ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

รัฐบาลไทยอนุมัติงบ 433 ล้านบาท เสริมความปลอดภัยชายแดน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยอนุมัติงบ 433 ล้านบาท เสริมความปลอดภัยชายแดน

รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณ 433.5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยใน 7 จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยอนุมัติงบ 433 ล้านบาท เสริมความปลอดภัยชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยอนุมัติงบ 433 ล้านบาท เสริมความปลอดภัยชายแดน

รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณ 433.5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยใน 7 จังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณอย่างเป็นทางการจำนวน 433.5 ล้านบาท โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บริหารจัดการ เงินทุนนี้ถูกจัดสรรเพื่อเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัยใน 7 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและการยกระดับระบบสื่อสาร การพัฒนาที่วางแผนไว้รวมถึงการสร้างบังเกอร์และการติดตั้งหอกระจายข่าว นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสื่อสารและเครือข่ายการแจ้งเตือนภัยพิบัติในพื้นที่ชายแดนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การพัฒนาเหล่านี้อาจนำไปสู่การมองเห็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนขึ้น หรืออาจมีการก่อสร้างชั่วคราวใกล้เขตชายแดน การปรับปรุงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในระดับภูมิภาคและขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของบังเกอร์ใหม่หรือกำหนดการแล้วเสร็จของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังเขตชายแดนห่างไกลในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศในท้องถิ่นสำหรับคำแนะนำในการเดินทางหรือพื้นที่ที่อาจมีการจำกัดการเข้าถึงซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างช่วงการก่อสร้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

เวียดนามเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องท่ามกลางความกังวลเรื่องช่องว่างสินเชื่อ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เวียดนามเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องท่ามกลางความกังวลเรื่องช่องว่างสินเชื่อ

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นในเศรษฐกิจเวียดนาม โดยอ้างถึงช่องว่างสินเชื่อที่มีนัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เวียดนามเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องท่ามกลางความกังวลเรื่องช่องว่างสินเชื่อ

แหล่งข่าวเดียว
เวียดนามเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องท่ามกลางความกังวลเรื่องช่องว่างสินเชื่อ

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นในเศรษฐกิจเวียดนาม โดยอ้างถึงช่องว่างสินเชื่อที่มีนัยสำคัญ

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 เวียดนามกำลังเผชิญกับช่วงเวลาของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจซึ่งมีลักษณะของความท้าทายด้านสภาพคล่อง รายงานระบุถึงช่องว่างสินเชื่อจำนวนมหาศาลที่ประมาณ 2.56 ล้านล้านหน่วย ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศ

สำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเวียดนามหรือกำลังวางแผนจะไปเยือนประเทศนี้ ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรติดตาม แม้ว่าการท่องเที่ยวรายวันและการดำเนินธุรกิจตามปกติจะยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสภาพคล่องของประเทศบางครั้งอาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราหรือการเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการให้บริการทางการเงินบางประเภท ขอแนะนำให้ผู้ที่จัดการสินทรัพย์หรือดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวทางการเงินอย่างเป็นทางการ

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของช่องว่างสินเชื่อนี้ต่อเศรษฐกิจในวงกว้างยังคงต้องได้รับการยืนยัน นักวิเคราะห์กำลังเฝ้าดูว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะตอบสนองต่อแรงกดดันด้านสภาพคล่องเหล่านี้อย่างไร และจะมีการดำเนินมาตรการเฉพาะเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนควรพึ่งพาการอัปเดตที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานทางการเงินในท้องถิ่น เพื่อทำความเข้าใจว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้อาจส่งผลต่อการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลหรือการจัดการการเดินทางของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

GDP ไทยโต 1.9%: บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GDP ไทยโต 1.9%: บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ สันติธาร เสถียรไทย ชี้ว่าการเติบโตของ GDP ไทยที่ 1.9% สะท้อนถึงคลื่นเศรษฐกิจ 3 ระลอก พร้อมเสนอแนะแนวทางเพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GDP ไทยโต 1.9%: บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
GDP ไทยโต 1.9%: บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ สันติธาร เสถียรไทย ชี้ว่าการเติบโตของ GDP ไทยที่ 1.9% สะท้อนถึงคลื่นเศรษฐกิจ 3 ระลอก พร้อมเสนอแนะแนวทางเพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 นักเศรษฐศาสตร์ สันติธาร เสถียรไทย ได้วิเคราะห์การเติบโตของ GDP ไทยที่ระดับ 1.9% โดยเขาระบุว่าตัวเลขนี้สะท้อนถึงคลื่นเศรษฐกิจ 3 ระลอกที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลทางเศรษฐกิจนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้เห็นภาพรวมของเสถียรภาพและกำลังซื้อในประเทศ แม้ว่าอัตราการเติบโตจะบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่การระบุถึง 'คลื่น 3 ระลอก' ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน ทั้งนี้ สันติธารได้เสนอแนะแนวทางเชิงกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อสนับสนุนและประคองเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงต่อไป

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่าข้อสังเกตเหล่านี้จะให้มุมมองเชิงวิชาชีพต่อสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่รายละเอียดเฉพาะของ 'คลื่น 3 ระลอก' และขอบเขตที่แท้จริงของข้อเสนอแนะดังกล่าวยังคงต้องรอการดำเนินนโยบายอย่างเป็นทางการจากภาครัฐและการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อไป ในขณะนี้ รายงานดังกล่าวถือเป็นการตีความข้อมูลที่มีอยู่โดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การคาดการณ์ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจในอนาคตที่ได้รับการยืนยัน ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยอาจต้องการติดตามว่าแนวโน้มทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดท้องถิ่นและค่าใช้จ่ายในการบริการอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

กมธ.งบประมาณตรวจสอบการใช้งบประมาณ 16 ล้านบาทของรัฐสภา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กมธ.งบประมาณตรวจสอบการใช้งบประมาณ 16 ล้านบาทของรัฐสภา

คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรกำลังตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณ 8 ล้านบาทจำนวนสองรายการในงบประมาณของรัฐสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กมธ.งบประมาณตรวจสอบการใช้งบประมาณ 16 ล้านบาทของรัฐสภา

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.งบประมาณตรวจสอบการใช้งบประมาณ 16 ล้านบาทของรัฐสภา

คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรกำลังตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณ 8 ล้านบาทจำนวนสองรายการในงบประมาณของรัฐสภา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณของรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการได้ตั้งคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 8 ล้านบาทจำนวนสองรายการ

รายการแรกที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเกี่ยวข้องกับงบประมาณ 8 ล้านบาทที่กำหนดไว้สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนรายการที่สองเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ 8 ล้านบาทสำหรับกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย คณะกรรมาธิการกำลังขอคำชี้แจงรายละเอียดสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการคลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การตรวจสอบนี้เน้นย้ำถึงการกำกับดูแลเงินสาธารณะอย่างต่อเนื่องภายในฝ่ายนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในทางธุรการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงการการมีส่วนร่วมของพลเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาษีของประชาชน

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องยืนยันว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะชี้แจงต้นทุนเฉพาะเหล่านี้อย่างไร และคณะกรรมาธิการจะอนุมัติงบประมาณตามที่เสนอหรือจะขอให้มีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ ผลของการพิจารณานี้จะเป็นตัวกำหนดว่าโครงการเหล่านี้จะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับความจำเป็นหรือกำหนดการดำเนินงานของทั้งสองโครงการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

ไทยเดินหน้ากรอบ 'น้ำตกสี่ชั้น' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้ากรอบ 'น้ำตกสี่ชั้น' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

คณะทำงานภาครัฐชุดใหม่กำลังพัฒนาแนวทาง 'น้ำตกสี่ชั้น' เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวของไทยผ่านโครงการที่เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้ากรอบ 'น้ำตกสี่ชั้น' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้ากรอบ 'น้ำตกสี่ชั้น' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

คณะทำงานภาครัฐชุดใหม่กำลังพัฒนาแนวทาง 'น้ำตกสี่ชั้น' เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวของไทยผ่านโครงการที่เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 Khaosod Online รายงานว่ารัฐบาลไทยกำลังเดินหน้ากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ภายใต้กรอบ 'น้ำตกสี่ชั้น' โดยมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน เพื่อบูรณาการวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับชาติ เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนให้ดียิ่งขึ้น

ในการประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2 ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้มีการกำหนดเสาหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างรูปแบบการทำงานใหม่ การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ 'มูลค่าสูง' ที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การสร้างระบบนิเวศของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการระบุประเด็นสำคัญเพื่อดำเนินการทันที กลยุทธ์นี้ใช้การเปรียบเทียบแบบคู่ขนาน คือการหา 'ปุ๋ย' เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ 'คราด' เพื่อกำจัดอุปสรรคทางกฎหมายและปัญหาเชิงระบบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความคิดริเริ่มนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เน้นชุมชนและมีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงการที่เฉพาะเจาะจง กรอบเวลา และการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมจากกรอบการทำงานนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่คณะทำงานยังคงดำเนินการหารือกันอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

รองนายกฯ อนุทิน หารือ CEO Canva ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน หารือ CEO Canva ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Canva เพื่อสำรวจกลยุทธ์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน หารือ CEO Canva ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน หารือ CEO Canva ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Canva เพื่อสำรวจกลยุทธ์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Canva เพื่อสำรวจความร่วมมือที่มีศักยภาพในการเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ในระหว่างการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือออกแบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนบุคลากรและธุรกิจในท้องถิ่น

เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิต CEO ของ Canva ได้มอบภาพวาดส่วนตัวที่แสดงภาพรองนายกรัฐมนตรีกำลังร้องเพลงผ่านไมโครโฟน ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่อนคลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศที่เป็นกันเองระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารด้านเทคโนโลยี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกเข้ากับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น การส่งเสริมความร่วมมือกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สร้างสรรค์รายใหญ่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลและความสามารถทางวิชาชีพของแรงงานในประเทศ แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความสนใจร่วมกันในด้านนวัตกรรมดิจิทัล แต่ยังไม่มีการประกาศนโยบายหรือข้อตกลงที่เป็นทางการจากการหารือครั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่าการสนทนานี้จะนำไปสู่โครงการที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงบริการดิจิทัลหรือการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC

ถิรไทยจับมือชมรมวิศวกรสีเขียว ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ถิรไทยจับมือชมรมวิศวกรสีเขียว ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ถิรไทย (TRT) ลงนามบันทึกความเข้าใจกับชมรมวิศวกรสีเขียว เพื่อพัฒนา 'วิศวกรสีเขียว' เฉพาะทางในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ถิรไทยจับมือชมรมวิศวกรสีเขียว ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

แหล่งข่าวเดียว
ถิรไทยจับมือชมรมวิศวกรสีเขียว ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ถิรไทย (TRT) ลงนามบันทึกความเข้าใจกับชมรมวิศวกรสีเขียว เพื่อพัฒนา 'วิศวกรสีเขียว' เฉพาะทางในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการร่วมกับชมรมวิศวกรสีเขียว ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างวิศวกรยุคใหม่หรือ 'วิศวกรสีเขียว' ที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศในด้านความยั่งยืนและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในภาคการผลิตและพลังงาน ในขณะที่ประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ความร่วมมือเช่นนี้อาจนำไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนมากขึ้นและแนวทางปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่ประหยัดพลังงานในระยะยาว การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับชาติที่กว้างขึ้นในการปรับการเติบโตทางอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของโลก

แม้ว่าความร่วมมือจะได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตร จำนวนวิศวกรที่จะได้รับการฝึกอบรม และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการฝึกอบรมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความร่วมมือนี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างไร และจะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงที่วัดผลได้ในการลดคาร์บอนทั่วทั้งภาคส่วนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง

บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 31% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง

บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 31% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ได้แสดงผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย การเติบโตนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากบริษัทกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างจริงจัง โดย AGE ได้ประกาศแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ 'สีเขียว' หรือธุรกิจที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในกลุ่มบริษัทพลังงานของไทยที่มุ่งเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในท้องถิ่นและรูปแบบการลงทุนขององค์กรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าผลประกอบการทางการเงินจะบ่งชี้ถึงไตรมาสที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าโครงการสีเขียวใดที่จะได้รับเงินลงทุนมากที่สุด และยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่านแหล่งรายได้ทั้งหมด นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์น่าจะรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของกลยุทธ์สีเขียวนี้ที่มีต่อตำแหน่งทางการตลาดโดยรวมของบริษัทและต้นทุนการดำเนินงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

นายกฯ จัดเวทีใหญ่ดึงนักลงทุนออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

นายกฯ จัดเวทีใหญ่ดึงนักลงทุนออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยจัดเวทีหารือระดับสูงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับออสเตรเลีย โดยเชิญตัวแทนธุรกิจรายใหญ่ 53 แห่งมาร่วมสำรวจโอกาสการลงทุนใหม่ๆ

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ จัดเวทีใหญ่ดึงนักลงทุนออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ได้รับการยืนยัน
นายกฯ จัดเวทีใหญ่ดึงนักลงทุนออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยจัดเวทีหารือระดับสูงเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับออสเตรเลีย โดยเชิญตัวแทนธุรกิจรายใหญ่ 53 แห่งมาร่วมสำรวจโอกาสการลงทุนใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 Matichon Online รายงานว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดเวทีการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างไทยและออสเตรเลีย งานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงผู้นำธุรกิจชาวออสเตรเลีย 53 ราย กับผู้ประกอบการชั้นนำของไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับช่องทางการลงทุนและโครงการความร่วมมือต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ซึ่งอาจนำไปสู่กิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น การบริการใหม่ๆ หรือการขยายโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ในอนาคต การประชุมระดับสูงเช่นนี้มักเกิดขึ้นก่อนการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือข้อตกลงทางการค้าที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น

แม้ว่าเวทีดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ชัดเจนในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญในการลงทุน หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบตามมาจากการประชุมเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการหรือความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมซึ่งอาจเกิดขึ้นจากความร่วมมือในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

กระทรวงการคลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งยืนยันตัวตน (e-KYC)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งยืนยันตัวตน (e-KYC)

กระทรวงการคลังขอให้ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เร่งดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ทันตามกำหนด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งยืนยันตัวตน (e-KYC)

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังเตือนผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งยืนยันตัวตน (e-KYC)

กระทรวงการคลังขอให้ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เร่งดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ทันตามกำหนด

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังได้ออกประกาศเตือนเร่งด่วนถึงผู้ที่ผ่านเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 โดยขอให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผู้ผ่านเกณฑ์จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ กระทรวงฯ เน้นย้ำว่าการยืนยันตัวตนสามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' หรือที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่งที่กำหนดเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการผ่านตู้ ATM ได้

สำหรับประชาชนและผู้พำนักในไทยที่จัดการธุรกรรมทางการเงินในท้องถิ่น ควรทราบว่าหลังจากดำเนินการยืนยันตัวตนแล้ว ควรตรวจสอบผลการยืนยันตัวตนอีกครั้งในวันถัดไปผ่านเว็บไซต์ของโครงการ (welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th) เพื่อให้มั่นใจว่าการยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์ แม้ว่ากำหนดการยืนยันตัวตน (e-KYC) จะเปิดให้ทำได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 แต่หากไม่ดำเนินการภายในวันที่ 30 กันยายน จะส่งผลให้ไม่สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ทันทีเมื่อโครงการเริ่มในเดือนตุลาคม ผู้ที่เกี่ยวข้องควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อป้องกันการติดขัดในการใช้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

นายกฯ ไทยนำคณะนักธุรกิจเยือนออสเตรเลีย มุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยนำคณะนักธุรกิจเยือนออสเตรเลีย มุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเยือนซิดนีย์เพื่อพบปะกับ 53 บริษัทชั้นนำของออสเตรเลีย หวังส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยนำคณะนักธุรกิจเยือนออสเตรเลีย มุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยนำคณะนักธุรกิจเยือนออสเตรเลีย มุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเยือนซิดนีย์เพื่อพบปะกับ 53 บริษัทชั้นนำของออสเตรเลีย หวังส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เดินทางถึงนครซิดนีย์เพื่อนำคณะทำงานด้านเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลีย ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในงาน Networking Reception ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเชื่อมโยงภาคเอกชนของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน

งานดังกล่าวมีตัวแทนจากบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 53 แห่งที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล การเกษตร ยานยนต์ และการศึกษา เข้าร่วมรับฟังนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย โดยมีคณะนักธุรกิจไทยชั้นนำ 21 รายร่วมเดินทางไปด้วย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า แม้การลงทุนจากออสเตรเลียในไทยที่ผ่านมาจะมีไม่มากนัก แต่ยังมีโอกาสความร่วมมืออีกมาก โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทาง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางธุรกิจและการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ แม้ว่างานนี้จะเป็นเวทีสำหรับการหารือระดับสูง แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีข้อตกลงการลงทุนหรือความร่วมมือใดเกิดขึ้นจริงจากการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการหารือเพิ่มเติมกับผู้นำธุรกิจเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ซึ่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคส่วนต่างๆ นั้นยังคงต้องรอดูกันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงนักธุรกิจออสเตรเลียลงทุนเพิ่ม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงนักธุรกิจออสเตรเลียลงทุนเพิ่ม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะผู้บริหารบริษัทออสเตรเลีย 53 แห่ง และนักธุรกิจไทย 21 ราย ที่ซิดนีย์ เพื่อหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงนักธุรกิจออสเตรเลียลงทุนเพิ่ม

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงนักธุรกิจออสเตรเลียลงทุนเพิ่ม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พบปะผู้บริหารบริษัทออสเตรเลีย 53 แห่ง และนักธุรกิจไทย 21 ราย ที่ซิดนีย์ เพื่อหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะเดินทางไปยังนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นประธานในกิจกรรมพบปะหารือทางธุรกิจ (Networking Reception) โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งได้เชิญผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 53 แห่ง และนักธุรกิจไทยชั้นนำ 21 ราย มาร่วมหารือถึงโอกาสในการร่วมมือกัน

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยโดยตรงต่อคณะผู้แทนจากออสเตรเลีย โดยบริษัทที่เข้าร่วมครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล การเกษตร ยานยนต์ และการศึกษา นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาการลงทุนจากออสเตรเลียในไทยจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์โดยเน้นกลุ่มธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งสัญญาณถึงกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างสองประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ จากบริษัทออสเตรเลียเข้ามาสู่ตลาดไทย แม้ว่างานนี้จะเป็นเวทีสำหรับการเจรจา แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น ข้อตกลงการลงทุนที่เป็นรูปธรรมหรือการร่วมทุนใหม่ๆ นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะคอยติดตามว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาวที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางธุรกิจในพื้นที่หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

ผู้นำไทยตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจโตเกินคาดการณ์ 2.2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำไทยตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจโตเกินคาดการณ์ 2.2%

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่ 2.2% พร้อมเรียกร้องให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้นำไทยตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจโตเกินคาดการณ์ 2.2%

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำไทยตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจโตเกินคาดการณ์ 2.2%

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่ 2.2% พร้อมเรียกร้องให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำปี 2569 จาก 2% เป็น 2.2%

นายกรัฐมนตรีอนุทินกล่าวจากประเทศออสเตรเลียว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความมั่นคง แต่รัฐบาลยังไม่พอใจกับอัตราการเติบโตที่ 2.2% โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องการเห็นตัวเลขที่สูงกว่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดเศรษฐกิจจึงไม่เติบโตในระดับ 3% ถึง 6% ทั้งนี้ ทีมบริหารกำลังมุ่งเน้นไปที่ 3 กลยุทธ์หลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพในปัจจุบัน การจัดการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้แนวโน้มในปัจจุบันจะยังคงมีความมั่นคง แต่ความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันการเติบโตที่สูงขึ้นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการคลังหรือการลงทุนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการงบประมาณใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตดังกล่าว ในขณะที่รัฐบาลยังคงประเมินกลยุทธ์สำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 04:37 UTC

รัฐบาลไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

ผู้นำไทยส่งสัญญาณว่าตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2% ในปีนี้ยังไม่เพียงพอ และเรียกร้องให้มีการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

ผู้นำไทยส่งสัญญาณว่าตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2% ในปีนี้ยังไม่เพียงพอ และเรียกร้องให้มีการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 รัฐบาลไทยได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน ทั้งรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ระบุว่าอัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.2% สำหรับปีนี้ยังไม่น่าพอใจ โดยนายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำว่าเศรษฐกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตได้มากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้อัตราการเติบโตที่ 2.2% จะบ่งชี้ถึงการขยายตัวที่มั่นคงแต่ยังอยู่ในระดับปานกลาง แต่ความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพอาจนำไปสู่การริเริ่มนโยบายใหม่หรือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการคลังเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงใดบ้างเพื่อเร่งการเติบโตนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความกังวลเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือไม่ หรือตัวเลขคาดการณ์การเติบโตปัจจุบันจะถูกปรับปรุงใหม่เมื่อเวลาผ่านไป สำหรับตอนนี้ จุดยืนอย่างเป็นทางการยังคงระบุว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของรัฐบาลที่มีต่อศักยภาพของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือการจัดสรรเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือการจัดสรรเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

กระทรวงคมนาคมของไทยเตรียมหารือเกี่ยวกับการใช้เงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบขนส่งสาธารณะ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือการจัดสรรเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมเตรียมหารือการจัดสรรเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

กระทรวงคมนาคมของไทยเตรียมหารือเกี่ยวกับการใช้เงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบขนส่งสาธารณะ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 กระทรวงคมนาคมมีกำหนดการประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลั่นกรองในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาการจัดสรรเงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ ระบุว่ากระทรวงตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับโครงการที่มุ่งเน้นการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามในการปรับปรุงเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะของประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น การปรับปรุงในภาคส่วนนี้อาจนำไปสู่ทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั้งในเขตเมืองและภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าแผนงานเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการหารือและการกลั่นกรอง รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการที่จะได้รับความสำคัญ ลำดับเวลาในการดำเนินการ และผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางในแต่ละวันนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเสนอต่างๆ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไร และบริการขนส่งใดบ้างที่จะได้รับการยกระดับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

ผู้นำไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ 2.2% ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้นำไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำไทยแสดงความไม่พอใจต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 2.2%

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่ 2.2% ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ

ระหว่างการเยือนประเทศออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 เจ้าหน้าที่ทั้งสองท่านได้แสดงความไม่พอใจต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่บันทึกไว้ที่ 2.2% โดยระบุว่าต้องการเห็นตัวเลขการขยายตัวที่สูงกว่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ท่าทีอย่างเป็นทางการนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลอาจให้ความสำคัญกับนโยบายที่มุ่งกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แม้อัตราการเติบโตในปัจจุบันจะบ่งชี้ถึงทิศทางที่เป็นบวก แต่ความต้องการของผู้นำที่ต้องการเห็นผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังหรือโครงการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจจะดำเนินมาตรการหรือปรับเปลี่ยนนโยบายเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อเร่งการเติบโตนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นโครงการของรัฐบาลที่นำไปปฏิบัติได้อย่างไร จนถึงขณะนี้ รัฐบาลเพียงแค่ส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะมุ่งเน้นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น โดยกลยุทธ์เฉพาะสำหรับการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จะมีการชี้แจงในการประกาศครั้งต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่งแตะ 2.19 แสนล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่งแตะ 2.19 แสนล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

ไทยรายงานการเติบโตของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีนเป็นผู้นำการลงทุน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่งแตะ 2.19 แสนล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
การลงทุนจากต่างชาติในไทยพุ่งแตะ 2.19 แสนล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

ไทยรายงานการเติบโตของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 37% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยมีสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีนเป็นผู้นำการลงทุน

รายงานจาก Thai Post ระบุว่าประเทศไทยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้ถึง 2.19 แสนล้านบาทในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568

สิงคโปร์ครองตำแหน่งนักลงทุนอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วยญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การไหลเข้าของเงินทุนนี้มักเป็นสัญญาณของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจสัมพันธ์กับการปรับปรุงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก แต่อาจส่งผลต่อระดับราคาสินค้าในท้องถิ่นเมื่อเวลาผ่านไป

แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของความเชื่อมั่นทางธุรกิจระหว่างประเทศ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเงินทุนนี้จะถูกจัดสรรไปยังภาคส่วนใดบ้าง และจะมีผลกระทบระยะยาวต่อค่าครองชีพอย่างไร เนื่องจากข้อมูลนี้สะท้อนถึงข้อตกลงการลงทุน กรอบเวลาที่แท้จริงสำหรับการดำเนินโครงการเหล่านี้และผลกระทบที่จับต้องได้ต่อชีวิตประจำวันของผู้ที่อยู่ในประเทศไทยจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อปีดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9%

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9%

แหล่งข่าวเดียว
จีดีพีไทยไตรมาส 2 โตชะลอตัวเหลือ 1.9%

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 จีดีพีของประเทศไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งชะลอตัวลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก และเมื่อปรับฤดูกาลแล้ว เศรษฐกิจหดตัวลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งเขาเรียกว่า "คลื่นสามระลอก" แรงกดดันหลักคือราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งค่าครองชีพและดุลการค้าของไทยเนื่องจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ดร.สันติธารได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ การประคองเศรษฐกิจระยะสั้น การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง และการวางแผนการลงทุนระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การชะลอตัวทางเศรษฐกิจนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อและความมั่นคงของตลาด แม้ว่ารัฐบาลกำลังประเมินตัวเลขเหล่านี้เพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปของนโยบายเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะของมาตรการสนับสนุนที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลจะสร้างสมดุลระหว่างการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นกับความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างระยะยาวเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ระบุไว้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC