ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

คณะผู้แทนไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าพบกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

คณะผู้แทนไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าพบกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คณะผู้แทนไทยนำโดยรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังจัดกิจกรรมโรดโชว์ที่นิวยอร์ก โดยภารกิจนี้รวมถึงการประชุมระดับสูงกับองค์กรระดับโลกที่สำคัญ เช่น Bank of America, PIMCO และ Microsoft

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่าการเจรจาเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะ WHA และ AMATA ความสนใจดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการดึงดูดเงินทุนระหว่างประเทศเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ แม้ว่าโรดโชว์จะช่วยปรับปรุงความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าผลกระทบที่แท้จริงต่อผลกำไรของบริษัทเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผลตอบแทนทางการเงินที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการขายที่ดินจริงและการจัดสรรเงินลงทุนที่เป็นรูปธรรมหลังจากการหารือเหล่านี้ ณ ปัจจุบัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการลงทุนในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:44 UTC

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ $4,400 เนื่องจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ $4,400 เนื่องจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ราคาทองคำมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยกลับมายืนเหนือระดับ $4,300 ได้อีกครั้ง นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก GCAP Gold ระบุว่าแรงหนุนนี้มาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและลดแรงขายในตลาดทองคำลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย แนวโน้มนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจระดับโลก นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ราคาทองคำกำลังทดสอบแนวต้านที่ $4,400 แต่ตลาดยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกหลายประการ ตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาในอนาคต ได้แก่ ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

กลยุทธ์การลงทุนในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาอยู่ในช่วง $4,330–$4,300 (ประมาณ 68,250–67,800 บาท) ก่อนพิจารณาเข้าซื้อ สำหรับการทำกำไรระยะสั้นแนะนำที่ช่วง $4,400–$4,420 หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ $4,420 (ประมาณ 69,500 บาท) ได้อย่างแข็งแกร่ง จะมีโอกาสทดสอบระดับ $4,500 ต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเหล่านี้จะมีความยั่งยืนเพียงใดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:04 UTC

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการเพิ่มเงินอุดหนุนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการเพิ่มเงินอุดหนุนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้แสดงการสนับสนุนโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดย ส.อ.ท. ได้เรียกร้องให้มีการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่ประชาชนแล้ว ส.อ.ท. ยังเสนอให้รัฐบาลขยายเครือข่ายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยองค์กรเชื่อว่าการขยายตัวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนที่กว้างขวางขึ้นแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศ การเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะช่วยให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าถึงธุรกิจท้องถิ่นได้หลากหลายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านมาตรการทางการคลังแบบเจาะจง แม้ว่าโครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเสนอแนะเฉพาะของ ส.อ.ท. เกี่ยวกับระยะเวลา 2 เดือนหรือการขยายเครือข่ายร้านค้าหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงขอบเขตและกรอบเวลาในการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:40 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 14.51 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ทั้งนี้ ราคาขายทองรูปพรรณในปัจจุบันอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนในท้องถิ่นและประชาชนที่ใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองมูลค่าแบบดั้งเดิมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความผันผวนของราคาทองคำมักเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างและความแข็งแกร่งของค่าเงิน แม้ว่าการปรับตัวลดลงของราคาอาจเป็นโอกาสในการซื้อสำหรับบางคน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในประเทศ

ในขณะนี้ ตลาดทองคำยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนและผู้ที่สนใจซื้อทองคำควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ รายงานจากประชาชาติธุรกิจไม่ได้ระบุถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นสาเหตุของการปรับตัวลดลงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:51 UTC

ดีลอยท์ร่วมกับกรุงเทพมหานครปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

ดีลอยท์ร่วมกับกรุงเทพมหานครปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี

ดีลอยท์ ประเทศไทย ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินีให้สำเร็จ เพื่อยกระดับพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดีลอยท์ร่วมกับกรุงเทพมหานครปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี

ได้รับการยืนยัน
ดีลอยท์ร่วมกับกรุงเทพมหานครปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี

ดีลอยท์ ประเทศไทย ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินีให้สำเร็จ เพื่อยกระดับพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง

ดีลอยท์ ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จของโครงการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินี โครงการนี้มุ่งเน้นการฟื้นฟูหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ตอบโจทย์การใช้งานของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสภาพแวดล้อมในเมืองกับผู้คนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงง่ายและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากสวนลุมพินียังคงเป็นจุดหมายหลักสำหรับการออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ และการทำกิจกรรมร่วมกันของชุมชน การปรับปรุงเหล่านี้จึงมุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้บริการทุกคน

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะผ่านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตารางการบำรุงรักษาในอนาคตหรือขั้นตอนเพิ่มเติมในการพัฒนาสวน ทั้งนี้ ผู้เข้าชมควรทราบว่าแม้การปรับปรุงภูมิทัศน์จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่สวนยังคงเปิดให้บริการภายใต้กฎระเบียบมาตรฐานของกรุงเทพมหานคร ส่วนข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนความยั่งยืนระยะยาวสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสวนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:05 UTC

SAMTEL คว้างานระบบ ERP สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 695 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SAMTEL คว้างานระบบ ERP สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 695 ล้านบาท

บริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL) ได้รับสัญญาโครงการพัฒนาระบบ ERP ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าในมือ (Backlog) ของบริษัท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SAMTEL คว้างานระบบ ERP สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 695 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
SAMTEL คว้างานระบบ ERP สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 695 ล้านบาท

บริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL) ได้รับสัญญาโครงการพัฒนาระบบ ERP ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าในมือ (Backlog) ของบริษัท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL ได้รับสัญญาในการพัฒนาและติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยโครงการนี้มีมูลค่า 695 ล้านบาท และจะดำเนินการโดยบริษัท พอร์ทัลเน็ท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ

การได้รับสัญญาในครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะทางการเงินของ SAMTEL อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าโครงการในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8,692 ล้านบาท นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SAMTEL ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของบริษัท โดยระบุว่าบริษัทตั้งเป้าที่จะผลักดันมูลค่า Backlog ให้ทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องภายในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ แม้ว่าการติดตั้งระบบ ERP จะเป็นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการภายในของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหลัก แต่โครงการลักษณะนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการปรับปรุงการดำเนินงานในภาครัฐให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการติดตั้งระบบให้แล้วเสร็จ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะคอยติดตามว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมาย Backlog ที่ตั้งไว้ในช่วงสิ้นปีได้หรือไม่ ในขณะที่บริษัทเดินหน้าคว้าสัญญาโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:44 UTC

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการสินเชื่อ 'QR มหาเฮง x นกกระซิบ' ให้กู้สูงสุด 50,000 บาท สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการสินเชื่อ 'QR มหาเฮง x นกกระซิบ' ให้กู้สูงสุด 50,000 บาท สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ธนาคารออมสินได้เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสินเชื่อ 'QR มหาเฮง x นกกระซิบ' อย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้จะมีผลถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เพื่อสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน

ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถกู้ยืมเงินได้สูงสุด 50,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน โครงการนี้ใช้ระบบ AI 'นกกระซิบ' ของกระทรวงการคลัง ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายจริงจากแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ แนวทางนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อาจขาดเอกสารทางการเงินแบบเป็นทางการ ให้สามารถเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการซื้อวัตถุดิบหรือบริหารจัดการธุรกิจได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นความพยายามสำคัญในการดึงผู้ค้าในระบบเศรษฐกิจนอกภาคการเงินเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นทางการ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้โครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการของธนาคารออมสิน แม้ว่าโครงการจะเปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะผ่านช่องทางทางการของธนาคาร เนื่องจากกระบวนการประเมินด้วย AI จะพิจารณาจากประวัติการทำธุรกรรมภายในแอปพลิเคชันที่กำหนดไว้เท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:22 UTC

ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ปรับตัวสู่โครงการขนาดเล็กลง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ปรับตัวสู่โครงการขนาดเล็กลง

กรมที่ดินเผยแนวโน้มโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มีขนาดเล็กลง ขณะที่หน่วยงานผังเมืองกำลังเร่งปรับปรุงกฎระเบียบใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ปรับตัวสู่โครงการขนาดเล็กลง

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ ปรับตัวสู่โครงการขนาดเล็กลง

กรมที่ดินเผยแนวโน้มโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มีขนาดเล็กลง ขณะที่หน่วยงานผังเมืองกำลังเร่งปรับปรุงกฎระเบียบใหม่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับการปรับตัวเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ในงานเสวนา “กรุงเทพจตุรทิศ : จตุรมหานคร Beyond the City” เจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินระบุว่าโครงการจัดสรรขนาดใหญ่ที่เกินกว่า 100 ไร่นั้นเริ่มหาได้ยากขึ้น โดยโครงการใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 50 ไร่

มีการหารือเกี่ยวกับการลดขนาดแปลงที่ดินขั้นต่ำสำหรับบ้านเดี่ยวเหลือ 35 ตารางวา อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจเผชิญกับอุปสรรคด้านกฎระเบียบ ในขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครกำลังเดินหน้าจัดทำร่างผังเมืองใหม่ที่เสนอการปรับปรุงใน 24 พื้นที่เฉพาะ เพื่อปรับโฉมการพัฒนาเมือง แม้ว่าศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) จะมองเห็นสัญญาณบวกของตลาดบ้าง แต่ภาคธุรกิจยังคงอยู่ในช่วงของการปรับตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการใช้ชีวิตในเมืองที่กะทัดรัดมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในประเภทของที่อยู่อาศัยที่มีให้บริการ ผลกระทบระยะยาวของการปรับผังเมืองที่เสนอและความเป็นไปได้ในการลดขนาดแปลงที่ดินยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่เมืองยังคงปรับปรุงกลยุทธ์การวางผังเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น วัน แบงค็อก ยังคงถูกยกให้เป็นปัจจัยสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:22 UTC

ศุลกากรไทยพบการทุจริตส่งออกมูลค่าหลายพันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศุลกากรไทยพบการทุจริตส่งออกมูลค่าหลายพันล้านบาท

กรมศุลกากรไทยตรวจพบการทุจริตส่งออกครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่สำแดงเท็จเพื่อส่งไปยังตลาดสหรัฐฯ และกำลังนำระบบติดตามดิจิทัลใหม่มาใช้เพื่อป้องกันการกระทำผิดเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศุลกากรไทยพบการทุจริตส่งออกมูลค่าหลายพันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ศุลกากรไทยพบการทุจริตส่งออกมูลค่าหลายพันล้านบาท

กรมศุลกากรไทยตรวจพบการทุจริตส่งออกครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่สำแดงเท็จเพื่อส่งไปยังตลาดสหรัฐฯ และกำลังนำระบบติดตามดิจิทัลใหม่มาใช้เพื่อป้องกันการกระทำผิดเพิ่มเติม

กรมศุลกากรไทยยืนยันการตรวจพบการทุจริตส่งออกขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามูลค่าหลายพันล้านบาท ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พบว่าผู้กระทำผิดได้สำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าเท็จสำหรับสินค้าที่ตั้งใจส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้า

เพื่อต่อต้านกิจกรรมที่ผิดกฎหมายนี้ กรมศุลกากรได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทางกฎระเบียบโดยการบูรณาการระบบ 'MPI' และการนำแพลตฟอร์มดิจิทัล 'ROVERs PLUS' มาใช้ การอัปเกรดทางเทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและรับรองว่าเอกสารการส่งออกจะสะท้อนถึงถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของสินค้าได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ทางการยังประกาศว่าบุคคลหรือนิติบุคคลที่พบว่าละเมิดกฎระเบียบเหล่านี้จะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่รุนแรง โดยมีค่าปรับสูงสุดถึง 500,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ การปราบปรามครั้งนี้เน้นย้ำถึงการเข้มงวดของมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบการส่งออกในประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบโดยตรงจะมุ่งเน้นไปที่โลจิสติกส์ทางการค้า แต่การตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่เน้นการส่งออกบางประเภท ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามว่าระบบดิจิทัลใหม่เหล่านี้จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้เร็วเพียงใด และการสอบสวนเพิ่มเติมจะนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:21 UTC

GULF เดินหน้าโครงการพลังงานสะอาดสู่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดระนอง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GULF เดินหน้าโครงการพลังงานสะอาดสู่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดระนอง

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ 'Green Energy Green Network for THAIs' แห่งที่ 3 เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดให้กับบ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GULF เดินหน้าโครงการพลังงานสะอาดสู่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดระนอง

แหล่งข่าวเดียว
GULF เดินหน้าโครงการพลังงานสะอาดสู่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดระนอง

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ 'Green Energy Green Network for THAIs' แห่งที่ 3 เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดให้กับบ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เริ่มดำเนินโครงการ 'Green Energy Green Network for THAIs' แห่งที่ 3 ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรที่มุ่งเน้นการจัดหาโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนให้กับชุมชนห่างไกลและขาดแคลนในประเทศไทย

พื้นที่ล่าสุดของโครงการคือบ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดในพื้นที่ห่างไกลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงไฟฟ้าของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่และการพัฒนาชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในการลดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบทของไทย ความมั่นคงทางพลังงานที่ดีขึ้นในพื้นที่ห่างไกลอาจนำไปสู่การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นและสนับสนุนบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหรือธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น

แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายระบบไฟฟ้าสู่ชนบท แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำลังการผลิตที่เฉพาะเจาะจงของระบบพลังงานที่ติดตั้งและแผนการบำรุงรักษาระยะยาวสำหรับหมู่บ้านยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ารูปแบบการกระจายพลังงานสะอาดนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ของประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:21 UTC

ปตท.สผ. คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 รวม 7 รางวัล
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

ปตท.สผ. คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 รวม 7 รางวัล

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลจากงาน EIA Monitoring Awards 2026 จำนวน 7 รางวัล สำหรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท.สผ. คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 รวม 7 รางวัล

ได้รับการยืนยัน
ปตท.สผ. คว้ารางวัล EIA Monitoring Awards 2026 รวม 7 รางวัล

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลจากงาน EIA Monitoring Awards 2026 จำนวน 7 รางวัล สำหรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นจำนวน 7 รางวัล จากงาน EIA Monitoring Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ในการรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างการดำเนินงาน แม้ว่ารางวัลเหล่านี้จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ก็ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการติดตามผลเหล่านี้จะมีการพัฒนาอย่างไรในโครงการในอนาคต หรือการได้รับรางวัลนี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการด้านความยั่งยืนของบริษัทอย่างไรบ้าง ในขณะที่ ปตท.สผ. ยังคงดำเนินกิจกรรมการสำรวจและผลิตต่อไป สาธารณชนสามารถใช้รายงาน EIA เหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของบริษัท ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในความสัมพันธ์ระหว่างภาคพลังงานของไทยและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 04:21 UTC

คณะบัญชี DPU เปิดตัวคลินิกบัญชีและภาษีฟรีเพื่อสังคม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะบัญชี DPU เปิดตัวคลินิกบัญชีและภาษีฟรีเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ร่วมมือกับสถานประกอบการ 94 แห่ง เปิดตัวคลินิกให้คำปรึกษาด้านภาษีและบัญชีฟรีแก่ประชาชนทั่วไป

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะบัญชี DPU เปิดตัวคลินิกบัญชีและภาษีฟรีเพื่อสังคม

แหล่งข่าวเดียว
คณะบัญชี DPU เปิดตัวคลินิกบัญชีและภาษีฟรีเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ร่วมมือกับสถานประกอบการ 94 แห่ง เปิดตัวคลินิกให้คำปรึกษาด้านภาษีและบัญชีฟรีแก่ประชาชนทั่วไป

คณะบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้เปิดตัว 'ACC & TAX CLUB' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการคำปรึกษาด้านภาษีและบัญชีฟรีแก่สังคม โครงการนี้จัดตั้งขึ้นผ่านบันทึกความเข้าใจ (MOU) และข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ร่วมกับสถานประกอบการพันธมิตร 94 แห่ง

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เป้าหมายหลักของความร่วมมือนี้คือการสร้าง 'นักบัญชีดิจิทัล' โดยการบูรณาการการเรียนการสอนทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรม การเชื่อมช่องว่างระหว่างการเรียนในห้องเรียนและการปฏิบัติงานจริงนี้ มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสำหรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งให้บริการที่มีคุณค่าแก่ชุมชนไปพร้อมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย คลินิกนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลใหม่สำหรับการจัดการกับคำถามทางการเงินและภาษีที่ซับซ้อนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแบบส่วนตัว แม้ว่าคลินิกจะเปิดให้บริการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาทำการ ขั้นตอนการนัดหมาย และขอบเขตการให้บริการทั้งหมดสำหรับประชาชนทั่วไปนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางมหาวิทยาลัย ผู้ที่สนใจใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DPU เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงบริการของคลินิก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:45 UTC

แต่งตั้ง “พลจักร นิ่มวัฒนา” เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจคนใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แต่งตั้ง “พลจักร นิ่มวัฒนา” เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจคนใหม่

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เตรียมต้อนรับพลจักร นิ่มวัฒนา เป็นผู้อำนวยการคนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่กองทุนโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แต่งตั้ง “พลจักร นิ่มวัฒนา” เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
แต่งตั้ง “พลจักร นิ่มวัฒนา” เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจคนใหม่

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เตรียมต้อนรับพลจักร นิ่มวัฒนา เป็นผู้อำนวยการคนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่กองทุนโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ พลจักร นิ่มวัฒนา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นว่าที่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ปัจจุบันพลจักรดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและเป็นบุคลากรที่คุ้นเคยภายในองค์กร โดยจะกลับมาเพื่อกำกับดูแลนโยบายรัฐวิสาหกิจ

การแต่งตั้งครั้งนี้คาดว่าจะสอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดโดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยมุ่งเน้นหลักไปที่การส่งเสริมกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPPs) ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดที่มีอยู่เกี่ยวกับการจัดการหนี้สาธารณะ โดยการใช้ประโยชน์จากการลงทุนของภาคเอกชนผ่าน PPPs รัฐบาลตั้งเป้าที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในขณะที่ยังคงจัดการกับข้อจำกัดทางการคลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านความเป็นผู้นำครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการจัดหาเงินทุนและการจัดการรัฐวิสาหกิจและโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การเน้นย้ำเรื่อง PPPs อาจนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ สำหรับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในโครงการของรัฐ อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินนโยบายใหม่เหล่านี้และขอบเขตทั้งหมดของการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ภายใต้การนำของพลจักรยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตามองว่ากลยุทธ์ทางการเงินเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างและประสิทธิภาพของบริการของรัฐอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:45 UTC

กองทุนการออมแห่งชาติส่งเสริมการออมดิจิทัลสำหรับแรงงานนอกระบบ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนการออมแห่งชาติส่งเสริมการออมดิจิทัลสำหรับแรงงานนอกระบบ

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เชิญชวนแรงงานนอกระบบในประเทศไทยใช้แอปพลิเคชันมือถือเพื่อการออมเงินเกษียณ โดยเน้นความสะดวกสบายทางดิจิทัลในช่วงฤดูฝน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนการออมแห่งชาติส่งเสริมการออมดิจิทัลสำหรับแรงงานนอกระบบ

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนการออมแห่งชาติส่งเสริมการออมดิจิทัลสำหรับแรงงานนอกระบบ

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เชิญชวนแรงงานนอกระบบในประเทศไทยใช้แอปพลิเคชันมือถือเพื่อการออมเงินเกษียณ โดยเน้นความสะดวกสบายทางดิจิทัลในช่วงฤดูฝน

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ของประเทศไทยได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมแพลตฟอร์มการออมดิจิทัล โดยมุ่งเป้าไปที่แรงงานนอกระบบ ฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนมีช่องทางที่ปลอดภัยในการออมเงินเพื่อเกษียณอายุโดยไม่ต้องเดินทางในช่วงฤดูฝนที่ยากลำบาก

ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนและส่งเงินออมสะสมผ่านแอปพลิเคชันมือถือของ กอช. ได้โดยเริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง กองทุนเน้นย้ำว่าแนวทางดิจิทัลนี้ช่วยให้สมาชิกสร้างความมั่นคงทางการเงินได้จากที่บ้าน หลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเดินทาง เช่น ปัญหาน้ำท่วมขังหรือการจราจรติดขัดในช่วงมรสุม โปรแกรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน โดยมอบเส้นทางสู่บำนาญตลอดชีวิตพร้อมเงินสมทบจากรัฐบาลสูงสุดถึง 100%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาวที่ทำงานอิสระในท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสู่การวางแผนทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้ว่าแพลตฟอร์มจะเปิดใช้งานแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองโดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน เนื่องจากกองทุนถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับเงินสมทบที่แน่นอนและเงื่อนไขการถอนเงินในระยะยาวนั้นยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กองทุนการออมแห่งชาติกำหนดไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:03 UTC

Maguro Group เผยกลยุทธ์สร้างการเติบโตระดับพันล้านและแผนขยายธุรกิจสู่ระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Maguro Group เผยกลยุทธ์สร้างการเติบโตระดับพันล้านและแผนขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

Maguro Group ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชั้นนำของไทย กำลังใช้ปรัชญา 'Give More' เพื่อสร้างแพลตฟอร์มวัฒนธรรมอาหาร พร้อมรับมือกับความท้าทายในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Maguro Group เผยกลยุทธ์สร้างการเติบโตระดับพันล้านและแผนขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
Maguro Group เผยกลยุทธ์สร้างการเติบโตระดับพันล้านและแผนขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

Maguro Group ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชั้นนำของไทย กำลังใช้ปรัชญา 'Give More' เพื่อสร้างแพลตฟอร์มวัฒนธรรมอาหาร พร้อมรับมือกับความท้าทายในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Maguro Group ได้เปิดเผยถึงวิวัฒนาการของบริษัทจากการเริ่มต้นด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นเพียงสาขาเดียว สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีหลากหลายแบรนด์ กลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มมุ่งเน้นไปที่ปรัชญา 'Give More' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมอบสิ่งที่มากกว่าความคาดหวังของลูกค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

ในขณะที่บริษัทกำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ นายจักรกฤติได้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่สำคัญในการขยายการดำเนินงานในต่างแดน โดยมีเป้าหมายหลักคือการถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดใหม่ให้ประสบความสำเร็จ โดยยังคงรักษา DNA ดั้งเดิมของแบรนด์ไว้อย่างเคร่งครัด ปัจจุบันบริษัทกำลังวางตำแหน่งตัวเองเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น 'แพลตฟอร์มวัฒนธรรมอาหาร' (Food Culture Platform) อย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของวงการอาหารในท้องถิ่น การที่ Maguro Group ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการและความสม่ำเสมอของแบรนด์ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพประสบการณ์การรับประทานอาหารสไตล์ญี่ปุ่นภายในประเทศ แม้ว่ากลุ่มบริษัทจะแสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการเติบโตในระดับสากล แต่ประเทศเป้าหมายและกรอบเวลาสำหรับการเปิดสาขาในต่างประเทศนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าบริษัทจะสร้างสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ภายในประเทศที่มั่นคงกับความต้องการของตลาดโลกที่หลากหลายได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:46 UTC

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ทุ่มงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ลุยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 'Torcal' รุ่นแรก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ทุ่มงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ลุยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 'Torcal' รุ่นแรก

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมโรงงานผลิตสำหรับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทในชื่อ 'Torcal'

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ทุ่มงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ลุยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 'Torcal' รุ่นแรก

แหล่งข่าวเดียว
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ทุ่มงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ลุยผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 'Torcal' รุ่นแรก

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมโรงงานผลิตสำหรับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทในชื่อ 'Torcal'

รายงานจาก Prachachat Business ระบุว่า เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ผู้ผลิตรถยนต์หรู กำลังทุ่มงบประมาณกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 350 ล้านปอนด์) เพื่อปรับเปลี่ยนขีดความสามารถในการผลิตไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เงินลงทุนจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้ในการอัปเกรดสายการผลิตเพื่อรองรับการประกอบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัท ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 'Torcal'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์หรูที่มุ่งเน้นไปสู่พลังงานที่ยั่งยืน แม้ว่าการลงทุนจะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานการผลิตที่จำเป็นสำหรับรุ่น Torcal แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลกที่แบรนด์ระดับไฮเอนด์ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน บริษัทฯ ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่แน่ชัดว่ารถยนต์รุ่น Torcal จะวางจำหน่ายในตลาดไทยเมื่อใด รวมถึงยังไม่มีการระบุข้อมูลทางเทคนิคหรือรายละเอียดราคาของรุ่นใหม่นี้ นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีการยืนยันเรื่องการลงทุนในโรงงานผลิตแล้ว แต่กลยุทธ์การจัดจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ในภาพรวมยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวและความพร้อมในการวางจำหน่ายของรถยนต์รุ่นดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:47 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 15.58 น. ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 68,400 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดลง 400 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมและเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตามวัฒนธรรมไทย แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลต่อกิจกรรมในตลาดค้าปลีกและการค้าเครื่องประดับ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการอัปเดตอย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ เนื่องจากสภาวะตลาดมีความผันผวน ผู้ที่สนใจซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบราคาปัจจุบันโดยตรงผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคม เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามแนวโน้มของตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจเฉพาะที่ส่งผลให้เกิดการปรับตัวลดลงในวันดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:47 UTC

GIZ ผนึกพันธมิตรไทยเปิดตัวกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านพลังงานภาคอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GIZ ผนึกพันธมิตรไทยเปิดตัวกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านพลังงานภาคอุตสาหกรรม

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและบี.กริม เพาเวอร์ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GIZ ผนึกพันธมิตรไทยเปิดตัวกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านพลังงานภาคอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
GIZ ผนึกพันธมิตรไทยเปิดตัวกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านพลังงานภาคอุตสาหกรรม

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและบี.กริม เพาเวอร์ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้จัดงานประชุมเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาในหัวข้อ 'โครงการพัฒนาแผนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอุตสาหกรรมในประเทศไทย' โดยความร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), บี.กริม เพาเวอร์ และ BIP เพื่อวางกรอบการทำงานให้โรงงานอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานที่สะอาดขึ้นและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของการดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากประเทศไทยกำลังมุ่งสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ธุรกิจที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอาจต้องปรับตัวตามข้อกำหนดด้านพลังงานและความยั่งยืนที่เปลี่ยนไป สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยต่อพลังงานสะอาด ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายสิ่งแวดล้อมในอนาคตในภูมิภาคต่างๆ

แม้ว่าการศึกษานี้จะให้แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน แต่กรอบเวลาในการดำเนินการและการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบที่แน่นอนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังพิจารณาผลการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางในการบูรณาการเข้ากับนโยบายอุตสาหกรรมระดับชาติ โดยคาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือมาตรการจูงใจจากภาครัฐสำหรับบริษัทที่เข้าร่วมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:47 UTC