ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ไทยเปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญา

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' โดยมอบหมายให้ OKMD พัฒนากรอบการทำงานระดับชาติเพื่อยกระดับศักยภาพทางสมองของคนไทยทุกช่วงวัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญา

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญา

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' โดยมอบหมายให้ OKMD พัฒนากรอบการทำงานระดับชาติเพื่อยกระดับศักยภาพทางสมองของคนไทยทุกช่วงวัย

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ประกาศเปิดตัว 'Thailand Brain Initiative' ในระหว่างการบรรยายที่งาน 'Brain Longevity Bootcamp 2026' โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ในการนำวิทยาศาสตร์สมองมาเป็นฐานสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของคนไทย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ

โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด 'Every Mind, Full Potential' โดยมอบหมายให้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) เป็นแกนนำในการเชื่อมโยงเครือข่ายมหาวิทยาลัย นักวิจัย แพทย์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน เพื่อพัฒนา Framework ระดับชาติ มุ่งหวังสร้างความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สมองและผลักดันให้ไทยก้าวสู่ 'New Growth Engine' ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญามากกว่าการแข่งขันด้านต้นทุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการพัฒนาทุนมนุษย์และสุขภาพทางสมอง แม้โครงการจะมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงาน การจัดสรรงบประมาณ และการบูรณาการโครงการเข้ากับบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม โดยรัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานที่ชัดเจนว่าจะนำกรอบวิทยาศาสตร์สมองเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 12:35 UTC

นักวิชาการเสนอปรับนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการเสนอปรับนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับสินค้าท้องถิ่นและธุรกิจขนาดเล็กในโครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักวิชาการเสนอปรับนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการเสนอปรับนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับสินค้าท้องถิ่นและธุรกิจขนาดเล็กในโครงการโซลาร์รูฟท็อป เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 นักวิชาการได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในแนวทางการให้แรงจูงใจด้านโซลาร์รูฟท็อปของรัฐบาล โดยสาระสำคัญของข้อเสนอแนะคือการให้การสนับสนุนจากภาครัฐควรพุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในท้องถิ่นโดยเฉพาะ

มีความกังวลว่ารูปแบบการอุดหนุนในปัจจุบันอาจส่งผลให้ผู้ที่วางแผนจะติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์อยู่แล้วได้รับประโยชน์โดยไม่ตั้งใจ ไม่ว่ารัฐบาลจะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ก็ตาม ผู้สนับสนุนข้อเสนอนี้โต้แย้งว่าการมุ่งเน้นไปที่ห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้ดีกว่าการอุดหนุนความต้องการที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อนโยบายพลังงานในอนาคต ความพร้อมใช้งานของเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ในท้องถิ่น และต้นทุนการติดตั้งที่อาจเกิดขึ้น หากรัฐบาลรับข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปพิจารณา อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดหาอุปกรณ์โซลาร์เซลล์และการกำหนดโครงสร้างแรงจูงใจสำหรับที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงคำแนะนำจากภาควิชาการเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนนโยบายโซลาร์รูฟท็อปในปัจจุบันหรือกำหนดข้อกำหนดเฉพาะเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปรวมอยู่ในกรอบการพัฒนาพลังงานหรือเศรษฐกิจในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 11:35 UTC

“หมู ปากน้ำ” นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทะลุเข้าชิงชนะเลิศรายการไชน่า โอเพ่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

“หมู ปากน้ำ” นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทะลุเข้าชิงชนะเลิศรายการไชน่า โอเพ่น

นพพล แสงคำ การันตีเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศสนุกเกอร์ไชน่า โอเพ่น 2026 หลังคว้าชัยชนะสุดระทึกที่เมืองไท่หยวน พร้อมรับเงินรางวัลแล้ว 4.4 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

“หมู ปากน้ำ” นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทะลุเข้าชิงชนะเลิศรายการไชน่า โอเพ่น

แหล่งข่าวเดียว
“หมู ปากน้ำ” นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทะลุเข้าชิงชนะเลิศรายการไชน่า โอเพ่น

นพพล แสงคำ การันตีเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศสนุกเกอร์ไชน่า โอเพ่น 2026 หลังคว้าชัยชนะสุดระทึกที่เมืองไท่หยวน พร้อมรับเงินรางวัลแล้ว 4.4 ล้านบาท

นพพล แสงคำ นักสนุกเกอร์อาชีพชาวไทย มืออันดับ 45 ของโลก ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศการแข่งขันสนุกเกอร์รายการ “ไชน่า โอเพ่น 2026” ตามรายงานจาก Khaosod Online โดยนักกีฬาที่รู้จักกันในชื่อ “หมู ปากน้ำ” สามารถเอาชนะ โจ ยู่ หลง นักสนุกเกอร์เจ้าถิ่นจีน ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่ตึงเครียด ณ ริเวอร์ไซด์ สปอร์ต เซ็นเตอร์ เมืองไท่หยวน มณฑลซานซี สาธารณรัฐประชาชนจีน

การแข่งขันจบลงในเฟรมตัดสิน โดยนพพลทำเซ็นจูรี่เบรกได้ 134 คะแนนเพื่อคว้าชัยชนะ ความสำเร็จนี้การันตีเงินรางวัลให้เขาอย่างน้อย 4.4 ล้านบาท โดยรายการนี้มีเงินรางวัลรวมประมาณ 1.205 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 53 ล้านบาท และจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามวงการกีฬาไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนพพล ซึ่งสามารถเอาชนะคู่แข่งระดับท็อปของโลกมาได้ตลอดทัวร์นาเมนต์ การผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับอาชีพโลก ตามรายงานล่าสุด การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะเป็นบทสรุปของทัวร์นาเมนต์นี้ แฟนๆ กำลังรอติดตามผลการแข่งขันว่านพพลจะสามารถคว้าแชมป์ได้หรือไม่ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศและผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะมีการยืนยันอีกครั้งเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

สภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น โดยอ้างถึงความไม่ปกติในชื่อบริษัทและกิจกรรมทางธุรกิจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น

แหล่งข่าวเดียว
สภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น โดยอ้างถึงความไม่ปกติในชื่อบริษัทและกิจกรรมทางธุรกิจ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นเมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกสภาได้ชี้ให้เห็นถึงกรณีที่บริษัทที่ยื่นประมูลสัญญาเหล่านี้ดูเหมือนจะมีโปรไฟล์ทางธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกัน โดยบางบริษัทดูเหมือนจะเปลี่ยนจุดเน้นจากสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องดนตรี มาเป็นการขายของเล่นและเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นในชั่วข้ามคืน

การตรวจสอบนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการอภิปรายเกี่ยวกับความจำเป็นในการกำกับดูแลการใช้จ่ายของเทศบาลที่เข้มงวดขึ้น มีรายงานว่าสำนักงบประมาณได้รับทราบข้อกังวลเหล่านี้แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการกำหนดมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับคุณสมบัติของผู้ขาย เพื่อป้องกันความไม่ปกติเช่นนี้ในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เป็นเรื่องทางบริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินสาธารณะและคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานของเทศบาลเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยสาธารณะหรือการเดินทาง แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปรับปรุงความซื่อสัตย์ในการจัดซื้อจัดจ้างของเมือง ยังคงต้องยืนยันว่าสำนักงบประมาณจะนำมาตรฐานใหม่เหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างไร และสัญญาปัจจุบันจะได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของเทศบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้อาจส่งผลต่อโครงการในอนาคตของเมืองอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ผ้าด้นมือ: แรงขับเคลื่อนใหม่สู่เศรษฐกิจชุมชนสุพรรณบุรี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผ้าด้นมือ: แรงขับเคลื่อนใหม่สู่เศรษฐกิจชุมชนสุพรรณบุรี

Thai Post รายงานว่าผ้าด้นมือได้รับการส่งเสริมให้เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมสำคัญเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและทั่วประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผ้าด้นมือ: แรงขับเคลื่อนใหม่สู่เศรษฐกิจชุมชนสุพรรณบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ผ้าด้นมือ: แรงขับเคลื่อนใหม่สู่เศรษฐกิจชุมชนสุพรรณบุรี

Thai Post รายงานว่าผ้าด้นมือได้รับการส่งเสริมให้เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมสำคัญเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและทั่วประเทศไทย

ตามรายงานของ Thai Post ผ้าด้นมือ (หรือ 'pha don mue') กำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่สำคัญในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมและงานฝีมือท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่ระดับชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและเศรษฐกิจระดับประเทศในวงกว้าง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นในการอนุรักษ์และสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้กับมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่แท้จริง ผู้ที่สนใจในศิลปะและงานฝีมือท้องถิ่นอาจพบว่าผ้าเหล่านี้เป็นวิธีที่มีความหมายในการสนับสนุนช่างฝีมือในภูมิภาคและมีส่วนร่วมกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของสุพรรณบุรี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แสดงถึงการผสมผสานระหว่างทักษะดั้งเดิมและกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ ซึ่งอาจมอบโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ผลิตในท้องถิ่นในการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น

แม้ว่าการส่งเสริมผ้าเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของชุมชน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าช่องทางการจัดจำหน่ายหรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐใดที่จะถูกนำมาใช้เพื่อขยายความคิดริเริ่มนี้ นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและกลุ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะที่จะวางจำหน่ายต่อสาธารณชนยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

ไทยประกันชีวิตเผยกำไรครึ่งปีแรกโต 3.9% ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งแรก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกันชีวิตเผยกำไรครึ่งปีแรกโต 3.9% ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งแรก

ไทยประกันชีวิตประกาศกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 3.9% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกันชีวิตเผยกำไรครึ่งปีแรกโต 3.9% ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งแรก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกันชีวิตเผยกำไรครึ่งปีแรกโต 3.9% ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งแรก

ไทยประกันชีวิตประกาศกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 3.9% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ไทยประกันชีวิตได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ผลการดำเนินงานนี้เป็นผลมาจากรายได้จากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ประกันภัยใหม่

ในการดำเนินการที่สำคัญสำหรับผู้ถือหุ้น นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรกในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อมูลทางการเงินนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของหนึ่งในบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของประเทศ แม้ว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกสำหรับภาคธุรกิจประกันภัยในท้องถิ่น แต่สิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคุ้มครองหรือเงื่อนไขการบริการของผู้ถือกรมธรรม์รายบุคคล ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบในวงกว้างของการจ่ายเงินปันผลนี้หรือกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาวของบริษัท ควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลนักลงทุนในอนาคต เนื่องจากนี่เป็นการประกาศทางการเงินขององค์กร จึงไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นจากสาธารณชน และผลกระทบระยะยาวของนโยบายการจ่ายเงินปันผลนี้ต่อตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงสถานะภาษีของสนามกอล์ฟทหาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงสถานะภาษีของสนามกอล์ฟทหาร

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสนามกอล์ฟที่ดำเนินการโดยทหาร และเสนอช่องทางรายได้ใหม่สำหรับเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงสถานะภาษีของสนามกอล์ฟทหาร

แหล่งข่าวเดียว
สมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามถึงสถานะภาษีของสนามกอล์ฟทหาร

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสนามกอล์ฟที่ดำเนินการโดยทหาร และเสนอช่องทางรายได้ใหม่สำหรับเมือง

ในการประชุมสภากรุงเทพมหานครเมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกสภาท่านหนึ่งได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าสนามกอล์ฟที่ดำเนินการโดยทหารนั้นต้องเสียภาษีท้องถิ่นหรือไม่ การสอบถามนี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ของเมืองและการบังคับใช้นโยบายภาษีอย่างเท่าเทียมในพื้นที่ประเภทต่างๆ ทั่วเมืองหลวง

นอกเหนือจากการสอบถามเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกของทหารแล้ว สมาชิกสภายังเสนอว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ควรสำรวจโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่เพื่อเสริมงบประมาณของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกเสนอให้ กทม. พิจารณาการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมสำหรับบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเมือง เนื่องจากความนิยมในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สมาชิกสภาจึงให้เหตุผลว่าเมืองควรเป็นฝ่ายรุกในการระบุแหล่งรายได้ที่มีศักยภาพจากภาคส่วนที่กำลังเติบโตนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างของหน่วยงานท้องถิ่นในการปรับปรุงการจัดเก็บรายได้ให้ทันสมัยและแก้ไขช่องว่างที่อาจเกิดขึ้นในกรอบภาษีของเทศบาล แม้ว่าการสอบถามเกี่ยวกับสนามกอล์ฟทหารจะดึงความสนใจไปที่การจัดเก็บภาษีที่ดิน แต่ข้อเสนอเกี่ยวกับการชาร์จรถ EV ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอแนะสำหรับการพิจารณาในอนาคต ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า กทม. จะดำเนินการตามมาตรการภาษีเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับทรัพย์สินของทหารหรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถ EV หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

คนงานก่อสร้างในเบลเยียมขุดพบขุมทรัพย์ทองคำซ่อนอยู่ในกำแพง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คนงานก่อสร้างในเบลเยียมขุดพบขุมทรัพย์ทองคำซ่อนอยู่ในกำแพง

คนงานก่อสร้างวัย 18 ปีและทีมงานขุดพบทองคำแท่งและเหรียญทองคำมูลค่าประมาณ 342 ล้านบาท ซ่อนอยู่ภายในกำแพงห้องใต้ดินในประเทศเบลเยียม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คนงานก่อสร้างในเบลเยียมขุดพบขุมทรัพย์ทองคำซ่อนอยู่ในกำแพง

แหล่งข่าวเดียว
คนงานก่อสร้างในเบลเยียมขุดพบขุมทรัพย์ทองคำซ่อนอยู่ในกำแพง

คนงานก่อสร้างวัย 18 ปีและทีมงานขุดพบทองคำแท่งและเหรียญทองคำมูลค่าประมาณ 342 ล้านบาท ซ่อนอยู่ภายในกำแพงห้องใต้ดินในประเทศเบลเยียม

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าว BBC ระบุว่า โคเบ นักศึกษาวัย 18 ปี ซึ่งทำงานก่อสร้างในช่วงฤดูร้อนในประเทศเบลเยียม ได้ขุดพบขุมทรัพย์ทองคำจำนวนมากระหว่างการขุดเจาะเพื่อวางท่อระบายน้ำใหม่ ขุมทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วยทองคำแท่งและเหรียญทองคำจำนวนมาก ซึ่งมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านยูโร (หรือประมาณ 342 ล้านบาท)

ในตอนแรกโคเบคิดว่าสิ่งที่พบเป็นเพียงเหรียญทั่วไป ก่อนจะตระหนักถึงขนาดของขุมทรัพย์ที่พบ ผู้จัดการไซต์งานยืนยันว่าปริมาณทองคำที่พบนั้นมากเกินกว่าที่จะเก็บไว้เองได้ และการพยายามทำเช่นนั้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์ คนงานจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นขององค์กรสวัสดิการในเมืองเดนเดอร์มอนเดอ ได้ถูกตำรวจเข้าตรวจสอบและค้นหาอย่างละเอียดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำทองคำทั้งหมดไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย พร้อมทั้งออกคำเตือนไม่ให้ประชาชนเดินทางมายังพื้นที่ก่อสร้างเพื่อค้นหาของมีค่าเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความลับทางประวัติศาสตร์ที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจถูกค้นพบระหว่างโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในยุโรป แม้ว่าการค้นพบนี้จะสร้างความตื่นเต้นในท้องถิ่น แต่สิทธิ์ในการครอบครองขุมทรัพย์ดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยยังไม่มีการยืนยันว่าใครจะเป็นผู้มีสิทธิ์ในทองคำนี้อย่างเป็นทางการ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

3 กองทรัสต์ไทยประกาศจ่ายปันผลหลังผลประกอบการเติบโต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

3 กองทรัสต์ไทยประกาศจ่ายปันผลหลังผลประกอบการเติบโต

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 3 แห่งในไทยประกาศจ่ายเงินปันผลหลังจากมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

3 กองทรัสต์ไทยประกาศจ่ายปันผลหลังผลประกอบการเติบโต

แหล่งข่าวเดียว
3 กองทรัสต์ไทยประกาศจ่ายปันผลหลังผลประกอบการเติบโต

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 3 แห่งในไทยประกาศจ่ายเงินปันผลหลังจากมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) รายใหญ่ 3 แห่งของไทยได้ประกาศจ่ายเงินปันผลหลังจากผลประกอบการทางการเงินมีการเติบโต

ในบรรดากองทรัสต์ที่กล่าวถึง ALLY รายงานรายได้รวม 773 ล้านบาท และมีกำไร 310 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ส่งผลให้กองทรัสต์อนุมัติการจ่ายเงินปันผลที่ 0.1100 บาทต่อหน่วยสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ในขณะเดียวกัน PROSPECT REIT ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 97%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงสถานะปัจจุบันของภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์บางกลุ่มในประเทศไทย แม้ว่าการเติบโตของอัตราการเช่าและรายได้จะบ่งชี้ถึงความมั่นคงในพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลลัพธ์เหล่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะของกองทรัสต์ที่กล่าวถึงเท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการจ่ายเงินที่แน่นอนสำหรับกองทรัสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากรายงานต้นฉบับระบุว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการจ่ายเงินปันผล นักลงทุนที่มีศักยภาพหรือผู้ที่ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยควรตรวจสอบข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เสนอแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เสนอแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้วางแผนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขช่องว่างทางเศรษฐกิจ 3 ประการ ผ่านแนวทางปฏิบัติ 4 ด้าน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์ที่วัดผลได้ภายใน 6 ถึง 12 เดือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เสนอแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เสนอแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้วางแผนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขช่องว่างทางเศรษฐกิจ 3 ประการ ผ่านแนวทางปฏิบัติ 4 ด้าน โดยมุ่งหวังผลลัพธ์ที่วัดผลได้ภายใน 6 ถึง 12 เดือน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้นำเสนอกรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก ข้อเสนอนี้มุ่งเน้นไปที่การระบุและปลดล็อกช่องว่างเชิงโครงสร้าง 3 ประการที่กำลังเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศุภจีได้วางแนวทางปฏิบัติ 4 ด้านที่ชัดเจนเพื่อปรับปรุงกระบวนการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ หากดำเนินการได้สำเร็จ การปฏิรูปเหล่านี้อาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคบริการ กฎระเบียบทางการค้า และความสะดวกในการทำธุรกิจในประเทศไทยโดยรวม กรอบเวลาที่เสนอสำหรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ค่อนข้างสั้น โดยคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะมีการนำเสนอกรอบแนวคิดแล้ว แต่ลักษณะเฉพาะของช่องว่างทั้ง 3 ประการและกลไกที่แน่ชัดของแนวทางปฏิบัติทั้ง 4 ด้านยังไม่ได้ถูกระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก นอกจากนี้ ความสำเร็จของแผนนี้ยังขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามกลยุทธ์โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิดว่าข้อเสนอเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายระดับชาติอย่างไร และกรอบเวลา 6 ถึง 12 เดือนที่คาดการณ์ไว้นั้นยังคงมีความเป็นไปได้หรือไม่เมื่อเริ่มดำเนินการจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน

ข้อเสนอใหม่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการพัฒนาทางรถไฟทางคู่เชื่อมต่อกับมาเลเซีย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน

ข้อเสนอใหม่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการพัฒนาทางรถไฟทางคู่เชื่อมต่อกับมาเลเซีย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังผลักดันให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจสำหรับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากสถานการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการบริโภคในท้องถิ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุน

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ข้อเสนอดังกล่าวได้เสนอแนวทางหลัก 2 ประการ ได้แก่ การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น และการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่เพื่อเชื่อมต่อประเทศไทยกับมาเลเซีย ผู้สนับสนุนมองว่ามาตรการเหล่านี้เป็น "โอกาสทอง" ในการกระตุ้นการเติบโตของภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากการเชื่อมต่อทางรางที่ดีขึ้นอาจช่วยปรับปรุงโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคและการเดินทางข้ามพรมแดนในอนาคต อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอที่ยื่นต่อรัฐบาลเท่านั้น ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันเกี่ยวกับการอนุมัติโครงการเหล่านี้ กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการ หรือการจัดสรรงบประมาณ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าแผนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะเปลี่ยนจากขั้นตอนการเสนอไปสู่การพัฒนาจริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

ทอท. เผยกำไร 9 เดือน 1.48 หมื่นล้านบาท พร้อมวางแผนขยายบริการพิเศษ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทอท. เผยกำไร 9 เดือน 1.48 หมื่นล้านบาท พร้อมวางแผนขยายบริการพิเศษ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ประกาศกำไร 9 เดือนที่ 1.48 หมื่นล้านบาท และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าและเพิ่มช่องทางบริการพิเศษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทอท. เผยกำไร 9 เดือน 1.48 หมื่นล้านบาท พร้อมวางแผนขยายบริการพิเศษ

แหล่งข่าวเดียว
ทอท. เผยกำไร 9 เดือน 1.48 หมื่นล้านบาท พร้อมวางแผนขยายบริการพิเศษ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ประกาศกำไร 9 เดือนที่ 1.48 หมื่นล้านบาท และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าและเพิ่มช่องทางบริการพิเศษ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้บันทึกกำไรในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณอยู่ที่ 1.48 หมื่นล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคการบิน

สำหรับนักเดินทางและผู้พักอาศัย ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจาก ทอท. กำลังศึกษาแผนการปรับปรุงความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โดยบริษัทกำลังพิจารณาการกลับมาเปิดร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ในโซนขาเข้า ซึ่งเคยเป็นบริการหลักสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ทอท. ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายช่องทางบริการพิเศษเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและยกระดับประสบการณ์การใช้บริการสนามบิน

แม้ว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในสนามบิน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ทั้งกรอบเวลาสำหรับการกลับมาเปิดร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า และลักษณะเฉพาะของช่องทางบริการพิเศษใหม่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ทอท. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงบริการเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชี้ความท้าทายทางเศรษฐกิจและการปรับตัวสู่ AI ในงานเปิดหลักสูตร วธอ. 11
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชี้ความท้าทายทางเศรษฐกิจและการปรับตัวสู่ AI ในงานเปิดหลักสูตร วธอ. 11

อดีตรองนายกรัฐมนตรี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวถึงอุปสรรคทางเศรษฐกิจของไทย พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการนำ AI มาใช้และการตระหนักถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในงานเปิดหลักสูตร วธอ. รุ่นที่ 11

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชี้ความท้าทายทางเศรษฐกิจและการปรับตัวสู่ AI ในงานเปิดหลักสูตร วธอ. 11

แหล่งข่าวเดียว
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ชี้ความท้าทายทางเศรษฐกิจและการปรับตัวสู่ AI ในงานเปิดหลักสูตร วธอ. 11

อดีตรองนายกรัฐมนตรี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวถึงอุปสรรคทางเศรษฐกิจของไทย พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการนำ AI มาใช้และการตระหนักถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในงานเปิดหลักสูตร วธอ. รุ่นที่ 11

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 Matichon Online รายงานว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นักการเมืองชื่อดัง ได้เป็นประธานเปิดหลักสูตร 'วธอ.' (พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน) รุ่นที่ 11 ในระหว่างการกล่าวปาฐกถา นายสุวัจน์ได้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอัตราการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำและระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

นายสุวัจน์เน้นย้ำว่าทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลกสองประการ ได้แก่ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์โลก เขาเสนอว่าการบูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้และการรักษาความตระหนักเชิงกลยุทธ์ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลและภาคเอกชนจะมุ่งเน้นไปที่การปรับโครงสร้างและการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย แต่ผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันยังคงผูกติดอยู่กับผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจโดยรวม คงต้องติดตามกันต่อไปว่าความพยายามร่วมมือเหล่านี้จะสามารถบรรเทาปัญหาหนี้สินและการเติบโตที่ระบุไว้ได้สำเร็จหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการหารือเชิงนโยบายเหล่านี้จะแปลไปสู่กลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่นหรือค่าครองชีพในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC

UBE ปรับกลยุทธ์: เร่งขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

UBE ปรับกลยุทธ์: เร่งขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่

Ubon Bio Ethanol (UBE) กำลังมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจร้านอาหารเพื่อกระจายรายได้ โดยตั้งเป้าขยายสาขา Oshinei ให้ครบ 31 แห่งภายในสิ้นปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

UBE ปรับกลยุทธ์: เร่งขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่

แหล่งข่าวเดียว
UBE ปรับกลยุทธ์: เร่งขยายธุรกิจร้านอาหารเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่

Ubon Bio Ethanol (UBE) กำลังมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจร้านอาหารเพื่อกระจายรายได้ โดยตั้งเป้าขยายสาขา Oshinei ให้ครบ 31 แห่งภายในสิ้นปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Ubon Bio Ethanol (UBE) ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “Beyond Ethanol” โดยบริษัทมุ่งหวังที่จะลดการพึ่งพาธุรกิจหลักแบบเดิมด้วยการสร้าง “New S Curve” ผ่านการดำเนินงานในธุรกิจร้านอาหาร

การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นหลังจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในภาคธุรกิจอาหาร ซึ่งบริษัทรายงานรายได้เพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสที่สอง เพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมนี้ UBE กำลังเร่งขยายแบรนด์ร้านอาหาร “โอชิเน” (Oshinei) โดยบริษัทวางแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าให้ครบ 31 สาขาภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารกำลังประเมินโมเดลธุรกิจร้านอาหารใหม่ๆ เพื่อกระจายพอร์ตโฟลิโอของบริษัทให้หลากหลายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การขยายตัวนี้อาจนำไปสู่การเข้าถึงร้านอาหารโอชิเนได้สะดวกยิ่งขึ้น แม้ว่าบริษัทจะยืนยันเป้าหมายการเติบโตสำหรับปีปัจจุบันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดต่างประเทศที่จะขยายไปและลักษณะของโมเดลร้านอาหารใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการกระจายธุรกิจนี้จะสามารถชดเชยความผันผวนของตลาดเอทานอลได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

ราช กรุ๊ป เผยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราช กรุ๊ป เผยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจหลัก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราช กรุ๊ป เผยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราช กรุ๊ป เผยผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

ราช กรุ๊ป ประกาศกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจหลัก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราช กรุ๊ป ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 7,620 ล้านบาท

ธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท โดยคิดเป็น 96% ของรายได้รวม ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ โครงการพลังงานลมในประเทศออสเตรเลียและการดำเนินงานด้านพลังน้ำใน สปป.ลาว สำหรับก้าวต่อไป บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าใหม่อีก 2 โครงการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลประกอบการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ในขณะที่ราช กรุ๊ป เดินหน้าบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากต่างประเทศเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ ความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้ายังคงเป็นจุดสำคัญสำหรับเสถียรภาพทางอุตสาหกรรมและครัวเรือน แม้ว่าบริษัทจะยืนยันสถานะทางการเงินในปัจจุบันและการเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสองแห่งแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งและกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าใหม่เหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการเหล่านี้ในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

รัฐมนตรีวราวุธเสนอแผนกลยุทธ์ AI² รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจแบบ K-Shape
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีวราวุธเสนอแผนกลยุทธ์ AI² รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจแบบ K-Shape

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวกลยุทธ์ 'AI²' เพื่อลดช่องว่างในเศรษฐกิจแบบ K-Shape ของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐมนตรีวราวุธเสนอแผนกลยุทธ์ AI² รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจแบบ K-Shape

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีวราวุธเสนอแผนกลยุทธ์ AI² รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจแบบ K-Shape

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวกลยุทธ์ 'AI²' เพื่อลดช่องว่างในเศรษฐกิจแบบ K-Shape ของประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้เปิดตัวกรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า 'AI²' โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความท้าทายของเศรษฐกิจแบบ K-Shape ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่บางภาคส่วนเติบโตในขณะที่บางภาคส่วนประสบปัญหา กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและการเชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น การให้ความสำคัญกับภาคส่วนที่มีมูลค่าสูงมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความมั่นคงในการจ้างงานและนวัตกรรมภายในระบบนิเวศของ SME สำหรับนักท่องเที่ยว แม้นโยบายนี้จะเป็นเชิงโครงสร้างเป็นหลัก แต่อาจเป็นสัญญาณของการผลักดันให้เกิดความทันสมัยทางดิจิทัลในด้านบริการและโครงสร้างพื้นฐานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามรายละเอียดว่ารัฐบาลจะจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร และจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนอย่างไรสำหรับการบูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากโครงการนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ผลกระทบในทางปฏิบัติต่อชีวิตทางเศรษฐกิจประจำวันและกลไกเฉพาะสำหรับการสนับสนุน SME จึงยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

“พริษฐ์” จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เกี่ยวข้องอดีตพนักงานสอบสวน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

“พริษฐ์” จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เกี่ยวข้องอดีตพนักงานสอบสวน

พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการสอบสวนกรณีการโอนเงิน 860,000 บาท ที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงานสอบสวน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

“พริษฐ์” จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เกี่ยวข้องอดีตพนักงานสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
“พริษฐ์” จี้ กกต. แจงปมเงิน 8.6 แสนบาท เกี่ยวข้องอดีตพนักงานสอบสวน

พริษฐ์ วัชรสินธุ ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการสอบสวนกรณีการโอนเงิน 860,000 บาท ที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงานสอบสวน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินจำนวน 860,000 บาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตพนักงานสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยพริษฐ์ได้นำเสนอข้อเท็จจริง 5 ประการที่ระบุรายละเอียดเส้นทางการเงินจากบุคคลที่ระบุชื่อว่า “ญาณี” ไปยังอดีตเจ้าหน้าที่ กกต. ดังกล่าว

พริษฐ์กำลังตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบของ กกต. โดยเฉพาะเหตุผลที่ กกต. มุ่งเน้นการสอบสวนเฉพาะผู้รับเงิน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ตรวจสอบบุคคลที่เป็นผู้โอนเงินดังกล่าว โดยเขาให้เหตุผลว่าหากพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการเรียกรับหรือยอมรับเงิน ต้นทางของเงินนั้นก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในของหน่วยงานอิสระของรัฐในประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบทางการเมืองจะมีนัยสำคัญ แต่สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมกำลังถกเถียงกัน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า กกต. จะเริ่มการสอบสวนในวงกว้างเกี่ยวกับผู้โอนเงินหรือจะมีการตอบกลับอย่างเป็นทางการต่อข้อซักถามของพริษฐ์หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าแรงกดดันนี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางปกครองเพิ่มเติม หรือขอบเขตของการสอบสวนจะยังคงเดิมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรลิเวอร์พูล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรลิเวอร์พูล

กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส ได้เข้าซื้อหุ้น 33% ของสโมสรลิเวอร์พูลด้วยมูลค่า 7.4 หมื่นล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรลิเวอร์พูล

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรลิเวอร์พูล

กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส ได้เข้าซื้อหุ้น 33% ของสโมสรลิเวอร์พูลด้วยมูลค่า 7.4 หมื่นล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2026 กลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟ์ เบโซส ซึ่งปัจจุบันเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 4 ของโลก ได้เข้าซื้อหุ้น 1 ใน 3 ของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในอังกฤษเสร็จสิ้นแล้ว โดยธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 7.4 หมื่นล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามกีฬาต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในโครงสร้างความเป็นเจ้าของของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก สโมสรลิเวอร์พูลมีฐานแฟนบอลจำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเข้ามาของนักลงทุนระดับโลกที่มีชื่อเสียงอาจส่งผลต่อกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในอนาคต การขยายตลาด และการมีส่วนร่วมกับตลาดไทยในอนาคต

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าซื้อหุ้น 33% ดังกล่าว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบที่แน่ชัดของกลุ่มทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการบริหารจัดการและทิศทางการดำเนินงานของสโมสรที่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ แฟนบอลและผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากสโมสรหรือกลุ่มทุน เพื่อยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางในอนาคตของทีมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC