ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

กระทรวงพาณิชย์ไทยรายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีมูลค่ารวม 2.19 แสนล้านบาทในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

ได้รับการยืนยัน
การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่ง 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

กระทรวงพาณิชย์ไทยรายงานการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการลงทุนจากต่างชาติ โดยมีมูลค่ารวม 2.19 แสนล้านบาทในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569

ตามข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงพาณิชย์ได้อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 736 รายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 219,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เฉพาะในเดือนกรกฎาคม 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติประกอบธุรกิจจำนวน 96 ราย คิดเป็นเงินลงทุน 31,594 ล้านบาท โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าการอนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การไหลเข้าของเงินทุนนี้มักเป็นสัญญาณของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการในศูนย์กลางธุรกิจสำคัญ แม้ข้อมูลจะยืนยันถึงความสนใจที่แข็งแกร่งจากบริษัทต่างชาติ แต่ยังคงต้องติดตามว่าการลงทุนนี้จะส่งผลต่อโอกาสการจ้างงานในระยะยาวหรือการเติบโตในภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศอย่างไร กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามแนวโน้มเหล่านี้อย่างต่อเนื่องในฐานะส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 18 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 18 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยประกาศปรับขึ้นราคาทองคำ 200 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 18 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 18 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยประกาศปรับขึ้นราคาทองคำ 200 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำในประเทศ โดยอ้างอิงจากการประกาศครั้งที่ 1 ของวัน ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดตลาดของวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ทองคำแท่งมีราคารับซื้ออยู่ที่ 68,700 บาท และขายออกที่ 68,900 บาทต่อหน่วย สำหรับทองรูปพรรณ 96.5% ราคารับซื้ออยู่ที่ 67,325.56 บาท และราคาขายออกอยู่ที่ 69,700 บาทต่อหน่วย ในขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,403.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและต้นทุนในการซื้อโลหะมีค่าภายในประเทศ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพรวมของตลาด แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำมีความผันผวนสูงและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลก ผู้ที่สนใจซื้อขายหรือลงทุนในทองคำควรติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับการอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากราคาเหล่านี้อาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 02:36 UTC

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: สภาพัฒน์คาดการณ์จีดีพีโต 2.2% จากการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: สภาพัฒน์คาดการณ์จีดีพีโต 2.2% จากการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีที่ 2.2% ในปีนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: สภาพัฒน์คาดการณ์จีดีพีโต 2.2% จากการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: สภาพัฒน์คาดการณ์จีดีพีโต 2.2% จากการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีที่ 2.2% ในปีนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการลงทุนในภาคเอกชนภายในประเทศไทย จากแนวโน้มปัจจุบัน หน่วยงานคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะเติบโต 2.2% ตลอดทั้งปีนี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูง เปิดเผยว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ "เศรษฐกิจใหม่ของโลก" ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงการปรับโครงสร้างในวิธีที่ประเทศมีส่วนร่วมกับตลาดระหว่างประเทศและการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลทางเศรษฐกิจนี้ทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางการเงินของประเทศ การเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนมักมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของธุรกิจ และการสร้างงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพโดยรวมของบริการและความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการคาดการณ์การเติบโตที่ 2.2% จะให้มุมมองเชิงบวก แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงเสถียรภาพของตลาดโลกและความต่อเนื่องของแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชนเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่เมื่อเวลาผ่านไปตลอดทั้งปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 23:15 UTC

เจ้าของบริษัทรับเหมาในชลบุรีถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบคุกคามตามทวงหนี้อดีตลูกจ้าง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าของบริษัทรับเหมาในชลบุรีถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบคุกคามตามทวงหนี้อดีตลูกจ้าง

เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างสองรายในบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร้องเรียนว่าถูกกลุ่มทวงหนี้ผิดกฎหมายคุกคามเพื่อตามหาอดีตลูกจ้างที่นำข้อมูลติดต่อของพวกเขาไปใช้กู้เงิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าของบริษัทรับเหมาในชลบุรีถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบคุกคามตามทวงหนี้อดีตลูกจ้าง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าของบริษัทรับเหมาในชลบุรีถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบคุกคามตามทวงหนี้อดีตลูกจ้าง

เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างสองรายในบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร้องเรียนว่าถูกกลุ่มทวงหนี้ผิดกฎหมายคุกคามเพื่อตามหาอดีตลูกจ้างที่นำข้อมูลติดต่อของพวกเขาไปใช้กู้เงิน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายวิเชียร อายุ 25 ปี และนายภานุวัฒน์ อายุ 22 ปี เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้เข้าร้องเรียนว่าถูกกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าเป็นแก๊งเงินกู้นอกระบบคุกคาม ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มทวงหนี้ได้บุกมาที่สำนักงานย่านแยกมิตรกมล ตำบลหนองปรือ เพื่อทวงหนี้จากอดีตลูกจ้างที่ชื่อ “นายชัย”

เจ้าของบริษัทระบุว่า นายชัยซึ่งลาออกจากงานไปแล้วและไม่สามารถติดต่อได้ ได้นำหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้างไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกู้เงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้เสียหายเปิดเผยว่ากลุ่มทวงหนี้ได้ใช้วิธีการข่มขู่ เช่น การพ่นสีใส่ทรัพย์สินและถีบรถจักรยานยนต์ล้มเสียหาย ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการที่ข้อมูลติดต่อส่วนบุคคลถูกนำไปใช้โดยมิชอบในธุรกรรมทางการเงินนอกระบบ แม้เจ้าของบริษัทจะยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายในการชำระหนี้แทน แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ หรือมีการติดตามตัวอดีตลูกจ้างรายดังกล่าวเพื่อจัดการกับหนี้สินที่ค้างชำระแล้วหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 17:35 UTC

ความท้าทายทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของรัฐมนตรีในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความท้าทายทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของรัฐมนตรีในประเทศไทย

คอลัมนิสต์จาก Thai Post ยกย่อง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าเป็นเสียงแห่งความโปร่งใสที่หาได้ยากเกี่ยวกับวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความท้าทายทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของรัฐมนตรีในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความท้าทายทางเศรษฐกิจและความโปร่งใสของรัฐมนตรีในประเทศไทย

คอลัมนิสต์จาก Thai Post ยกย่อง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าเป็นเสียงแห่งความโปร่งใสที่หาได้ยากเกี่ยวกับวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย

มุมมองทางเศรษฐกิจและความโปร่งใส

ในคอลัมน์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 การอภิปรายมุ่งเน้นไปที่วิกฤตค่าครองชีพในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย บทความดังกล่าวได้กล่าวถึงความยากลำบากในการหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เต็มใจพูดความจริงกับประชาชนเกี่ยวกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจของประเทศ

บุคคลสำคัญ

บทความระบุว่า เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นข้อยกเว้นที่โดดเด่นในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้เขียนเสนอว่าเอกนิติได้แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะสื่อสารความเป็นจริงของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งตรงกันข้ามกับความรู้สึกทั่วไปที่มองว่าการสื่อสารทางการเงินของรัฐบาลมีความไม่โปร่งใส

ผลกระทบและข้อควรพิจารณา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความกังวลของสาธารณชนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แม้ว่าคอลัมนิสต์จะชื่นชมแนวทางการสร้างความโปร่งใสของเอกนิติ แต่ทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในระดับชาติ

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้สะท้อนถึงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์ Thai Post ไม่ใช่การประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการของรัฐบาลหรือการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าความโปร่งใสที่รับรู้นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังหรือช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านค่าครองชีพสำหรับประชาชนทั่วไปหรือไม่ ผู้อ่านควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 17:15 UTC

สถานะโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ยังคงไม่มีความชัดเจน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สถานะโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ยังคงไม่มีความชัดเจน

รัฐบาลไทยยังคงประเมินความเป็นไปได้ในการเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ในขณะที่ สศช. ได้ปรับคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2569 อยู่ที่ 2.2%

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สถานะโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ยังคงไม่มีความชัดเจน

แหล่งข่าวเดียว
สถานะโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ยังคงไม่มีความชัดเจน

รัฐบาลไทยยังคงประเมินความเป็นไปได้ในการเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ในขณะที่ สศช. ได้ปรับคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2569 อยู่ที่ 2.2%

ตามรายงานจากไทยโพสต์ การดำเนินโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2' ยังคงไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าแม้รัฐบาลจะพิจารณามาตรการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่ตลอดเวลา แต่โครงการใหม่ใดๆ จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่กลายเป็นรูปแบบของสวัสดิการรัฐหรือประชานิยม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความไม่แน่นอนนี้หมายความว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ แนวทางที่ระมัดระวังของรัฐบาลบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางการคลังมากกว่าการแจกเงินแบบวงกว้าง ในขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับปรุงแนวโน้มเศรษฐกิจโดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ไว้ที่ 2.2% สำหรับปี 2569

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือรัฐบาลจะอนุมัติเฟสที่สองของโครงการนี้หรือไม่ หรือจะหันไปใช้แนวทางนโยบายเศรษฐกิจอื่นแทน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาหรือเกณฑ์การคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ที่ชัดเจน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อค่าครองชีพในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 17:16 UTC

อสมท เปิดประมูลเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา 50 ไร่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อสมท เปิดประมูลเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา 50 ไร่

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้เปิดกระบวนการประมูลสิทธิ์เช่าที่ดินขนาด 50 ไร่ในย่านรัชดาอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 9,000 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อสมท เปิดประมูลเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา 50 ไร่

แหล่งข่าวเดียว
อสมท เปิดประมูลเช่าที่ดินทำเลทองย่านรัชดา 50 ไร่

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้เปิดกระบวนการประมูลสิทธิ์เช่าที่ดินขนาด 50 ไร่ในย่านรัชดาอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 9,000 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อสมท ได้เริ่มจำหน่ายเอกสารประมูลสิทธิ์เช่าที่ดินขนาด 50 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านรัชดา โดยโครงการนี้มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขององค์กรสื่อของรัฐในการสร้างรายได้จากสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางและมีการจราจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ย่านรัชดาเป็นศูนย์กลางสำคัญทางธุรกิจ สถานบันเทิง และการคมนาคม การพัฒนาที่ดินผืนใหญ่เช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ในท้องถิ่นและพลวัตของอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่ากระบวนการประมูลจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะเงื่อนไขสุดท้ายของสัญญาเช่า รายชื่อผู้ชนะการประมูล และลักษณะเฉพาะของการพัฒนาที่วางแผนไว้สำหรับพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อสมท กำลังพิจารณาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากที่ดินผืนอื่นๆ รวมถึงในพื้นที่หนองแขมและบางไผ่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่สนใจกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการของกระบวนการคัดเลือกและข้อกำหนดเฉพาะในการพัฒนาพื้นที่ย่านรัชดาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 14:15 UTC

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านมติรัฐบาลในการผนวกจังหวัดเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC

กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีรวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านมติรัฐบาลในการผนวกจังหวัดเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เครือข่ายประชาชนและองค์กรท้องถิ่นในจังหวัดปราจีนบุรีได้รวมตัวกันชุมนุมหน้าศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ผู้ชุมนุมได้ยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาลทบทวนมติในการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้ามาในพื้นที่ของพวกเขา

ผู้เข้าร่วมชุมนุมแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขยายตัวทางอุตสาหกรรมต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน การประท้วงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติและความพยายามในการอนุรักษ์ของคนในพื้นที่ ในระหว่างเหตุการณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีได้พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่รายงานระบุว่าการหารือเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยหรือเดินทางมาในพื้นที่นี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการจัดโซนอุตสาหกรรมในจังหวัด แม้ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าตามนโยบายการขยายพื้นที่ แต่ความเข้มแข็งของการคัดค้านในท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากระบวนการดำเนินงานอาจเผชิญกับการตรวจสอบและการต่อต้านจากสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อคำร้องขอให้ทบทวนนี้อย่างไร และแผนการขยายพื้นที่ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เครือข่ายปราจีนบุรีได้หยิบยกขึ้นมาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

อสมท ประกาศเปิดเช่าที่ดินทำเลทองระยะยาว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อสมท ประกาศเปิดเช่าที่ดินทำเลทองระยะยาว

อสมท รัฐวิสาหกิจด้านสื่อ เปิดประมูลเช่าที่ดิน 3 แปลงสำคัญระยะเวลา 30 ปี เพื่อสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อสมท ประกาศเปิดเช่าที่ดินทำเลทองระยะยาว

แหล่งข่าวเดียว
อสมท ประกาศเปิดเช่าที่ดินทำเลทองระยะยาว

อสมท รัฐวิสาหกิจด้านสื่อ เปิดประมูลเช่าที่ดิน 3 แปลงสำคัญระยะเวลา 30 ปี เพื่อสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ องค์กรสื่อของรัฐอย่าง อสมท กำลังดำเนินการเพิ่มรายได้ด้วยการเปิดให้เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ใน 3 ทำเลทอง ได้แก่ รัชดา หนองแขม และบ้านไผ่

ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุดคือที่ดินขนาด 50 ไร่ในย่านรัชดา ซึ่งมีมูลค่าประเมินประมาณ 9,000 ล้านบาท นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมประเมินว่าการพัฒนาพื้นที่เฉพาะแห่งนี้อาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 20,000 ล้านบาท โดย อสมท ได้เปิดกระบวนการประมูลแล้ว และกำหนดวันสุดท้ายสำหรับการซื้อซองเอกสารประกวดราคาคือวันที่ 26 สิงหาคม 2569 รายงานระบุว่ามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับมหาชนหลายแห่งแสดงความสนใจในโครงการนี้แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เหล่านี้ โดยเฉพาะย่านรัชดาซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าและการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพฯ โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในโซนเหล่านี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น รูปแบบการจราจร และความพร้อมของบริการเชิงพาณิชย์

แม้ว่าความสนใจจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การคัดเลือกผู้ชนะการประมูลและลักษณะเฉพาะของการพัฒนาในอนาคตยังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการและขอบเขตที่ชัดเจนของการก่อสร้างน่าจะปรากฏให้เห็นหลังจากกระบวนการประมูลสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

กลุ่มผู้ชุมนุมในจังหวัดปราจีนบุรีเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยกเลิกแผนการรวมจังหวัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปราจีนบุรีรวมตัวประท้วงคัดค้านการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

กลุ่มผู้ชุมนุมในจังหวัดปราจีนบุรีเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยกเลิกแผนการรวมจังหวัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กลุ่มชาวบ้านและนักปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อมได้รวมตัวกันที่ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแผนการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้ามาในพื้นที่ ตามรายงานของ Khaosod English ผู้ชุมนุมประกาศว่าจะปักหลักอยู่ที่สถานที่ดังกล่าวจนกว่านายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะลงนามในคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อระงับแผนการขยายพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การประท้วงนี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดหรือมีความเคลื่อนไหวหนาแน่นบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี แม้ว่าการชุมนุมจะจำกัดอยู่ในพื้นที่ศูนย์ราชการ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือผ่านพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือการเปลี่ยนแปลงขอบเขตของการชุมนุม

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเข้าสู่กระบวนการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ หรือนายกรัฐมนตรีจะตอบรับข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการรวมพื้นที่เข้าสู่ EEC หรือไม่ สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่ และสถานะระยะยาวของโครงการขยาย EEC ในจังหวัดปราจีนบุรียังคงมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะมีคำตอบอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

กรีซวางแผนชำระหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลต่ออันดับหนี้สาธารณะในยูโรโซน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรีซวางแผนชำระหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลต่ออันดับหนี้สาธารณะในยูโรโซน

กรีซตั้งเป้าชำระหนี้คืนก่อนกำหนดจำนวน 1.3 หมื่นล้านยูโรในปี 2026 เพื่อลดสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรีซวางแผนชำระหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลต่ออันดับหนี้สาธารณะในยูโรโซน

แหล่งข่าวเดียว
กรีซวางแผนชำระหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลต่ออันดับหนี้สาธารณะในยูโรโซน

กรีซตั้งเป้าชำระหนี้คืนก่อนกำหนดจำนวน 1.3 หมื่นล้านยูโรในปี 2026 เพื่อลดสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรีซได้ประกาศแผนการชำระหนี้คืนก่อนกำหนดประมาณ 1.3 หมื่นล้านยูโร (หรือราว 5 แสนล้านบาท) ภายในปี 2026 ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดภาระหนี้ของประเทศ โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะลดลงเหลือ 137% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 138.2%

การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจภายในยูโรโซน โดยคาดว่าหากกรีซสามารถลดระดับหนี้ได้สำเร็จ จะส่งผลให้อิตาลีกลายเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงที่สุดในยูโรโซนแทนภายในสิ้นปีนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทยที่มีผลประโยชน์ทางการเงินหรือการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดในยุโรป การเปลี่ยนแปลงอันดับหนี้สาธารณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวทางการคลังที่กำลังดำเนินอยู่ในยูโรโซน แม้ว่าแผนการชำระหนี้จะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของกลยุทธ์ทางการคลังของกรีซ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพของเงินยูโรและเศรษฐกิจยุโรปโดยรวมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าอิตาลีจะจัดการกับภาระหนี้ของตนอย่างไรภายใต้การเปลี่ยนแปลงอันดับในภูมิภาคนี้ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการคลังที่กำลังพัฒนา จึงจำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานทางการเงินของยุโรปเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบทั้งหมดที่มีต่อตลาดระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 12:21 UTC

ชาวไทยดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 54 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวไทยดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 54 ล้านบาท

ชาวบ้านในพื้นที่กลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยครอบครัวเผยว่าเป็นผลบุญจากการทำความดีมาตลอดชีวิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวไทยดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 54 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ชาวไทยดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับทรัพย์ 54 ล้านบาท

ชาวบ้านในพื้นที่กลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยครอบครัวเผยว่าเป็นผลบุญจากการทำความดีมาตลอดชีวิต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ชายชาวไทยรายหนึ่งได้กลายเป็นเศรษฐีใหม่จากการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 54 ล้านบาท พี่สาวของผู้โชคดีได้แสดงความยินดีโดยระบุว่าน้องชายไม่ใช่คนเล่นการพนันและเป็นผู้ที่ชอบทำบุญและทำกิจกรรมการกุศลมาโดยตลอด ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นต่างกล่าวว่าผลบุญที่ทำมาได้ส่งผลให้เขาได้รับโชคในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งมักได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวางเมื่อมีการประกาศรางวัลใหญ่ แม้เหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของบุคคลหนึ่ง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผูกพันของสลากกินแบ่งกับความเชื่อเรื่องโชคชะตาและผลบุญในสังคมไทย

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวตนของผู้ชนะหรือแผนการใช้เงินรางวัลในทันที เช่นเดียวกับการถูกรางวัลทั่วไป ผลกระทบระยะยาวต่อตัวบุคคลยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว ผู้อ่านควรทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานของสื่อท้องถิ่นและสะท้อนถึงมุมมองของชุมชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 12:18 UTC

หอการค้าไทยหนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-อาเซียน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หอการค้าไทยหนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-อาเซียน

หอการค้าไทยผลักดันให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทานระหว่างสหรัฐฯ และอาเซียน เพื่อส่งเสริมโอกาสในการลงทุนในอนาคต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยหนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-อาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าไทยหนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ-อาเซียน

หอการค้าไทยผลักดันให้เกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทานระหว่างสหรัฐฯ และอาเซียน เพื่อส่งเสริมโอกาสในการลงทุนในอนาคต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 หอการค้าไทยได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการในการสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้เล่นหลักในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นไปที่ภาคการลงทุนแห่งอนาคตโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและการสร้างงานภายในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในทันที แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของประเทศไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางการค้าของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในขั้นตอนนี้ กลไกเฉพาะสำหรับการเชื่อมโยงนี้และอุตสาหกรรมที่แน่ชัดที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่รัฐบาลไทยวางแผนที่จะปรับนโยบายภายในประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติเหล่านี้ หอการค้าไทยได้เน้นย้ำว่านี่เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอนาคต แต่กรอบเวลาสำหรับการดำเนินการและข้อตกลงทวิภาคีเฉพาะที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 12:20 UTC

ตลาดหุ้นไทยพุ่งรับข่าวเศรษฐกิจแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยพุ่งรับข่าวเศรษฐกิจแข็งแกร่ง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่งและการเติบโตของ GDP ที่สูงกว่าคาดการณ์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยพุ่งรับข่าวเศรษฐกิจแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยพุ่งรับข่าวเศรษฐกิจแข็งแกร่ง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่งและการเติบโตของ GDP ที่สูงกว่าคาดการณ์

ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น โดยปิดที่ระดับ 1,626.44 จุด เพิ่มขึ้น 17.38 จุด ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ แรงส่งดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากความสนใจซื้อในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้น HANA และ CCET หลังจากผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ออกมาน่าประทับใจ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการเติบโตของ GDP ไทยที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก

นักลงทุนต่างชาติมีส่วนช่วยในผลการดำเนินงานของตลาดด้วยยอดซื้อสุทธิ 2.2 พันล้านบาท สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กิจกรรมในตลาดนี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพขององค์กรที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเศรษฐกิจท้องถิ่น แม้ว่าปฏิกิริยาของตลาดในทันทีจะเป็นบวก แต่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์คาดการณ์ว่าตลาดอาจแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,605 ถึง 1,630 จุด ในการซื้อขายรอบถัดไป

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความเชื่อมั่นเชิงบวกนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตในปัจจุบันไว้ได้ตลอดช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยควรสังเกตการณ์การซื้อขายในรอบถัดไปเพื่อดูว่าดัชนีจะสามารถรักษาผลกำไรเหล่านี้ไว้ได้หรือไม่ หรือความผันผวนจะกลับมาอีกครั้งตามปัจจัยทางเศรษฐกิจภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 12:21 UTC

ภาคตะวันออกของไทยมียอดส่งเสริมการลงทุนพุ่งแตะ 2.6 ล้านล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคตะวันออกของไทยมียอดส่งเสริมการลงทุนพุ่งแตะ 2.6 ล้านล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่าภาคตะวันออกของไทยดึงดูดการลงทุนได้ถึง 2.6 ล้านล้านบาทในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคตะวันออกของไทยมียอดส่งเสริมการลงทุนพุ่งแตะ 2.6 ล้านล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ภาคตะวันออกของไทยมียอดส่งเสริมการลงทุนพุ่งแตะ 2.6 ล้านล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่าภาคตะวันออกของไทยดึงดูดการลงทุนได้ถึง 2.6 ล้านล้านบาทในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ระบุว่าภาคตะวันออกเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อมูลในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าภูมิภาคนี้มียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 2.6 ล้านล้านบาท โดยขณะนี้ BOI กำลังมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 6 ประการเพื่อดึงดูดการลงทุนระลอกใหม่เข้าสู่พื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่องนี้บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดภาคตะวันออก การเติบโตดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการขยายตัวของบริการในท้องถิ่น การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในตลาดแรงงานระดับภูมิภาค สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการพัฒนานี้จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่อาจนำไปสู่การเชื่อมต่อระดับภูมิภาคที่ดีขึ้นและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในพื้นที่โดยรอบในอนาคต

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตัวเลขการลงทุนเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในโครงการจริงอย่างไร และกรอบเวลาในการดำเนินงานตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 6 ประการของ BOI จะเป็นอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของการลงทุนทางอุตสาหกรรมเหล่านี้ต่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและการพัฒนาชุมชนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 12:01 UTC

Aurelian Group ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่และขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Aurelian Group ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่และขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์

Aurelian Group เปิดตัวอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านบาทอย่างเป็นทางการ โดยแต่งตั้งคุณชัชชลัยย์เป็นซีอีโอ และ 'แรมโบ้อีสาน' เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Aurelian Group ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่และขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์

แหล่งข่าวเดียว
Aurelian Group ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่และขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์

Aurelian Group เปิดตัวอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านบาทอย่างเป็นทางการ โดยแต่งตั้งคุณชัชชลัยย์เป็นซีอีโอ และ 'แรมโบ้อีสาน' เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 Aurelian Group ได้เปิดตัวอาณาจักรธุรกิจอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญทางองค์กรนี้ บริษัทได้แต่งตั้งคุณชัชชลัยย์ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้ดึงตัว 'แรมโบ้อีสาน' เข้ามารับหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเกิดขึ้นขององค์กรใหม่ที่มีมูลค่าระดับหมื่นล้านบาทมักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในพลวัตของตลาดท้องถิ่นและโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ในภูมิภาค การมีส่วนร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงในบทบาทที่ปรึกษามักดึงดูดความสนใจของสาธารณชนต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทและอิทธิพลที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันการแต่งตั้งผู้บริหารและมูลค่าของบริษัทแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท แผนการดำเนินงานระยะยาว หรือขอบเขตหน้าที่เฉพาะของที่ปรึกษา ผู้สังเกตการณ์น่าจะติดตามกิจกรรมของกลุ่มต่อไปเพื่อประเมินว่าโครงสร้างองค์กรใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางธุรกิจของไทยโดยรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อตอบสนองข้อกังวลทางการค้าของสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อตอบสนองข้อกังวลทางการค้าของสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อลดข้อกังวลทางการค้าที่สหรัฐฯ แสดงความกังวล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อตอบสนองข้อกังวลทางการค้าของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อตอบสนองข้อกังวลทางการค้าของสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อลดข้อกังวลทางการค้าที่สหรัฐฯ แสดงความกังวล

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ตอบสนองต่อข้อกังวลเกี่ยวกับการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงฯ เน้นย้ำว่าปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อลดความกังวลทางการค้าที่สหรัฐอเมริกาได้แสดงออกมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของไทยในการรักษามาตรฐานการค้าระหว่างประเทศและรับประกันความโปร่งใสของตลาดส่งออก แม้ว่าข่าวนี้จะเกี่ยวข้องกับภาคการผลิตและการค้าเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมและความพร้อมของสินค้าบางประเภทในประเทศ

ในขณะนี้ การปรับเปลี่ยนทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงหรือโปรโตคอลการบังคับใช้ใหม่ที่อาจตามมาจากการยืนยันนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คำแถลงของกระทรวงฯ ถือเป็นการตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อการตรวจสอบจากนานาชาติ แต่ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ามาตรการที่มีอยู่จะถูกยกระดับให้เข้มงวดขึ้นหรือไม่ หรือจะมีการนำกลไกการกำกับดูแลเพิ่มเติมมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานการค้าสหรัฐฯ หรือไม่ สำหรับตอนนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่ประสิทธิภาพของระบบการตรวจสอบในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:44 UTC

ไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เตือนว่าไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบทางการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป

แหล่งข่าวเดียว
ไทยถูกกระตุ้นให้ปรับตัวตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เตือนว่าไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบทางการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎระเบียบทางการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปในเชิงรุก กฎเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิธีการผลิตและการค้าสินค้าในระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากสหภาพยุโรปบังคับใช้ข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้น อุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก จำเป็นต้องปรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดได้ต่อไป แม้ว่า สนค. จะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการบังคับใช้เต็มรูปแบบในภาคส่วนต่างๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติม

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของประเทศไทยในการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนและคุณภาพระดับสากล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงเศรษฐกิจไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าธุรกิจในท้องถิ่นจะสามารถบูรณาการมาตรฐานใหม่เหล่านี้ได้รวดเร็วเพียงใด และสิ่งนี้จะส่งผลกระทบเฉพาะเจาะจงอย่างไรต่อความพร้อมจำหน่ายหรือราคาของสินค้าบางประเภทในตลาดภายในประเทศ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในขณะที่ภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:45 UTC