ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ตระกูลโกลด์ยืนยันบรรลุข้อตกลงขายหุ้นสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตระกูลโกลด์ยืนยันบรรลุข้อตกลงขายหุ้นสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ตระกูลโกลด์ประกาศบรรลุข้อตกลงในการขายหุ้นของสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ให้กับกลุ่มทุนที่นำโดย อแมนดา สตีฟลีย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตระกูลโกลด์ยืนยันบรรลุข้อตกลงขายหุ้นสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

แหล่งข่าวเดียว
ตระกูลโกลด์ยืนยันบรรลุข้อตกลงขายหุ้นสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ตระกูลโกลด์ประกาศบรรลุข้อตกลงในการขายหุ้นของสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ให้กับกลุ่มทุนที่นำโดย อแมนดา สตีฟลีย์

ตามรายงานจาก Khaosod Online ตระกูลโกลด์ได้ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะขายหุ้นของสโมสรฟุตบอลเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในอังกฤษ วาเนสซา โกลด์ บุตรสาวของเดวิด โกลด์ ผู้ล่วงลับ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มทุนที่นำโดย อแมนดา สตีฟลีย์, เมห์รดาด โกดูสซี และพีซีพี แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส แล้ว

แม้ว่ากระบวนการซื้อขายจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่การประกาศนี้มีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้แฟนบอลทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความตั้งใจของครอบครัวในการขายหุ้น ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากของสโมสร ซึ่งจบอันดับที่ 18 ในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่งผลให้ต้องตกชั้นไปเล่นในลีกแชมเปียนชิพในฤดูกาลที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ การเปลี่ยนเจ้าของครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับสโมสรประวัติศาสตร์ในลอนดอน การเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารและกลยุทธ์การลงทุนที่อาจเกิดขึ้นอาจส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในอนาคต ในขณะนี้ การซื้อขายยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ และยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาและผลกระทบที่ชัดเจนของการเข้าซื้อกิจการ แฟนบอลและผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการในขณะที่สโมสรกำลังเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลใหม่ในลีกระดับสองของอังกฤษ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 16:35 UTC

ช่างสักคิ้วเชียงใหม่ดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 12 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ช่างสักคิ้วเชียงใหม่ดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 12 ล้านบาท

เจ้าของธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ช่างสักคิ้วเชียงใหม่ดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 12 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ช่างสักคิ้วเชียงใหม่ดวงเฮง ถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 12 ล้านบาท

เจ้าของธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 หญิงสาวชาวเชียงใหม่ชื่อคุณพัท ฐาปนันท์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสักคิ้วในพื้นที่ ได้กลายเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเธอถือสลากที่ถูกรางวัลในงวดที่ 30 จำนวน 2 ใบ หมายเลข 932479 ส่งผลให้ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 12 ล้านบาท

คุณพัทได้โพสต์ภาพสลากที่ถูกรางวัลลงบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแบ่งปันข่าวดีดังกล่าว พร้อมแสดงความตื่นเต้น ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากเพื่อนฝูงและคนรู้จักที่เข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในท้องถิ่น แม้ว่าการถูกรางวัลจะเป็นความสำเร็จส่วนบุคคลของเจ้าของร้าน แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยมของสลากกินแบ่งที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าผู้โชคดีวางแผนจะนำเงินรางวัลไปใช้อย่างไร หรือจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของร้านสักคิ้วหรือไม่ ข้อมูลที่นำเสนอนี้อ้างอิงจากรายงานเบื้องต้นของ Khaosod Online โดยยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบหรือการรับเงินรางวัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

สะท้อนมุมมองความฉลาดทางการเงิน: บทเรียนจาก 'The Psychology of Money'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สะท้อนมุมมองความฉลาดทางการเงิน: บทเรียนจาก 'The Psychology of Money'

บทความล่าสุดจาก Prachachat Business เปรียบเทียบความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้กับหนังสือ 'The Psychology of Money' ของ Morgan Housel

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สะท้อนมุมมองความฉลาดทางการเงิน: บทเรียนจาก 'The Psychology of Money'

แหล่งข่าวเดียว
สะท้อนมุมมองความฉลาดทางการเงิน: บทเรียนจาก 'The Psychology of Money'

บทความล่าสุดจาก Prachachat Business เปรียบเทียบความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้กับหนังสือ 'The Psychology of Money' ของ Morgan Housel

รายงานล่าสุดจาก Prachachat Business เน้นย้ำถึงความสำคัญของความรู้ทางการเงินโดยสะท้อนผ่านหนังสือชื่อดัง 'The Psychology of Money' ของ Morgan Housel โดยบทความได้เชื่อมโยงความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เข้ากับบทเรียนเหนือกาลเวลาที่ Housel ได้นำเสนอเกี่ยวกับความมั่งคั่ง ความโลภ และความสุข

หัวใจสำคัญของการอภิปรายคือความแตกต่างระหว่างความสามารถในการสร้างความมั่งคั่งและความสามารถในการรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย มุมมองนี้ถือเป็นการเตือนใจถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินระยะยาวและการบริหารความเสี่ยงในสภาพเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น แม้ว่าบทความจะเน้นไปที่หลักการทางการเงินในภาพรวมมากกว่าแนวโน้มเฉพาะของตลาดไทย แต่ก็เน้นย้ำความจริงสากลที่ว่า การสร้างความมั่งคั่งเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของภารกิจเท่านั้น การรักษาความมั่งคั่งต้องอาศัยทักษะทางจิตวิทยาและกลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป

ในขณะนี้ บทความดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมทางการเงิน ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจเฉพาะในประเทศไทย ผู้อ่านควรทราบว่าบทวิเคราะห์นี้อ้างอิงจากผลงานวรรณกรรมของ Housel และไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การพัฒนาในอนาคตเกี่ยวกับผลกระทบของแนวโน้มตลาดโลกเหล่านี้ต่อภูมิทัศน์การลงทุนในประเทศไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

ชาวราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

ลูกค้าลอตเตอรี่พลัสรายหนึ่งในจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 8 ใบ ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569 รวมเป็นเงินรางวัล 48 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

แหล่งข่าวเดียว
ชาวราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาทจากลอตเตอรี่พลัส

ลูกค้าลอตเตอรี่พลัสรายหนึ่งในจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 8 ใบ ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569 รวมเป็นเงินรางวัล 48 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยรางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 932479 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ลูกค้าของแพลตฟอร์มเอกชน 'ลอตเตอรี่พลัส' สามารถถูกรางวัลที่ 1 ได้ถึง 8 ใบ ทำให้ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 48 ล้านบาท

ในงานประกาศรางวัลซึ่งมีศิลปินตลก 'โน้ต เชิญยิ้ม' และมาสคอตของแพลตฟอร์มเข้าร่วม ได้มีการยืนยันว่าผู้โชคดีรายนี้เป็นชาวจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ของลอตเตอรี่พลัสได้เริ่มดำเนินการส่งมอบสลากใบจริงให้กับผู้โชคดีแล้ว นอกจากนี้ยังมีการประกาศรางวัลเลขหน้า 3 ตัว ได้แก่ 413 และ 672 รางวัลเลขท้าย 3 ตัว ได้แก่ 154 และ 039 และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้แก่ 69

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของวัฒนธรรมการเสี่ยงโชคในประเทศไทย และบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถูกรางวัล แม้ว่าทางแพลตฟอร์มจะระบุตัวตนผู้ถูกรางวัลแล้ว แต่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวยังคงเป็นความลับ ทั้งนี้ แม้จะมีการแจ้งรับรางวัลผ่านแพลตฟอร์มแล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการและการจ่ายเงินรางวัลสุดท้ายโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับผู้ถูกรางวัลทุกคนในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ไทยเผชิญการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางเสถียรภาพทางการเมือง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางเสถียรภาพทางการเมือง

ผู้นำภาคเอกชนรายงานถึงการกลับมาของการลงทุนจากต่างชาติและความเชื่อมั่นของตลาด โดยระบุว่าเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางเสถียรภาพทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางเสถียรภาพทางการเมือง

ผู้นำภาคเอกชนรายงานถึงการกลับมาของการลงทุนจากต่างชาติและความเชื่อมั่นของตลาด โดยระบุว่าเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ

ในระหว่างงานเสวนา 'Thailand’s Future of Engineering & Industries' ซึ่งจัดขึ้นที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย ตามรายงานของ Khaosod Online ผู้นำธุรกิจตั้งข้อสังเกตว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติกำลังกลับมา โดยได้รับการสนับสนุนจากสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดจากการฟื้นตัวของตลาดทุน การไหลเข้าของเงินทุน และจำนวนคำขอรับส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างชาติจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง แต่ตัวชี้วัดในปัจจุบัน เช่น ผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นและการลงทุนโดยตรงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพสำหรับโครงการอุตสาหกรรมใหม่ๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้อาจส่งสัญญาณถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มในปัจจุบันจะเป็นไปในเชิงบวก แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าก้าวสำคัญต่อไปสำหรับประเทศคือการบูรณาการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวระดับโลก เพื่อให้มั่นใจถึงความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ชาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาท

ผู้โชคดีจากจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รวม 8 ใบ ผ่านแพลตฟอร์มลอตเตอรี่พลัส รับเงินรางวัลรวม 48 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ชาวราชบุรีเฮ ถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 48 ล้านบาท

ผู้โชคดีจากจังหวัดราชบุรีถูกรางวัลที่ 1 รวม 8 ใบ ผ่านแพลตฟอร์มลอตเตอรี่พลัส รับเงินรางวัลรวม 48 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ผู้โชคดีรายหนึ่งจากจังหวัดราชบุรีกลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยผู้ชนะได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 48 ล้านบาท จากการถือสลากที่ถูกรางวัลจำนวน 8 ใบ ซึ่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 'ลอตเตอรี่พลัส'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มลอตเตอรี่ดิจิทัล ซึ่งกลายเป็นช่องทางทั่วไปที่ผู้คนใช้ในการเข้าร่วมระบบสลากกินแบ่งที่ได้รับการรับรองจากรัฐ แม้ว่าการถูกรางวัลเช่นนี้จะเปลี่ยนชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อการออกรางวัลสลากกินแบ่งซึ่งจัดขึ้นเดือนละสองครั้งในประเทศไทย

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้ชนะยังคงถูกเก็บเป็นความลับตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของผู้ประกอบการลอตเตอรี่ในประเทศ แม้ว่าทางแพลตฟอร์มจะยืนยันการถูกรางวัลแล้ว แต่กระบวนการเฉพาะในการรับรางวัลจริงและกรอบเวลาในการดำเนินการจ่ายเงินรางวัลยังคงเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ชนะและผู้ให้บริการลอตเตอรี่ ทั้งนี้ไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของสลากกินแบ่งหรือสถานะการดำเนินงานของแพลตฟอร์มภายหลังการจ่ายเงินรางวัลครั้งใหญ่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

ธปท. เผยความท้าทายของเศรษฐกิจนอกระบบในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. เผยความท้าทายของเศรษฐกิจนอกระบบในไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 14 ของโลก ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีอย่างมีนัยสำคัญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. เผยความท้าทายของเศรษฐกิจนอกระบบในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. เผยความท้าทายของเศรษฐกิจนอกระบบในไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 14 ของโลก ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้บรรยายพิเศษในงานเสวนา 'The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER' ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรับฟัง ในระหว่างการบรรยาย ผู้ว่าการวิทัยระบุว่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยปัจจุบันมีขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 14 ของโลก ซึ่งส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีจำนวนมากและกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณของประเทศ

ผู้ว่าการวิทัยอธิบายว่าภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกได้เปลี่ยนจากยุคโลกาภิวัตน์และการค้าเสรีไปสู่ระเบียบโลกแบบ 'Multi-World' ที่ไม่มีขั้วอำนาจใดสามารถกำหนดทิศทางได้เบ็ดเสร็จ เขาชี้ให้เห็นว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น โดยมีการใช้มาตรการทางการค้าและภาษีเป็นเครื่องมือในการแย่งชิงอำนาจ นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ช็อกทางเศรษฐกิจโลก เช่น การระบาดใหญ่ สงครามในยูเครน ความขัดแย้งทางการค้า และความไม่สงบในตะวันออกกลาง เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญ แม้ว่า ธปท. จะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ แต่มาตรการเชิงนโยบายที่ชัดเจนในการดึงเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบหรือการแก้ไขช่องว่างทางภาษีเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยนักสังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลจะมีแนวทางตอบสนองต่อข้อมูลนี้อย่างไรเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการคลังของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

ข้าราชการเกษียณสูญเงิน 4 ล้านบาทจากมิจฉาชีพหลอกลงทุนทองคำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้าราชการเกษียณสูญเงิน 4 ล้านบาทจากมิจฉาชีพหลอกลงทุนทองคำ

ร้านทองในไทยออกประกาศเตือนภัยสาธารณะ หลังข้าราชการเกษียณรายหนึ่งสูญเงินเก็บทั้งชีวิตจำนวน 4 ล้านบาท ให้กับเพจหลอกลงทุนทองคำออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้าราชการเกษียณสูญเงิน 4 ล้านบาทจากมิจฉาชีพหลอกลงทุนทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
ข้าราชการเกษียณสูญเงิน 4 ล้านบาทจากมิจฉาชีพหลอกลงทุนทองคำ

ร้านทองในไทยออกประกาศเตือนภัยสาธารณะ หลังข้าราชการเกษียณรายหนึ่งสูญเงินเก็บทั้งชีวิตจำนวน 4 ล้านบาท ให้กับเพจหลอกลงทุนทองคำออนไลน์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ร้านทอง 'นะโม' ได้โพสต์เตือนภัยสาธารณะเกี่ยวกับกรณีการฉ้อโกงทางการเงินที่รุนแรง โดยข้าราชการเกษียณรายหนึ่งที่ต้องการนำเงินเก็บมาลงทุน ได้ตกเป็นเหยื่อของเพจ Facebook ปลอมที่แอบอ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนทองคำที่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้เหยื่อสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตรวม 4 ล้านบาทให้กับมิจฉาชีพ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ แม้ว่าการธนาคารดิจิทัลและการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดียจะเป็นเรื่องปกติ แต่การแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่แอบอ้างตัวตนยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวล สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มการลงทุนผ่านช่องทางที่เป็นทางการและหน้าร้านจริงก่อนที่จะโอนเงินทุกครั้ง

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเพจดังกล่าวได้หรือไม่ หรือจะสามารถติดตามเงินที่ถูกฉ้อโกงกลับคืนมาได้เพียงใด ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเมื่อพบเห็นโอกาสการลงทุนบนโซเชียลมีเดียที่สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูงหรือเรียกร้องให้มีการชำระเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า ควรเลือกทำธุรกรรมกับธุรกิจที่มีหน้าร้านชัดเจนและจดทะเบียนถูกต้องกับหน่วยงานกำกับดูแลของไทยเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เกี่ยวกับการปรับปรุงแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลในภาคธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และบริการจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เกี่ยวกับการปรับปรุงแนวปฏิบัติสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลในภาคธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และบริการจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำลังอยู่ในระหว่างการทบทวนแนวปฏิบัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจที่ดำเนินงานในภาคการค้าส่ง การค้าปลีก และบริการจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์โดยเฉพาะ

ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 กขค. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสาธารณะเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เสนอขึ้นมาใหม่นี้ กระบวนการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและความโปร่งใสภายในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อคุณภาพการบริการ โครงสร้างราคา และความน่าเชื่อถือในการดำเนินงานของแอปพลิเคชันจัดส่งและอีคอมเมิร์ซต่างๆ ที่ใช้กันบ่อยครั้งสำหรับการขนส่งและซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบจึงอาจส่งผลต่อวิธีการที่บริการเหล่านี้โต้ตอบกับผู้บริโภคและผู้ค้าในท้องถิ่น

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของแนวปฏิบัติที่ได้รับการทบทวนยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความคิดเห็นที่ได้รับในช่วงระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็น ยังไม่มีการยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร หรือผู้ใช้อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานใดบ้างเมื่อกรอบการทำงานใหม่เสร็จสมบูรณ์ โดย กขค. ยังคงรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดนโยบายขั้นสุดท้ายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

การเปลี่ยนแปลงย่านสะพานควาย: นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รื้อถอนและพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเปลี่ยนแปลงย่านสะพานควาย: นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รื้อถอนและพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์

ย่านสะพานควาย-ประดิพัทธ์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางผังเมืองครั้งใหญ่ โดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ได้เข้าซื้อและพัฒนาพื้นที่เก่า รวมถึงโรงภาพยนตร์เดิม ให้กลายเป็นคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงย่านสะพานควาย: นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รื้อถอนและพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
การเปลี่ยนแปลงย่านสะพานควาย: นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รื้อถอนและพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์

ย่านสะพานควาย-ประดิพัทธ์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางผังเมืองครั้งใหญ่ โดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ได้เข้าซื้อและพัฒนาพื้นที่เก่า รวมถึงโรงภาพยนตร์เดิม ให้กลายเป็นคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์สมัยใหม่

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ย่านสะพานควาย-ประดิพัทธ์กำลังเผชิญกับกระแสการพัฒนาเมืองที่ขับเคลื่อนโดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกรายใหญ่ เนื่องจากที่ดินทำเลทองในกรุงเทพฯ เริ่มหายากขึ้น บริษัทต่างๆ จึงเข้าซื้อสินทรัพย์เชิงพาณิชย์เก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นตึกแถว ปั๊มน้ำมัน และโรงภาพยนตร์เดิม 4 แห่ง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมความหนาแน่นสูงและคอมมูนิตี้มอลล์

การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของระบบขนส่งมวลชน ซึ่งทำให้ย่านนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการเติบโตทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งบอกถึงการปรับเปลี่ยนลักษณะของย่านอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการเข้ามาของโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อาจนำไปสู่สิ่งอำนวยความสะดวกในท้องถิ่นที่ดีขึ้นและตัวเลือกการค้าปลีกที่ทันสมัย แต่ก็ยังหมายถึงการหายไปของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้ด้วย

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการพัฒนาใหม่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อปัญหาการจราจรในท้องถิ่นอย่างไร และโครงสร้างพื้นฐานในย่านประดิพัทธ์จะเพียงพอต่อการรองรับความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ แม้ว่าแนวโน้มการแทนที่โครงสร้างเก่าด้วยอาคารสูงสมัยใหม่จะมีความชัดเจน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการก่อสร้างโครงการเหล่านี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ครบถ้วน ผู้ที่มาเยือนย่านนี้ควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมการก่อสร้างที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะที่พื้นที่เหล่านี้กำลังเปลี่ยนผ่านสู่บทบาทใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

ไทยรุกตลาดเยอรมนี ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรุกตลาดเยอรมนี ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผลักดันผู้ผลิตไทยปรับตัวสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดเยอรมนี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรุกตลาดเยอรมนี ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรุกตลาดเยอรมนี ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผลักดันผู้ผลิตไทยปรับตัวสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดเยอรมนี

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กำลังเร่งขยายตลาดส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไปยังประเทศเยอรมนี โดยนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์เร่งหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ หลังจากมีการประเมินสถานการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี

ผลการสำรวจตลาดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน พบว่าแม้ความต้องการชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในจะยังคงมีอยู่ แต่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ไฮบริดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคชาวเยอรมันให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของราคาและความยั่งยืน รวมถึงข้อมูลการปล่อยคาร์บอนและการรีไซเคิล เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน กำลังปรับตัวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาค โดยได้รับการสนับสนุนจากการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน

แม้ว่า DITP จะผลักดันการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้ แต่ยังคงต้องติดตามว่าผู้ผลิตในท้องถิ่นจะสามารถปรับสายการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางเทคนิคและความยั่งยืนที่ตลาดเยอรมนีต้องการได้รวดเร็วเพียงใด การพัฒนานี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงการก้าวไปสู่การผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ้างงานและการเติบโตทางอุตสาหกรรมในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ส่งผลกระทบต่อรายย่อย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ส่งผลกระทบต่อรายย่อย

การลดลงอย่างรุนแรงของหุ้นกลุ่มแชโบลในเกาหลีใต้ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่แก่นักลงทุนรายย่อย นำไปสู่การเทขาย Leveraged ETFs ครั้งใหญ่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ส่งผลกระทบต่อรายย่อย

แหล่งข่าวเดียว
ความผันผวนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ส่งผลกระทบต่อรายย่อย

การลดลงอย่างรุนแรงของหุ้นกลุ่มแชโบลในเกาหลีใต้ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่แก่นักลงทุนรายย่อย นำไปสู่การเทขาย Leveraged ETFs ครั้งใหญ่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงจนถูกเรียกว่าเป็นวิกฤตแบบ "ไบโพลาร์" นักลงทุนรายย่อยที่ทุ่มเงินลงทุนในหุ้นตัวท็อปต้องเผชิญกับความสูญเสียทางการเงินอย่างหนัก หลังจากหุ้นของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่หรือ "แชโบล" (Chaebol) อย่าง Samsung และ SK Hynix ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงจากการปิดสถานะของกองทุนดัชนีที่ใช้เลเวอเรจ (Leveraged ETFs) ซึ่งการชำระบัญชีในส่วนนี้ได้บีบให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านวอน ความไม่มั่นคงของตลาดนี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจที่สูงภายในประเทศ เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากได้ฝากความหวังทางการเงินไว้กับบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของตลาดการเงินทั่วโลก แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ แต่ความผันผวนที่สำคัญในเศรษฐกิจหลักของเอเชียอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาคและความผันผวนของค่าเงินได้ในบางครั้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงของตลาดนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และจะมีผลกระทบในวงกว้างต่อภูมิทัศน์ทางการเงินของเอเชียหรือไม่ โดยนักสังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหรือไม่ หรือการเทขายจะยังคงส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของรายย่อยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์

เงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ดัชนี SET มีการฟื้นตัวบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ตามรายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์

แหล่งข่าวเดียว
เงินบาทแข็งค่าขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์

เงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ดัชนี SET มีการฟื้นตัวบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ตามรายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ความเคลื่อนไหวของค่าเงินนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวบางส่วนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงวันท้ายๆ ของสัปดาห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลโดยตรงต่ออำนาจการซื้อ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นโดยทั่วไปจะทำให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นสำหรับผู้ที่ถือเงินตราต่างประเทศ ในขณะที่อาจช่วยลดต้นทุนของสินค้านำเข้าในประเทศไทย การฟื้นตัวของดัชนีหุ้นอาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป แม้ว่าความผันผวนของตลาดยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อวางแผนกิจกรรมทางการเงิน

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มการแข็งค่านี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรับตัวชั่วคราวในภาพรวมทางเศรษฐกิจ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าตัวชี้วัดทางการเงินเหล่านี้จะมีเสถียรภาพอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เช่นเคย ผู้ที่จัดการการเงินส่วนบุคคลหรือวางแผนงบประมาณการเดินทางควรติดตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการและข่าวสารตลาดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว SawaLife ยังคงติดตามความคืบหน้าเหล่านี้ตามที่สื่อท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงได้รายงานไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

Sukishi ขยายโมเดล 'Korean Flavor Solution' ด้วยพันธมิตรทางธุรกิจใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Sukishi ขยายโมเดล 'Korean Flavor Solution' ด้วยพันธมิตรทางธุรกิจใหม่

Sukishi Intergroup กำลังขยายโมเดลธุรกิจ 'Korean Flavor Solution' ผ่านโครงการความร่วมมือใหม่ 5 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Sukishi ขยายโมเดล 'Korean Flavor Solution' ด้วยพันธมิตรทางธุรกิจใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Sukishi ขยายโมเดล 'Korean Flavor Solution' ด้วยพันธมิตรทางธุรกิจใหม่

Sukishi Intergroup กำลังขยายโมเดลธุรกิจ 'Korean Flavor Solution' ผ่านโครงการความร่วมมือใหม่ 5 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ตามรายงานจาก Thai Post ทาง Sukishi Intergroup กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อขยายบทบาทนอกเหนือจากการเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารแบบดั้งเดิม โดยบริษัทกำลังส่งเสริมโมเดล 'Korean Flavor Solution' ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภายในอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 Sukishi ได้ประกาศแผนการเปิดตัวโครงการความร่วมมือมากกว่า 5 โครงการ โดยโครงการเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อบูรณาการความเชี่ยวชาญด้านอาหารในสไตล์เกาหลีของบริษัทเข้าสู่กลุ่มตลาดที่กว้างขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มความพร้อมของผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ Sukishi หรือประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบร่วมมือในช่องทางการค้าปลีกและธุรกิจบริการต่างๆ เนื่องจากบริษัทกำลังก้าวออกจากการเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคอาจได้พบกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทในรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายนอกเหนือจากร้านอาหารมาตรฐานของพวกเขา

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันเป้าหมายโครงการ 5 โครงการสำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้องหรือลักษณะที่แน่ชัดของความร่วมมือเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่าความร่วมมือเหล่านี้จะปรากฏในตลาดผู้บริโภคอย่างไร และจะนำไปสู่สายผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการขยายบริการเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

แนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์: ทิศทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ (2–8 สิงหาคม 2569)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์: ทิศทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ (2–8 สิงหาคม 2569)

Khaosod Online รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์ตามราศี โดยเน้นย้ำถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุนด้านการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์: ทิศทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ (2–8 สิงหาคม 2569)

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์: ทิศทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ (2–8 สิงหาคม 2569)

Khaosod Online รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายสัปดาห์ตามราศี โดยเน้นย้ำถึงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุนด้านการเกษตรและอสังหาริมทรัพย์

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ระบุถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2–8 สิงหาคม 2569 สำหรับบุคคลตามราศีต่างๆ โดยรายงานระบุว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือเหมืองแร่อาจเผชิญกับความล่าช้าในโครงการหรือต้องทำงานซ้ำในช่วงเวลานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือนักลงทุนในภาคส่วนเหล่านี้ รายงานแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการร่วมทุนใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่พิจารณาการร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาที่ดิน อาจเป็นประโยชน์มากกว่าหากรอให้ดาวเสาร์กลับมาโคจรเดินหน้าอีกครั้งในช่วงปลายปี นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงพฤติกรรมทางการเงินในวงกว้าง โดยระบุว่าบางคนอาจพบกับความผันผวนของรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่บางคนอาจเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงจากหลายช่องทาง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเชิงวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นบางครั้งถูกตีความผ่านมุมมองทางโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อสังเกตเหล่านี้อ้างอิงจากการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่ข้อมูลทางเศรษฐกิจเชิงประจักษ์ ดังนั้น ผลกระทบที่แท้จริงต่อสภาวะตลาดจึงยังคงต้องได้รับการยืนยันจากรายงานทางการเงินอย่างเป็นทางการและตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้อ่านควรพึ่งพาคำแนะนำทางการเงินจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับการตัดสินใจลงทุนที่สำคัญใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างภายใน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างภายใน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แม้ว่าการลงมติที่แตกแยกในหมู่คณะกรรมการจะบ่งชี้ถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างภายใน

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างภายใน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แม้ว่าการลงมติที่แตกแยกในหมู่คณะกรรมการจะบ่งชี้ถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% อย่างเป็นทางการ แม้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่การประชุมครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างอย่างชัดเจนในหมู่คณะกรรมการ โดยมีกรรมการ 3 ท่านโหวตให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่เบี่ยงเบนไปจากมติส่วนใหญ่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากตลาดการเงินโลกมีความเชื่อมโยงกัน การลงมติที่แตกแยกสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่แฝงอยู่ว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ อาจกำลังฟื้นตัวหรือรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มักส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาท ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้านำเข้า ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และอำนาจซื้อโดยรวมสำหรับผู้ที่บริหารจัดการการเงินระหว่างสองประเทศ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความเห็นที่แตกต่างภายในเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมนโยบายในอนาคตอย่างไร แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การที่มีเสียงคัดค้านบ่งชี้ว่าแนวทางสำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูข้อมูลทางเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมา เพื่อดูว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่แสดงโดยกรรมการเสียงข้างน้อยจะได้รับความสนใจมากขึ้นภายในธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 22:55 UTC

โซลูชันการลงทุนรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โซลูชันการลงทุนรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย

Matichon Online รายงานถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการจัดการการลงทุนอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีเวลาจำกัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โซลูชันการลงทุนรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
โซลูชันการลงทุนรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย

Matichon Online รายงานถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการจัดการการลงทุนอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีเวลาจำกัด

ตามรายงานล่าสุดจาก Matichon Online มีความสนใจเพิ่มขึ้นในบริการจัดการการลงทุนที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในตลาดการเงินแต่ไม่มีเวลาบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของตนเอง โซลูชันเหล่านี้ถูกนำเสนอเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับมืออาชีพและผู้อยู่อาศัยที่มีงานยุ่งในการเข้าถึงโอกาสทางการลงทุนโดยไม่จำเป็นต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่เครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ตลาดท้องถิ่นมีการพัฒนาเพื่อเสนอทางเลือกการลงทุนแบบไม่ต้องลงมือจัดการเองมากขึ้น บุคคลทั่วไปอาจพบว่าการเพิ่มพูนเงินออมทำได้ง่ายขึ้นในขณะที่ยังคงรักษาสมดุลกับตารางการทำงานที่หนักหน่วง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ากลไกเฉพาะ โปรไฟล์ความเสี่ยง และการกำกับดูแลของบริการเหล่านี้ไม่ได้ถูกระบุรายละเอียดไว้ในรายงานฉบับแรก

แม้ว่าความสะดวกสบายของบริการอัตโนมัติเหล่านี้จะชัดเจน แต่นักลงทุนที่มีศักยภาพควรใช้ความระมัดระวัง ยังคงต้องมีการยืนยันว่าแพลตฟอร์มใดบ้างที่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ในปัจจุบัน โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร และบริการเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินส่วนบุคคลอย่างไร เช่นเดียวกับการตัดสินใจทางการเงินอื่นๆ ผู้ที่สนใจบริการเหล่านี้ควรดำเนินการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองและปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคใต้ของไทยลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคใต้ของไทยลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

ผลสำรวจจากหาดใหญ่โพลเผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงใน 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการสิ้นสุดของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคใต้ของไทยลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคใต้ของไทยลดลงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

ผลสำรวจจากหาดใหญ่โพลเผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงใน 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการสิ้นสุดของโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผลสำรวจของหาดใหญ่โพลโดยศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ในเดือนกรกฎาคม 2569 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยฯ ระบุว่าสาเหตุมาจากความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และพันธมิตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งทางเรือ ทำให้ค่าประกันภัยและค่าขนส่งสินค้าสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เมื่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถแบกรับภาระหนี้ได้อีกต่อไป ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลจึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ยังซ้ำเติมด้วยช่วงฤดูมรสุมที่ขัดขวางการกรีดยางและทำให้ผลไม้ล้นตลาด ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรลดลง นอกจากนี้ การสิ้นสุดของโครงการ “ไทยช่วยไทย” และการลดสิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังสร้างภาระทางการเงินเพิ่มเติมให้กับครัวเรือน แม้ผลสำรวจจะชี้ให้เห็นถึงความไม่พอใจทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะปรับนโยบายการคลังอย่างไรเพื่อบรรเทาแรงกดดันเหล่านี้ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าสภาวะทางเศรษฐกิจดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาสินค้าและบริการในพื้นที่ภาคใต้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC