ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

SCB WEALTH จัดสัมมนาเจาะลึกกลยุทธ์รับมือความผันผวนของตลาดในยุคใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCB WEALTH จัดสัมมนาเจาะลึกกลยุทธ์รับมือความผันผวนของตลาดในยุคใหม่

SCB WEALTH จัดงานสัมมนาการลงทุนในหัวข้อ 'The New Market Regime' เพื่อนำเสนอกลยุทธ์ 'One Smart Wealth' สำหรับการบริหารจัดการความมั่งคั่งท่ามกลางความผันผวนทางการเงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCB WEALTH จัดสัมมนาเจาะลึกกลยุทธ์รับมือความผันผวนของตลาดในยุคใหม่

แหล่งข่าวเดียว
SCB WEALTH จัดสัมมนาเจาะลึกกลยุทธ์รับมือความผันผวนของตลาดในยุคใหม่

SCB WEALTH จัดงานสัมมนาการลงทุนในหัวข้อ 'The New Market Regime' เพื่อนำเสนอกลยุทธ์ 'One Smart Wealth' สำหรับการบริหารจัดการความมั่งคั่งท่ามกลางความผันผวนทางการเงิน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า SCB WEALTH ร่วมกับ SCBAM, InnovestX และพันธมิตรด้านการลงทุนระดับโลก ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “SCB WEALTH INVESTMENT OUTLOOK: THE NEW MARKET REGIME – Turning Uncertainty into Opportunity” โดยมุ่งเน้นการให้มุมมองทางเศรษฐกิจและแนวทางการรับมือกับความผันผวนของตลาดในยุคปัจจุบัน

ภายในงานได้มีการนำเสนอกลยุทธ์ “One Smart Wealth” ซึ่งนางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย ผู้บริหารสายงาน Wealth Business ของธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าแนวทางนี้มุ่งเน้นการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม โดยผสานศักยภาพของกลุ่ม SCBX และพันธมิตรระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน กลยุทธ์ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับเป้าหมายชีวิตของลูกค้าแต่ละราย โดยครอบคลุมบริการทางการเงินที่หลากหลาย ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ การลงทุน และประกันภัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แม้ว่างานสัมมนาจะให้กรอบแนวคิดในการบริหารความมั่งคั่งแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามผลลัพธ์ของกลยุทธ์เหล่านี้ในระยะยาวท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ งานดังกล่าวตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจ โดยเน้นการปกป้องและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์การลงทุนเหล่านี้ไปใช้สำหรับลูกค้าแต่ละราย คาดว่าจะมีการชี้แจงผ่านการให้คำปรึกษาโดยตรงกับทางธนาคารต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) ชูประเด็น Well-being ของพนักงานเป็นกลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) ชูประเด็น Well-being ของพนักงานเป็นกลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจาก AI และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) กำลังปรับกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อมุ่งเน้นสุขภาวะที่ดีของพนักงานในทุกบทบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) ชูประเด็น Well-being ของพนักงานเป็นกลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) ชูประเด็น Well-being ของพนักงานเป็นกลยุทธ์สำคัญทางธุรกิจ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจาก AI และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) กำลังปรับกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อมุ่งเน้นสุขภาวะที่ดีของพนักงานในทุกบทบาท

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) กำลังรับมือกับความท้าทายจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ด้วยการปรับนิยามใหม่ในการดูแลสุขภาวะ (Well-being) ของพนักงาน ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน องค์กรต่างๆ กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการจัดการกับภาวะหมดไฟ (Burnout) และการรักษาสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน

BG ระบุว่าแรงงานในปัจจุบันประกอบด้วยคนหลายเจเนอเรชัน โดยพนักงานรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและการเรียนรู้ ในขณะที่พนักงานที่มีประสบการณ์ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและการเติบโตในสายอาชีพ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่อย่าง BG ซึ่งมีบุคลากรหลากหลายบทบาท ตั้งแต่พนักงานสายการผลิต วิศวกร นักวิจัย ไปจนถึงพนักงานสำนักงาน ความท้าทายคือการออกแบบระบบที่รองรับความต้องการที่แตกต่างกันเหล่านี้ บริษัทเน้นย้ำว่า Well-being ไม่ได้หมายถึงเพียงสวัสดิการพื้นฐานอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ การออกแบบสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจที่ดีจะช่วยให้พนักงานมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและมืออาชีพในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวโน้มในภาคธุรกิจท้องถิ่นที่การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้ว่า BG จะระบุถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์นี้ แต่รายละเอียดของกลไกและนโยบายใหม่ที่บริษัทจะนำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงานนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศของไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศของไทยปรับตัวลดลง 350 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในประเทศ โดยราคาลดลง 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ตามข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสมาคมเมื่อเวลา 09.03 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทองรูปพรรณมีการขายออกอยู่ที่บาทละ 68,350 บาท ในขณะที่ราคารับซื้อทองคำแท่ง 96.5% อยู่ที่บาทละ 67,350 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่น แม้ว่าการปรับราคาครั้งนี้จะสะท้อนถึงการประเมินมูลค่าตลาดในปัจจุบันที่สมาคมจัดทำขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาขายปลีกในร้านทองแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและนโยบายเฉพาะของแต่ละร้าน

เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตราคาตลาดรายวัน แนวโน้มระยะยาวของราคาทองคำยังคงขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดโลกและสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่น ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงผ่านสมาคมค้าทองคำหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการตามความเคลื่อนไหวของตลาดระหว่างประเทศ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจเฉพาะที่ส่งผลให้เกิดการปรับตัวลดลงในวันนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าช่วงปลายปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าช่วงปลายปี 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟฟ้าที่ 3.86 บาทต่อหน่วย สำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าช่วงปลายปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศลดค่าไฟฟ้าช่วงปลายปี 2569

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟฟ้าที่ 3.86 บาทต่อหน่วย สำหรับงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สรุปค่าไฟฟ้าสำหรับช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569

การปรับเปลี่ยนนี้เป็นผลมาจากการปรับค่าไฟฟ้าฐานใหม่ ซึ่งลดลง 9 สตางค์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคลงเล็กน้อยในช่วงที่เหลือของปี ค่าไฟฟ้าที่ลดลงอาจช่วยให้การจัดการค่าครองชีพง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ดูแลค่าใช้จ่ายในครัวเรือนหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เป็นหลัก

แม้ว่าอัตรานี้จะได้รับการยืนยันสำหรับช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการกำหนดราคาไฟฟ้าในประเทศไทยนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาทบทวนเป็นระยะโดย กกพ. ตามต้นทุนเชื้อเพลิงและปัจจัยทางเศรษฐกิจ ผู้ใช้ไฟฟ้าควรตรวจสอบใบแจ้งหนี้รายเดือนเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ไฟฟ้าจริงอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมสำหรับปีถัดไป และขอแนะนำให้ผู้บริโภคติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลหรือสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC

ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยต่ำสุดในรอบ 35 เดือน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยต่ำสุดในรอบ 35 เดือน

ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในประเทศไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแทรกแซง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยต่ำสุดในรอบ 35 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยต่ำสุดในรอบ 35 เดือน

ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในประเทศไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแทรกแซง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทยได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 35 เดือน แม้ว่าจะมีความพยายามผ่านโครงการ 'ไทยช่วยไทย' เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น แต่ดัชนีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

หอการค้าได้เรียกร้องให้รัฐบาลอัดฉีดเงินทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมต่อธุรกิจในประเทศ ความกังวลหลักคือหากปราศจากการสนับสนุนทางการคลังที่เพียงพอ ธุรกิจในประเทศอาจประสบปัญหาในการแข่งขันกับกิจการที่มีทุนต่างชาติหนุนหลังซึ่งดำเนินงานอยู่ในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาวะทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่ซบเซาในภาคการค้าปลีกและบริการในท้องถิ่น แม้ว่าโครงการ 'ไทยช่วยไทย' จะยังคงดำเนินการอยู่ แต่ผลกระทบยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นแนวโน้มความเชื่อมั่นที่ลดลงในภาพรวมได้

ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องการอัดฉีดเงินทุนอย่างไร และจะมีการนำนโยบายทางการคลังใหม่ๆ มาใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อมูลเศรษฐกิจรายไตรมาสที่จะถึงนี้จะสะท้อนถึงความกังวลเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีปัจจัยพื้นฐานอื่นใดที่อาจนำไปสู่การฟื้นตัวในระยะสั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:37 UTC

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' มุ่งกระตุ้นการค้ามันสำปะหลังระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' มุ่งกระตุ้นการค้ามันสำปะหลังระดับโลก

กระทรวงพาณิชย์จัดงานจับคู่ธุรกิจโดยตั้งเป้ายอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมูลค่า 2.6 พันล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' มุ่งกระตุ้นการค้ามันสำปะหลังระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' มุ่งกระตุ้นการค้ามันสำปะหลังระดับโลก

กระทรวงพาณิชย์จัดงานจับคู่ธุรกิจโดยตั้งเป้ายอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมูลค่า 2.6 พันล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้เปิดตัวงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ซึ่งเป็นโครงการเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และคู่ค้าจากต่างประเทศ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่างานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย งานนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของประเทศในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่มีมูลค่าสูง โครงการนี้สอดคล้องกับ 'โมเดล BCG' (เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว) โดยเน้นที่การผลิตอย่างยั่งยืน การลดรอยเท้าคาร์บอน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ด้วยการมุ่งเน้นที่ความโปร่งใสและมาตรฐานสากล รัฐบาลตั้งเป้าที่จะรักษาตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ในอนาคตของอุตสาหกรรมโลก

แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะสร้างยอดสั่งซื้อทางการค้าได้ประมาณ 2.6 พันล้านบาทผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเหล่านี้ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริงยังคงต้องรอการยืนยันหลังจากงานสิ้นสุดลงและมีการสรุปสัญญาต่างๆ ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการปรับปรุงการส่งออกสินค้าเกษตรให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:37 UTC

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ดันมูลค่าตลาดมันสำปะหลังสู่ระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ดันมูลค่าตลาดมันสำปะหลังสู่ระดับโลก

กรมการค้าต่างประเทศเปิดตัวงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' เพื่อสร้างโอกาสในการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมูลค่า 2,600 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ดันมูลค่าตลาดมันสำปะหลังสู่ระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ดันมูลค่าตลาดมันสำปะหลังสู่ระดับโลก

กรมการค้าต่างประเทศเปิดตัวงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' เพื่อสร้างโอกาสในการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมูลค่า 2,600 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เปิดตัวงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ซึ่งเป็นโครงการเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ ผู้นำภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs และคู่ค้าจากต่างประเทศเข้าด้วยกัน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่างานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและมุมมองด้านการตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่การแปรรูปทางการเกษตรที่มีมูลค่าสูง รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับ 'โมเดล BCG' (เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งมุ่งเน้นที่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และการลดคาร์บอน ความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ซื้อทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์

แม้ว่างานนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างคำสั่งซื้อจากต่างประเทศประมาณ 2,600 ล้านบาท แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป โครงการนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการบูรณาการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเข้าสู่ตลาดโลกที่มุ่งเน้นอนาคต จนถึงขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำสั่งซื้อที่คาดการณ์ไว้และกรอบเวลาในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนเหล่านี้ยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าความพยายามในการสร้างเครือข่ายเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้าที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และการมุ่งเน้นที่การผลิตสีเขียวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของมันสำปะหลังไทยในเวทีระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

เซ็นทรัลพัฒนาเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เซ็นทรัลพัฒนาเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง

เซ็นทรัลพัฒนาประกาศการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ในธุรกิจหลัก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เซ็นทรัลพัฒนาเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลพัฒนาเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง

เซ็นทรัลพัฒนาประกาศการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ในธุรกิจหลัก

ตามรายงานจาก Thai Post เซ็นทรัลพัฒนาได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยเน้นย้ำถึงช่วงเวลาแห่งการเติบโตที่สำคัญ บริษัทระบุว่าการดำเนินธุรกิจหลักได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการขยายตัวในทุกหน่วยธุรกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการดำเนินงานนี้มีความสำคัญเนื่องจากเซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้ดำเนินงานศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสที่สำคัญหลายแห่งในประเทศ ความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างต่อเนื่องของบริษัทบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่มั่นคงสำหรับการบำรุงรักษาและการขยายตัวที่อาจเกิดขึ้นของศูนย์การค้าและแหล่งไลฟ์สไตล์ยอดนิยมเหล่านี้ ในขณะที่บริษัทเดินหน้าตามกลยุทธ์ในการสร้าง "แลนด์มาร์กแห่งอนาคต" แห่งใหม่ ผู้มาเยือนสามารถคาดหวังได้ว่าจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านคุณภาพและความหลากหลายของบริการที่นำเสนอในสถานที่เหล่านี้

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการพัฒนาในอนาคต แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่หรือกรอบเวลาสำหรับ "แลนด์มาร์ก" เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะรอติดตามประกาศเพิ่มเติมว่าตัวเลขการเติบโตเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในโครงการเฉพาะหรือการปรับปรุงใหม่ๆ อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

แสนสิริประกาศโครงการพัฒนาพื้นที่ 1.1 หมื่นล้านบาทบนถนนราชพฤกษ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริประกาศโครงการพัฒนาพื้นที่ 1.1 หมื่นล้านบาทบนถนนราชพฤกษ์

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริกำลังเปิดตัวโครงการชุมชนขนาดใหญ่ 1,000 ไร่ บนถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ โดยจะเริ่มเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 3 แห่งในเดือนกันยายนนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริประกาศโครงการพัฒนาพื้นที่ 1.1 หมื่นล้านบาทบนถนนราชพฤกษ์

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริประกาศโครงการพัฒนาพื้นที่ 1.1 หมื่นล้านบาทบนถนนราชพฤกษ์

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริกำลังเปิดตัวโครงการชุมชนขนาดใหญ่ 1,000 ไร่ บนถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ โดยจะเริ่มเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 3 แห่งในเดือนกันยายนนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทอสังหาริมทรัพย์แสนสิริได้ประกาศการลงทุนมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทเพื่อพลิกโฉมพื้นที่ 'ราชพฤกษ์ตัดใหม่' โดยบริษัทวางแผนที่จะพัฒนาชุมชนขนาด 1,000 ไร่ เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอในภูมิภาคนี้ให้ครบ 11 โครงการ

นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบของแสนสิริ เปิดเผยว่าบริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพที่สำคัญในทำเลนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานดังกล่าว แสนสิริมีกำหนดเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใหม่ 3 แห่งในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งครอบคลุมหลากหลายเซ็กเมนต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่กำลังพิจารณาย้ายเข้ามาในพื้นที่นี้ การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นสัญญาณของการขยายตัวครั้งใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานและตัวเลือกที่อยู่อาศัยในเขตชานเมืองฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ การเข้ามาของที่อยู่อาศัยใหม่และสิ่งอำนวยความสะดวกในชุมชนอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของบริการในท้องถิ่นและการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อที่มีศักยภาพและผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่า แม้โครงการ 3 แห่งแรกจะมีกำหนดเปิดตัวในเดือนกันยายน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาในระยะยาวสำหรับการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ไร่ และลักษณะเฉพาะของสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ภายในชุมชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากแสนสิริเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดและความพร้อมของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:00 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ '1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ '1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดตัวโครงการฝึกอบรมช่างไฟฟ้าในท้องถิ่นจำนวน 3,000 คน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ '1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ '1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดตัวโครงการฝึกอบรมช่างไฟฟ้าในท้องถิ่นจำนวน 3,000 คน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวของไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เดินหน้าโครงการ '1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า' โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกอบรมช่างเทคนิคที่มีทักษะจำนวน 3,000 คนทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานบริการซ่อมบำรุงไฟฟ้าในระดับชุมชน ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง โดยการส่งเสริมความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น รัฐบาลตั้งเป้าที่จะลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านพลังงานที่ยั่งยืน

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายจำนวนช่างที่จะได้รับการฝึกอบรมไว้อย่างชัดเจน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาสำหรับการเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในทุกจังหวัด และเกณฑ์เฉพาะสำหรับประชาชนในการเข้าถึงช่างไฟฟ้าท้องถิ่นที่ผ่านการรับรองเหล่านี้ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดทั้งหมด ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบูรณาการช่างเทคนิคเหล่านี้เข้ากับเครือข่ายสนับสนุนของระบบไฟฟ้าแห่งชาติ ผู้ที่สนใจผลกระทบของโครงการต่อบริการสาธารณูปโภคในท้องถิ่นควรติดตามการอัปเดตจาก กฟภ. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

แสนสิริประกาศขยายโครงการมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทในราชพฤกษ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริประกาศขยายโครงการมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทในราชพฤกษ์

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสนสิริกำลังขยายพื้นที่อยู่อาศัยในย่านราชพฤกษ์ด้วยการลงทุนมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริประกาศขยายโครงการมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทในราชพฤกษ์

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริประกาศขยายโครงการมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาทในราชพฤกษ์

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสนสิริกำลังขยายพื้นที่อยู่อาศัยในย่านราชพฤกษ์ด้วยการลงทุนมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสนสิริกำลังขยายการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญในพื้นที่ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ โดยบริษัทได้ประกาศการลงทุนมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาทเพื่อพัฒนา 'Sansiri New Ratchapruek Community' ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่

นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการแนวราบของแสนสิริ เปิดเผยว่าบริษัทได้เล็งเห็นศักยภาพการเติบโตของถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่มาตั้งแต่ต้น โดยปัจจุบันได้รองรับลูกบ้านไปแล้วกว่า 2,000 ครอบครัว และขณะนี้กำลังเดินหน้าซื้อที่ดินผืนใหญ่เพื่อสร้างระบบนิเวศที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ แสนสิริมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ ได้แก่ เมเบิล, อณาสิริ และสิริ เพลส ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่กำลังพิจารณาย้ายเข้ามาในพื้นที่นี้ การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นสัญญาณของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนตามแนวถนนราชพฤกษ์และกรุงเทพฯ-ปทุมธานี แม้ว่าผู้พัฒนาจะยืนยันมูลค่าการลงทุนและการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้ง 3 แห่งแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่ชัดของเฟสต่างๆ ในอนาคตภายในพื้นที่ 1,000 ไร่ และกรอบเวลาในระยะยาวสำหรับระบบนิเวศทั้งหมดนั้นยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ การขยายตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของความเป็นเมืองในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบการจราจรในท้องถิ่นและความพร้อมของบริการต่างๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:59 UTC

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์อุตสาหกรรมใหม่เพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์อุตสาหกรรมใหม่เพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังฟื้นฟูภาคการผลิตของไทยโดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์และการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะมาถึง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวกลยุทธ์อุตสาหกรรมใหม่เพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวกลยุทธ์อุตสาหกรรมใหม่เพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังฟื้นฟูภาคการผลิตของไทยโดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์และการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ นางสาวศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยนโยบายใหม่ที่มุ่งปรับโครงสร้างฐานอุตสาหกรรมของไทยให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ 'Made in Thailand' ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้มากขึ้น

กลยุทธ์ดังกล่าวตั้งเป้าไปที่ 3 อุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์หลัก ได้แก่ การป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้ รัฐบาลยังตั้งใจที่จะส่งเสริมการเติบโตในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและยั่งยืน รวมถึงพลังงานชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และโฟโตนิกส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในท้องถิ่นและการผลักดันให้เกิดศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ โดยรัฐบาลมีกำหนดจะเริ่มการเจรจาทางการค้าเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีกับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการเข้าถึงตลาดสำหรับภาคส่วนเหล่านี้ในอนาคต

แม้ว่ากรอบนโยบายจะถูกกำหนดไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการเจรจาภาษีและกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปลี่ยนแปลงในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างและความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:00 UTC

SAWAD เผยผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SAWAD เผยผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศกำไรสุทธิ 1,548 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งถือเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SAWAD เผยผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
SAWAD เผยผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศกำไรสุทธิ 1,548 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งถือเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 6

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่บริษัทมีการเติบโต

สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทรายงานกำไรสุทธิรวม 3,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยบริษัทระบุว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานทางการเงินดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารในท้องถิ่น ซึ่งยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์สินเชื่อผู้บริโภค แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงสถานะทางการเงินภายในของบริษัท แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การให้สินเชื่อสำหรับลูกค้าแต่ละราย ในขณะที่บริษัทยังคงขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์อาจรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมว่าแนวโน้มการเติบโตเหล่านี้ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการทั่วประเทศอย่างไร ความยั่งยืนในระยะยาวของแนวโน้มการเติบโตนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:00 UTC

AP Thailand เผยยอดขาย 7 เดือนแรกแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

AP Thailand เผยยอดขาย 7 เดือนแรกแข็งแกร่ง

AP Thailand ประกาศยอดขาย 2.797 หมื่นล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

AP Thailand เผยยอดขาย 7 เดือนแรกแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
AP Thailand เผยยอดขาย 7 เดือนแรกแข็งแกร่ง

AP Thailand ประกาศยอดขาย 2.797 หมื่นล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) มียอดขายรวม 27,974 ล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ผู้บริหารของบริษัทระบุว่า ยอดขายคอนโดมิเนียมมีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 59.6% ในช่วงเวลาดังกล่าว

เพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาดดังกล่าว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้ได้ปรับกลยุทธ์สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี โดยบริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีก 31 โครงการ ส่งผลให้ยอดรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 อยู่ที่ 46 โครงการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 4 โครงการจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม การขยายตัวของโครงการใหม่ๆ อาจเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหรืออยู่อาศัยในพื้นที่ใหม่ๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทจะเปิดเผยแผนการขยายตัวแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งและราคาของโครงการใหม่ทั้ง 31 แห่งนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจาก AP Thailand เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการและความพร้อมของโครงการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:01 UTC

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประกาศลดราคาดีเซล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประกาศลดราคาดีเซล

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) อนุมัติแผนลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นโดยใช้เงินส่วนเกิน 4.4 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประกาศลดราคาดีเซล

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประกาศลดราคาดีเซล

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) อนุมัติแผนลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นโดยใช้เงินส่วนเกิน 4.4 พันล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) ได้ตัดสินใจเข้าแทรกแซงราคาเชื้อเพลิงเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะนำเงินผลประโยชน์ส่วนเกินจำนวน 4.4 พันล้านบาทมาใช้เพื่ออุดหนุนและลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่น มาตรการนี้มีกำหนดบังคับใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นโยบายนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการทั่วประเทศ เนื่องจากดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ โลจิสติกส์ และรถยนต์ส่วนบุคคล การลดราคาหน้าโรงกลั่นมักจะส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ให้บริการขนส่งลดลง และอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงของผู้ขับขี่ลดลงในช่วงเวลา 30 วันนี้

แม้ว่า กบง. จะยืนยันการจัดสรรเงินทุนและช่วงเวลาที่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อราคาขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่งยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้บริโภคควรตรวจสอบป้ายราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมเป็นต้นไป เพื่อดูว่าการปรับราคาหน้าโรงกลั่นนี้สะท้อนออกมาที่หัวจ่ายอย่างไร ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวยังไม่ได้ระบุถึงความยั่งยืนของราคาน้ำมันหลังจากวันที่ 15 กันยายน และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการดำเนินมาตรการอุดหนุนเพิ่มเติมหลังจากสิ้นสุดระยะเวลานี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยพุ่งทะลุ 3.9 แสนล้านบาทในรอบ 5 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยพุ่งทะลุ 3.9 แสนล้านบาทในรอบ 5 ปี

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่าบริษัทญี่ปุ่นได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 3.9 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าโครงการใหม่เพื่อยกระดับฐานการผลิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยพุ่งทะลุ 3.9 แสนล้านบาทในรอบ 5 ปี

แหล่งข่าวเดียว
การลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยพุ่งทะลุ 3.9 แสนล้านบาทในรอบ 5 ปี

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่าบริษัทญี่ปุ่นได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 3.9 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าโครงการใหม่เพื่อยกระดับฐานการผลิต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ประกาศว่าการลงทุนจากญี่ปุ่นในประเทศไทยมีมูลค่าเกิน 3.9 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การไหลเข้าของเงินทุนจำนวนมหาศาลนี้ตอกย้ำถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์นี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น BOI กำลังร่วมมือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และหอการค้าญี่ปุ่น เพื่อปรับปรุงและยกระดับขีดความสามารถในการผลิตทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การลงทุนที่ต่อเนื่องนี้บ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมและการสร้างงานในภาคการผลิตและเทคโนโลยี ฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งมักจะสัมพันธ์กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มั่นคง ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของบริการและสินค้า สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าข่าวนี้จะเกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มั่นคงซึ่งสนับสนุนการพัฒนาภูมิทัศน์ทางการค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการยกระดับฐานการผลิตเหล่านี้จะกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ของไทยอย่างไร และอุตสาหกรรมใดบ้าง เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือพลังงานสะอาด ที่จะเป็นจุดเน้นหลักของความร่วมมือในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการปรับปรุงทางอุตสาหกรรมเหล่านี้ เมื่อ BOI และพันธมิตรญี่ปุ่นสรุปแผนยุทธศาสตร์ของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาทหายาก ปี 2533
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาทหายาก ปี 2533

กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี 2533 ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาทหายาก ปี 2533

แหล่งข่าวเดียว
กรมธนารักษ์ประกาศเปิดประมูลเหรียญ 10 บาทหายาก ปี 2533

กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี 2533 ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมธนารักษ์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเตรียมเปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ที่ผลิตในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเหรียญรุ่นนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสมเนื่องจากความหายาก ทำให้การประมูลครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับวงการนักสะสมในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในเงินตราไทยหรือของสะสมท้องถิ่น การประมูลครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการครอบครองส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เงินตราไทยสมัยใหม่ แม้ว่าเหรียญดังกล่าวจะเป็นเหรียญที่มีมูลค่าตามหน้าเหรียญปกติ แต่ความหายากทำให้เหรียญนี้กลายเป็นของสะสมมากกว่าที่จะเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน โดยกำหนดการลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลจะเริ่มในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับราคาเริ่มต้น จำนวนเหรียญที่มีให้ประมูล และข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มของการประมูลยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างละเอียดในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมธนารักษ์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันข้อกำหนดเฉพาะในการเข้าร่วม เนื่องจากเป็นการประมูลของหน่วยงานรัฐบาล ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการทั้งหมดก่อนดำเนินการลงทะเบียน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ไทยขยายกลยุทธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยขยายกลยุทธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าผลักดันสถานะ GI สำหรับสินค้าในราชบุรี เบตง เกาะเกร็ด และหนองบัวลำภู เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยขยายกลยุทธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขยายกลยุทธ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าผลักดันสถานะ GI สำหรับสินค้าในราชบุรี เบตง เกาะเกร็ด และหนองบัวลำภู เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ของไทยกำลังเร่งดำเนินการใช้สถานะสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นไปที่ 4 พื้นที่เฉพาะ ได้แก่ ราชบุรี เบตง เกาะเกร็ด และหนองบัวลำภู

กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นอย่างครบวงจร ตั้งแต่สินค้าเกษตรไปจนถึงงานหัตถกรรม องค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้รวมถึงการคุ้มครองชื่อสินค้าทางกฎหมาย การบังคับใช้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และการขยายช่องทางการตลาด นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังตั้งใจที่จะเชื่อมโยงสินค้า GI เหล่านี้เข้ากับการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามในการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพและสะท้อนถึงมรดกอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เหล่านี้ การสนับสนุนสินค้าเหล่านี้สามารถช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชนท้องถิ่นได้โดยตรง แม้ว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาจะระบุพื้นที่ทั้ง 4 แห่งนี้เพื่อการพัฒนาแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจดทะเบียนสินค้า GI ใหม่และรายการสินค้าที่จะให้ความสำคัญในแต่ละพื้นที่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความพยายามในการสร้างแบรนด์เหล่านี้จะส่งผลต่อการเติบโตที่เป็นรูปธรรมสำหรับช่างฝีมือและเกษตรกรในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:02 UTC