ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

LG ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ AI และระบบสมาชิก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

LG ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ AI และระบบสมาชิก

LG Electronics ประเทศไทย ปรับกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2569 มุ่งเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผสาน AI และโมเดลระบบสมาชิก เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

LG ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ AI และระบบสมาชิก

แหล่งข่าวเดียว
LG ประเทศไทยตั้งเป้ายอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ AI และระบบสมาชิก

LG Electronics ประเทศไทย ปรับกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2569 มุ่งเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผสาน AI และโมเดลระบบสมาชิก เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ LG Electronics ประเทศไทย กำลังดำเนินกลยุทธ์ใหม่ภายใต้ชื่อ 'Easy Life' สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาทกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและแรงกดดันด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค LG จึงมุ่งเน้นการใช้ไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI เพื่อรักษาการเติบโต

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการขยายบริการ 'LG Subscription' ซึ่งบริษัทหวังว่าจะช่วยผลักดันยอดขายรวมให้ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าสภาพอากาศร้อนที่ยาวนานได้ช่วยกระตุ้นความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มทำความเย็นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกให้กับภาคธุรกิจท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการเข้าถึงเทคโนโลยีภายในบ้านระดับไฮเอนด์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากโมเดลระบบสมาชิกมักจะช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียม แม้ว่าบริษัทจะระบุเป้าหมายรายได้และจุดเน้นเชิงกลยุทธ์แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ใดจะได้รับความสำคัญสำหรับระบบสมาชิกและโครงสร้างราคาที่ชัดเจนสำหรับผู้บริโภคนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดย LG ยังคงเน้นย้ำข้อเสนอที่เน้นความคุ้มค่าเพื่อดึงดูดผู้ซื้อที่คำนึงถึงราคาในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 12:57 UTC

CPNREIT เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CPNREIT เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผล

CPNREIT ประกาศกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 7% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 พร้อมอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CPNREIT เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผล

แหล่งข่าวเดียว
CPNREIT เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผล

CPNREIT ประกาศกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 7% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 พร้อมอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ CPNREIT ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 1,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราการเช่าพื้นที่ที่สูงถึง 94% ในโครงการต่างๆ

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว คณะกรรมการได้อนุมัติการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในอัตรา 0.2800 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยบ่อยครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงในการดำเนินงานของพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่เชิงพาณิชย์หลักที่บริหารจัดการโดย CPNREIT ซึ่งมักเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าและศูนย์บริการยอดนิยม อัตราการเช่าพื้นที่ที่สูงบ่งชี้ว่าศูนย์กลางเชิงพาณิชย์เหล่านี้ยังคงมีความคึกคักและเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

แม้ว่าผลประกอบการทางการเงินจะแสดงถึงเสถียรภาพ แต่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรทราบว่ารายงานฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เท่านั้น ผลการดำเนินงานในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมและแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการจ่ายเงินและผลกระทบของผลประกอบการนี้ต่อกลยุทธ์การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว จะต้องรอการยืนยันจากบริษัทในรายงานฉบับต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

ฮอนด้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ฮอนด้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE ในประเทศไทย

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE นำเข้าจากญี่ปุ่น ในราคา 990,000 บาท โดยจำกัดจำนวนเพียง 30 คันเท่านั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ฮอนด้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ฮอนด้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE ในประเทศไทย

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Super-ONE นำเข้าจากญี่ปุ่น ในราคา 990,000 บาท โดยจำกัดจำนวนเพียง 30 คันเท่านั้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศเปิดตัว Honda Super-ONE รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดกะทัดรัดที่มีดีไซน์ทรงกล่อง ซึ่งนำเข้าโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทได้กำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่ 990,000 บาท

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของ ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเปิดตัวรุ่นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัท พร้อมทั้งรักษาจุดยืนของแบรนด์ที่เน้นความสนุกในการขับขี่ โดยรถยนต์รุ่นนี้ถูกนำเสนอเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความพร้อมในการจำหน่ายมีจำกัดอย่างมาก โดยฮอนด้าประกาศว่าจะจัดสรรรถยนต์เพียง 30 คันสำหรับตลาดไทยในปีนี้ ผู้ที่สนใจจะต้องเข้าร่วมกระบวนการจองออนไลน์ที่มีกำหนดในวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งจะเปิดให้จองเพียงวันเดียวเท่านั้น

แม้ว่าจะมีการยืนยันรายละเอียดเรื่องราคาและการจองแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่ยังต้องรอความชัดเจนสำหรับสาธารณชน ผู้ที่สนใจควรทราบว่าจำนวนรถที่มีจำกัดบ่งชี้ถึงความต้องการที่สูง และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนการบำรุงรักษาระยะยาว ความเข้ากันได้ของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และข้อมูลทางเทคนิคเฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากการประกาศเบื้องต้นนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานปัจจุบัน ผู้ที่สนใจรถยนต์รุ่นนี้ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของฮอนด้าสำหรับช่วงเวลาการจองในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจรายได้ประจำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจรายได้ประจำ

พฤกษา โฮลดิ้ง ประกาศรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% และกำไรพุ่ง 120% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจรายได้ประจำ

แหล่งข่าวเดียว
พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมปรับกลยุทธ์สู่ธุรกิจรายได้ประจำ

พฤกษา โฮลดิ้ง ประกาศรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% และกำไรพุ่ง 120% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของปี โดยมีรายได้รวม 7,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ในขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 120% เป็น 197 ล้านบาท

นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทกำลังปรับพอร์ตการลงทุนโดยมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) มากขึ้น ผ่านการพัฒนาอพาร์ทเม้นท์ภายใต้แบรนด์ 'iPlern' และโครงการคลังสินค้าอัจฉริยะ OMEGA Smart Warehouse ซึ่งคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนสุทธิ (Net Yield) ได้ที่ 7–8% พร้อมทั้งเร่งการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมเพื่อผลักดันรายได้หลักจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตขึ้น 15%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้มีที่พักอาศัยแบบเช่าที่มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพและโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ทันสมัยมากขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดเช่าในพื้นที่และทำเลที่ตั้งที่ชัดเจนของโครงการ 'iPlern' ใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้ที่มองหาที่พักอาศัยระยะยาวควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

ไทยเผยยอดลงทุนไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นจากกระแสอุตสาหกรรม AI
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดลงทุนไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นจากกระแสอุตสาหกรรม AI

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานยอดเงินลงทุนจริง 2.5 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยยอดลงทุนไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นจากกระแสอุตสาหกรรม AI

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดลงทุนไตรมาส 2 เติบโตโดดเด่นจากกระแสอุตสาหกรรม AI

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานยอดเงินลงทุนจริง 2.5 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าประเทศไทยมียอดเงินลงทุนจริงผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท

การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากกระแสความนิยมในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยทางการคาดการณ์ว่าการลงทุนเหล่านี้จะช่วยสร้างงานใหม่ระหว่าง 500,000 ถึง 600,000 ตำแหน่ง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยพยุง GDP ของไทยในระยะสั้น ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงรักษาเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันให้ GDP เติบโตมากกว่า 3%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การไหลเข้าของเงินทุนในภาคเทคโนโลยีนี้บ่งชี้ถึงการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของไทยและการขยายตัวที่อาจเกิดขึ้นในตลาดแรงงานวิชาชีพ แม้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะสั้นจะเป็นบวก แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้และความสามารถในการบรรลุเป้าหมาย GDP ที่ 3% อย่างต่อเนื่องนั้นยังคงต้องติดตามต่อไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรัฐบาลยังคงติดตามแนวโน้มการลงทุนเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจระดับชาติในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 11:57 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยเมื่อเวลา 17.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาขายทองรูปพรรณปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายอยู่ที่บาทละ 69,150 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้อาจส่งผลต่อต้นทุนของเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากทองคำ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวรายวัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในท้องถิ่นในปัจจุบัน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาลงนี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่สนใจซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามกิจกรรมของตลาด ณ เวลาที่รายงานนี้ ราคาซื้อทองคำแท่งก็ได้มีการปรับตัวตามการลดลงของตลาดในวงกว้างตามที่ Prachachat Business ได้รายงานไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 11:57 UTC

ไขปริศนาคดีทองหายในร้านเครื่องประดับ: หัวขโมยตัวจริงคือ 'หนู'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไขปริศนาคดีทองหายในร้านเครื่องประดับ: หัวขโมยตัวจริงคือ 'หนู'

ร้านขายเครื่องประดับในรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย พบว่าทองคำมูลค่ากว่า 340,000 บาท หายไปจากร้าน โดยผู้ก่อเหตุที่แท้จริงคือหนูตัวหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไขปริศนาคดีทองหายในร้านเครื่องประดับ: หัวขโมยตัวจริงคือ 'หนู'

แหล่งข่าวเดียว
ไขปริศนาคดีทองหายในร้านเครื่องประดับ: หัวขโมยตัวจริงคือ 'หนู'

ร้านขายเครื่องประดับในรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย พบว่าทองคำมูลค่ากว่า 340,000 บาท หายไปจากร้าน โดยผู้ก่อเหตุที่แท้จริงคือหนูตัวหนึ่ง

ตามรายงานจาก Khaosod Online พนักงานร้าน 'Vishwas Jewellers' ในรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแหวนทอง 10 วง และสร้อยคอทองคำ 2 เส้น มูลค่าประมาณ 340,000 บาท (1 ล้านรูปี) หายไปจากสต็อกสินค้า ในตอนแรกพนักงานเกรงว่าอาจเกิดเหตุโจรกรรมจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ไม่พบร่องรอยของผู้บุกรุกที่เป็นมนุษย์ ปริศนายิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเจ้าของร้านสังเกตเห็นว่าป้ายราคาของเครื่องประดับหายไปพร้อมกับทองด้วย ซึ่งเป็นรายละเอียดที่หัวขโมยทั่วไปมักไม่หยิบติดมือไป

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลา 04.30 น. อย่างละเอียด พบว่าผู้ก่อเหตุที่แท้จริงคือ 'หนู' ตัวหนึ่งที่วิ่งไปทั่วร้านและคาบเครื่องประดับออกไป หลังจากพบเบาะแส พนักงานจึงได้ค้นหาภายในร้านจนพบโพรงหนูขนาดใหญ่ และเมื่อตรวจสอบภายในโพรงก็พบแหวนและสร้อยคอทองคำที่ถูกขโมยไปซ่อนอยู่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมในพื้นที่ แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในอินเดีย แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมสัตว์รบกวนในสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าทางร้านได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้หนูเข้ามาในร้านได้อีกในอนาคตหรือไม่ และไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของสร้อยคอทองคำหรือชะตากรรมของหนูตัวดังกล่าวในรายงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 10:51 UTC

ไทยเผยยอดลงทุนครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 5.35 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดลงทุนครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 5.35 แสนล้านบาท

ทางการไทยรายงานการเติบโตของการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะสร้างงานให้คนไทยกว่า 630,000 ตำแหน่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยยอดลงทุนครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 5.35 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดลงทุนครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 5.35 แสนล้านบาท

ทางการไทยรายงานการเติบโตของการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะสร้างงานให้คนไทยกว่า 630,000 ตำแหน่ง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศว่ารัฐบาลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำลังเร่งผลักดันให้การลงทุนที่ได้รับการอนุมัติเกิดผลในทางปฏิบัติ ข้อมูลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่าโครงการลงทุนต่างๆ ได้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยถึง 5.35 แสนล้านบาท

การลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะสร้างโอกาสในการจ้างงานให้กับคนไทยมากกว่า 630,000 ตำแหน่ง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการแข็งแกร่งของตลาดแรงงานในท้องถิ่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในภาคส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI การไหลเข้าของเงินทุนอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของธุรกิจทั่วประเทศ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่ผลกระทบระยะยาวต่อค่าครองชีพและภาคอุตสาหกรรมเฉพาะด้านยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำมั่นสัญญาในการลงทุนเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นการจ้างงานถาวรและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปีได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังและ BOI ในขณะที่โครงการเหล่านี้มีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 10:37 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำในประเทศ โดยเมื่อเวลา 14.18 น. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยประชาชาติธุรกิจ ราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ 69,700 บาท ในขณะที่ราคารับซื้อทองคำแท่งในประเทศอยู่ที่บาทละ 68,700 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่น แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายเครื่องประดับและทองคำแท่งเพื่อการลงทุนเป็นหลัก แต่ก็ยังสะท้อนถึงแนวโน้มตลาดในวงกว้างภายในประเทศอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งตามการอัปเดตล่าสุดของสมาคมค้าทองคำ ราคาตลาดของทองคำมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่วางแผนจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการหรือร้านทองที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากราคาเหล่านี้อาจมีความผันผวนเพิ่มเติมหลังจากการอัปเดตในช่วงบ่าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

ฮอนด้าประเทศไทยประกาศลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ฮอนด้าประเทศไทยประกาศลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่น พร้อมขอความร่วมมือรัฐบาลพิจารณาเรื่องภาษีนำเข้าและข้อกำหนดรถยนต์ไฮบริด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ฮอนด้าประเทศไทยประกาศลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ฮอนด้าประเทศไทยประกาศลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่

ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่น พร้อมขอความร่วมมือรัฐบาลพิจารณาเรื่องภาษีนำเข้าและข้อกำหนดรถยนต์ไฮบริด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยืนยันการลงทุนเพิ่มเติมมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายสายการผลิตในประเทศไทย เงินลงทุนก้อนนี้จะใช้สำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่น โดยรุ่นแรกมีกำหนดเปิดตัวภายในสิ้นปี 2569 และอีกรุ่นในปี 2570 ซึ่งการดำเนินการนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตหลักของฮอนด้านอกประเทศญี่ปุ่น

นอกเหนือจากการลงทุนดังกล่าว ฮอนด้ายังได้ร่วมมือกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอีก 6 แบรนด์และหอการค้าญี่ปุ่น เพื่อหารือกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่น โดยบริษัทให้เหตุผลว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้นและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้ขอขยายเวลาสำหรับข้อกำหนดรถยนต์ไฮบริด โดยระบุว่าแม้บริษัทมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ แต่ปัจจุบันยังคงประสบปัญหาในการทำตามข้อกำหนดสำหรับรถยนต์ 4 จาก 6 รุ่นที่ผลิตในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดรถยนต์ท้องถิ่น รวมถึงการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ผลสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับการปรับภาษีและการขยายเวลาข้อกำหนดต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลและยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 10:10 UTC

AURA เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

AURA เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ

บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA รายงานรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 67.9% โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจขายฝากทองคำ 'ทองมาเงินไป'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

AURA เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
AURA เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ

บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA รายงานรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 67.9% โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจขายฝากทองคำ 'ทองมาเงินไป'

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 แม้จะมีความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก แต่บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานแตะระดับ 29,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 928.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 22%

ผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจค้าปลีกทองคำ 'Modern Gold' และธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ 'ทองมาเงินไป' ซึ่งพอร์ตลูกหนี้ขายฝากทำสถิติสูงสุดใหม่ที่กว่า 10,500 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยรับในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 67% นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดของ AURA ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของทองคำทั้งในฐานะสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องมือในการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน แม้การเติบโตภายในของบริษัทจะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดทองคำในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าบริการขายฝากเหล่านี้จะมีผลการดำเนินงานอย่างไรหากความผันผวนของราคาทองคำยังคงดำเนินต่อไป นักลงทุนและผู้ที่สนใจควรติดตามรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในอนาคตเพื่อดูว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

ธปท. ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการค้ากับจีน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการค้ากับจีน

ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจใช้เงินบาทและเงินหยวนในการชำระค่าสินค้าโดยตรงเพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าการใช้งานในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการค้ากับจีน

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อการค้ากับจีน

ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจใช้เงินบาทและเงินหยวนในการชำระค่าสินค้าโดยตรงเพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าการใช้งานในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นสำหรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างจริงจัง ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ของจีนอย่างน้อย 6 แห่งได้เพิ่มเงินบาทของไทยเข้าสู่ระบบสกุลเงินต่างประเทศประมาณ 12 สกุลที่สามารถหักบัญชีและชำระเงินกับเงินหยวนได้โดยตรง

นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ภาคธุรกิจมีทางเลือกมากขึ้นในการบริหารจัดการความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ ธปท. ได้ส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคผ่านข้อตกลงทวิภาคีกับจีน รวมถึงกลไกที่จัดตั้งขึ้นร่วมกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจช่วยให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนสะดวกขึ้นและลดการพึ่งพาสกุลเงินหลักของโลกอย่างดอลลาร์สหรัฐในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านในปัจจุบันยังเป็นไปอย่างช้าๆ ข้อมูลจาก Swift เกี่ยวกับการชำระเงินทั่วโลก ณ เดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่าการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธุรกิจจำนวนมากยังมีคู่ค้าในหลายประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้สกุลเงินสากลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางต่อไป คงต้องติดตามกันต่อไปว่าภาคธุรกิจจะปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องทางการชำระเงินโดยตรงเหล่านี้ได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:50 UTC

SC Asset เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 5 โครงการใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SC Asset เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 5 โครงการใหม่

SC Asset Corporation รายงานรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 33% พร้อมแผนเปิดตัว 5 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SC Asset เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 5 โครงการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
SC Asset เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 5 โครงการใหม่

SC Asset Corporation รายงานรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโต 33% พร้อมแผนเปิดตัว 5 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม 10,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ในขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่พุ่งสูงขึ้น 48% แตะระดับ 788 ล้านบาท

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กรของ SC ระบุว่าการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากยอดโอนคอนโดมิเนียมที่แข็งแกร่งและรายได้ที่สม่ำเสมอจากธุรกิจประจำ ปัจจุบันบริษัทมีแบ็คล็อก (Backlog) อยู่ที่กว่า 16,000 ล้านบาท และสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทมีแผนเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 28,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียม แม้ตัวเลขเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่ผู้ที่สนใจซื้อหรือนักลงทุนควรทราบว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นการคาดการณ์จากทางบริษัท ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าสภาวะตลาดจะมีผลต่อการเปิดตัวจริงและอัตราการดูดซับของทั้ง 5 โครงการใหม่อย่างไร เช่นเดียวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละโครงการด้วยตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:52 UTC

ผู้ขายไทยมองหาช่องทางใหม่ หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติปรับขึ้นค่าธรรมเนียม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ขายไทยมองหาช่องทางใหม่ หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติปรับขึ้นค่าธรรมเนียม

ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติรายใหญ่ ทำให้ผู้ขายชาวไทยต้องมองหาช่องทางการขายที่มีต้นทุนถูกกว่า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ขายไทยมองหาช่องทางใหม่ หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติปรับขึ้นค่าธรรมเนียม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ขายไทยมองหาช่องทางใหม่ หลังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติปรับขึ้นค่าธรรมเนียม

ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติรายใหญ่ ทำให้ผู้ขายชาวไทยต้องมองหาช่องทางการขายที่มีต้นทุนถูกกว่า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ผู้ค้าชาวไทยกำลังมองหาแพลตฟอร์มการขายทางเลือกมากขึ้น เนื่องจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายสินค้า (GP) บ่อยครั้งของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

นอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นแล้ว ผู้ขายยังต้องเผชิญกับภาระทางการเงินจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ค่าโฆษณาบังคับ ค่าส่วนลดคูปอง และค่าขนส่ง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ขายในท้องถิ่นจำนวนมากประสบปัญหาในการรักษาผลกำไร จึงต้องแสวงหาตลาดดิจิทัลใหม่ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าเพื่อประคองธุรกิจต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวที่พึ่งพาแพลตฟอร์มเหล่านี้ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค แนวโน้มนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การค้าปลีกดิจิทัล แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความท้าทายที่ผู้ขายกำลังเผชิญ แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะตอบสนองต่อการย้ายออกของผู้ขายอย่างไร และโครงการ 'Nex Gen Commerce' ที่เน้นระดับท้องถิ่นจะสามารถเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนได้หรือไม่ ผู้บริโภคควรติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะนำไปสู่ความผันผวนของราคาหรือการลดลงของความหลากหลายของสินค้าบนแพลตฟอร์มระหว่างประเทศรายใหญ่หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเผยกลยุทธ์การเงิน 4 ด้านเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเผยกลยุทธ์การเงิน 4 ด้านเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับทิศทางมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ครัวเรือนและการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยลงไปอีก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเผยกลยุทธ์การเงิน 4 ด้านเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเผยกลยุทธ์การเงิน 4 ด้านเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับทิศทางมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ครัวเรือนและการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยลงไปอีก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า แม้ภารกิจหลักของธนาคารกลางจะยังคงเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค แต่สถาบันจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายในยุคปัจจุบัน นายวิทัยระบุว่า แม้ในขณะนี้อัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพของระบบการเงินจะยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับแนวโน้มที่น่ากังวลเกี่ยวกับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก

นายวิทัยเตือนว่าหากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขด้วยมาตรการเชิงรุก รายได้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลงอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย (NPL) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคที่ธนาคารมุ่งมั่นปกป้อง เขาเน้นย้ำว่า ธปท. ต้องก้าวข้ามการวิเคราะห์และการวิจารณ์ไปสู่การลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยเหตุนี้ ผู้ว่าการฯ จึงได้วางกลยุทธ์ทางการเงิน 4 ด้าน ซึ่งรวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเงินในอนาคต เนื่องจากธนาคารกลางพยายามกระตุ้นสุขภาพทางเศรษฐกิจ แม้ว่าผู้ว่าการฯ จะระบุประเด็นสำคัญทั้ง 4 ด้านแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายและกรอบเวลาในการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรและจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:54 UTC

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอของบประมาณจากเงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 6.9 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอของบประมาณจากเงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 6.9 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยกำลังสรุปข้อเสนอสำคัญ 2 แผนเพื่อใช้งบประมาณจากเงินกู้ฉุกเฉินจำนวนประมาณ 6.9 หมื่นล้านบาท โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าโครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ

แผนที่เสนอมุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ครัวเรือนจำนวน 50,000 ครัวเรือนสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป และการลงทุนในการสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) โดยกระทรวงตั้งใจที่จะยื่นแผนเหล่านี้เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการในการใช้งบประมาณเงินกู้ฉุกเฉินดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น และอาจส่งผลต่อการเข้าถึงและค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะอนุมัติคำของบประมาณเต็มจำนวนหรือไม่ และกำหนดการดำเนินการที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไรเมื่อมีการยื่นแผนอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์และขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของการติดตั้งระบบโครงข่ายอัจฉริยะในขณะที่ข้อเสนอดำเนินการผ่านกระบวนการอนุมัติของรัฐบาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

PTG Energy เผยรายได้เติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PTG Energy เผยรายได้เติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

บริษัทพลังงานไทย PTG ประกาศความสำเร็จด้านรายได้ โดยทำยอดได้ถึง 1.18696 แสนล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PTG Energy เผยรายได้เติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

แหล่งข่าวเดียว
PTG Energy เผยรายได้เติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

บริษัทพลังงานไทย PTG ประกาศความสำเร็จด้านรายได้ โดยทำยอดได้ถึง 1.18696 แสนล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 บริษัท PTG Energy ได้แสดงผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.18696 แสนล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลทางการเงินนี้สะท้อนให้เห็นถึงขนาดการดำเนินงานที่ต่อเนื่องของหนึ่งในผู้ให้บริการด้านเชื้อเพลิงและพลังงานรายใหญ่ของประเทศ เนื่องจาก PTG มีเครือข่ายสถานีบริการและจุดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทจึงมักถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มการบริโภคภายในประเทศและรูปแบบการเดินทาง ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของผู้จัดจำหน่ายพลังงานรายใหญ่เช่นนี้ มักบ่งชี้ถึงความพร้อมในการให้บริการเชื้อเพลิงและบริการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ทั่วประเทศ

แม้ว่าบริษัทจะเปิดเผยตัวเลขรายได้เหล่านี้ต่อสาธารณะ แต่รายงานดังกล่าวยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอัตรากำไรสุทธิหรือต้นทุนการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวของตัวเลขเหล่านี้ต่อราคาเชื้อเพลิงในอนาคตหรือแผนการขยายบริการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักวิเคราะห์น่าจะรอติดตามรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่จะออกมา เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรโดยรวมและแนวโน้มเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 08:58 UTC

รัฐบาลไทยผลักดันสินเชื่อ SME ทะลุ 2.77 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยผลักดันสินเชื่อ SME ทะลุ 2.77 หมื่นล้านบาท

ความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ช่วยให้เกิดการสนับสนุนทางการเงินกว่า 2.77 หมื่นล้านบาทภายใน 4 เดือน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยผลักดันสินเชื่อ SME ทะลุ 2.77 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยผลักดันสินเชื่อ SME ทะลุ 2.77 หมื่นล้านบาท

ความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ช่วยให้เกิดการสนับสนุนทางการเงินกว่า 2.77 หมื่นล้านบาทภายใน 4 เดือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ดำเนินนโยบายเพื่อปลดล็อกอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยโครงการดังกล่าวเน้นการแก้ไขข้อจำกัดทางการเงิน ซึ่งสามารถผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการเหล่านี้ได้มากกว่า 2.77 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลา 4 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจาก SME เป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งส่งผลต่อความพร้อมของสินค้า บริการ และโอกาสในการจ้างงานในพื้นที่ ภาคธุรกิจ SME ที่แข็งแกร่งมักนำไปสู่ตลาดที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและความหลากหลายของบริการในชุมชน สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเวลาแห่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคบริการและค้าปลีกในท้องถิ่น

แม้ว่าตัวเลขที่รายงานจะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการอัดฉีดเงินทุนเข้าสู่ภาค SME แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกลไกเฉพาะที่ใช้ในการปลดล็อกเงินทุนเหล่านี้และความยั่งยืนในระยะยาวของการสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตจากกระทรวงฯ เพื่อชี้แจงว่าเงินทุนเหล่านี้ถูกจัดสรรอย่างไรและอุตสาหกรรมใดได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 08:58 UTC