ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 150 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 150 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 150 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 150 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศปรับขึ้นราคาทองคำเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 09.02 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 150 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

หลังจากการปรับเปลี่ยนนี้ ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ ข้อมูลนี้สะท้อนถึงตัวเลขอย่างเป็นทางการที่จัดทำโดยสมาคมค้าทองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่าทองคำจะเป็นสินค้าสำคัญในตลาดท้องถิ่น แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องเป็นหลักกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหรือซื้อเครื่องประดับ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูงและได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางการเงินระหว่างประเทศ ผู้ที่วางแผนจะซื้อทองคำควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำหรือร้านทองในท้องถิ่นก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากอัตราตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 02:39 UTC

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางการหารือด้านการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางการหารือด้านการค้า

กระทรวงกลาโหมไทยปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการแลกเปลี่ยนความมั่นคงกับภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่าการเยือนระดับสูงเมื่อเร็วๆ นี้มุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางการหารือด้านการค้า

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมไทยชี้แจงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางการหารือด้านการค้า

กระทรวงกลาโหมไทยปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการแลกเปลี่ยนความมั่นคงกับภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่าการเยือนระดับสูงเมื่อเร็วๆ นี้มุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 กระทรวงกลาโหมไทยได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกังวลเรื่องการแลกเปลี่ยนระหว่างความมั่นคงของชาติกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันด้วยความมั่นใจ 100% ว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้ยื่นเงื่อนไขด้านความมั่นคงเพื่อแลกกับการปรับลดภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

การชี้แจงนี้เกิดขึ้นหลังจากการเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วมกัน แม้ว่าการหารือจะรวมถึงหัวข้อเทคโนโลยีโดรน แต่โฆษกได้ชี้แจงว่าแผนการจัดตั้งโรงงานผลิตยังไม่ถึงขั้นนั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ข่าวนี้ช่วยให้เห็นภาพบรรยากาศทางการทูตในปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่การยืนยันถึงความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศที่มั่นคงและไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันยังคงคาดการณ์ได้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วมจะเป็นทางการ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีโดรนในอนาคตยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางอุตสาหกรรมหรือข้อตกลงทางการค้าเฉพาะระหว่างสองประเทศยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 05:38 UTC

สศช. ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 อยู่ที่ 2.2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สศช. ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 อยู่ที่ 2.2%

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเติบโต 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 และปรับแนวโน้มทั้งปีเป็น 2.2%

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สศช. ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 อยู่ที่ 2.2%

แหล่งข่าวเดียว
สศช. ปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2569 อยู่ที่ 2.2%

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเติบโต 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 และปรับแนวโน้มทั้งปีเป็น 2.2%

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ประกาศว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 หลังจากผลการดำเนินงานดังกล่าว หน่วยงานได้ปรับคาดการณ์การเติบโตของ GDP สำหรับปี 2569 ทั้งปีเป็น 2.2%

การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากแนวโน้มเชิงบวกในการส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพในระดับปานกลาง แม้ว่า สศช. จะเน้นย้ำถึงปัจจัยภายนอกและภายในหลายประการที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานได้ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นของราคาน้ำมันโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา และความท้าทายที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับระดับหนี้ของ SME ว่าเป็นตัวแปรที่อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต

แม้ว่าการคาดการณ์ที่ปรับปรุงใหม่จะให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการคลังในปัจจุบัน แต่ผลกระทบที่แท้จริงจากแรงกดดันระดับโลกและระดับประเทศเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้สังเกตการณ์ติดตามการอัปเดตเพิ่มเติมจาก สศช. ในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อค่าครองชีพ การดำเนินธุรกิจ และสภาวะตลาดทั่วไปในประเทศไทย รายงานนี้ถือเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:59 UTC

DITTO เผยผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่ง กำไรแตะ 190 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

DITTO เผยผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่ง กำไรแตะ 190 ล้านบาท

บริษัทเทคโนโลยี DITTO (Thailand) PCL ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ทำสถิติใหม่ด้วยกำไรที่เติบโตขึ้น 13%

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

DITTO เผยผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่ง กำไรแตะ 190 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
DITTO เผยผลประกอบการไตรมาส 2 แข็งแกร่ง กำไรแตะ 190 ล้านบาท

บริษัทเทคโนโลยี DITTO (Thailand) PCL ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ทำสถิติใหม่ด้วยกำไรที่เติบโตขึ้น 13%

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท DITTO (Thailand) PCL ได้สร้างสถิติใหม่ในผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีกำไรอยู่ที่ 189.71 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ยอดขายในไตรมาสเดียวกันยังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33%

สำหรับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทรายงานกำไรรวมเกือบ 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% โดยมียอดขายรวมเกือบ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงโครงการในอนาคตที่มั่นคง รายงานยังระบุด้วยว่าบริษัทกำลังได้รับความสนใจจากบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่มองหาโอกาสในการร่วมมือทางธุรกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยีในท้องถิ่นต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ DITTO ยังคงเดินหน้าคว้าโครงการขนาดใหญ่ การดำเนินงานของบริษัทอาจส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการสาธารณะ แม้ว่าผลประกอบการทางการเงินเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าองค์กรระหว่างประเทศใดบ้างที่กำลังเจรจากับบริษัท และความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการให้บริการหรือตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:59 UTC

การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการเติบโตช้ากว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่สอง โดยมีสาเหตุมาจากการใช้จ่ายของครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจที่อ่อนแอ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการเติบโตช้ากว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่สอง โดยมีสาเหตุมาจากการใช้จ่ายของครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจที่อ่อนแอ

ตามรายงานจาก Matichon Online ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ข้อมูลระบุว่าปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตที่ซบเซานี้คือการลดลงอย่างเห็นได้ชัดของการบริโภคในครัวเรือนและการลดลงของกิจกรรมการลงทุนของภาคธุรกิจ

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งระหว่างทั้งสองประเทศ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่สำคัญในประเทศไทยและเป็นคู่ค้ารายสำคัญ การชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจส่งผลกระทบต่อกระแสการลงทุนในอนาคตในภาคอุตสาหกรรมของไทย หรือส่งผลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาเยือนประเทศ นอกจากนี้ ความผันผวนของเงินเยนญี่ปุ่นที่เกิดจากสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและราคาสินค้านำเข้าสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่มาเยือน

แม้ว่าข้อมูลปัจจุบันจะเน้นย้ำถึงแนวโน้มที่ชะลอตัว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการค้าในภูมิภาคยังคงต้องได้รับการยืนยัน นักวิเคราะห์กำลังรอตัวบ่งชี้เพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่านี่เป็นเพียงการลดลงชั่วคราวหรือเป็นช่วงเวลาของภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักที่ยืดเยื้อ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามรายงานรายไตรมาสในอนาคตเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตลาดโลกจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการฟื้นตัวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

บีโอไอผนึกกำลัง 4 หน่วยงานรัฐ เร่งเครื่องลงทุนไฮเทคในภาคตะวันออก
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

บีโอไอผนึกกำลัง 4 หน่วยงานรัฐ เร่งเครื่องลงทุนไฮเทคในภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมมือกับ 4 หน่วยงานรัฐเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านการลงทุนในภาคตะวันออก รองรับคำขอส่งเสริมการลงทุนมูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอผนึกกำลัง 4 หน่วยงานรัฐ เร่งเครื่องลงทุนไฮเทคในภาคตะวันออก

ได้รับการยืนยัน
บีโอไอผนึกกำลัง 4 หน่วยงานรัฐ เร่งเครื่องลงทุนไฮเทคในภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมมือกับ 4 หน่วยงานรัฐเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านการลงทุนในภาคตะวันออก รองรับคำขอส่งเสริมการลงทุนมูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้จัดงานสัมมนา “Eastern Thailand: Unlocking the Next Investment Frontier” ที่จังหวัดชลบุรี โดยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 4 หน่วยงานรัฐเพื่อทลายข้อจำกัดในการลงทุนในภาคตะวันออก ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทค โดยต่อยอดจากคำขอส่งเสริมการลงทุนที่มีอยู่แล้วมูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท

ตามรายงานของ Khaosod Online บีโอไอต้องการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และการเติบโตของ AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานในภาคตะวันออกจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมีผู้แทนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมีกว่า 500 คนเข้าร่วมงานสัมมนา ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะมุ่งมั่นในการปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการใหม่และสถานะการอนุมัติขั้นสุดท้ายของคำขอลงทุนที่ค้างอยู่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 02:37 UTC

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9% จากผลกระทบความขัดแย้งทั่วโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9% จากผลกระทบความขัดแย้งทั่วโลก

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเติบโตของจีดีพีไทยในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 1.9% โดยระบุว่าความขัดแย้งทั่วโลกเป็นปัจจัยหลัก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9% จากผลกระทบความขัดแย้งทั่วโลก

แหล่งข่าวเดียว
จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9% จากผลกระทบความขัดแย้งทั่วโลก

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเติบโตของจีดีพีไทยในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 1.9% โดยระบุว่าความขัดแย้งทั่วโลกเป็นปัจจัยหลัก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศว่าจีดีพีของประเทศไทยเติบโต 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยหน่วยงานระบุว่าการชะลอตัวนี้มีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบเชิงลบของความขัดแย้งทั่วโลกที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ

เพื่อตอบสนองต่อตัวเลขดังกล่าว สศช. ได้ปรับเป้าหมายการเติบโตตลอดทั้งปี 2569 เหลือ 2.2% แม้จะมีการชะลอตัว แต่หน่วยงานระบุว่าเศรษฐกิจยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมการส่งออกและโครงการลงทุนที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับตัวทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเวลาการเติบโตในระดับปานกลาง แม้ว่าเศรษฐกิจจะยังคงทำงานได้ตามปกติและได้รับการสนับสนุนจากการค้า แต่การปรับลดเป้าหมายลงชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันจากภายนอกกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการคาดการณ์ปัจจุบันของ สศช. ส่วนเป้าหมายการเติบโตเหล่านี้จะบรรลุผลภายในสิ้นปีหรือไม่นั้นยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของความขัดแย้งระหว่างประเทศและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและเสถียรภาพทางการค้าเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โต 1.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โต 1.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว 1.1% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โต 1.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 โต 1.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว 1.1% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัว

ตามรายงานจาก Prachachat Business การเติบโตของ GDP ญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 อยู่ที่ 1.1% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการลงทุนในภาคเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค รายงานระบุว่าความท้าทายทางเศรษฐกิจเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่สำคัญในไทยและเป็นตลาดหลักสำหรับการส่งออกของไทย การชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้า กระแสการลงทุน และความแข็งแกร่งของเงินเยน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมายังประเทศไทย

ในอนาคต ความสนใจมุ่งไปที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยนักวิเคราะห์ตลาดประเมินว่ามีโอกาสสูงถึง 80% ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 สิงหาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าธนาคารกลางจะยังคงรักษาท่าทีที่เข้มงวดนี้ไว้หรือไม่ แม้ข้อมูล GDP จะออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่า BOJ จะสื่อสารทิศทางนโยบายอย่างไรจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 05:39 UTC

สมาคมการค้ายื่นเรื่องต่อ กขค. ร้องเรียนปัญหาโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมอีคอมเมิร์ซ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สมาคมการค้ายื่นเรื่องต่อ กขค. ร้องเรียนปัญหาโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมอีคอมเมิร์ซ

สมาคมการค้าไทยได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมบริการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สมาคมการค้ายื่นเรื่องต่อ กขค. ร้องเรียนปัญหาโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมอีคอมเมิร์ซ

แหล่งข่าวเดียว
สมาคมการค้ายื่นเรื่องต่อ กขค. ร้องเรียนปัญหาโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมอีคอมเมิร์ซ

สมาคมการค้าไทยได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมบริการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สมาคมการค้าได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อขอให้ตรวจสอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยสมาคมฯ กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีการกำหนดแนวทางด้านโลจิสติกส์ที่จำกัดและมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบริการจนสูงเกินกว่า 30%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากชี้ให้เห็นถึงความบิดเบือนของตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและความอยู่รอดของผู้ค้าในท้องถิ่น สมาคมฯ ได้แสดงความกังวลว่าต้นทุนการดำเนินงานที่สูงเหล่านี้อาจนำไปสู่การปิดกิจการเป็นวงกว้างและการเลิกจ้างงานทั่วประเทศหากไม่ได้รับการแก้ไข

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการยื่นคำร้อง ยังไม่มีการยืนยันว่า กขค. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีมาตรการกำกับดูแลเฉพาะเจาะจงใดๆ ต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอาจส่งผลต่อราคาและความพร้อมจำหน่ายของสินค้าที่ซื้อผ่านตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:37 UTC

EGCO Group เผยผลประกอบการทางการเงินครึ่งปีแรก 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

EGCO Group เผยผลประกอบการทางการเงินครึ่งปีแรก 2569

EGCO Group ประกาศกำไรสุทธิ 1.538 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลและ AI

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EGCO Group เผยผลประกอบการทางการเงินครึ่งปีแรก 2569

แหล่งข่าวเดียว
EGCO Group เผยผลประกอบการทางการเงินครึ่งปีแรก 2569

EGCO Group ประกาศกำไรสุทธิ 1.538 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลและ AI

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กลุ่มบริษัท EGCO ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีรายได้รวม 19,179 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท สำหรับไตรมาสที่ 2 เพียงไตรมาสเดียว บริษัทรายงานรายได้ 9,670 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร 1,625 ล้านบาท

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ EGCO Group กล่าวว่าผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการดำเนินงานโรงไฟฟ้าของบริษัททั้งในประเทศไทยและลาว นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นย้ำว่าผลการดำเนินงานได้รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดยการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดคงเหลืออยู่ที่ 31,800 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานนี้ตอกย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าบริษัทจะรายงานสถานะทางการเงินที่มั่นคง แต่ยังคงต้องติดตามว่าความผันผวนของความต้องการพลังงานในภูมิภาคหรือการเปลี่ยนแปลงในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต จะส่งผลต่อเสถียรภาพของสาธารณูปโภคในระยะยาวอย่างไร นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานในอดีตและไม่ได้รับประกันถึงสภาวะตลาดในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

ไทยเร่งปฏิรูปภาษีรถยนต์เพื่อรักษาฐานการผลิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งปฏิรูปภาษีรถยนต์เพื่อรักษาฐานการผลิต

กรมสรรพสามิตกำลังเร่งทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์เพื่อป้องกันผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งปฏิรูปภาษีรถยนต์เพื่อรักษาฐานการผลิต

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งปฏิรูปภาษีรถยนต์เพื่อรักษาฐานการผลิต

กรมสรรพสามิตกำลังเร่งทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์เพื่อป้องกันผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายน

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้สั่งการให้เร่งทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์ของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากผู้ประกอบการรถยนต์ร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นธรรมภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่มีอยู่ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าบริษัทต่างๆ อาจย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย

กรมสรรพสามิตตั้งเป้าที่จะสรุปกรอบภาษีใหม่ภายในเดือนกันยายนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและรักษาฐานะของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาค สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากภาคยานยนต์เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเสถียรภาพของการผลิตอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในท้องถิ่นและภาพรวมของอุตสาหกรรม

แม้ว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบในการแข่งขันเหล่านี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะที่แน่ชัดของการปรับภาษีและวิธีการที่จะนำไปใช้กับรถยนต์ประเภทต่างๆ เช่น รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยออกมา ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศนโยบายขั้นสุดท้ายที่มีกำหนดในเดือนหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อตลาดและความยั่งยืนในระยะยาวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 04:38 UTC

Bangkok Business Summit 2026 เตรียมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Bangkok Business Summit 2026 เตรียมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมจัดงาน 'Bangkok Business Summit 2026' เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Bangkok Business Summit 2026 เตรียมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย

แหล่งข่าวเดียว
Bangkok Business Summit 2026 เตรียมขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมจัดงาน 'Bangkok Business Summit 2026' เพื่อปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กำลังร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก เพื่อจัดงาน 'The Bangkok Business Summit 2026'

งานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด 'Reinvent Thailand, Resilient ASEAN' โดยนายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. กล่าวว่างานนี้มีเป้าหมายเพื่อระดมวิสัยทัศน์จากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย งานนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569 รวมถึงการรับบทประธานอาเซียนในปี 2571

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามครั้งสำคัญในการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว แม้ว่างานจะมุ่งเน้นไปที่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ระดับสูง แต่ก็เป็นสัญญาณถึงช่วงเวลาแห่งการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศที่เข้มข้นของไทย รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกฎระเบียบทางธุรกิจในท้องถิ่นหรือนโยบายผู้บริโภคนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ภายในงานจะมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'Thailand’s Offer to the World' ซึ่งคาดว่าจะมีการระบุถึงทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

มุมมองของ แสงชัย ธีรกุลวาณิช ต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มุมมองของ แสงชัย ธีรกุลวาณิช ต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Matichon Online รายงานเกี่ยวกับการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้กับ แสงชัย ธีรกุลวาณิช เกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มุมมองของ แสงชัย ธีรกุลวาณิช ต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
มุมมองของ แสงชัย ธีรกุลวาณิช ต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Matichon Online รายงานเกี่ยวกับการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้กับ แสงชัย ธีรกุลวาณิช เกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ในรายงานล่าสุดจาก Matichon Online แสงชัย ธีรกุลวาณิช ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน การสนทนาได้เน้นย้ำถึงปัจจัยต่างๆ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางการเงิน ซึ่งให้บริบทที่กว้างขึ้นสำหรับผู้ที่ติดตามทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องเนื่องจากอาจส่งผลต่อสภาวะตลาดท้องถิ่น ราคาสินค้า และบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวม แม้ว่ารายงานจะนำเสนอมุมมองเชิงวิชาชีพเกี่ยวกับความท้าทายเหล่านี้ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นมุมมองเชิงวิเคราะห์มากกว่าการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาดในทันที

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่แท้จริงของผลกระทบทางเศรษฐกิจที่หารือกันยังคงต้องรอการยืนยัน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาลหรือการปรับตัวของภาคเอกชนยังไม่มีการยืนยัน ผู้ที่สนใจผลกระทบระยะยาวของสภาวะเศรษฐกิจเหล่านี้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและรายงานเพิ่มเติมจากสื่อหลักต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าแนวโน้มเหล่านี้อาจพัฒนาไปอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

ผู้เชี่ยวชาญแนะไทยวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอาเซียน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญแนะไทยวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอาเซียน

นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจเรียกร้องให้ประเทศไทยปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติเพื่อรักษาและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันภายในภูมิภาคอาเซียน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญแนะไทยวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะไทยวางแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอาเซียน

นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจเรียกร้องให้ประเทศไทยปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติเพื่อรักษาและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันภายในภูมิภาคอาเซียน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจกำลังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องใช้แนวทางที่คำนวณมาอย่างรอบคอบมากขึ้นเกี่ยวกับจุดยืนในระดับภูมิภาค การอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงและการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในอาเซียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมุ่งเน้นที่ความสามารถในการแข่งขันระดับชาตินี้มีความสำคัญเนื่องจากมักมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ และความสะดวกโดยรวมในการทำธุรกิจภายในประเทศ ประเทศไทยที่มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นอาจนำไปสู่การปรับปรุงบริการดิจิทัล โลจิสติกส์ที่ดีขึ้น และระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งขึ้น แม้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้จะขึ้นอยู่กับนโยบายเฉพาะที่รัฐบาลเลือกที่จะนำไปปฏิบัติอย่างมาก

ในขั้นตอนนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรม ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับ "หมาก" เชิงกลยุทธ์ใดบ้างเพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าคำแนะนำทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแผนพัฒนาชาติในอนาคตอย่างไร และจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ จนถึงขณะนี้ การอภิปรายยังคงอยู่ในขั้นตอนการให้คำปรึกษา โดยยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือกฎระเบียบในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

ราช กรุ๊ป เผยกำไร 2.6 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราช กรุ๊ป เผยกำไร 2.6 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ราช กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท พร้อมมุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราช กรุ๊ป เผยกำไร 2.6 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราช กรุ๊ป เผยกำไร 2.6 พันล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ราช กรุ๊ป ประกาศผลประกอบการทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท พร้อมมุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ราช กรุ๊ป ได้เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 26,015 ล้านบาท นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ระบุว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 7,620 ล้านบาท

รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทประมาณร้อยละ 96 หรือ 24,866 ล้านบาท มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยแบ่งเป็นรายได้จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักร้อยละ 90 และโครงการพลังงานทดแทนร้อยละ 10

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ในขณะที่ราช กรุ๊ป เดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ การลงทุนเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตพลังงานของบริษัท แม้ว่าตัวเลขทางการเงินจะแสดงให้เห็นถึงสถานะการดำเนินงานในปัจจุบันของบริษัทอย่างชัดเจน แต่สถานที่และกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การพัฒนานี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามการเติบโตทางอุตสาหกรรมและทิศทางของภาคพลังงานในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 03:17 UTC

สัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดใน Matichon Online เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
สัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดใน Matichon Online เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศไทย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ได้มีการอภิปรายที่สำคัญในแวดวงเศรษฐกิจของประเทศไทยเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินของประเทศ โดยบทความในคอลัมน์ 'สถานีคิดเลขที่ 12 : เสียงเตือนจากเพื่อน' ได้ชี้ให้เห็นว่ามีแรงกดดันแฝงที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สัญญาณทางเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเนื่องจากอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่น ราคาสินค้า และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม แม้ว่ารายงานจะระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นข่าวใหญ่ในแวดวงเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการล่มสลายของตลาดในทันที แต่เป็นการสังเกตการณ์ด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของคำเตือนเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่าความกังวลเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในนโยบายการคลังของรัฐบาล หรือเป็นเพียงความผันผวนชั่วคราวของความเชื่อมั่นในตลาด ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและสำนักข่าวการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้อาจพัฒนาไปอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะนี้ สถานการณ์ถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ติดตามสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

บีโอไอจับมือ 4 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานดึงการลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอจับมือ 4 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานดึงการลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมมือกับ 4 หน่วยงานรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคเข้าสู่ภาคตะวันออก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอจับมือ 4 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานดึงการลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอจับมือ 4 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานดึงการลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมมือกับ 4 หน่วยงานรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคเข้าสู่ภาคตะวันออก

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เปิดตัวโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับระบบนิเวศการลงทุนในภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยบีโอไอได้ผนึกกำลังกับ 4 หน่วยงานรัฐที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.), การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการขจัดอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาน้ำ ไฟฟ้า และความพร้อมของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม การปรับปรุงบริการที่จำเป็นเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่ออุตสาหกรรมไฮเทคมากขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงแผนการยกระดับฐานการผลิตเดิมด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับความพยายามในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นสู่ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นในภาคตะวันออก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและแนวโน้มของตลาดแรงงาน แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนที่มีคุณภาพ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้และขอบเขตที่แน่ชัดของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำการปรับปรุงเหล่านี้ไปปฏิบัติจริงในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 02:39 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาการปรับตัวเลขจีดีพี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาการปรับตัวเลขจีดีพี

บริษัทหลักทรัพย์ พาย คาดการณ์ดัชนี SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590 – 1,620 จุด โดยตลาดกำลังจับตาข้อมูลจีดีพีที่จะมีการประกาศออกมา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาการปรับตัวเลขจีดีพี

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาการปรับตัวเลขจีดีพี

บริษัทหลักทรัพย์ พาย คาดการณ์ดัชนี SET วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590 – 1,620 จุด โดยตลาดกำลังจับตาข้อมูลจีดีพีที่จะมีการประกาศออกมา

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,590 – 1,620 จุด โดยบรรยากาศการลงทุนในขณะนี้ได้รับอิทธิพลจากการปรับตัวบวกเล็กน้อย 0.5% ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาเชิงบวกสำหรับการซื้อขายในภูมิภาค

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาในวันนี้คือการประกาศจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการปรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสุขภาพทางเศรษฐกิจและทิศทางการเติบโตของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความผันผวนของดัชนี SET มักสะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ว่าความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพในแต่ละวัน แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในประมาณการจีดีพีอาจส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต เสถียรภาพของค่าเงิน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวมในประเทศไทย ในขณะนี้ตลาดอยู่ในโหมดรอดูสถานการณ์ โดยนักสังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก สศช. เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจจะถูกปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางของตลาดในการซื้อขายรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 02:40 UTC