ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

แอลเอ เลเกอร์ส เตรียมเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งประวัติศาสตร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แอลเอ เลเกอร์ส เตรียมเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งประวัติศาสตร์

มีรายงานว่าทีมแอลเอ เลเกอร์ส กำลังเตรียมการเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งสำคัญ โดยมูลค่าข้อตกลงคาดว่าสูงกว่า 4 แสนล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แอลเอ เลเกอร์ส เตรียมเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งประวัติศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
แอลเอ เลเกอร์ส เตรียมเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งประวัติศาสตร์

มีรายงานว่าทีมแอลเอ เลเกอร์ส กำลังเตรียมการเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งสำคัญ โดยมูลค่าข้อตกลงคาดว่าสูงกว่า 4 แสนล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมแอลเอ เลเกอร์ส กำลังเข้าใกล้การเปลี่ยนแปลงเจ้าของทีมครั้งสำคัญ ซึ่งคาดว่าธุรกรรมนี้จะสร้างสถิติใหม่ให้กับ NBA โดยมีมูลค่าข้อตกลงรายงานว่าสูงกว่า 4 แสนล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามกีฬาต่างประเทศ พัฒนาการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับหนึ่งในแฟรนไชส์ที่เป็นสัญลักษณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์บาสเกตบอล เลเกอร์สเป็นแบรนด์ระดับโลกมาอย่างยาวนาน และการเปลี่ยนมือเจ้าของในระดับนี้อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการทีมในอนาคต กลยุทธ์การตลาด และการปรากฏตัวในระดับนานาชาติ รวมถึงกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงขนาดทางการเงินที่มหาศาลของข้อตกลง แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ทั้งตัวตนของเจ้าของใหม่ กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่าน และเงื่อนไขอย่างเป็นทางการของข้อตกลง ซึ่งยังไม่มีการสรุปหรือเปิดเผยต่อสาธารณะโดยองค์กร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเลเกอร์สหรือ NBA เพื่อชี้แจงผลกระทบของการขายครั้งประวัติศาสตร์นี้ต่อการดำเนินงานของทีม ในขณะที่เรื่องนี้กำลังดำเนินไป แฟนๆ ควรติดตามประกาศที่ได้รับการยืนยันเพื่อแยกแยะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงออกจากการคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:15 UTC

ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติเพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติเพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

คณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่หลังจากหยุดชะงักไป 4 ปีเพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยทางการชี้แจงว่าไม่ใช่การใช้เพื่อต่อรองทางการค้ากับสหรัฐฯ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติเพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

แหล่งข่าวเดียว
ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติเพื่อผลักดันโครงการ 'Made in Thailand'

คณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่หลังจากหยุดชะงักไป 4 ปีเพื่อส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ โดยทางการชี้แจงว่าไม่ใช่การใช้เพื่อต่อรองทางการค้ากับสหรัฐฯ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติได้รับการรื้อฟื้นอย่างเป็นทางการหลังจากหยุดชะงักไปเป็นเวลา 4 ปี โดยมีคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นผู้นำในการฟื้นฟูคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงการ 'Made in Thailand'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในจุดเน้นของรัฐบาลไปสู่การสนับสนุนการผลิตในท้องถิ่นและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่อาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและการสร้างแบรนด์ของสินค้าภายในประเทศ รัฐบาลได้จัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยชี้แจงว่าการผลักดันการเติบโตทางอุตสาหกรรมภายในประเทศนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์สำหรับการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา

ในขั้นตอนนี้ กลไกนโยบายเฉพาะที่คณะกรรมการจะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติในวงกว้างอย่างไร และจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในภูมิทัศน์ของตลาดท้องถิ่นหรือไม่ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานของคณะกรรมการและเป้าหมายทางอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

การพบธนบัตรที่หายไปสร้างคำถามในสังคม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การพบธนบัตรที่หายไปสร้างคำถามในสังคม

รายงานจาก Thai Post ระบุถึงการพบธนบัตรใบละ 1,000 บาทบางส่วนที่หายไปจากระบบการเงิน ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเงินตรา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การพบธนบัตรที่หายไปสร้างคำถามในสังคม

แหล่งข่าวเดียว
การพบธนบัตรที่หายไปสร้างคำถามในสังคม

รายงานจาก Thai Post ระบุถึงการพบธนบัตรใบละ 1,000 บาทบางส่วนที่หายไปจากระบบการเงิน ซึ่งก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเงินตรา

ตามรายงานล่าสุดจาก Thai Post มีการพบธนบัตรใบละ 1,000 บาทบางส่วนที่เคยมีรายงานว่าหายไปจากระบบการเงิน โดยในขณะที่ยอดรวมของเงินที่หายไปจากระบบนั้นถูกประเมินไว้ที่ 1.4 แสนล้านบาท แต่จำนวนที่พบตามรายงานนี้อยู่ที่ 18,759,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเงินสดและความโปร่งใสทางการเงินภายในประเทศ แม้ว่าการพบเงินจำนวนเกือบ 19 ล้านบาทจะเป็นความคืบหน้าที่น่าสนใจ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับตัวเลขรวมที่ระบุไว้ในรายงาน

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานการณ์เฉพาะที่ทำให้พบธนบัตรเหล่านี้ และคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของยอดเงินจำนวน 1.4 แสนล้านบาท เนื่องจากเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแหล่งข่าวทางการเงินที่เชื่อถือได้ เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของเงินตราประจำชาติ รายงานจาก Thai Post ได้สะท้อนถึงความสนใจของสาธารณชนต่อเรื่องนี้ แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตที่แท้จริงของสถานการณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 15:56 UTC

แจ็กพอตพาวเวอร์บอล 3.3 หมื่นล้านบาทแตกที่รัฐอิลลินอยส์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แจ็กพอตพาวเวอร์บอล 3.3 หมื่นล้านบาทแตกที่รัฐอิลลินอยส์

รางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอลมูลค่าประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท มีผู้ถูกรางวัลในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แจ็กพอตพาวเวอร์บอล 3.3 หมื่นล้านบาทแตกที่รัฐอิลลินอยส์

แหล่งข่าวเดียว
แจ็กพอตพาวเวอร์บอล 3.3 หมื่นล้านบาทแตกที่รัฐอิลลินอยส์

รางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอลมูลค่าประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท มีผู้ถูกรางวัลในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มีผู้ถูกรางวัลแจ็กพอตลอตเตอรี่พาวเวอร์บอลมูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาท โดยสลากที่ถูกรางวัลนั้นซื้อในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เกิดมหาเศรษฐีรายใหม่ขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำให้เห็นถึงขนาดของเงินรางวัลลอตเตอรี่อเมริกันที่มักได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง และมักเห็นคิวยาวตามจุดจำหน่ายสลาก แม้ว่าตัวตนของผู้ชนะจะยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เหตุการณ์เช่นนี้มักนำไปสู่การรายงานข่าวอย่างเข้มข้นและการอภิปรายเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเงินและผลกระทบทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นในพื้นที่ที่สลากถูกจำหน่ายออกไป

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงเมืองที่แน่ชัดในรัฐอิลลินอยส์ที่สลากถูกซื้อ และการยืนยันว่าผู้ชนะได้ติดต่อขอรับรางวัลผ่านคณะกรรมการลอตเตอรี่อย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ลอตเตอรี่เพื่อชี้แจงกำหนดการจ่ายเงินและการตรวจสอบหมายเลขที่ถูกรางวัลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 14:35 UTC

การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเพื่อประกอบการค้าในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเพื่อประกอบการค้าในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อประกอบการค้าเชิงพาณิชย์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเพื่อประกอบการค้าในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

แหล่งข่าวเดียว
การเคหะแห่งชาติเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเพื่อประกอบการค้าในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดให้ภาคเอกชนยื่นข้อเสนอเช่าที่ดินเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อประกอบการค้าเชิงพาณิชย์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ประกาศเปิดกระบวนการยื่นข้อเสนอราคาสำหรับภาคเอกชนที่สนใจเช่าที่ดินเพื่อประกอบการค้าเชิงพาณิชย์และธุรกิจต่อเนื่อง โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งระบุตามโฉนดเลขที่ 28332

ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 1 ตารางวา นางกนกภรณ์ เศาจพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องภายในโครงการที่อยู่อาศัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยในย่านลาดกระบัง การพัฒนานี้อาจเป็นสัญญาณของการขยายตัวของบริการในท้องถิ่น ตัวเลือกการค้าปลีก หรือสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจภายในชุมชน สำหรับผู้ที่อาศัยหรือมาเยือนในบริเวณใกล้เคียง โครงการนี้อาจนำไปสู่ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ เมื่อพื้นที่เชิงพาณิชย์เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะนี้ ประเภทของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ระยะเวลาการเช่า และกำหนดการของกระบวนการคัดเลือกยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจจะต้องปฏิบัติตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นทางการของการเคหะแห่งชาติเพื่อยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับคัดเลือกและลักษณะของการพัฒนาเชิงพาณิชย์น่าจะมีการเปิดเผยโดยการเคหะแห่งชาติหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการยื่นข้อเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

BAM เผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2026 เร่งตั้ง JV AMC เพิ่ม 3 แห่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BAM เผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2026 เร่งตั้ง JV AMC เพิ่ม 3 แห่ง

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้เปิดเผยกลยุทธ์สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยมุ่งเน้นการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน (JV AMC) เพิ่มอีก 3 แห่ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BAM เผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2026 เร่งตั้ง JV AMC เพิ่ม 3 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
BAM เผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2026 เร่งตั้ง JV AMC เพิ่ม 3 แห่ง

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้เปิดเผยกลยุทธ์สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 โดยมุ่งเน้นการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน (JV AMC) เพิ่มอีก 3 แห่ง

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้นำเสนอแผนธุรกิจสำหรับครึ่งปีหลังต่อกลุ่มนักวิเคราะห์ โดยบริษัทมุ่งเน้นการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้นด้วยการลดการพึ่งพาธุรกรรมขนาดใหญ่ (Big Ticket)

องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์นี้รวมถึงการเร่งกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) และการเพิ่มอัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA) นอกจากนี้ BAM ยังมีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน (JV AMC) เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง โดยบริษัทคาดการณ์ว่าแห่งแรกจะมีความชัดเจนภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ทั้งนี้ บริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการขยายพอร์ตสินทรัพย์รวมให้เกิน 600,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพภายในภาคการเงินท้องถิ่น แม้ว่าการขยายตัวของบริษัทร่วมทุนเหล่านี้อาจนำไปสู่การจัดการสินทรัพย์และการเคลื่อนไหวของตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่รายละเอียดการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัวบริษัทร่วมทุนอีก 2 แห่งที่เหลือยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจาก BAM ในขณะที่บริษัทกำลังดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสิ้นปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:57 UTC

ป.ป.ช. ตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูงในศูนย์สุขภาพเทศบาลจังหวัดสระบุรี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูงในศูนย์สุขภาพเทศบาลจังหวัดสระบุรี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบการใช้งบประมาณในศูนย์สุขภาพสองแห่งที่จังหวัดสระบุรี หลังพบอุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูง เช่น ลู่วิ่งเครื่องละ 880,000 บาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ป.ป.ช. ตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูงในศูนย์สุขภาพเทศบาลจังหวัดสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูงในศูนย์สุขภาพเทศบาลจังหวัดสระบุรี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบการใช้งบประมาณในศูนย์สุขภาพสองแห่งที่จังหวัดสระบุรี หลังพบอุปกรณ์ออกกำลังกายราคาสูง เช่น ลู่วิ่งเครื่องละ 880,000 บาท

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์เสริมสร้างสุขภาพประชาชนและผู้สูงอายุสองแห่งในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ ศูนย์ของเทศบาลตำบลแสลงพัน และศูนย์ของเทศบาลมวกเหล็ก โดยมีนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นผู้นำการตรวจสอบเพื่อติดตามความโปร่งใสของโครงการที่มีมูลค่าสูง

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ออกกำลังกายคุณภาพสูง โดยเฉพาะลู่วิ่งที่มีมูลค่าเครื่องละ 880,000 บาท ศูนย์ดังกล่าวเป็นอาคารติดเครื่องปรับอากาศและเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี โดยมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 40-50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระบุรี เป็นผู้ดำเนินโครงการก่อสร้าง จัดซื้ออุปกรณ์ และจ้างบุคลากรประจำศูนย์ เช่น เทรนเนอร์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนจะส่งมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลต่อ

สำหรับประชาชนและผู้มาเยือน ศูนย์เหล่านี้ถือเป็นการลงทุนภาครัฐที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพท้องถิ่น ปลัดเทศบาลมวกเหล็กชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรายเดือนรวมค่าจ้างบุคลากรอยู่ที่ประมาณ 70,000 บาท และยืนยันว่ามีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ราคาสูงเหล่านี้จะถูกตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานหลังจากที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

โตโยต้าไทยแลนด์เรียกร้องให้ปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โตโยต้าไทยแลนด์เรียกร้องให้ปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โตโยต้าไทยแลนด์เรียกร้องให้ปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

แหล่งข่าวเดียว
โตโยต้าไทยแลนด์เรียกร้องให้ปฏิรูปภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลไทยให้พิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยบริษัทให้เหตุผลว่ากรอบภาษีในปัจจุบันสร้างความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน

โตโยต้าระบุว่าโครงสร้างภาษีในปัจจุบันเปิดช่องให้ผู้นำเข้าบางรายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการบั่นทอนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและลดรายได้ภาษีที่ควรจะนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ บริษัทเน้นย้ำว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้เงินภาษีจำนวนมากผ่านการอุดหนุนมูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท เพื่อส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า แต่โตโยต้าตั้งข้อสังเกตว่าผู้ผลิตบางรายได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ในขณะที่ยังคงพึ่งพาการนำเข้าแทนที่จะลงทุนในโรงงานผลิตภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมและการค้า แม้ว่าการเรียกร้องให้เกิด "แฟร์เพลย์" จะถูกนำเสนอว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของชาติ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีรถยนต์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:16 UTC

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

กรุงเทพประกันชีวิตประกาศกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 3,603 ล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

กรุงเทพประกันชีวิตประกาศกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นมูลค่า 3,603 ล้านบาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรุงเทพประกันชีวิตได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 18,064 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ประเด็นสำคัญจากรายงานระบุว่า เบี้ยประกันภัยรับปีแรกมีมูลค่า 3,869 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นวิสัยทัศน์องค์กรด้าน “การใส่ใจ” เพื่อสร้างความแตกต่างในการให้บริการในตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงของผู้ให้บริการประกันภัยรายใหญ่ของประเทศ ภาคธุรกิจประกันภัยที่แข็งแกร่งมักบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการให้บริการและความน่าเชื่อถือในระยะยาวสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินภายในของบริษัท แต่ยังไม่มีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกรมธรรม์รายบุคคลหรือการปรับเบี้ยประกันสำหรับลูกค้าปัจจุบัน จำเป็นต้องรอการประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อดูว่าการเติบโตนี้จะนำไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การบริการลูกค้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 12:57 UTC

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ประกาศกำไรสุทธิ 3.6 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 6% พร้อมเบี้ยประกันภัยรับรวมที่เติบโตขึ้น 10%

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพประกันชีวิตเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ประกาศกำไรสุทธิ 3.6 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 6% พร้อมเบี้ยประกันภัยรับรวมที่เติบโตขึ้น 10%

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 18,064 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประเด็นสำคัญจากรายงานมีดังนี้:

  • เบี้ยประกันภัยรับปีแรกอยู่ที่ 3,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโต 26% ในช่องทางการขายผ่านธนาคาร
  • เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปอยู่ที่ 14,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%
  • กำไรสุทธิสำหรับช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BLA กล่าวว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นวิสัยทัศน์ “ใส่ใจ” โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของสังคมที่ให้ความสำคัญกับการมีอายุยืนยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานที่มั่นคงของหนึ่งในบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของประเทศ แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่มีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกรมธรรม์หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต ผู้บริโภคควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความคุ้มครองส่วนบุคคล ผลกระทบระยะยาวของแนวโน้มการเติบโตนี้ต่อค่าเบี้ยประกันสำหรับผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

ไทยเผชิญ 4 โจทย์หินทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีคลังชี้ต้องเร่งปรับตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญ 4 โจทย์หินทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีคลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึง 4 ความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญ 4 โจทย์หินทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีคลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญ 4 โจทย์หินทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีคลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึง 4 ความท้าทายสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ระบุถึงอุปสรรคสำคัญ 4 ประการที่กำลังส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าความท้าทายเหล่านี้ประกอบด้วย การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก, การก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI), กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศอันเนื่องมาจากสังคมผู้สูงอายุ

นายเอกนิติเน้นย้ำว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมโลกที่ซับซ้อน โดยระบุว่าประเทศต้องเผชิญกับการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ 12.5% ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นแรงงาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ไทยต้องรักษาความเป็นกลางเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่มีคุณภาพและหลีกเลี่ยงทุนสีเทา นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในธุรกิจขนาดเล็ก เช่น โครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ซึ่งใช้เครื่องมือ AI ช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุน รัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเทคโนโลยีและการปฏิรูปพลังงาน แม้รัฐบาลจะเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์เหล่านี้แล้ว แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของนโยบายในการชดเชยผลกระทบจากภาษีการค้าและการขาดแคลนแรงงานยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ประเทศปรับตัวเข้ากับแรงกดดันระดับโลกเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

MK Restaurants เผยรายได้ไตรมาส 2 โต 10%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

MK Restaurants เผยรายได้ไตรมาส 2 โต 10%

MK Restaurants มีรายได้เพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากแคมเปญ 'สุกี้โบนัส' ส่งผลให้รายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

MK Restaurants เผยรายได้ไตรมาส 2 โต 10%

แหล่งข่าวเดียว
MK Restaurants เผยรายได้ไตรมาส 2 โต 10%

MK Restaurants มีรายได้เพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากแคมเปญ 'สุกี้โบนัส' ส่งผลให้รายได้รวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 MK Restaurants ได้ประกาศผลประกอบการทางการเงินที่เป็นบวกสำหรับไตรมาสที่สองของปี โดยบริษัทมีรายได้เติบโตขึ้น 10% ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นผลงานที่มาจากความสำเร็จของแคมเปญส่งเสริมการขาย 'สุกี้โบนัส' เป็นหลัก

สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2026 เครือร้านอาหารแห่งนี้รายงานรายได้รวมอยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท ข้อมูลทางการเงินนี้ตอกย้ำถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในภาคธุรกิจร้านอาหารที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของหนึ่งในเครือร้านอาหารที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย เนื่องจาก MK Restaurants ยังคงเป็นร้านอาหารหลักสำหรับหลายๆ คน ความสำเร็จของกลยุทธ์ส่งเสริมการขายชี้ให้เห็นว่าแบรนด์ยังคงดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำเสนอเมนูใหม่ๆ หรือโปรแกรมสะสมคะแนนในอนาคต

แม้ว่าตัวเลขรายได้จะแสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินล่าสุดของบริษัทอย่างชัดเจน แต่รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอัตรากำไรที่เฉพาะเจาะจงหรือความยั่งยืนในระยะยาวของแคมเปญ 'สุกี้โบนัส' นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลประกอบการทางการเงินเหล่านี้จะส่งผลต่อแผนการขยายธุรกิจของบริษัทหรือการปรับราคาสำหรับผู้บริโภคในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร นักลงทุนและลูกค้าประจำอาจต้องการติดตามรายงานประจำไตรมาสในอนาคตเพื่อรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:35 UTC

กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 หายาก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 หายาก

กรมธนารักษ์ประกาศเตรียมเปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 หายาก

แหล่งข่าวเดียว
กรมธนารักษ์เตรียมเปิดประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 หายาก

กรมธนารักษ์ประกาศเตรียมเปิดประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสม

ตามรายงานจาก Thai Post กรมธนารักษ์เตรียมจัดการประมูลเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท ที่ผลิตในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นเหรียญที่ขึ้นชื่อเรื่องความหายากและมีมูลค่าสูงในหมู่นักสะสม โดยงานประมูลดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านเหรียญกษาปณ์ไทย การประมูลครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการครอบครองเหรียญที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การเงินท้องถิ่น เหรียญ 10 บาท ปี 2533 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเหรียญหายาก ทำให้การประมูลอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานรัฐครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามมูลค่าของเงินตราไทย

แม้ว่าจะมีการยืนยันกำหนดการประมูลในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการประมูล ราคาเริ่มต้นของเหรียญ รวมถึงสถานที่จัดงานหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการประมูลนั้น กรมธนารักษ์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมประมูล เนื่องจากการขายครั้งนี้เป็นการดำเนินการโดยภาครัฐ จึงถือเป็นช่องทางที่เป็นทางการสำหรับนักสะสมในการได้รับเหรียญหายากเหล่านี้ผ่านวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

จับตาการปรับทัพผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จับตาการปรับทัพผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ของไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังเตรียมปรับโครงสร้างผู้บริหารใหม่ เนื่องจากผู้บริหารระดับสูง 3 ท่านกำลังจะเกษียณอายุราชการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จับตาการปรับทัพผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
จับตาการปรับทัพผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ของไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังเตรียมปรับโครงสร้างผู้บริหารใหม่ เนื่องจากผู้บริหารระดับสูง 3 ท่านกำลังจะเกษียณอายุราชการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ของไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านการบริหาร โดยมีรายงานว่านายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กำลังดูแลการปรับโครงสร้างทีมผู้บริหารของกระทรวงเพื่อเตรียมแต่งตั้งผู้บริหารใหม่มาทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากผู้บริหารระดับสูง 3 ท่านที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ

สำหรับการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงดิจิทัลฯ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล นโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบออนไลน์ของประเทศ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านบริการดิจิทัล การกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต และการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลทั่วประเทศ

แม้ว่าทางกระทรวงกำลังเตรียมการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงาน แต่ยังไม่มีการยืนยันรายชื่อผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการแต่งตั้งดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าผู้นำชุดใหม่จะมีอิทธิพลต่อโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและลำดับความสำคัญด้านกฎระเบียบของกระทรวงอย่างไร ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากทางกระทรวงเมื่อใกล้ถึงกำหนดการเกษียณอายุของผู้บริหารชุดเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

โตโยต้าจี้รัฐบาลไทยเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โตโยต้าจี้รัฐบาลไทยเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่

โตโยต้า ประเทศไทย เรียกร้องให้มีการทบทวนระบบภาษีสรรพสามิตของประเทศโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โตโยต้าจี้รัฐบาลไทยเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่

แหล่งข่าวเดียว
โตโยต้าจี้รัฐบาลไทยเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่

โตโยต้า ประเทศไทย เรียกร้องให้มีการทบทวนระบบภาษีสรรพสามิตของประเทศโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โตโยต้า ประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างระบบภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เน้นย้ำว่ากรอบภาษีในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ 'แฟร์เพลย์' หรือมีความเท่าเทียมสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายที่ดำเนินธุรกิจในประเทศ

จุดยืนของโตโยต้ามาจากความกังวลเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในปัจจุบันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้า บริษัทให้เหตุผลว่าโครงสร้างภาษีที่มีอยู่ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล หลังจากมีการหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนของโตโยต้าระบุว่าได้รับสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนนโยบายที่มุ่งสร้างตลาดที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามภาคยานยนต์ของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของราคารถยนต์และความพร้อมจำหน่ายในตลาด การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีอาจส่งผลต่อต้นทุนของทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมและรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจจะปรับโครงสร้างภาษีเหล่านี้อย่างไรและจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนอย่างไรสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับขอบเขตและผลกระทบของการปรับปรุงภาษีที่เสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:58 UTC

ไทยเปิดกลยุทธ์เชิงรุกดันยอดส่งออกผลไม้แตะ 8.6 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดกลยุทธ์เชิงรุกดันยอดส่งออกผลไม้แตะ 8.6 แสนล้านบาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ไทยและขยายโอกาสทางการตลาด โดยตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 8.6 แสนล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดกลยุทธ์เชิงรุกดันยอดส่งออกผลไม้แตะ 8.6 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดกลยุทธ์เชิงรุกดันยอดส่งออกผลไม้แตะ 8.6 แสนล้านบาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผลไม้ไทยและขยายโอกาสทางการตลาด โดยตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 8.6 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดที่มีมูลค่าสูง นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างโอกาสทางการตลาดโดยตรงให้กับเกษตรกร มากกว่าเพียงแค่การสร้างการรับรู้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลไม้คุณภาพสูงของไทย พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานและอัตลักษณ์ของสินค้าท้องถิ่น

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบายว่าทางกรมฯ กำลังดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรง โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและพรีเมียมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนสายพันธุ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวยังมุ่งแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์ เช่น การกระจุกตัวของผลผลิตในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ออกมาพร้อมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้อาจส่งผลให้ผลไม้เกรดพรีเมียมมีวางจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น และอาจนำไปสู่การจัดงานเทศกาลเกษตรหรือตลาดสินค้าเกษตรที่เป็นระบบมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 8.6 แสนล้านบาท แต่ความสำเร็จในระยะยาวของมาตรการกระจายสินค้าและการควบคุมคุณภาพเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่โครงการขยายตัว กระทรวงฯ คาดหวังว่าความพยายามเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการบูรณาการตลาดที่ดีขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าพรีเมียม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าพรีเมียม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ากลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผลไม้ไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าพรีเมียม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าพรีเมียม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ากลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ผลไม้ไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้เปิดตัวแคมเปญเชิงรุกเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของผลไม้ไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างสถานะให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าโครงการนี้มีเป้าหมายมากกว่าแค่การสร้างการรับรู้ แต่ต้องการเชื่อมโยงไปสู่โอกาสทางการตลาดที่เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรโดยตรง กลยุทธ์นี้เน้นการเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับผลผลิตคุณภาพสูง พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานและอัตลักษณ์เฉพาะตัวของผลไม้ไทย

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่าทางกรมฯ กำลังทำงานเชิงรุกเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคผ่านกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่ทันสมัยและเน้นความเป็นพรีเมียม ความพยายามเหล่านี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์ เช่น การกระจุกตัวของผลผลิตในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว โดยการกระจายช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้อาจส่งผลให้ผลไม้เกรดพรีเมียม เช่น ทุเรียนสายพันธุ์ต่าง ๆ มีวางจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอมากขึ้นทั้งในตลาดท้องถิ่นและตลาดต่างประเทศ แคมเปญนี้มุ่งหวังให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานได้ง่ายขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายเหล่านี้เพื่อเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตรและความสามารถในการแข่งขันแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาขายปลีกและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าอย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

มุมมองทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมรดกทางการค้าของนครศรีธรรมราช
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มุมมองทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมรดกทางการค้าของนครศรีธรรมราช

นักวิจารณ์ทางวัฒนธรรม ขรรค์ชัยและสุจิตต์ ร่วมอภิปรายถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจในอดีตของนครศรีธรรมราช โดยเน้นย้ำถึงรากฐานในฐานะศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มุมมองทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมรดกทางการค้าของนครศรีธรรมราช

แหล่งข่าวเดียว
มุมมองทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมรดกทางการค้าของนครศรีธรรมราช

นักวิจารณ์ทางวัฒนธรรม ขรรค์ชัยและสุจิตต์ ร่วมอภิปรายถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจในอดีตของนครศรีธรรมราช โดยเน้นย้ำถึงรากฐานในฐานะศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 บุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม ขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ ได้แบ่งปันมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่วัดพระปฐมเจดีย์ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาของนครศรีธรรมราช ตามรายงานของมติชนออนไลน์ การอภิปรายเน้นย้ำว่าการเติบโตของเมืองนั้นขับเคลื่อนโดยตำแหน่งที่ตั้งตามเส้นทางการค้าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจมานานหลายศตวรรษ

ในระหว่างงาน ผู้บรรยายได้เล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยส่วนตัว รวมถึงการพบปะกับอดีตนายตำรวจ ขุนพันธรักษ์ราชเดช โดยได้ย้อนเล่าถึงคำเตือนที่ได้รับจากท่านเกี่ยวกับการเดินทางไปยังกรุงชิง ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลในจังหวัด เพื่อแสดงให้เห็นถึงบริบททางประวัติศาสตร์ของการเข้าถึงพื้นที่และตำนานท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกของนครศรีธรรมราชในฐานะศูนย์กลางการค้า ไม่ใช่เพียงแค่จุดหมายปลายทางระดับจังหวัด การเข้าใจต้นกำเนิดทางการค้าเหล่านี้ช่วยให้บริบทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่สำรวจสถาปัตยกรรมโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง แม้ว่าการบรรยายทางประวัติศาสตร์จะเน้นย้ำถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจในอดีตของเมือง แต่ยังคงต้องยืนยันว่ารูปแบบการค้าทางประวัติศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้มีอิทธิพลต่อผังเมืองสมัยใหม่อย่างไร ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์อาจพบว่ามุมมองนี้มีคุณค่าเมื่อเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC