ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

สภาพัฒน์ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาพัฒน์ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดมีไว้เพื่อสนับสนุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด

แหล่งข่าวเดียว
สภาพัฒน์ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดมีไว้เพื่อสนับสนุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเน้นย้ำถึงบทบาทในการบริหารจัดการน้ำ

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด โดยมีข้อกล่าวหาว่าโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดหาแหล่งน้ำสำหรับการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเฉพาะ

นายดนุชาชี้แจงว่าวัตถุประสงค์หลักของอ่างเก็บน้ำคือการปรับปรุงระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับภาคเกษตรกรรม ความต้องการทางอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน นอกจากนี้ เขายังระบุว่านายกรัฐมนตรีกำลังเร่งผลักดันโครงการชลประทานขนาดใหญ่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังจากเกิดความล่าช้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในการจัดหาน้ำสำหรับภาคส่วนต่างๆ แต่กรอบเวลาสำหรับการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและกำหนดการก่อสร้างที่ตามมายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางน้ำในระดับภูมิภาคและการใช้ประโยชน์ที่ดินในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:45 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 13 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 13 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,900 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 13 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 13 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,900 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเมื่อเวลา 09.03 น. ตลาดบันทึกราคาเพิ่มขึ้น 50 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,900 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่นและกำลังซื้อ แม้ว่าการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยนี้จะสะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการภายในประเทศ

ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายทองคำควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการอัปเดตอย่างเป็นทางการล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาจะมีความผันผวนอย่างไรในช่วงเวลาที่เหลือของวันซื้อขาย สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในตลาดโลหะมีค่า ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำหรือร้านทองที่ได้รับอนุญาตก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากความผันผวนของตลาดอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท

Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยเน้นการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3.29 ล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท

Lexus Thailand เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยเน้นการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3.29 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Lexus Thailand ได้เปิดตัว Lexus ES รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์รุ่นนี้ถูกนำเสนอภายใต้นิยามใหม่แห่งความหรูหรา ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างความสง่างามและเทคโนโลยีล้ำสมัยในอุตสาหกรรมยานยนต์

รถยนต์รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับการออกแบบภายนอกที่ปรับโฉมใหม่ โดยเน้นแนวคิด 'Spindle Body' อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Lexus ได้ขยายมิติตัวถังของรถให้กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มความโดดเด่นบนท้องถนน โดยมุ่งเน้นไปที่ความโฉบเฉี่ยวและสะดุดตา ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นใหม่นี้อยู่ที่ 3.29 ล้านบาท

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการอัปเดตตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมสำหรับผู้ที่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผู้ที่สนใจรถยนต์หรูอาจพบว่าการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบและการอัปเกรดทางเทคโนโลยีมีความน่าสนใจเมื่อพิจารณาตัวเลือกรถยนต์ในประเทศ

แม้ว่าจะมีการประกาศราคาและปรัชญาการออกแบบแล้ว แต่ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวเลือกเครื่องยนต์ คุณสมบัติภายใน และรุ่นย่อยทั้งหมดที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ผลิตอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกการปรับแต่งและความพร้อมจำหน่ายได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Lexus Thailand

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:45 UTC

กองทุนฟื้นฟูฯ ภาคกลาง เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนฟื้นฟูฯ ภาคกลาง เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ภาคกลาง) จับมือภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนฟื้นฟูฯ ภาคกลาง เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนฟื้นฟูฯ ภาคกลาง เปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ภาคกลาง) จับมือภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ภาคกลาง ได้เริ่มความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับภาคเอกชน โดย ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการภูมิภาคที่ 2 ซึ่งกำกับดูแลองค์กรเกษตรกรใน 26 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ประกาศเปิดตัว 'รูปแบบความสำเร็จทางธุรกิจขององค์กรเกษตรกร' (Farmer Business Model-FBM)

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสำเร็จเชิงพาณิชย์ให้กับองค์กรเกษตรกรในท้องถิ่น โดยการปรับปรุงกระบวนการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและจัดหาวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค การเชื่อมช่องว่างระหว่างเกษตรกรและผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมนี้ กฟก. มุ่งหวังที่จะสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนและทำกำไรได้มากขึ้นสำหรับการผลิตทางการเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สินค้าเกษตรท้องถิ่นที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูงขึ้นในตลาด ซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจระดับภูมิภาค สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความทันสมัยอย่างต่อเนื่องของภาคเกษตรกรรมของไทย ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ของชาติ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรมที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้สำหรับการดำเนินการ FBM อย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความร่วมมือเหล่านี้จะส่งผลต่อการเติบโตที่เป็นรูปธรรมสำหรับชุมชนเกษตรกรในท้องถิ่นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:40 UTC

บีโอไอหารือผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นเดินหน้าขยายฐานการลงทุนต่อเนื่อง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอหารือผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นเดินหน้าขยายฐานการลงทุนต่อเนื่อง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หารือร่วมกับเจโทรและหอการค้าญี่ปุ่น เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นของญี่ปุ่นในการรักษาและขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอหารือผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นเดินหน้าขยายฐานการลงทุนต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอหารือผู้นำธุรกิจญี่ปุ่นเดินหน้าขยายฐานการลงทุนต่อเนื่อง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หารือร่วมกับเจโทรและหอการค้าญี่ปุ่น เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นของญี่ปุ่นในการรักษาและขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้หารือร่วมกับตัวแทนจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้พบกับนายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ และนายคอนโดะ ฮิโรยาซึ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของการลงทุนจากญี่ปุ่นในประเทศไทย

ข้อมูลที่นำเสนอระหว่างการประชุมระบุว่า ในช่วงปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทญี่ปุ่นได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 396,000 ล้านบาท การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตอกย้ำบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญและสร้างความมั่นใจในการขยายฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การลงทุนที่ดำเนินอยู่นี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่มั่นคงสำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งมักจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความระมัดระวัง โดยผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่น 504 แห่งในไทยล่าสุดเผยให้เห็นความกังวลต่อเศรษฐกิจระยะสั้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (DI) ลดลงเหลือ -6 จากระดับ 0 ในช่วงครึ่งปีหลังก่อนหน้า

แม้ความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวจะยังคงแข็งแกร่ง แต่สภาพเศรษฐกิจในระยะสั้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทเหล่านี้จะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อตอบสนองต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

LG ประเทศไทยเผยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เติบโตรับสภาพอากาศร้อนและเทคโนโลยี AI
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

LG ประเทศไทยเผยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เติบโตรับสภาพอากาศร้อนและเทคโนโลยี AI

LG Electronics ประเทศไทย คาดการณ์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ปี 2569 จะมีมูลค่าถึง 8 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากอากาศร้อนที่ยาวนานและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

LG ประเทศไทยเผยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เติบโตรับสภาพอากาศร้อนและเทคโนโลยี AI

แหล่งข่าวเดียว
LG ประเทศไทยเผยตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เติบโตรับสภาพอากาศร้อนและเทคโนโลยี AI

LG Electronics ประเทศไทย คาดการณ์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ปี 2569 จะมีมูลค่าถึง 8 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากอากาศร้อนที่ยาวนานและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ LG ประเทศไทย กล่าวว่า แม้จะมีความกังวลเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ตลาดก็ยังคงมีความแข็งแกร่งเนื่องจากสินค้าเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

LG ประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมของเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ในไทยปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มหลักประกอบด้วยเครื่องปรับอากาศมูลค่าประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท และทีวีมูลค่าประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท บริษัทระบุว่าความต้องการนี้เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนยาวนานและการนำเทคโนโลยี AI มาใช้มากขึ้น ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อมากขึ้น รวมถึงยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพและประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว แนวโน้มนี้สะท้อนถึงตลาดที่มีการแข่งขันสูงในด้านเทคโนโลยีทำความเย็นและความบันเทิงภายในบ้าน LG มียอดขายเติบโต 10% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 8 พันล้านบาท และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายรายปีที่ 1.8 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินโครงการคืนภาษี "ช้อปดีมีคืน" หรือไม่ ซึ่ง LG คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงปลายปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:39 UTC

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าเริ่มกันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าเริ่มกันยายน 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภทลดลงเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าเริ่มกันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าเริ่มกันยายน 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภทลดลงเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เห็นชอบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ กกพ. ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสำหรับผู้ใช้ทุกประเภทจะลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิม 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

การปรับเปลี่ยนนี้เป็นผลมาจากการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าและนิยามของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะแล้ว โดยค่าไฟฟ้าฐานใหม่สำหรับบ้านอยู่อาศัยจะอยู่ที่ 3.69 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันที่ 3.78 บาท เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การปรับลดนี้อาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าต่อเดือนลดลงตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะครอบคลุมมิเตอร์ประเภทบ้านอยู่อาศัย แต่ผลกระทบต่อแต่ละครัวเรือนอาจแตกต่างกันไปตามระดับการใช้ไฟฟ้าและประเภทของมิเตอร์ที่ติดตั้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะปรากฏในใบแจ้งหนี้รายบุคคลอย่างไรเมื่อรอบบิลใหม่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:40 UTC

รองนายกฯ ศุภจี ปฏิเสธข่าวเชื่อมโยงความร่วมมือทางทหารกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ศุภจี ปฏิเสธข่าวเชื่อมโยงความร่วมมือทางทหารกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าไทยกำลังใช้ความร่วมมือทางทหารเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รองนายกฯ ศุภจี ปฏิเสธข่าวเชื่อมโยงความร่วมมือทางทหารกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ศุภจี ปฏิเสธข่าวเชื่อมโยงความร่วมมือทางทหารกับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าไทยกำลังใช้ความร่วมมือทางทหารเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ปฏิเสธรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศอย่างเป็นทางการที่ระบุว่าไทยนำเงื่อนไขด้านการทหารมาใช้ในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online นางศุภจีชี้แจงว่าความร่วมมือทางทหารเป็นกรอบความร่วมมือปกติที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาทางการค้าแต่อย่างใด

ในทางกลับกัน รัฐบาลไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลทางผลประโยชน์ทางการค้า โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการลงทุนจากภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ารวมเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยสร้างงานจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอยู่ระหว่างการเตรียมลงทุนเพิ่มอีกกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าประมาณ 30% ของยอดเกินดุลการค้าของไทยนั้น เกิดจากการส่งออกของบริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ ความคืบหน้าเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่มั่นคง ปัจจุบันสินค้าไทยประมาณ 72% ที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้มาตรการมาตรา 301 และมาตรา 232 โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ นางศุภจีมีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อหารือทางเทคนิคในการสรุปสถานะของสินค้าอีก 28% ที่ยังคงเสียภาษีอยู่ โดยผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจาจะได้รับการยืนยันหลังจากการเยือนครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

กรมชลประทานทุ่มงบ 400 ล้านบาท ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานทุ่มงบ 400 ล้านบาท ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา

กรมชลประทานประกาศโครงการงบประมาณ 400 ล้านบาทเพื่อซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันน้ำท่วม แม้ชาวบ้านในพื้นที่จะแสดงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมชลประทานทุ่มงบ 400 ล้านบาท ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานทุ่มงบ 400 ล้านบาท ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา

กรมชลประทานประกาศโครงการงบประมาณ 400 ล้านบาทเพื่อซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันน้ำท่วม แม้ชาวบ้านในพื้นที่จะแสดงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมชลประทานได้ประกาศโครงการมูลค่า 400 ล้านบาทเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนศักยภาพในการระบายน้ำให้เต็มที่ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูมรสุมที่จะถึงนี้ในภาคใต้ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คาดว่าจะมีการลงนามในสัญญาในวันที่ 18 สิงหาคม 2569

งานที่วางแผนไว้ประกอบด้วยการซ่อมแซมแผ่นคอนกรีตและโครงสร้างต่างๆ การเสริมความแข็งแรงของอาคารประกอบ การปรับปรุงถนนเลียบคลอง และการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณกว่า 821 ล้านบาทให้กับ 66 โครงการในจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการน้ำท่วม ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลว่างานอาจไม่เสร็จทันช่วงมรสุม โดยเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักซ้ำรอยปี 2568 แม้ว่ากรมชลประทานจะตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 แต่กำหนดการจริงยังคงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการก่อสร้างหลังจากการลงนามในสัญญา นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในท้องถิ่นในช่วงฤดูมรสุม เนื่องจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานลักษณะนี้อาจมีความล่าช้าเกิดขึ้นได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

นักลงทุนสาวชาวจีนถูกแฉพฤติกรรมคุกคามในกองถ่ายซีรีส์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักลงทุนสาวชาวจีนถูกแฉพฤติกรรมคุกคามในกองถ่ายซีรีส์

นักลงทุนสาวชาวจีนผู้มั่งคั่งกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางวิชาชีพ หลังจากมีรายงานว่าเธอสั่งเพิ่มฉากโรแมนติกเกินความจำเป็นในซีรีส์ 50 ตอนที่เธอเป็นผู้ลงทุน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักลงทุนสาวชาวจีนถูกแฉพฤติกรรมคุกคามในกองถ่ายซีรีส์

แหล่งข่าวเดียว
นักลงทุนสาวชาวจีนถูกแฉพฤติกรรมคุกคามในกองถ่ายซีรีส์

นักลงทุนสาวชาวจีนผู้มั่งคั่งกำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางวิชาชีพ หลังจากมีรายงานว่าเธอสั่งเพิ่มฉากโรแมนติกเกินความจำเป็นในซีรีส์ 50 ตอนที่เธอเป็นผู้ลงทุน

ตามรายงานจาก Khaosod Online นักแสดงหนุ่มวัย 23 ปี ชื่อ จง อวี่เฟย ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเขาถูกนักลงทุนสาวชาวจีนผู้มั่งคั่งคุกคามระหว่างการถ่ายทำซีรีส์สั้นความยาว 50 ตอน โดยนักลงทุนรายนี้ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนเพียงรายเดียวของโครงการ ได้ตั้งเงื่อนไขว่าเธอต้องได้รับบทนางเอกและมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับบทละคร

จงเล่าว่านักลงทุนรายนี้ยืนกรานให้เพิ่มฉากจูบมากกว่า 60 ซีน โดยไม่สนใจคำทักท้วงจากผู้กำกับและทีมงานเกี่ยวกับจังหวะของเรื่อง นักแสดงหนุ่มบรรยายถึงประสบการณ์ที่น่าอึดอัดใจในฉากโรแมนติกฉากแรก โดยกล่าวหาว่านักลงทุนรายนี้จูบเขาอย่างรุนแรงและใช้กำลังรั้งตัวเขาไว้เมื่อเขาพยายามถอยออกไป นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเธอได้ปฏิเสธคำแนะนำจากมืออาชีพโดยอ้างว่าเธอมีความรู้ในแนวซีรีส์สั้นดีกว่าทีมงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในอุตสาหกรรมบันเทิงระดับภูมิภาค เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความท้าทายทางจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นในตลาดคอนเทนต์รูปแบบสั้นที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเรื่องราวนี้จะได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดียของจีน แต่ยังคงต้องยืนยันว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนักลงทุนรายนี้หรือไม่ หรือการผลิตจะถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ในขณะนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับพลวัตของอำนาจในการผลิตสื่ออิสระ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

ไทยย้ำไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยย้ำไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ไทยชี้แจงชัดเจนว่าจะไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นข้อต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยย้ำไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยย้ำไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ไทยชี้แจงชัดเจนว่าจะไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นข้อต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คุณศุภจี ตัวแทนจากฝ่ายไทยได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยจะไม่นำความร่วมมือทางทหารมาเป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยจุดยืนนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาความชัดเจนในการแยกแยะระหว่างความร่วมมือด้านความมั่นคงและนโยบายทางเศรษฐกิจ

คุณศุภจีมีกำหนดการเดินทางไปสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้เพื่อเข้าร่วมการเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการ โดยเป้าหมายหลักของการเจรจาคือการผลักดันให้มีการลดภาษีสำหรับสินค้าไทยจำนวน 28% ที่ปัจจุบันยังคงเผชิญกับอุปสรรคทางการค้า การแยกวาระด้านทหารและเศรษฐกิจออกจากกันนี้ รัฐบาลไทยหวังว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่โปร่งใสยิ่งขึ้นกับสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้านำเข้าในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการเจรจายังคงมีความไม่แน่นอน แม้เป้าหมายคือการลดภาษีสำหรับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทย แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้หรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการประชุมในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเพื่อดูว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะบรรลุผลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยในเดือนกรกฎาคมต่ำสุดในรอบ 3 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยในเดือนกรกฎาคมต่ำสุดในรอบ 3 ปี

หอการค้าไทยรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน โดยระบุถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอและภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยในเดือนกรกฎาคมต่ำสุดในรอบ 3 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยในเดือนกรกฎาคมต่ำสุดในรอบ 3 ปี

หอการค้าไทยรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน โดยระบุถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอและภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand หอการค้าไทย (TCC) ประกาศว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 41.5 แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1 จุดจากเดือนก่อนหน้า แต่ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 35 เดือน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าแนวโน้มนี้เกิดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้าและการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ไม่โดดเด่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายหลายประการ ได้แก่ กำลังซื้อที่เปราะบางเนื่องจากรายได้ที่หยุดนิ่ง หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสินค้าและธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคค้าปลีกและร้านอาหาร นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและน้ำมันกำลังบีบอัตรากำไรและทำให้การเข้าถึงสินเชื่อทำได้ยากขึ้น ในอนาคต ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจคาดการณ์ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะยังคงยากลำบากไปจนถึงสิ้นปีในภาคส่วนต่างๆ เช่น เกษตรกรรม การค้า และอุตสาหกรรม

ในทางกลับกัน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นจาก 50.7 เป็น 51.8 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตร แม้ว่าสิ่งนี้จะให้ความหวังเล็กน้อยสำหรับการบริโภคในท้องถิ่น แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมยังคงต้องระมัดระวัง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะคงอยู่ยาวนานเพียงใด และมาตรการของรัฐบาลจะเพียงพอที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวในวงกว้างก่อนสิ้นปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

ไทยมุ่งสู่โมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งสู่โมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy)

ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวข้ามกรอบ ESG แบบเดิมเพื่อนำโมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' มาใช้ในการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยมุ่งสู่โมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งสู่โมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy)

ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวข้ามกรอบ ESG แบบเดิมเพื่อนำโมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' มาใช้ในการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ภาคธุรกิจของไทยกำลังพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน แม้ว่าเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จะเป็นมาตรฐานความรับผิดชอบต่อองค์กรมาอย่างยาวนาน แต่สภาพเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังผลักดันให้องค์กรต่างๆ ก้าวไปสู่โมเดล 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy) ซึ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในองค์กรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนผ่านนี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการดำเนินงานของบริษัทใหญ่ๆ ในไทย เนื่องจากองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างมากกว่าการปฏิบัติตามเกณฑ์ ESG เพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการสร้างแบรนด์ การให้บริการ และความพร้อมของผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน วิวัฒนาการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับเศรษฐกิจของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว

สิ่งที่ยังต้องติดตามคือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้ และวิธีการที่แต่ละภาคส่วนจะดำเนินการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว แม้ว่าแนวคิด 'เศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน' จะได้รับความสนใจในฐานะกรอบกลยุทธ์ แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคและเศรษฐกิจในภาพรวมนั้น ขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งของการปฏิรูปที่ภาคเอกชนนำมาใช้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงขององค์กรเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ต่อประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:46 UTC

ไทยสำรวจกลยุทธ์ 'Beyond ESG' เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยสำรวจกลยุทธ์ 'Beyond ESG' เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจจัดสัมมนาเพื่อหารือว่าประเทศไทยจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกด้านพลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ และทุนมนุษย์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยสำรวจกลยุทธ์ 'Beyond ESG' เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยสำรวจกลยุทธ์ 'Beyond ESG' เพื่อการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจจัดสัมมนาเพื่อหารือว่าประเทศไทยจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกด้านพลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ และทุนมนุษย์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 Khaosod Online รายงานว่า ประชาชาติธุรกิจได้จัดงานสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ 'Beyond ESG: Thailand Transition' เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยงานนี้มุ่งเน้นไปที่การก้าวข้ามแนวคิด ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) แบบดั้งเดิม ไปสู่ 'เศรษฐกิจแห่งการเปลี่ยนผ่าน' (Transition Economy)

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก รวมถึงผู้กำหนดนโยบาย เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ได้มารวมตัวกันเพื่อหารือว่าประเทศไทยจะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่รวดเร็วได้อย่างไร เป้าหมายหลักคือการระบุการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกที่ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ และความต้องการด้านทุนมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป การอภิปรายมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดทำแผนงานสำหรับประเทศไทยในการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจและก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ของประเทศในการปรับปรุงให้ทันสมัยในระยะยาว แม้ว่างานสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และประสบการณ์ แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าการอภิปรายระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือกฎระเบียบขององค์กรที่เฉพาะเจาะจงและนำไปใช้ได้จริงอย่างไร งานนี้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่แค่เรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยจะไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากการหารือเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

จับกุมนักลงทุนจีนในกรุงเทพฯ หลังถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงิน 50 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จับกุมนักลงทุนจีนในกรุงเทพฯ หลังถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงิน 50 ล้านบาท

ทางการไทยได้ควบคุมตัวชาวจีนรายหนึ่งในเขตห้วยขวาง หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินมูลค่า 50 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จับกุมนักลงทุนจีนในกรุงเทพฯ หลังถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงิน 50 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมนักลงทุนจีนในกรุงเทพฯ หลังถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงิน 50 ล้านบาท

ทางการไทยได้ควบคุมตัวชาวจีนรายหนึ่งในเขตห้วยขวาง หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินมูลค่า 50 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยได้เข้าจับกุมนักลงทุนชาวจีนที่ระบุชื่อว่า 'อาชน' ภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงทางการเงินมูลค่า 50 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการตรวจสอบและจัดการกับอาชญากรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แม้ว่าการจับกุมจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการสืบสวน แต่คดียังคงอยู่ในระยะเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ผู้ต้องสงสัยมีสิทธิ์ได้รับกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของแผนการลงทุนหรือผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างครบถ้วนจากทางเจ้าหน้าที่

ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนักลงทุนรายอื่น ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยควรตระหนักว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นยังคงติดตามบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางการเงินขนาดใหญ่อย่างจริงจัง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการทางศาลและข้อหาเฉพาะที่ยื่นฟ้องต่อผู้ต้องสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:55 UTC

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 สุดหายาก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 สุดหายาก

กรมธนารักษ์เปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี 2533 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 สุดหายาก

แหล่งข่าวเดียว
กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 สุดหายาก

กรมธนารักษ์เปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี 2533 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมธนารักษ์ได้เปิดการประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 'Treasury Coin Market' ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยไฮไลท์สำคัญคือการประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักสะสมว่าเป็นเหรียญที่มีความหายากและทรงคุณค่า

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านเหรียญกษาปณ์ การประมูลครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการครอบครองส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เงินตราไทย โดยกรมธนารักษ์ได้กำหนดตารางเวลาการเข้าร่วมประมูลไว้ดังนี้: ผู้ที่สนใจต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกผ่านเว็บไซต์ Treasury Coin Market ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมจะต้องวางเงินประกันภายในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

กระบวนการประมูลจริงจะเริ่มขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แม้ว่าความหายากของเหรียญปี 2533 จะเป็นที่ยอมรับในหมู่นักสะสม แต่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของ Treasury Coin Market เกี่ยวกับราคาเริ่มต้นและเงื่อนไขการประมูลขั้นสุดท้าย เนื่องจากเป็นการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น การทำธุรกรรมและการลงทะเบียนทั้งหมดจะต้องดำเนินการผ่านระบบของทางราชการเพื่อให้ถือว่าถูกต้องตามกฎระเบียบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC

พริษฐ์จี้ กกต. แจงปมโอนเงิน 8.6 แสนบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พริษฐ์จี้ กกต. แจงปมโอนเงิน 8.6 แสนบาท

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจงกรณีการยกคำร้องเกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน 8.6 แสนบาท ที่เกี่ยวข้องกับ สุขสมรวย วันทนียกุล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พริษฐ์จี้ กกต. แจงปมโอนเงิน 8.6 แสนบาท

แหล่งข่าวเดียว
พริษฐ์จี้ กกต. แจงปมโอนเงิน 8.6 แสนบาท

พริษฐ์ วัชรสินธุ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจงกรณีการยกคำร้องเกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน 8.6 แสนบาท ที่เกี่ยวข้องกับ สุขสมรวย วันทนียกุล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจยกคำร้องในคดีของ สุขสมรวย วันทนียกุล โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโอนเงินจำนวน 860,000 บาท ซึ่งพริษฐ์ได้ตั้งข้อสังเกตเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาของการทำธุรกรรมดังกล่าว

พริษฐ์ต้องการความโปร่งใสว่าเหตุใด กกต. จึงตัดสินใจยกคำร้อง โดยตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจดังกล่าว การสอบถามครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการระดมทุนทางการเมืองและการกำกับดูแลของ กกต. ที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายทางการเมืองที่เข้มข้นในประเทศไทย แม้ว่าความท้าทายทางปกครองและกฎหมายเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย แต่แทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนหรือเสถียรภาพโดยรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการปกครองท้องถิ่นอาจต้องการติดตามการตอบกลับของ กกต. ต่อคำขอของพริษฐ์ ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน กกต. ยังไม่ได้ให้คำชี้แจงอย่างละเอียดต่อสาธารณะในประเด็นดังกล่าว และสถานะสุดท้ายของคดียังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:55 UTC

ไทยประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ เริ่ม ก.ย. 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ เริ่ม ก.ย. 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ โดยปรับลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ เริ่ม ก.ย. 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ เริ่ม ก.ย. 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยใหม่ โดยปรับลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เห็นชอบโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับผู้ใช้ประเภทบ้านอยู่อาศัยอย่างเป็นทางการ โดย ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการฯ ประกาศว่าอัตราใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจะลดลงจากปัจจุบันที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย จุดเด่นสำคัญของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือการเพิ่มโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย โดยหน่วยการใช้ไฟฟ้าช่วงแรกจะมีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภครายเดือนลงเล็กน้อย แม้ว่าการลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะเป็นผลดีต่อการบริหารจัดการงบประมาณครัวเรือน แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อบิลค่าไฟฟ้าของแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือนและรายละเอียดการบังคับใช้ระบบราคาแบบขั้นบันได ทั้งนี้ รายละเอียดที่ชัดเจนของช่วงการใช้ไฟฟ้าในระดับถัดไปนอกเหนือจากหน่วยเริ่มต้นนั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติม ผู้ใช้ไฟฟ้าควรติดตามใบแจ้งค่าไฟฟ้าของตนเองตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อดูผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อการใช้พลังงานของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:02 UTC