ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ราคาดอกมะลิพุ่งสูงก่อนวันแม่แห่งชาติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาดอกมะลิพุ่งสูงก่อนวันแม่แห่งชาติ

เนื่องจากใกล้ถึงวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย ราคาดอกมะลิได้พุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท เนื่องจากความต้องการตามฤดูกาลที่สูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาดอกมะลิพุ่งสูงก่อนวันแม่แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ราคาดอกมะลิพุ่งสูงก่อนวันแม่แห่งชาติ

เนื่องจากใกล้ถึงวันแม่แห่งชาติในประเทศไทย ราคาดอกมะลิได้พุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท เนื่องจากความต้องการตามฤดูกาลที่สูง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ราคาตลาดของดอกมะลิในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเข้าใกล้วันแม่แห่งชาติ พ่อค้าแม่ค้าได้สังเกตเห็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพุ่งขึ้นของราคาครั้งนี้ถือเป็นแนวโน้มตามฤดูกาลที่น่าสังเกต ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ดั้งเดิมของวันแม่ในประเทศไทย ซึ่งมักใช้ในพวงมาลัยและเครื่องสักการะดอกไม้เพื่อแสดงความเคารพต่อแม่ ผู้ที่วางแผนจะซื้อของขวัญดอกไม้หรือเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองในท้องถิ่นในช่วงเวลานี้ควรเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในตลาดและร้านดอกไม้เมื่อเทียบกับราคาปกติ

แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงการพุ่งขึ้นของราคาในตลาดที่เกิดจากความต้องการในช่วงวันหยุด แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาที่สูงขึ้นเหล่านี้จะคงอยู่ไปนานเท่าใดหลังจากสิ้นสุดการเฉลิมฉลองวันแม่ ผู้บริโภคควรตรวจสอบสภาพตลาดในท้องถิ่น เนื่องจากราคาอาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับภูมิภาคและปริมาณสินค้าที่มีจำหน่ายในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,600-1,625 จุดในวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลจากการปรับเปลี่ยนความคาดหวังต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,600-1,625 จุดในวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลจากการปรับเปลี่ยนความคาดหวังต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์พายได้ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนอยู่ในกรอบ 1,600 ถึง 1,625 จุด แนวโน้มนี้ได้รับการสนับสนุนจากบรรยากาศเชิงบวกของดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ซึ่งเพิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 2%

ขณะนี้ผู้ร่วมตลาดกำลังปรับเปลี่ยนความคาดหวังที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จากเดิมที่มีความเห็นพ้องอย่างมากว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน แต่ในขณะนี้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ตัวชี้วัดทางการเงินเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องวัดสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพในแต่ละวัน แต่บ่อยครั้งที่มันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของค่าเงินและการลงทุนของธุรกิจในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับนโยบายในเดือนกันยายน เนื่องจากความรู้สึกของตลาดยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อไป เพื่อดูว่าความคาดหวังของตลาดในปัจจุบันสอดคล้องกับการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แท้จริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 03:38 UTC

Central Pattana เผยรายได้ค่าเช่าห้างสรรพสินค้าทำสถิติสูงสุดพร้อมกำไรที่เติบโต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Central Pattana เผยรายได้ค่าเช่าห้างสรรพสินค้าทำสถิติสูงสุดพร้อมกำไรที่เติบโต

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศกำไรหลักเพิ่มขึ้น 19% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกที่ทำสถิติสูงสุด

Thai Enquirer ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Central Pattana เผยรายได้ค่าเช่าห้างสรรพสินค้าทำสถิติสูงสุดพร้อมกำไรที่เติบโต

แหล่งข่าวเดียว
Central Pattana เผยรายได้ค่าเช่าห้างสรรพสินค้าทำสถิติสูงสุดพร้อมกำไรที่เติบโต

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศกำไรหลักเพิ่มขึ้น 19% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกที่ทำสถิติสูงสุด

ตามรายงานจาก Thai Enquirer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN มีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยบริษัทมีรายได้รวม 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กำไรสุทธิมีแนวโน้มเป็นบวกโดยเพิ่มขึ้น 10% เป็น 4.75 พันล้านบาท

เมื่อหักกำไรที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำจำนวน 99 ล้านบาทออก กำไรสุทธิหลักของบริษัทมีการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นถึง 19% รวมเป็น 4.65 พันล้านบาท ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความสำเร็จทางการเงินนี้คือธุรกิจให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก ซึ่งทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการค้าปลีก ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดกิจกรรมของผู้บริโภคและการพัฒนาเมือง เนื่องจาก CPN เป็นผู้ดำเนินงานศูนย์การค้าหลักหลายแห่งในประเทศ การเติบโตนี้บ่งชี้ถึงระดับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่สูงภายในศูนย์การค้าเหล่านี้ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงไตรมาสที่สองที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อแผนการขยายธุรกิจในอนาคตหรือการปรับอัตราค่าเช่าสำหรับผู้เช่าในพื้นที่ของบริษัทอย่างไร รายงานฉบับนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นในปัจจุบันของบริษัทในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Enquirer
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

พบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว

พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดชัยภูมิเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานการพบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว

แหล่งข่าวเดียว
พบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว

พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดชัยภูมิเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานการพบธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาทระบาดในตลาดสดภูเขียว

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของธนบัตรปลอมใบละ 1,000 บาท โดยภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์มีพ่อค้าแม่ค้าตกเป็นเหยื่อแล้ว 2 ราย ทำให้สูญเสียทั้งสินค้าและเงินทอน

นายชัย พ่อค้าขายไส้กรอกวัย 59 ปี ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่พบชายรูปร่างท้วม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ผิวดำแดง เข้ามาซื้อไส้กรอกราคา 100 บาท โดยยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาทให้ และได้รับเงินทอนไป 900 บาท หลังจากที่ลูกค้าคนดังกล่าวจากไป นายชัยได้ตรวจสอบธนบัตรอย่างละเอียดและพบว่าไม่มีลายน้ำตามลักษณะของธนบัตรจริง เมื่อหันกลับไปมองหาลูกค้าคนดังกล่าวก็ไม่พบตัวแล้ว

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังในการรับธนบัตรที่มีมูลค่าสูง แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นในตลาดสดภูเขียว แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินเพิ่มเติม ในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนการใหญ่หรือเป็นการกระทำของบุคคลเพียงลำพัง โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจับกุมผู้ก่อเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 02:30 UTC

ไทยเตรียมเดินหน้า 2 โครงการสะพานใหญ่ในภาคใต้ภายในกันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเดินหน้า 2 โครงการสะพานใหญ่ในภาคใต้ภายในกันยายน 2569

กรมทางหลวงชนบทเตรียมลงนามในสัญญาสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 2 แห่งในภาคใต้ของไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเตรียมเดินหน้า 2 โครงการสะพานใหญ่ในภาคใต้ภายในกันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเดินหน้า 2 โครงการสะพานใหญ่ในภาคใต้ภายในกันยายน 2569

กรมทางหลวงชนบทเตรียมลงนามในสัญญาสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 2 แห่งในภาคใต้ของไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทางหลวงชนบทกำลังเตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 2 แห่งในภาคใต้ของไทยภายในเดือนกันยายน 2569 โดยโครงการเหล่านี้มีวงเงินลงทุนรวม 6,695 ล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งสองแห่งประกอบด้วย สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา มูลค่า 4,841 ล้านบาท และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ด้วยงบประมาณ 1,854 ล้านบาท โดยกรมทางหลวงชนบทมีกำหนดการที่จะลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างสำหรับโครงการเหล่านี้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คาดว่าสะพานเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงการเชื่อมต่อและการเข้าถึงในจังหวัดภาคใต้ ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและอำนวยความสะดวกในการสัญจรระหว่างแผ่นดินใหญ่และพื้นที่เกาะต่างๆ แม้ว่าโครงการมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในปีนี้ แต่กำหนดการก่อสร้างที่ชัดเจนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรระหว่างช่วงการก่อสร้างนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ กำลังดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามในสัญญา การพัฒนาเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 00:35 UTC

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 7 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 7 สิงหาคม 2569

ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดที่สถานีบริการบางจาก ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 7 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 7 สิงหาคม 2569

ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดที่สถานีบริการบางจาก ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569

ในวันนี้ แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายในราคาลิตรละ 35.99 บาท ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ 91 จำหน่ายในราคาลิตรละ 35.62 บาท สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ดีเซล ราคาดีเซลมาตรฐานอยู่ที่ 36.69 บาทต่อลิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การติดตามราคาน้ำมันเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื่องจากราคาน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การขนส่ง และค่าโดยสารสาธารณะ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงราคาเฉพาะที่สถานีบริการบางจากตามที่มีการรายงานในช่วงเช้าของวันที่ 7 สิงหาคม ราคาที่สถานีบริการอื่นหรือในภูมิภาคที่แตกต่างกันอาจมีความผันผวนตามนโยบายของแต่ละบริษัทและสภาพตลาดในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการในพื้นที่ของตนเพื่อรับข้อมูลราคาที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดก่อนเติมน้ำมัน เนื่องจากต้นทุนน้ำมันในประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งตามแนวโน้มของตลาดโลกและนโยบายของภาครัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 สิงหาคม 2026, 00:15 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ศุภโชติ ไชยวงศ์ สส. ฝ่ายค้าน ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและวัตถุประสงค์ของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่เสนอเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ศุภโชติ ไชยวงศ์ สส. ฝ่ายค้าน ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและวัตถุประสงค์ของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่เสนอเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายศุภโชติ ไชยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคำถามต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เกี่ยวกับข้อเสนอเงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาท โดยประเด็นสำคัญของการสอบถามคือเงินก้อนใหญ่ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยอย่างแท้จริง หรือรัฐบาลเพียงแค่ต้องการหาช่องทางในการใช้เงินกู้ให้หมดไปเท่านั้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายการคลังของประเทศไทยและความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืน แม้รัฐบาลจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลงทุนด้านพลังงานสะอาด แต่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้มีความชัดเจนมากขึ้นว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไร และจะสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อระบบไฟฟ้าของประเทศหรือความพยายามด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมหรือไม่

ในขณะนี้ โครงการเฉพาะที่จะได้รับเงินสนับสนุนจากเงินกู้นี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดจากรัฐบาลเพื่อพิจารณาว่าการใช้จ่ายดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายด้านพลังงานที่ประกาศไว้หรือไม่ หรือเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะโดยไม่จำเป็น คาดว่าจะมีการหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาหารือในการประชุมสภาครั้งต่อไป และการอนุมัติเงินกู้ขั้นสุดท้ายยังคงต้องผ่านการตรวจสอบทางนิติบัญญัติต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:35 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 6 กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 6 กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง

หลังจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก นักวิเคราะห์ได้ระบุ 6 กลุ่มธุรกิจสำคัญที่คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 6 กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 6 กลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง

หลังจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก นักวิเคราะห์ได้ระบุ 6 กลุ่มธุรกิจสำคัญที่คาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนแนวโน้มขาขึ้นของตลาดหุ้นไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 ตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในระดับโลกในช่วงครึ่งปีแรก แม้จะเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก แต่ตลาดก็ยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวที่สำคัญหลังจากที่ติดลบต่อเนื่องมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการและผู้ถือวุฒิบัตร CFA และ FRM ระบุว่าดัชนี SET กำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยนักวิเคราะห์ได้ระบุกลุ่มธุรกิจ 6 ประเภทที่คาดว่าจะมีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งโมเมนตัมเชิงบวกนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของความเชื่อมั่นนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การฟื้นตัวของตลาดนี้อาจเป็นสัญญาณของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้างและกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงแนวโน้มเชิงบวกสำหรับทั้ง 6 กลุ่มนี้ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดของอุตสาหกรรมที่แน่ชัดหรือความเสี่ยงเฉพาะที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มดังกล่าว นักลงทุนควรทราบว่าผลการดำเนินงานของตลาดยังคงขึ้นอยู่กับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานประจำไตรมาสและข้อมูลตลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

เดอะมอลล์โคราชฉลองครบรอบ 26 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์สู่โมเดลใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เดอะมอลล์โคราชฉลองครบรอบ 26 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์สู่โมเดลใหม่

ในโอกาสครบรอบ 26 ปี เดอะมอลล์โคราชกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อยกระดับภาพลักษณ์จากศูนย์การค้าในตำนานสู่ความทันสมัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เดอะมอลล์โคราชฉลองครบรอบ 26 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์สู่โมเดลใหม่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะมอลล์โคราชฉลองครบรอบ 26 ปี พร้อมปรับกลยุทธ์สู่โมเดลใหม่

ในโอกาสครบรอบ 26 ปี เดอะมอลล์โคราชกำลังปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อยกระดับภาพลักษณ์จากศูนย์การค้าในตำนานสู่ความทันสมัย

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เดอะมอลล์โคราชฉลองครบรอบ 26 ปี ในฐานะเสาหลักทางเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจระบุว่าศูนย์การค้าแห่งนี้มีความโดดเด่นในฐานะโครงการค้าปลีกในต่างจังหวัดเพียงแห่งเดียวที่บริหารงานโดยตระกูลอัมพุช ผู้ก่อตั้งเดอะมอลล์กรุ๊ปโดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากศูนย์การค้าแห่งนี้เป็นศูนย์กลางหลักในการสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน ขณะนี้ฝ่ายบริหารกำลังส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ โดยเปลี่ยนผ่านจากภาพลักษณ์เดิมที่เป็นศูนย์การค้าในตำนานไปสู่โมเดลธุรกิจที่ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในสภาพแวดล้อมการค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไป

แม้ว่าการครบรอบครั้งนี้จะเป็นการยืนยันถึงการดำเนินงานมากว่าสองทศวรรษ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างหรือการดำเนินงานในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าทางศูนย์การค้าจะสร้างสมดุลระหว่างความสำคัญทางประวัติศาสตร์กับความต้องการของตลาดค้าปลีกยุคใหม่ได้อย่างไร ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะรวมถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่หรือการปรับเปลี่ยนกลุ่มผู้เช่าหรือไม่ สำหรับผู้ที่เดินทางมาเยือนในพื้นที่ ศูนย์การค้าแห่งนี้ยังคงเป็นจุดสนใจหลัก แม้ว่าทิศทางการดำเนินงานในอนาคตจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจเข้าช่วยเหลือกรณีสวัสดิภาพเด็ก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจเข้าช่วยเหลือกรณีสวัสดิภาพเด็ก

ส.ส. อังสณา เนียมวณิชกุล จากพรรคเศรษฐกิจและทีมงานได้ประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อคุ้มครองเด็กวัย 13 ปีที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายซ้ำซาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจเข้าช่วยเหลือกรณีสวัสดิภาพเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ตัวแทนพรรคเศรษฐกิจเข้าช่วยเหลือกรณีสวัสดิภาพเด็ก

ส.ส. อังสณา เนียมวณิชกุล จากพรรคเศรษฐกิจและทีมงานได้ประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อคุ้มครองเด็กวัย 13 ปีที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายซ้ำซาก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเศรษฐกิจ ได้นำทีมงานซึ่งประกอบด้วย นายพิริยะ อุไรวงค์, นายวงศธร โชคภัทรชัยกิจ และนายอลงกต สงพัฒน์แก้ว เข้าจัดการกับข้อร้องเรียนด้านสวัสดิภาพที่สำคัญ โดยกลุ่มได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาของเด็กวัย 13 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าถูกทำร้ายร่างกายซ้ำซาก

เพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว ทีมงานรัฐสภาได้ประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับความคุ้มครองและการสนับสนุนในทันที การแทรกแซงครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของตัวแทนทางการเมืองในท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาด้านสวัสดิภาพในครัวเรือน และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างประชาชนกับบริการทางสังคมของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของสำนักงานทางการเมืองในท้องถิ่นในการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงหน่วยงานคุ้มครองทางสังคมของรัฐบาล แม้ว่าความปลอดภัยของเด็กจะได้รับการดูแลผ่านช่องทางที่เป็นทางการแล้ว แต่การสอบสวนเกี่ยวกับสถานการณ์ของการถูกทำร้ายยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายหรือมาตรการเฉพาะที่ดำเนินการโดยกระทรวงยังไม่มีการเปิดเผย ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้กรณีนี้จะได้รับการจัดการโดยหน่วยงานของรัฐ แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อระเบียบการคุ้มครองเด็กในท้องถิ่นยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

เดือด! ข้อพิพาทมาตรฐานเหล็ก 5 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เดือด! ข้อพิพาทมาตรฐานเหล็ก 5 หมื่นล้านบาท

เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กฉบับใหม่ของไทย โดยผู้ประกอบการเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) อ้างว่ามติสั่งแบนอุปกรณ์ของพวกเขาขาดความโปร่งใส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เดือด! ข้อพิพาทมาตรฐานเหล็ก 5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เดือด! ข้อพิพาทมาตรฐานเหล็ก 5 หมื่นล้านบาท

เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กฉบับใหม่ของไทย โดยผู้ประกอบการเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) อ้างว่ามติสั่งแบนอุปกรณ์ของพวกเขาขาดความโปร่งใส

ตามรายงานของ Thai Post ได้เกิดความขัดแย้งครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเหล็กของไทยเกี่ยวกับมติการกำกับดูแลล่าสุด คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กว.84) มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 6 ให้ดำเนินการแบนอุปกรณ์การหลอมเหล็กด้วยเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF)

ผู้ประกอบการเตาหลอมเหล่านี้ได้ออกมาคัดค้านมติดังกล่าวต่อสาธารณะ โดยระบุว่ากระบวนการลงมติขาดความโปร่งใส ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจนี้โต้แย้งว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การผูกขาดในตลาดที่มีมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เพื่อตอบโต้ต่อมติดังกล่าว ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบได้แสดงเจตจำนงที่จะพึ่งพาศาลปกครองเพื่อระงับการบังคับใช้คำสั่งแบน โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันและความเป็นธรรมในตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการก่อสร้างหรือภาคอุตสาหกรรมในท้องถิ่น พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเหล็กและโครงสร้างราคา สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และยังต้องรอการยืนยันว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งอย่างไรต่อการคัดค้านทางกฎหมายนี้ หรือหน่วยงานกำกับดูแลจะให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการลงมติหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าการแบนจะดำเนินต่อไปตามกำหนดการ หรือกระบวนการทางกฎหมายจะส่งผลให้มีการระงับมาตรฐานใหม่นี้ไว้ก่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

5 จังหวัดชายแดนใต้เสนอแผนพัฒนาวงเงิน 8.9 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

5 จังหวัดชายแดนใต้เสนอแผนพัฒนาวงเงิน 8.9 พันล้านบาท

เจ้าหน้าที่จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสนอโครงการพัฒนา 44 โครงการ รวมงบประมาณ 8.956 พันล้านบาท ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

5 จังหวัดชายแดนใต้เสนอแผนพัฒนาวงเงิน 8.9 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
5 จังหวัดชายแดนใต้เสนอแผนพัฒนาวงเงิน 8.9 พันล้านบาท

เจ้าหน้าที่จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เสนอโครงการพัฒนา 44 โครงการ รวมงบประมาณ 8.956 พันล้านบาท ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมที่จังหวัดสงขลา เพื่อพิจารณาข้อเสนอโครงการพัฒนาสำหรับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ระบุว่าหน่วยงานท้องถิ่นได้เสนอโครงการรวม 44 โครงการ โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณรวม 8.956 พันล้านบาท

การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกลั่นกรองข้อเสนอให้มีความชัดเจนและสะท้อนถึงความต้องการ ปัญหา และศักยภาพของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง นายพิพัฒน์กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ติดตามการเตรียมความพร้อมดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ทั้งนี้ รัฐบาลได้เปิดกว้างสำหรับการพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายขนาดใหญ่โดยไม่มีการจำกัดวงเงินงบประมาณในขั้นตอนนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรองเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร โดยการอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้ายและกรอบเวลาในการดำเนินโครงการยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลกลางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

นักวิชาการเสนอต่อยอดภาคเกษตรและบริการเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการเสนอต่อยอดภาคเกษตรและบริการเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

นักวิชาการไทยเสนอว่าการบูรณาการภาคเกษตรและภาคบริการเข้ากับภาคการผลิตอาจช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 3%

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักวิชาการเสนอต่อยอดภาคเกษตรและบริการเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการเสนอต่อยอดภาคเกษตรและบริการเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

นักวิชาการไทยเสนอว่าการบูรณาการภาคเกษตรและภาคบริการเข้ากับภาคการผลิตอาจช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 3%

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 นักวิชาการในท้องถิ่นได้เสนอการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้ถึง 3% โดยผู้เชี่ยวชาญเสนอว่าประเทศควรใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่มีอยู่ด้วยการบูรณาการภาคเกษตรและภาคบริการเข้ากับห่วงโซ่การผลิตในวงกว้างให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อเสนอนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายเศรษฐกิจระดับชาติซึ่งอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่น หากมีการนำไปปฏิบัติ การมุ่งเน้นที่ภาคส่วนเหล่านี้มากขึ้นอาจนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยีการเกษตรและโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นการบริการ ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้าและบริการที่มีอยู่ในประเทศ นอกจากนี้ การพัฒนาดังกล่าวยังอาจส่งผลต่อค่าครองชีพหรือความพร้อมของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเสนอแนะเฉพาะเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีมาตรการทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการบูรณาการนี้ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อเสนอแนะทางวิชาการ ไม่ใช่คำสั่งของรัฐบาลที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวคิดเหล่านี้จะถูกนำไปสู่การวางแผนเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

เวทีธุรกิจไทย-เมียนมาเผยให้เห็นความคึกคักในการเจรจาการค้า
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

เวทีธุรกิจไทย-เมียนมาเผยให้เห็นความคึกคักในการเจรจาการค้า

เวทีธุรกิจระหว่างไทยและเมียนมาเมื่อเร็วๆ นี้ได้ข้อสรุปด้วยรายงานเกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่คึกคักและการมีส่วนร่วมเชิงบวกระหว่างผู้เข้าร่วม

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เวทีธุรกิจไทย-เมียนมาเผยให้เห็นความคึกคักในการเจรจาการค้า

ได้รับการยืนยัน
เวทีธุรกิจไทย-เมียนมาเผยให้เห็นความคึกคักในการเจรจาการค้า

เวทีธุรกิจระหว่างไทยและเมียนมาเมื่อเร็วๆ นี้ได้ข้อสรุปด้วยรายงานเกี่ยวกับการเจรจาการค้าที่คึกคักและการมีส่วนร่วมเชิงบวกระหว่างผู้เข้าร่วม

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 เวทีธุรกิจ 'THAILAND-MYANMAR Business' ได้ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับตัวแทนจากทั้งสองประเทศในการหารือด้านการค้า กิจกรรมดังกล่าวมีลักษณะของความคึกคักในระดับสูง โดยผู้เข้าร่วมได้เจรจาเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าที่มีศักยภาพอย่างแข็งขัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน กิจกรรมทางการค้าที่เพิ่มขึ้นมักมีความสัมพันธ์กับการปรับปรุงด้านโลจิสติกส์ ความพร้อมของสินค้า และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อค่าครองชีพหรือความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน

แม้ว่าเวทีดังกล่าวจะถูกอธิบายว่าประสบความสำเร็จในแง่ของปริมาณการเจรจา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ระยะยาวของการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมใดหรือข้อตกลงทางการค้าใดที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทันทีอันเป็นผลมาจากการหารือเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าทวิภาคีที่จับต้องได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจเวลเนสของไทยพร้อมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เศรษฐกิจเวลเนสของไทยพร้อมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute) ระบุว่าภาคส่วนเวลเนสของไทยคิดเป็น 7.6% ของ GDP ของประเทศในปัจจุบัน โดยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจเวลเนสของไทยพร้อมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
เศรษฐกิจเวลเนสของไทยพร้อมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute) ระบุว่าภาคส่วนเวลเนสของไทยคิดเป็น 7.6% ของ GDP ของประเทศในปัจจุบัน โดยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

ตามรายงานจาก Prachachat Business ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันโกลบอลเวลเนส (GWI) ระบุว่าเศรษฐกิจเวลเนสของไทยในปัจจุบันคิดเป็น 7.6% ของ GDP รวมของประเทศ ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าภาคส่วนนี้มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต เนื่องจากสัดส่วนปัจจุบันของไทยคิดเป็นเพียง 0.6% ของเศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกเท่านั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงการที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและบริการที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพมากขึ้น ในขณะที่ประเทศยังคงบูรณาการด้านเวลเนสเข้ากับกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ผู้มาเยือนอาจได้เห็นการขยายตัวของความหลากหลายและความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ สปา และบริการที่เกี่ยวข้องกับเวลเนสทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังมุ่งมั่นที่จะตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ

แม้ว่าข้อมูลจาก GWI จะให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจของภาคส่วนเวลเนสในปัจจุบัน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการขยายตัวที่คาดการณ์ไว้นี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าภาคส่วนย่อยใดบ้าง เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สถานที่พักผ่อนแบบองค์รวม หรือบริการด้านฟิตเนส ที่จะได้รับเงินลงทุนหรือการพัฒนามากที่สุดในขณะที่กลุ่มเศรษฐกิจนี้เติบโตขึ้น ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือมาเยือนประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

อนุทินตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการแลนด์บริดจ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อนุทินตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการแลนด์บริดจ์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเสนอให้หันไปเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาคแทน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อนุทินตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการแลนด์บริดจ์

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการแลนด์บริดจ์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยเสนอให้หันไปเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาคแทน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของโครงการแลนด์บริดจ์ แทนที่จะให้ความสำคัญกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ข้ามคาบสมุทร อนุทินเสนอว่ารัฐบาลควรหันไปเน้นการทำโครงการ "Missing Link" ให้เสร็จสิ้น และยกระดับท่าเรือระนองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทย การเปลี่ยนจุดเน้นนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญในการพัฒนาภูมิภาค การยกระดับท่าเรือระนองอาจนำไปสู่การปรับปรุงด้านโลจิสติกส์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อกรอบเวลาการพัฒนาด้านการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค นอกจากนี้ อนุทินยังได้ตั้งคำถามถึงกลุ่มผู้คัดค้านโครงการ โดยตั้งข้อสงสัยว่าผู้ที่คัดค้านนั้นเป็นคนในพื้นที่จริงหรือไม่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าท่าทีนี้จะส่งผลต่อแผนงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์อย่างไร จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการปรับเปลี่ยนไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเลือกเหล่านี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะถูกลดความสำคัญลงอย่างเป็นทางการ หรือจะยังคงดำเนินต่อไปควบคู่ไปกับการปรับปรุงท่าเรือที่เสนอไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

เหตุบุกงัดบ้านหรูในประจวบคีรีขันธ์ กวาดทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เหตุบุกงัดบ้านหรูในประจวบคีรีขันธ์ กวาดทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท

นักธุรกิจหญิงและสามีแจ้งความเหตุคนร้ายบุกงัดบ้านพักในอำเภอปราณบุรี โดยคนร้ายได้ยกตู้เซฟที่บรรจุทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เหตุบุกงัดบ้านหรูในประจวบคีรีขันธ์ กวาดทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เหตุบุกงัดบ้านหรูในประจวบคีรีขันธ์ กวาดทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท

นักธุรกิจหญิงและสามีแจ้งความเหตุคนร้ายบุกงัดบ้านพักในอำเภอปราณบุรี โดยคนร้ายได้ยกตู้เซฟที่บรรจุทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายบุกงัดบ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าของบ้านซึ่งเป็นนักธุรกิจหญิงและสามีชาวต่างชาติไม่อยู่บ้านในขณะเกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกพบโดยแม่บ้านที่เข้ามาดูแลบ้านและพบร่องรอยการงัดแงะ เช่น มุ้งลวดที่ถูกตัดและประตูห้องน้ำที่ได้รับความเสียหาย

คนร้ายสามารถยกตู้เซฟที่ยึดติดกับผนังออกไปได้ โดยภายในบรรจุทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนม 14 ใบ เช่น รุ่นของ Louis Vuitton และ Gucci รวมถึงทองคำและนาฬิกาหรู ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และมีการประกาศให้รางวัลนำจับสำหรับผู้ที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่การติดตามทรัพย์สินคืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในที่พักอาศัย โดยเฉพาะบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบหรือห่างไกล แม้ว่าการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ตัวตนของคนร้ายและสถานที่ที่ทรัพย์สินถูกนำไปเก็บไว้นั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสเพื่อติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

ไทยเผยยอดส่งออกครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดส่งออกครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง

การส่งออกของไทยขยายตัว 17.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากภาคเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยยอดส่งออกครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดส่งออกครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง

การส่งออกของไทยขยายตัว 17.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากภาคเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าภาคการส่งออกของไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ข้อมูลทางการระบุว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าการส่งออกรวมสูงถึงเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มการเติบโตนี้มีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงการขยายตัวของปริมาณการค้ากับตลาดสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นถึง 41.1%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลทางเศรษฐกิจเหล่านี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาแห่งความคึกคักทางอุตสาหกรรมภายในประเทศ ภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งมักมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางธุรกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงทิศทางที่เป็นบวกสำหรับเศรษฐกิจระดับชาติ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าครองชีพโดยรวมนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยจับตาดูว่าความแข็งแกร่งในการส่งออกนี้จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 09 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC