้อมูลที่รั่วไหลไปแล้วเพื่อดำเนินการฉ้อโกงในรูปแบบอื่นๆ ต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล หากคุณมีการลงทุนที่จัดการผ่าน TSD ขอแนะนำให้ระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ ความพยายามในการฟิชชิ่ง (Phishing) หรือการร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลที่น่าสงสัยซึ่งอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลดังกล่าว มิจฉาชีพมักใช้ความสับสนที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้เพื่อแอบอ้างเป็นตัวแทนทางการหรือบริการกู้คืนข้อมูล

พันตำรวจโท พากฤต กฤตยพงษ์ ยืนยันว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างจริงจัง โดยมีการประสานงานกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อติดตามตัวคนร้าย ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายของข้อมูลและการระบุตัวตนของผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบบัญชีทางการเงินของตนอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากตำรวจไซเบอร์เพื่อปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลของท่านในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:29 UTC

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

กระทรวงพาณิชย์จีนยอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งก่อให้เกิดความหวังในเชิงบวกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

แหล่งข่าวเดียว
จีนส่งสัญญาณยอมรับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301

กระทรวงพาณิชย์จีนยอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งก่อให้เกิดความหวังในเชิงบวกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากบลูมเบิร์ก กระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์แสดงท่าทียอมรับการเรียกเก็บภาษีระลอกล่าสุดที่ 12.5% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ภาษีดังกล่าวซึ่งประกาศใช้ภายใต้มาตรา 301 ได้นำไปสู่การคาดการณ์ในตลาดว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลกอาจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับห่วงโซ่อุปทานโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมักส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในภูมิภาค ความต้องการส่งออก และความผันผวนของค่าเงิน การลดระดับความตึงเครียดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้นอาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงต้องติดตามต่อไป

แม้ว่าการยอมรับของรัฐบาลจีนจะบ่งชี้ถึงความพร้อมในการรับมือกับอุปสรรคทางการค้าใหม่เหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์นี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังคงต้องยืนยันว่าภาษีเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าที่นำเข้าในภูมิภาคอย่างไร หรือจะมีมาตรการตอบโต้เพิ่มเติมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อดูสัญญาณของการปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติมหรือข้อตกลงทางการค้าที่กว้างขวางขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:29 UTC