ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

รัฐบาลไทยเสนอการยกเครื่องระบบบริหารจัดการและภาษีท้องถิ่นใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเสนอการยกเครื่องระบบบริหารจัดการและภาษีท้องถิ่นใหม่

รัฐบาลไทยวางแผนปรับโครงสร้างการบริหารส่วนภูมิภาคและควบคุมเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น พร้อมศึกษาแนวคิดภาษีบ้านเกิดเมืองนอน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเสนอการยกเครื่องระบบบริหารจัดการและภาษีท้องถิ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเสนอการยกเครื่องระบบบริหารจัดการและภาษีท้องถิ่นใหม่

รัฐบาลไทยวางแผนปรับโครงสร้างการบริหารส่วนภูมิภาคและควบคุมเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น พร้อมศึกษาแนวคิดภาษีบ้านเกิดเมืองนอน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 รัฐบาลไทยกำลังเตรียมการยกเครื่องระบบบริหารจัดการครั้งใหญ่ แผนที่นำเสนอนี้รวมถึงความเป็นไปได้ในการยุบเลิกหน่วยงานส่วนกลางบางแห่งที่ดำเนินงานในระดับภูมิภาค โดยเจ้าหน้าที่พบว่าภารกิจของหน่วยงานเหล่านี้มักซ้ำซ้อนกับความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งนำไปสู่การสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งใจที่จะตรวจสอบและควบคุมโครงสร้างเงินเดือนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากพบว่าหน่วยงานบริหารท้องถิ่นบางแห่งได้กำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารไว้สูงเกินความเหมาะสม นอกเหนือจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้แล้ว รัฐบาลยังกำลังศึกษาการจัดเก็บ 'ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน' (ภาษีที่อ้างอิงจากภูมิลำเนาเดิม)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการและจัดหาเงินทุนสำหรับบริการของรัฐในท้องถิ่น แม้ว่าการปรับโครงสร้างจะมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อบริการสาธารณะนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ามาตรการเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น โดยกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการดำเนินการ หน่วยงานเฉพาะที่จะถูกยุบ และกรอบสุดท้ายของนโยบายภาษีใหม่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 04:17 UTC

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกคำเตือนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกคำเตือนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกคำเตือนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกคำเตือนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้ออกประกาศเตือนสาธารณะเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลนิติบุคคล โดยระบุว่าหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงหรือถ่ายโอนข้อมูลธุรกิจจากกรมฯ จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด

คำเตือนนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานพบกรณีการนำข้อมูลนิติบุคคลไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรมฯ ย้ำว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หน่วยงานที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบเหล่านี้จะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมาย ทั้งความรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแลข้อมูล หากคุณมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจที่ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการภายในของคุณสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของข้อมูลที่รั่วไหลออกมา ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรมฯ จะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือดำเนินคดีกับองค์กรใดๆ ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DBD เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดในการปฏิบัติตามกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 03:56 UTC

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยถึงสิ้นปีนี้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยถึงสิ้นปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยอ้างถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงตัวและการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยถึงสิ้นปีนี้

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยถึงสิ้นปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยอ้างถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงตัวและการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ตามรายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยศูนย์วิจัยฯ ระบุว่าแม้เงินเฟ้อจะเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงซึ่งจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่ระมัดระวัง

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางดูเหมือนจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การคาดการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ มักส่งผลกระทบต่อตลาดเงินโลกและค่าเงินบาท สภาวะอัตราดอกเบี้ยที่มั่นคงในสหรัฐฯ อาจช่วยให้ผู้ที่จัดการการเงินข้ามพรมแดนหรือวางแผนงบประมาณการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้ดีขึ้น

แม้ว่าบทวิเคราะห์นี้จะให้มุมมองเชิงวิชาชีพเกี่ยวกับทิศทางที่เป็นไปได้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น การตัดสินใจจริงของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ในการประชุมครั้งต่อๆ ไปจะเป็นปัจจัยชี้ขาด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก FOMC ต่อไปเพื่อยืนยันว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะยังคงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ตลอดช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2026 หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 03:56 UTC

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหลกระทบผู้ใช้งาน 2 แสนราย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหลกระทบผู้ใช้งาน 2 แสนราย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยืนยันเหตุข้อมูลรั่วไหลที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน TSD Investor Portal จำนวน 2 แสนราย พร้อมเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหลกระทบผู้ใช้งาน 2 แสนราย

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหลกระทบผู้ใช้งาน 2 แสนราย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ยืนยันเหตุข้อมูลรั่วไหลที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน TSD Investor Portal จำนวน 2 แสนราย พร้อมเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยหลังจากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลในระบบ TSD Investor Portal ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานประมาณ 200,000 รายถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

แม้ว่าข้อมูลที่รั่วไหลจะรวมถึงเลขบัญชีธนาคารและเลขบัญชีหลักทรัพย์ แต่ทาง SET ยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายเชิงธุรกรรมหรือการสูญเสียเงินจากการถูกแฮกดังกล่าว ทั้งนี้ ทางองค์กรได้ชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน 'วิเศษ' เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต SET กำลังเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการนำระบบ AI มาใช้ในการสแกนโค้ดเพื่อตรวจหาและแก้ไขช่องโหว่ต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังต่อความพยายามในการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง (Phishing) ผู้ใช้งานควรระมัดระวังลิงก์หรือการติดต่อที่น่าสงสัยซึ่งอ้างว่าเป็นสถาบันการเงิน แม้ว่า SET จะยืนยันขอบเขตของข้อมูลที่รั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงและวิธีการที่ผู้โจมตีใช้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบรายการเดินบัญชีทางการเงินอย่างใกล้ชิด และรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อธนาคารของตนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 03:16 UTC

กระทรวงการคลังไทยเผยรายได้เกินเป้า คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเผยรายได้เกินเป้า คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 ปี

กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พร้อมยืนยันคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เท่าเดิมอีก 1 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยเผยรายได้เกินเป้า คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเผยรายได้เกินเป้า คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 ปี

กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พร้อมยืนยันคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เท่าเดิมอีก 1 ปี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังได้เปิดเผยตัวเลขการจัดเก็บรายได้สุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) โดยรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 2,158,531 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิม 50,896 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.4% และยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

จากผลการดำเนินงานทางการเงินดังกล่าว กระทรวงการคลังยืนยันว่าจะคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ระดับปัจจุบันต่อไปอีก 1 ปี นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่ารัฐบาลกำลังเตรียมปรับปรุงนโยบายภาษีบุหรี่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาและขอบเขตของการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตัดสินใจคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบันช่วยสร้างเสถียรภาพทางภาษีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าการที่รายได้เกินเป้าหมายจะสะท้อนถึงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่ดี แต่ผู้ที่สนใจในตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับภาษีที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การเปลี่ยนแปลงภาษีบุหรี่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 03:16 UTC

รัฐบาลไทยชูโครงการรถไฟ 'Missing Link' เชื่อมโยงการค้าภาคใต้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชูโครงการรถไฟ 'Missing Link' เชื่อมโยงการค้าภาคใต้

รัฐบาลไทยปกป้องโครงการแลนด์บริดจ์ฉบับปรับปรุง โดยเน้นย้ำถึงการเชื่อมต่อทางรถไฟสายใหม่ระหว่างชุมพรและท่าเรือระนองในฐานะประตูการค้าเชิงยุทธศาสตร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชูโครงการรถไฟ 'Missing Link' เชื่อมโยงการค้าภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชูโครงการรถไฟ 'Missing Link' เชื่อมโยงการค้าภาคใต้

รัฐบาลไทยปกป้องโครงการแลนด์บริดจ์ฉบับปรับปรุง โดยเน้นย้ำถึงการเชื่อมต่อทางรถไฟสายใหม่ระหว่างชุมพรและท่าเรือระนองในฐานะประตูการค้าเชิงยุทธศาสตร์

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยได้ตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ 'แลนด์บริดจ์' ฉบับปรับปรุงได้รวมโครงการรถไฟ 'Missing Link' ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟชุมพรเข้ากับท่าเรือระนองโดยตรง

ทางการระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นประตูการค้าที่สำคัญสู่ทะเลอันดามัน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ระหว่างจีนและสิงคโปร์ รัฐบาลยืนยันว่าการพัฒนานี้มีความจำเป็นต่อการเพิ่มการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคและการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภาคใต้ของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค แม้รัฐบาลจะนำเสนอการเชื่อมต่อทางรถไฟนี้ในฐานะตัวเร่งการค้าระหว่างประเทศ แต่กรอบเวลาการก่อสร้างที่ชัดเจนและผลกระทบต่อการสัญจรในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ในขณะที่โครงการเปลี่ยนจากการอภิปรายเชิงนโยบายไปสู่การดำเนินการที่เป็นไปได้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการพัฒนาเส้นทางรถไฟ ปัจจุบันโครงการนี้ถือเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจระยะยาวของจังหวัดภาคใต้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 02:16 UTC

อัปเดตราคาบิตคอยน์: 29 กรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาบิตคอยน์: 29 กรกฎาคม 2569

บิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยแตะระดับ 63,817 ดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานจาก Prachachat Business

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาบิตคอยน์: 29 กรกฎาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาบิตคอยน์: 29 กรกฎาคม 2569

บิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยแตะระดับ 63,817 ดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานจาก Prachachat Business

ภาพรวมตลาด

ตามข้อมูลที่รายงานโดย Prachachat Business เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ราคาของบิตคอยน์มีการขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ณ เวลา 07.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 63,817 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 0.16% เมื่อเทียบกับช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สินทรัพย์นี้มีการเปลี่ยนแปลงของราคาโดยรวมอยู่ที่ 4.04%

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือเดินทางท่องเที่ยว ราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับประมาณ 2,140,422.18 บาท แม้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในภาคการเงินท้องถิ่น แต่นักท่องเที่ยวควรทราบว่าความผันผวนของมูลค่าสกุลเงินดิจิทัลไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายรายวันสำหรับสินค้าหรือบริการในสกุลเงินบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลหรือบริการชำระเงินผ่านคริปโต การเปลี่ยนแปลงของตลาดเหล่านี้อาจส่งผลต่ออำนาจการซื้อเมื่อแปลงสินทรัพย์เป็นสกุลเงินท้องถิ่น

สถานะและแนวโน้ม

รายงานนี้สะท้อนถึงภาพรวมในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น เนื่องจากตลาดสกุลเงินดิจิทัลขึ้นชื่อเรื่องความผันผวนสูง ตัวเลขที่ระบุจึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นักลงทุนและผู้ติดตามข่าวสารควรติดตามแหล่งข่าวทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากข้อมูลนี้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ของประสิทธิภาพตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 00:15 UTC

ไทยเผชิญการตรวจสอบทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ กรณีเกินดุลการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญการตรวจสอบทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ กรณีเกินดุลการค้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือนไทยเสี่ยงขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569 ขณะที่แรงกดดันจากสหรัฐฯ เรื่องความไม่สมดุลทางการค้าและกำลังการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญการตรวจสอบทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ กรณีเกินดุลการค้า

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญการตรวจสอบทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ กรณีเกินดุลการค้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือนไทยเสี่ยงขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569 ขณะที่แรงกดดันจากสหรัฐฯ เรื่องความไม่สมดุลทางการค้าและกำลังการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนในปี 2569 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าไทยอาจเผชิญกับการขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ ในขณะเดียวกัน การเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐอเมริกาก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากทางการสหรัฐฯ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาดูจุดอันตราย 2 ประการ โดยมีความกังวลอย่างต่อเนื่องว่าสหรัฐฯ อาจขยายมาตรการทางการค้าเพิ่มเติมจากอัตราภาษีปัจจุบันที่ 12.5% นักวิเคราะห์กำลังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเริ่มการไต่สวนใน 3 อุตสาหกรรมหลักของไทย ได้แก่ ยานยนต์ ยาง และเครื่องจักร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับความกังวลเรื่อง "กำลังการผลิตส่วนเกิน" ในภาคการผลิตของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมจำหน่ายหรือราคาของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลักเหล่านี้ แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเกี่ยวข้องกับการติดตามทางเศรษฐกิจในระดับสูง แต่ยังคงต้องยืนยันว่าสหรัฐฯ จะเริ่มการไต่สวนใหม่หรือกำหนดมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 23:56 UTC

นิกกี้ มินาจ เรียกร้องขอส่วนแบ่งรายได้จาก X เพิ่ม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นิกกี้ มินาจ เรียกร้องขอส่วนแบ่งรายได้จาก X เพิ่ม

นิกกี้ มินาจ ศิลปินระดับโลกได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้ อีลอน มัสก์ เพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X หลังจากได้รับเงินโอนเพียง 0.42 ดอลลาร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นิกกี้ มินาจ เรียกร้องขอส่วนแบ่งรายได้จาก X เพิ่ม

แหล่งข่าวเดียว
นิกกี้ มินาจ เรียกร้องขอส่วนแบ่งรายได้จาก X เพิ่ม

นิกกี้ มินาจ ศิลปินระดับโลกได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้ อีลอน มัสก์ เพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X หลังจากได้รับเงินโอนเพียง 0.42 ดอลลาร์

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน ได้โพสต์ข้อความเชิงหยอกล้อบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับรายได้ที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม X โดยเธอได้แสดงความคิดเห็นถึง อีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์ม หลังจากได้รับส่วนแบ่งรายได้เป็นจำนวนเงิน 0.42 ดอลลาร์ หรือประมาณ 13 บาทไทย

ในโพสต์ดังกล่าว ศิลปินสาวได้ขอให้มัสก์ช่วย "เติมลูกน้ำ" และเลื่อนจุดทศนิยมเพื่อเพิ่มยอดเงินที่ได้รับ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากบนฟีดโซเชียลมีเดีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับรูปแบบการสร้างรายได้สำหรับครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อธุรกิจหรือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผันผวนของรายได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าโพสต์ดังกล่าวจะเป็นการหยอกล้อ แต่ก็เน้นย้ำถึงบทสนทนาในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีการที่แพลตฟอร์มต่างๆ จ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ใช้งานที่มีชื่อเสียงสำหรับการมีส่วนร่วมและเนื้อหาของพวกเขา

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่า อีลอน มัสก์ หรือทีมบริหารของ X จะมีการตอบกลับอย่างเป็นทางการต่อคำขอดังกล่าวหรือไม่ หรือมีการวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้างการสร้างรายได้ในปัจจุบันของแพลตฟอร์มหรือไม่ ผู้ใช้งานควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากแพลตฟอร์มเกี่ยวกับนโยบายรายได้ของครีเอเตอร์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:26 UTC

ร้านผลไม้อยุธยาจัดโปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 19 บาท คนแห่ต่อคิวยาว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ร้านผลไม้อยุธยาจัดโปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 19 บาท คนแห่ต่อคิวยาว

ร้านผลไม้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความสนใจอย่างมากจากการจัดโปรโมชั่นขายทุเรียนในราคาลูกละ 19 บาท ส่งผลให้มีลูกค้ามาต่อคิวรอซื้อเป็นจำนวนมาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ร้านผลไม้อยุธยาจัดโปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 19 บาท คนแห่ต่อคิวยาว

แหล่งข่าวเดียว
ร้านผลไม้อยุธยาจัดโปรโมชั่นทุเรียนลูกละ 19 บาท คนแห่ต่อคิวยาว

ร้านผลไม้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความสนใจอย่างมากจากการจัดโปรโมชั่นขายทุเรียนในราคาลูกละ 19 บาท ส่งผลให้มีลูกค้ามาต่อคิวรอซื้อเป็นจำนวนมาก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ร้านผลไม้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่รู้จักกันในชื่อ 'เจ๊ดาผลไม้ซิ่ง' ได้สร้างความฮือฮาในพื้นที่ด้วยการจัดแคมเปญโปรโมชั่นขายทุเรียนในราคาลูกละ 19 บาท

กลยุทธ์การตั้งราคาที่ดึงดูดใจนี้ส่งผลให้มีลูกค้าจำนวนมากมาเข้าคิวรอซื้อผลไม้ยอดนิยมในราคาที่ลดลงอย่างมาก สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โปรโมชั่นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักและการแข่งขันของตลาดนัดในประเทศไทย ซึ่งพ่อค้าแม่ค้ามักใช้การตลาดที่สร้างสรรค์เพื่อดึงดูดลูกค้า

แม้ว่าโปรโมชั่นนี้จะประสบความสำเร็จในการดึงดูดฝูงชนจำนวนมาก แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอนี้จะมีระยะเวลานานเท่าใด หรือทางร้านมีการจำกัดจำนวนการซื้อต่อคนหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ควรทราบว่าโปรโมชั่นที่มีความต้องการสูงเช่นนี้อาจทำให้เกิดความแออัดบริเวณหน้าร้านได้ เช่นเดียวกับการจัดโปรโมชั่นทั่วไป สินค้ามีจำนวนจำกัดตามสต็อกที่มีอยู่ จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลอัปเดตในพื้นที่หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:58 UTC

ไทยและสหภาพยุโรปเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีคืบหน้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยและสหภาพยุโรปเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีคืบหน้า

รัฐบาลไทยรายงานว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรปมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าสองในสามของการเจรจาทั้งหมด

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยและสหภาพยุโรปเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีคืบหน้า

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและสหภาพยุโรปเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีคืบหน้า

รัฐบาลไทยรายงานว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรปมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าสองในสามของการเจรจาทั้งหมด

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าทางการไทยได้ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป โดย ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลระบุว่าการเจรจาได้ข้อสรุปไปแล้วประมาณสองในสามของประเด็นทั้งหมด

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นเพื่อขยายตลาดส่งออก ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้อาจนำไปสู่ความพร้อมใช้งานของสินค้าและบริการจากยุโรปที่มากขึ้นในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาผู้บริโภคและความหลากหลายของตลาด สำหรับนักเดินทาง การบูรณาการทางเศรษฐกิจดังกล่าวมักจะสัมพันธ์กับการเดินทางเพื่อธุรกิจที่สะดวกขึ้นและมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นในระยะยาว

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจา แต่กรอบเวลาสุดท้ายสำหรับการสรุปผลในส่วนที่เหลืออีกหนึ่งในสามนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับความสำคัญในขั้นตอนสุดท้ายของข้อตกลง เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการเจรจา จึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางการค้าหรือขั้นตอนทางศุลกากรใดๆ เกิดขึ้นในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:50 UTC

ภาคเอกชนประเมินผลกระทบภาษี 12.5% และความกังวลเรื่องดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคเอกชนประเมินผลกระทบภาษี 12.5% และความกังวลเรื่องดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ

ผู้นำภาคธุรกิจไทยชี้ว่าอัตราภาษี 12.5% ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่เตือนว่าการที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคเอกชนประเมินผลกระทบภาษี 12.5% และความกังวลเรื่องดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเอกชนประเมินผลกระทบภาษี 12.5% และความกังวลเรื่องดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ

ผู้นำภาคธุรกิจไทยชี้ว่าอัตราภาษี 12.5% ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่เตือนว่าการที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ตัวแทนจากภาคเอกชนไทยได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยผู้นำภาคธุรกิจระบุว่าอัตราภาษี 12.5% นั้นยังไม่ถือว่าเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับอุตสาหกรรมในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม การหารือได้เน้นย้ำถึงความกังวลที่สำคัญเกี่ยวกับดุลการค้าที่ไทยเกินดุลกับสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแสดงความกังวลว่าการเกินดุลนี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นหรือความท้าทายทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรแปรรูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองเนื่องจากบ่งชี้ถึงช่วงเวลาแห่งความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ แม้อัตราภาษีเองอาจไม่ใช่ประเด็นขัดแย้งหลัก แต่ความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าในวงกว้างกับสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาด

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อสินค้าส่งออกเฉพาะกลุ่มและโอกาสที่จะเกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้ายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าพลวัตทางการค้าเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่สถานการณ์นี้ดำเนินไป ขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศหรือการผลิตในท้องถิ่นติดตามข้อมูลผ่านการอัปเดตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:01 UTC

รายได้รัฐบาลไทยช่วง 9 เดือนแรกเกินเป้า 5 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รายได้รัฐบาลไทยช่วง 9 เดือนแรกเกินเป้า 5 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังเปิดเผยว่ารายได้รัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 5 หมื่นล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รายได้รัฐบาลไทยช่วง 9 เดือนแรกเกินเป้า 5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รายได้รัฐบาลไทยช่วง 9 เดือนแรกเกินเป้า 5 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังเปิดเผยว่ารายได้รัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 5 หมื่นล้านบาท

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการจัดเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยมีมูลค่ารวมกว่า 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้เดิมถึง 5 หมื่นล้านบาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผลการดำเนินงานทางการคลังที่เป็นบวกนี้มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เพิ่มขึ้น เงินปันผลเพิ่มเติมจากกองทุนรวมวายุภักษ์ และเงินส่วนเกินจากการขายพันธบัตรรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการที่รัฐบาลมีรายได้เกินเป้าหมายมักจะบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางการคลังที่มีเสถียรภาพ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีส่วนบุคคลหรือการให้บริการสาธารณะในทันที ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเงินส่วนเกินดังกล่าวจะถูกนำไปจัดสรรอย่างไร หรือจะมีผลต่อการปรับนโยบายการคลังในอนาคตหรือไม่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงการคลังมีแผนที่จะใช้เงินส่วนเกินจำนวน 5 หมื่นล้านบาทนี้อย่างไรในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ โดยนักวิเคราะห์จะคอยติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บรายได้ที่สูงกว่าคาดการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ทำให้ข้อมูลของนักลงทุน 200,000 รายรั่วไหล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอโทษหลังข้อมูลนักลงทุน 2 แสนรายรั่วไหล

ประธานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ทำให้ข้อมูลของนักลงทุน 200,000 รายรั่วไหล

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ออกมาขอโทษนักลงทุนประมาณ 200,000 รายต่อสาธารณะ หลังจากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)

ข้อมูลจาก SET ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลของนักลงทุน นายอัสสเดชยืนยันว่า ณ เวลาที่ประกาศยังไม่มีรายงานความเสียหายทางการเงินที่เกิดจากเหตุการณ์นี้ เพื่อตอบสนองต่อความล้มเหลวทางความปลอดภัย SET ได้ให้คำมั่นว่าจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องข้อมูลของนักลงทุนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบบัญชีการเงินส่วนบุคคลเพื่อหาความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ แม้ว่าตลาดหลักทรัพย์จะรายงานว่ายังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นในทันทีก็ตาม แม้ว่า SET จะแสดงความรับผิดชอบและสัญญาว่าจะปรับปรุงระบบ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของข้อมูลที่ถูกเข้าถึงและลักษณะเฉพาะของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ SET เกี่ยวกับโปรโตคอลความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลในการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและความปลอดภัยทางอาหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยคัดค้านการนำเข้าเนื้อไก่จากจีน

สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลในการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและความปลอดภัยทางอาหาร

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กรมปศุสัตว์ของไทยยืนยันว่าประเทศจีนได้ยื่นคำขอส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นและยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้า เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรในท้องถิ่น

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาคัดค้านข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่าการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งได้ทำงานมานานหลายปีเพื่อสร้างมาตรฐานด้านสุขอนามัยและการผลิตระดับโลก สมาคมฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคที่อาจเกิดขึ้นและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารของสินค้าที่เสนอให้นำเข้า ดร.ฉวีวรรณเน้นย้ำว่าปัจจุบันประเทศไทยผลิตเนื้อสัตว์ปีกได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และเตือนว่านโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของเกษตรกรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ถือเป็นประเด็นการถกเถียงเชิงนโยบายในปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในทันทีของแหล่งอาหาร ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเนื้อสัตว์ปีกนำเข้าจากจีนมีวางจำหน่ายในตลาดไทยในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนแรกของการพิจารณาโดยรัฐบาล และยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวหรือไม่ หรือจะมีมาตรการความปลอดภัยเฉพาะเจาะจงใดบ้างหากข้อเสนอนี้มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:21 UTC

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

แหล่งข่าวเดียว
EXIM BANK เผยความสำเร็จหลักสูตรฝึกอบรมผู้ส่งออก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ 90 คู่ และให้การสนับสนุนทางการเงินกว่า 544 ล้านบาทผ่านโครงการ EXIM 2X

ตามรายงานจาก Prachachat Business ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้ประกาศความสำเร็จของหลักสูตร 'EXIM 2X' ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างผู้ส่งออกไทยรุ่นใหม่ โดยมุ่งเน้นการติดอาวุธทางความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

ธนาคารรายงานว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการและพันธมิตรที่มีศักยภาพได้ถึง 90 คู่ นอกจากนี้ EXIM BANK ยังได้ให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบสินเชื่อและวงเงินประกันการส่งออกรวมกว่า 544 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงานของธุรกิจเหล่านี้ในเวทีการค้าโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินในการเสริมสร้างภาคการส่งออกของประเทศ แม้ว่าโครงการจะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในระยะสั้นทั้งในด้านการจับคู่ธุรกิจและการจัดหาเงินทุน แต่ยังคงต้องติดตามผลในระยะยาวว่าผู้ประกอบการเหล่านี้จะมีผลการดำเนินงานอย่างไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวชี้วัดความยั่งยืนในระยะยาวสำหรับธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุน หรือแผนการขยายโครงการ EXIM 2X ในไตรมาสถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ยืนยันข้อมูลรั่วไหลในระบบ Investor Portal

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) รายงานเหตุการณ์ระบบถูกแฮ็กส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย โดยยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล แต่ข้อมูลยอดหุ้นยังคงปลอดภัย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ได้ยืนยันว่าระบบ «Investor Portal» ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนประมาณ 200,000 ราย

เจ้าหน้าที่ของ TSD รวมถึงนางสาวพิชยา ชมชัยยา ได้ชี้แจงว่าข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลเกือบ 10 รายการ ซึ่งรวมถึงชื่อ เลขบัญชีหลักทรัพย์ รายละเอียดบัญชีธนาคาร และชื่อบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ TSD ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับยอดหุ้นหรือยอดเงินลงทุนที่แท้จริงถูกเข้าถึงหรือรั่วไหลในระหว่างเหตุการณ์นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้บริการ Investor Portal เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังความพยายามในการฟิชชิ่ง (Phishing) หรือการติดต่อที่ไม่ได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับบัญชีการเงินของตน แม้ว่า TSD จะยืนยันขอบเขตของข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายของช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและมาตรการเฉพาะที่กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบรายการทางการเงินของตนอย่างใกล้ชิดและติดตามการอัปเดตความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจาก TSD หรือสถาบันการเงินของตน จนถึงขณะนี้ TSD ยืนยันว่าความถูกต้องของข้อมูลการถือครองหุ้นยังคงอยู่ครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยประกาศออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส.

กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงเพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังได้ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการออกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก โดยเหรียญดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในปี 2569

กฎกระทรวงซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ระบุลักษณะเฉพาะและข้อกำหนดด้านการออกแบบสำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกนี้ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐมีบทบาทสำคัญในภาคเกษตรกรรมของไทย และการออกเหรียญในครั้งนี้ถือเป็นการยกย่องการดำเนินงานของธนาคารตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับนักสะสมเหรียญและผู้ที่ติดตามเหตุการณ์สำคัญของรัฐไทย แม้ว่ากฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนการผลิต วันที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง และช่องทางการจัดจำหน่ายเหรียญนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกรมธนารักษ์หรือ ธ.ก.ส. อีกครั้ง เนื่องจากเหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่ระลึก จึงมุ่งเน้นเพื่อการสะสมมากกว่าการใช้หมุนเวียนทั่วไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการได้รับเหรียญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:28 UTC