ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก ✦
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

ภูริพล 'บิว' บุญสอน ดาวรุ่งนักกรีฑาไทย ประกาศมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิ่งลมกรดชาวไทย ภูริพล 'บิว' บุญสอน กำลังมุ่งเน้นไปที่แผนการพัฒนาอย่างเข้มงวดเพื่อยกระดับผลงานของตนในเวทีระดับนานาชาติ นักกีฬาดาวรุ่งรายนี้ได้ประกาศความมุ่งมั่นต่อสาธารณะว่าต้องการทำลายสถิติเอเชียในรายการที่ตนลงแข่งขัน และคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกให้ได้ในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย 'บิว' ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการกีฬาของชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศในด้านกรีฑา ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติ และเน้นย้ำถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนานักกีฬามืออาชีพภายในราชอาณาจักร

แม้ว่าเป้าหมายของเขาจะชัดเจน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับความสำเร็จเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบจะคอยจับตาดูว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมของเขาจะส่งผลต่อผลการแข่งขันในรายการระดับภูมิภาคและระดับโลกที่จะถึงนี้อย่างไร ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันวันที่สำหรับการพยายามทำลายสถิติครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของเขา แต่ความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับมืออาชีพของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:30 UTC

กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 โตพุ่ง 92% รับอานิสงส์ยอดขายสมาร์ตโฟน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 โตพุ่ง 92% รับอานิสงส์ยอดขายสมาร์ตโฟน

Jay Mart Group Holdings รายงานกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 92% โดยได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ 'Lock Phone' และการผนึกกำลังทางธุรกิจในเครือ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

JMART เผยกำไรไตรมาส 2 โตพุ่ง 92% รับอานิสงส์ยอดขายสมาร์ตโฟน

แหล่งข่าวเดียว
JMART เผยกำไรไตรมาส 2 โตพุ่ง 92% รับอานิสงส์ยอดขายสมาร์ตโฟน

Jay Mart Group Holdings รายงานกำไรไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 92% โดยได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ 'Lock Phone' และการผนึกกำลังทางธุรกิจในเครือ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 Jay Mart Group Holdings (JMART) ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรเติบโตขึ้น 92% แตะระดับ 213 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งเป็นผลมาจากพลังการผนึกกำลังทางธุรกิจ (Synergy) และความสำเร็จของโมเดลการขายสมาร์ตโฟนแบบ 'Lock Phone' ซึ่งช่วยผลักดันให้มูลค่าพอร์ตโฟลิโอรวมพุ่งทะลุ 2.1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าเครือร้านอาหารยอดนิยมอย่าง 'สุกี้ตี๋น้อย' ได้สร้างกำไรให้บริษัทถึง 165 ล้านบาท นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jay Mart Group กล่าวว่าผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์การดำเนินงานในปัจจุบันของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการขนาดใหญ่ แม้ว่าการเติบโตทางการเงินของบริษัทโฮลดิ้งขนาดใหญ่อาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในแต่ละวัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่แข็งแกร่งภายในภาคการค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์ทางการเงินเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาผู้บริโภคหรือความพร้อมของตัวเลือกการผ่อนชำระอุปกรณ์มือถือสำหรับประชาชนทั่วไปอย่างไรในไตรมาสต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 750 บาทต่อบาททองคำในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 750 บาทต่อบาททองคำในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

ในช่วงเช้าของวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในประเทศอย่างเห็นได้ชัด โดย ณ เวลา 09.37 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 750 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,800 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินค้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การปรับราคาอย่างกะทันหันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดในวงกว้าง นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อเครื่องประดับทองคำหรือทองคำแท่งควรทราบว่าราคาขายปลีกอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละร้านค้าและสถานที่ เนื่องจากตัวเลขของสมาคมฯ ถือเป็นราคาอ้างอิง ไม่ใช่ราคาขายปลีกที่ตายตัวสำหรับผู้ค้าทุกราย

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาลงนี้จะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์หรือไม่ หรือตลาดจะกลับมามีเสถียรภาพในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้ที่วางแผนจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำจำนวนมากควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์จากร้านทองในพื้นที่หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำก่อนตัดสินใจซื้อ เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตลอดวันทำการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:58 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 14 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 14 สิงหาคม 2569

บริษัทหลักทรัพย์ พาย คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,600-1,630 จุดในวันนี้ โดยมีความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 14 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 14 สิงหาคม 2569

บริษัทหลักทรัพย์ พาย คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,600-1,630 จุดในวันนี้ โดยมีความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่แนวโน้มรายวันสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีมีแนวโน้มที่จะผันผวนอยู่ในกรอบ 1,600-1,630 จุดตลอดช่วงการซื้อขาย

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บรรยากาศการลงทุนในตลาดอาจเปลี่ยนไปสู่กลุ่มเทคโนโลยี นักวิเคราะห์ชี้ว่าความสนใจนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการซื้อขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของดัชนี SET มักทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าตลาดที่มีเสถียรภาพหรือปรับตัวสูงขึ้นอาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเชิงบวก แต่ความผันผวนที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการลงทุนในท้องถิ่นและบรรยากาศทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการคาดการณ์เหล่านี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์ตลาดในปัจจุบันและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศแบบเรียลไทม์ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันได้ การยืนยันผลการดำเนินงานของตลาดจะถูกกำหนดโดยผลการซื้อขายจริงเมื่อสิ้นสุดวันทำการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

สนค. ติดตามสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หวั่นกระทบราคาพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สนค. ติดตามสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หวั่นกระทบราคาพลังงาน

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กำลังติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยแสดงความมั่นใจในความสามารถของไทยในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานที่อาจเกิดขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สนค. ติดตามสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หวั่นกระทบราคาพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
สนค. ติดตามสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หวั่นกระทบราคาพลังงาน

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กำลังติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยแสดงความมั่นใจในความสามารถของไทยในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กำลังติดตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดย สนค. กำลังประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งนี้ต่อราคาพลังงานโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น

แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะยืดเยื้อ แต่ สนค. ได้แสดงความมั่นใจว่าประเทศไทยมีกลไกที่จำเป็นในการบริหารจัดการสถานการณ์และบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากความผันผวนของราคาพลังงานมักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการขนส่ง สินค้า และบริการทั่วประเทศ

แม้ สนค. จะยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับความสามารถของประเทศในการรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภายนอก แต่เสถียรภาพของราคาพลังงานในระยะยาวนั้นยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าความตึงเครียดระหว่างประเทศเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในท้องถิ่นหรือค่าครองชีพของผู้ที่อยู่ในประเทศไทยมากน้อยเพียงใด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการปรับนโยบายด้านพลังงานต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:35 UTC

Thai Tapioca Nexus 2026 มุ่งยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thai Tapioca Nexus 2026 มุ่งยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก

กรมการค้าต่างประเทศและ สสว. เปิดตัวโครงการความร่วมมือเพื่อขยายตลาดมันสำปะหลังไทยในต่างประเทศ โดยตั้งเป้ามูลค่าการค้ากว่า 2,600 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thai Tapioca Nexus 2026 มุ่งยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก

แหล่งข่าวเดียว
Thai Tapioca Nexus 2026 มุ่งยกระดับมันสำปะหลังไทยสู่ตลาดโลก

กรมการค้าต่างประเทศและ สสว. เปิดตัวโครงการความร่วมมือเพื่อขยายตลาดมันสำปะหลังไทยในต่างประเทศ โดยตั้งเป้ามูลค่าการค้ากว่า 2,600 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้จัดงาน 'Thai Tapioca Nexus 2026' ขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในระดับสากล นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 300 ราย เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าและยกระดับอุตสาหกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนภาคเกษตรกรรมที่สำคัญ แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอาจมีไม่มากนัก แต่โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทย โดยตั้งเป้ามูลค่าการค้าไว้ที่กว่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรในท้องถิ่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือประสิทธิผลในระยะยาวของกิจกรรมสร้างเครือข่ายนี้ในการทำสัญญาการค้าระหว่างประเทศใหม่ๆ และมูลค่าการค้าที่คาดการณ์ไว้ 2,600 ล้านบาทจะเกิดขึ้นจริงผ่านความร่วมมือเหล่านี้หรือไม่ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับข้อตกลงการส่งออกที่เกิดขึ้นจากงานนี้ในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:51 UTC

เหยื่อกว่า 80 รายร้อง ปคม. หลังถูกบริษัทจัดหางานหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เหยื่อกว่า 80 รายร้อง ปคม. หลังถูกบริษัทจัดหางานหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ

ผู้เสียหายกว่า 80 รายได้เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยกล่าวหาว่าบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งฉ้อโกงเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เหยื่อกว่า 80 รายร้อง ปคม. หลังถูกบริษัทจัดหางานหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
เหยื่อกว่า 80 รายร้อง ปคม. หลังถูกบริษัทจัดหางานหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ

ผู้เสียหายกว่า 80 รายได้เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยกล่าวหาว่าบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งฉ้อโกงเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กลุ่มผู้เสียหายกว่า 80 รายได้เข้ายื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยผู้เสียหายกล่าวหาว่าบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่งได้หลอกลวงด้วยการสัญญาว่าจะส่งไปทำงานที่ประเทศแคนาดาและฟินแลนด์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทได้รับเงินจากผู้เสียหายแล้ว ก็ได้ปิดสำนักงานและยุติการดำเนินงาน ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับงานตามที่สัญญาไว้และสูญเสียเงินไป

สำหรับประชาชนและผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงาน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริการจัดหางานที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือยังไม่ได้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของบริษัทผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดสำคัญที่ยังต้องรอการยืนยัน ได้แก่ สถานที่อยู่ปัจจุบันของผู้ดำเนินการบริษัท สถานะทางกฎหมายของบริษัทในช่วงเวลาที่เกิดเหตุฉ้อโกง และความคืบหน้าของ ปคม. ในการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย คาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนกิจกรรมของบริษัทต่อไปเพื่อสรุปความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

มติชนจัดสัมมนา “New Energy for Thailand” ถกแผนเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มติชนจัดสัมมนา “New Energy for Thailand” ถกแผนเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

มติชนจัดงานสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “New Energy for Thailand” โดยรวบรวมตัวแทนจากภาครัฐและผู้นำองค์กรธุรกิจเพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มติชนจัดสัมมนา “New Energy for Thailand” ถกแผนเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
มติชนจัดสัมมนา “New Energy for Thailand” ถกแผนเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

มติชนจัดงานสัมมนาใหญ่ในหัวข้อ “New Energy for Thailand” โดยรวบรวมตัวแทนจากภาครัฐและผู้นำองค์กรธุรกิจเพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า มติชนได้จัดงานสัมมนาสำคัญในหัวข้อ “New Energy for Thailand” ซึ่งเป็นเวทีสำหรับตัวแทนระดับสูงจากทั้งภาครัฐและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อวิเคราะห์และหารือเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด

ตามรายงานระบุว่า งานสัมมนานี้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ถูกมองว่าเป็น “ทางรอด” ที่สำคัญและเป็นข้อกำหนดพื้นฐานในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย ในยุคที่กฎระเบียบการค้าโลกถูกกำหนดโดยเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล แม้ว่างานสัมมนาจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายระดับสูงและกลยุทธ์องค์กร แต่ความสำเร็จในระยะยาวของการเปลี่ยนผ่านนี้อาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานในอนาคต ความพร้อมของบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศโดยรวม ในขั้นตอนนี้ ผลลัพธ์เชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานสำหรับผู้บริโภคในทันทียังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากงานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการหารือเชิงกลยุทธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

Central Retail เข้าซื้อกิจการ AEON ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Central Retail เข้าซื้อกิจการ AEON ในประเทศไทย

Central Retail ได้เข้าซื้อกิจการ AEON (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Central Retail เข้าซื้อกิจการ AEON ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Central Retail เข้าซื้อกิจการ AEON ในประเทศไทย

Central Retail ได้เข้าซื้อกิจการ AEON (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu

ตามรายงานจาก Prachachat Business บริษัท Central Retail ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการ AEON (ประเทศไทย) เสร็จสิ้นแล้ว ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ใช้บริการซูเปอร์มาร์เก็ต MaxValu ซึ่งดำเนินงานภายใต้เครือ AEON มาโดยตลอด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์การค้าปลีกในท้องถิ่น ร้าน MaxValu เป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายสำหรับการซื้อของชำมาอย่างยาวนาน และเป็นที่รู้จักในด้านความสะดวกในการเข้าถึงและสินค้าที่มีความเฉพาะตัว การเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นเจ้าของโดย Central Retail ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการรีแบรนด์ การเปลี่ยนแปลงความหลากหลายของสินค้า หรือการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของร้านค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อกิจวัตรการซื้อของในแต่ละวัน

แม้ว่าการเข้าซื้อกิจการจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Central Retail มีแผนอย่างไรในการรวมเครือข่าย MaxValu เข้ากับพอร์ตโฟลิโอที่กว้างขึ้น หรือแบรนด์ MaxValu จะถูกยกเลิกเพื่อเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีอยู่เดิมของ Central หรือไม่ ขณะนี้ผู้บริโภคกำลังแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ตั้งแต่ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงบริการในอนาคต ไปจนถึงความรู้สึกเสียดายต่อการหายไปของแบรนด์ที่คุ้นเคยในเครือ AEON คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจาก Central Retail เพื่อให้ความชัดเจนเกี่ยวกับกลยุทธ์ระยะยาวสำหรับสาขาเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:58 UTC

โตโยต้ายืนยันไม่ย้ายฐานผลิตจากไทย พร้อมจี้รัฐบาลเร่งปฏิรูปภาษีสรรพสามิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โตโยต้ายืนยันไม่ย้ายฐานผลิตจากไทย พร้อมจี้รัฐบาลเร่งปฏิรูปภาษีสรรพสามิต

โตโยต้าประกาศชัดเจนว่าไม่มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โตโยต้ายืนยันไม่ย้ายฐานผลิตจากไทย พร้อมจี้รัฐบาลเร่งปฏิรูปภาษีสรรพสามิต

แหล่งข่าวเดียว
โตโยต้ายืนยันไม่ย้ายฐานผลิตจากไทย พร้อมจี้รัฐบาลเร่งปฏิรูปภาษีสรรพสามิต

โตโยต้าประกาศชัดเจนว่าไม่มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 โตโยต้าได้ออกมาตอบโต้ข้อกังวลเกี่ยวกับสถานะการผลิตในประเทศไทย โดยยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ยืนยันว่าบริษัทมีความตั้งใจที่จะรักษาฐานการผลิตไว้ในประเทศ และปฏิเสธกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายฐานการผลิต

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เรียกร้องอย่างจริงจังให้รัฐบาลไทยดำเนินการปรับโครงสร้างระบบภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ โดยโตโยต้าเน้นย้ำถึงความจำเป็นของ 'แฟร์เพลย์' (Fair Play) ในสภาพแวดล้อมการกำกับดูแล พร้อมเสนอแนะว่ากรอบภาษีในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันและความเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากภาคยานยนต์ยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย การมีฐานการผลิตที่มั่นคงบ่งชี้ถึงโอกาสในการจ้างงานและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการปฏิรูปภาษีอาจส่งผลต่อราคารถยนต์ในอนาคตและภาพรวมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือรัฐบาลไทยจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปภาษีนี้อย่างไร แม้ว่าโตโยต้าจะชี้แจงถึงความตั้งใจในการดำเนินงานในระยะสั้นแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวจากการหารือเชิงนโยบายเหล่านี้ต่อตลาดรถยนต์และค่าครองชีพของผู้ใช้รถในประเทศไทยยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป โดยขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะเริ่มดำเนินการทบทวนกฎหมายตามที่ถูกเรียกร้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจญี่ปุ่นในไทยยังคงแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจญี่ปุ่นในไทยยังคงแข็งแกร่ง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยภาคธุรกิจญี่ปุ่นยังคงสนใจลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจญี่ปุ่นในไทยยังคงแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจญี่ปุ่นในไทยยังคงแข็งแกร่ง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยภาคธุรกิจญี่ปุ่นยังคงสนใจลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้หารือร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ โดยผลการหารือยืนยันว่าภาคธุรกิจญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นในประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการลงทุน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากบีโอไอระบุถึงขนาดของความมุ่งมั่นนี้ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569) บริษัทญี่ปุ่นได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,380 โครงการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 396,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การลงทุนที่ต่อเนื่องนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่มั่นคงสำหรับภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม ซึ่งมักจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงแนวโน้มในอดีตที่แข็งแกร่ง แต่ผลกระทบระยะยาวต่อตลาดผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มหรืออัตราการจ้างงานในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าแรงขับเคลื่อนนี้จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 และในอนาคตหรือไม่ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาคส่วนเฉพาะที่ได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนใหม่เหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 03:59 UTC

TOA เผยรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 4%
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

TOA เผยรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 4%

TOA Paint Thailand ประกาศรายได้รวม 1.1325 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 4% โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดรีโนเวทและกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

TOA เผยรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 4%

ได้รับการยืนยัน
TOA เผยรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 4%

TOA Paint Thailand ประกาศรายได้รวม 1.1325 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 4% โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดรีโนเวทและกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 บริษัท TOA Paint Thailand ได้บันทึกรายได้รวม 1.1325 หมื่นล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าผลประกอบการดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดรีโนเวทและกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์

นอกจากการประกาศรายได้แล้ว บริษัทยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.38 บาทต่อหุ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่น การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมที่ต่อเนื่องในภาคการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและการก่อสร้าง ซึ่งมักจะสอดคล้องกับแนวโน้มการบำรุงรักษาและการรีโนเวททั่วประเทศไทย เนื่องจากบริษัทเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง สถานะทางการเงินของบริษัทจึงทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะตลาดในห่วงโซ่อุปทานการก่อสร้าง

แม้ว่าตัวเลขรายได้และการจ่ายเงินปันผลจะได้รับการยืนยันจากบริษัทแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ยังคงต้องติดตามผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อดูว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มทั้งปีของบริษัทหรือตัวชี้วัดผลการดำเนินงานในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันในรายงานทางการเงินฉบับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 13:17 UTC

Thailand Content Market 2026 สร้างมูลค่าการค้าเกือบ 9.8 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thailand Content Market 2026 สร้างมูลค่าการค้าเกือบ 9.8 พันล้านบาท

งาน Thailand Content Market 2026 ครั้งแรกจบลงด้วยความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการผลิตสื่อและการลงทุน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thailand Content Market 2026 สร้างมูลค่าการค้าเกือบ 9.8 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Thailand Content Market 2026 สร้างมูลค่าการค้าเกือบ 9.8 พันล้านบาท

งาน Thailand Content Market 2026 ครั้งแรกจบลงด้วยความสำเร็จทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการผลิตสื่อและการลงทุน

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า งาน Thailand Content Market 2026 ครั้งแรกประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวมได้ถึง 9,792.4 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งสำหรับโครงการนี้

งานนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการซื้อขายคอนเทนต์ การลงทุน และการผลิตร่วมกัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มการผลิตสื่อท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูงและความร่วมมือด้านความคิดสร้างสรรค์ระหว่างประเทศภายในประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนอาจสังเกตเห็นภูมิทัศน์ความบันเทิงในท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวามากขึ้นและการมองเห็นในระดับสากลที่เพิ่มขึ้นสำหรับโครงการสื่อของไทย

แม้ว่ารัฐบาลจะรายงานตัวเลขทางการเงินที่น่าประทับใจเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อการจ้างงานในท้องถิ่นหรือประเภทของคอนเทนต์ที่โดดเด่นในการเจรจายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าข้อตกลงทางการค้าเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่โครงการที่เป็นรูปธรรมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความสำเร็จของงานครั้งแรกนี้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อเสริมสร้างตำแหน่งในตลาดสร้างสรรค์ระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสื่อในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

BAM ตั้งเป้าพอร์ตสินทรัพย์แตะ 6 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BAM ตั้งเป้าพอร์ตสินทรัพย์แตะ 6 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี

Bangkok Commercial Asset Management (BAM) รายงานผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวและวางแผนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน 3 แห่งเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BAM ตั้งเป้าพอร์ตสินทรัพย์แตะ 6 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี

แหล่งข่าวเดียว
BAM ตั้งเป้าพอร์ตสินทรัพย์แตะ 6 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี

Bangkok Commercial Asset Management (BAM) รายงานผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวและวางแผนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน 3 แห่งเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ประกาศถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในผลการดำเนินงานทางการเงินระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์เพื่อหารือเกี่ยวกับผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยบริษัทรายงานผลเรียกเก็บรวมในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 3,513 ล้านบาท ส่งผลให้ผลเรียกเก็บรวมในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6,539 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 451 ล้านบาท

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BAM กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งเน้นการสร้าง 'โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น' (Resilient Business Model) เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในระยะยาว กลยุทธ์สำคัญสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ การจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน 3 แห่ง และการใช้วิธีการคัดเลือกหนี้เพื่อเข้าลงทุน โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะผลักดันพอร์ตสินทรัพย์รวมให้แตะระดับ 6 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การขยายตัวนี้ถือเป็นความพยายามเชิงรุกของหนึ่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ของประเทศในการสร้างเสถียรภาพและเพิ่มสินทรัพย์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว แม้ว่าความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เหล่านี้จะบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการเติบโตขององค์กร แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการร่วมทุนใหม่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหนี้ในวงกว้างอย่างไร และบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายพอร์ตโฟลิโอที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC

กฟผ. จับมือ กนอ. ผุดศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ในพื้นที่ EEC
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กฟผ. จับมือ กนอ. ผุดศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ในพื้นที่ EEC

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหมุนเวียน (Circular) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อมุ่งเน้นการรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กฟผ. จับมือ กนอ. ผุดศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ในพื้นที่ EEC

แหล่งข่าวเดียว
กฟผ. จับมือ กนอ. ผุดศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ในพื้นที่ EEC

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหมุนเวียน (Circular) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อมุ่งเน้นการรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้แล้ว เพื่อป้องกันปัญหาขยะอันตรายในอนาคต โดย กฟผ. ได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแบบหมุนเวียน (Circular) ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างครบวงจร โดยกระบวนการจะเริ่มจากการคัดแยก ตามด้วยการสกัดแร่ธาตุสำคัญเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะถูกนำไปต่อยอดในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่หรือพาวเวอร์แบงก์ขนาดใหญ่ ทั้งนี้ กฟผ. ได้กำหนดให้โรงไฟฟ้าวังน้อยเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการดำเนินงานรีไซเคิลดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในขณะที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลภายในประเทศจะช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจากขยะแบตเตอรี่ แม้ว่าแผนงานจะกำหนดกรอบการจัดการแบบหมุนเวียนไว้อย่างชัดเจน แต่กำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของโรงงานในพื้นที่ EEC และกำลังการผลิตที่คาดการณ์ไว้นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 02:56 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น 1,250 บาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น 1,250 บาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาทองคำในประเทศ โดยแตะระดับ 69,900 บาทสำหรับทองรูปพรรณ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น 1,250 บาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น 1,250 บาท เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาทองคำในประเทศ โดยแตะระดับ 69,900 บาทสำหรับทองรูปพรรณ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศราคาทองคำในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ตามประกาศครั้งที่ 1 ของสมาคมเมื่อเวลา 09.03 น. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,250 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามรายงานจาก Khaosod Online ราคาตลาดปัจจุบันสำหรับทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% อยู่ที่ 69,900 บาทต่อบาททองคำสำหรับการขายออก โดยมีราคารับซื้ออยู่ที่ 67,522.64 บาท ในขณะที่ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 68,900 บาท และขายออกที่ 69,100 บาทต่อบาททองคำ ส่วนราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,427.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้มีความสำคัญเนื่องจากทองคำยังคงเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมและเป็นสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าแบบดั้งเดิม ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายเครื่องประดับทองควรทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามความผันผวนของตลาดโลก แม้ว่าสมาคมจะให้ราคาอ้างอิงอย่างเป็นทางการเหล่านี้ แต่ร้านค้าแต่ละแห่งอาจปรับค่ากำเหน็จตามฝีมือช่างและความต้องการในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำมีความอ่อนไหวสูงต่อสภาวะเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 02:36 UTC

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคโลจิสติกส์ของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคโลจิสติกส์ของไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ของไทยรายงานว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความกังวลด้านพลังงานทั่วโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคโลจิสติกส์ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคโลจิสติกส์ของไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ของไทยรายงานว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความกังวลด้านพลังงานทั่วโลก

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กำลังติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เจ้าหน้าที่แสดงความกังวลว่าข้อพิพาททางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกและผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น

ข้อมูลจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน โดยดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 8.2% ในขณะที่ต้นทุนการขนส่งสินค้าทางถนนเพิ่มขึ้น 11.1% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ สนค. ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในช่วงครึ่งปีแรกยังคงอยู่ที่ 1.08% โดยทางการแสดงความมั่นใจในกลไกที่มีอยู่ในการดูแลราคาพลังงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้เน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของต้นทุนการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ แม้อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันจะยังคงค่อนข้างคงที่ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนโลจิสติกส์อาจส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการในที่สุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และจะนำไปสู่การปรับราคาในวงกว้างสำหรับประชาชนทั่วไปหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ยังคงจับตาดูตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจะจำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากภาครัฐเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:56 UTC

ผู้ว่าฯ ธปท. โต้เสียงวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ ธปท. โต้เสียงวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันภารกิจหลักของธนาคารกลาง พร้อมวางแผนยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ให้เข้มงวดขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ว่าฯ ธปท. โต้เสียงวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ ธปท. โต้เสียงวิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันภารกิจหลักของธนาคารกลาง พร้อมวางแผนยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ให้เข้มงวดขึ้น

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์จากสาธารณชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจของธนาคารกลาง โดยยืนยันว่าภารกิจหลักของ ธปท. ยังคงเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และเน้นย้ำว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการพึ่งพามาตรการระยะสั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการปรับเปลี่ยนไปสู่การกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) ที่เข้มงวดขึ้น ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่าธนาคารกลางกำลังเตรียมยกระดับกลไกการกำกับดูแลหน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมและเงื่อนไขในการให้บริการสินเชื่อผู้บริโภคและบริการทางการเงินในอนาคตอันใกล้ โดยผู้ว่าฯ ย้ำว่าการบริหารงานในยุคนี้มุ่งเน้นไปที่การลงมือทำจริงเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจของประเทศ

แม้ผู้ว่าฯ จะยืนยันถึงความตั้งใจในการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบให้เข้มงวดขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของมาตรการใหม่และลักษณะที่แน่ชัดของนโยบายการกำกับดูแล Non-Bank ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจาก ธปท. อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของภูมิทัศน์ทางการเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 01:56 UTC

ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก

หอการค้าไทยรายงานความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวเดียว
ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก

หอการค้าไทยรายงานความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี

ตามรายงานจาก Matichon Online หอการค้าไทยได้ประกาศว่าความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในประเทศไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยการลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจทั่วประเทศ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูง ได้เน้นย้ำถึงวิกฤตการณ์ระดับโลก 4 ประการที่กำลังส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเสนอแนะว่าประเทศไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับตลาดโลกที่แตกแยกเพื่อรักษาเสถียรภาพ เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันเหล่านี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบง.) ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 31 วัน เพื่อสนับสนุนโครงการนี้ คณะกรรมการกำลังจัดเก็บเงิน 4.4 พันล้านบาทจากโรงกลั่นน้ำมัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาวะทางเศรษฐกิจนี้อาจส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาของความผันผวนในสภาวะตลาดท้องถิ่น แม้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยลบทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด หรือจำเป็นต้องมีการแทรกแซงทางการคลังเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงและการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 23:35 UTC