ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ไทยวางแผนผุดนิคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการซากแบตเตอรี่และแผงโซลาร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยวางแผนผุดนิคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการซากแบตเตอรี่และแผงโซลาร์

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ กฟผ. กำลังพัฒนาโครงการมูลค่า 4-5 พันล้านบาท เพื่อจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยวางแผนผุดนิคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการซากแบตเตอรี่และแผงโซลาร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยวางแผนผุดนิคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการซากแบตเตอรี่และแผงโซลาร์

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ กฟผ. กำลังพัฒนาโครงการมูลค่า 4-5 พันล้านบาท เพื่อจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทางที่มุ่งเน้นแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากอัตราการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ถึง 5,000 ล้านบาท โดยขณะนี้กำลังพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพ 3 แห่งภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผู้พัฒนาโครงการกำลังศึกษาตัวอย่างรูปแบบการดำเนินงานจากจีนและญี่ปุ่นเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ องค์ประกอบสำคัญของแผนนี้เกี่ยวข้องกับความร่วมมือกับค่ายรถยนต์เพื่อช่วยในกระบวนการจัดเก็บ พร้อมทั้งสำรวจรูปแบบการแบ่งปันค่าใช้จ่ายที่จะให้เจ้าของรถมีส่วนร่วมด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดการขยะอย่างยั่งยืนในภาคพลังงานสะอาดของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อันตราย แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเลือกสถานที่ตั้งขั้นสุดท้ายและภาระค่าใช้จ่ายที่แน่นอนของเจ้าของรถยังคงต้องรอการยืนยัน โดย กนอ. คาดว่าจะสรุปทิศทางของโครงการได้ภายในสิ้นปีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 00:57 UTC

ทักษิณ ชินวัตร เผยกลยุทธ์เศรษฐกิจใหม่สำหรับประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทักษิณ ชินวัตร เผยกลยุทธ์เศรษฐกิจใหม่สำหรับประเทศไทย

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรียกร้องให้มีการออกแบบเศรษฐกิจใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายสมัยใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและความต้องการของคนรุ่น Gen Z

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทักษิณ ชินวัตร เผยกลยุทธ์เศรษฐกิจใหม่สำหรับประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทักษิณ ชินวัตร เผยกลยุทธ์เศรษฐกิจใหม่สำหรับประเทศไทย

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรียกร้องให้มีการออกแบบเศรษฐกิจใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายสมัยใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและความต้องการของคนรุ่น Gen Z

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เน้นย้ำว่าภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยระบุว่าภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงพรมแดนทางกายภาพอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI), ไซเบอร์, เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ, พลังงาน และตลาดแรงงาน

ทักษิณได้เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ที่เขาเสนอคือการออกแบบเศรษฐกิจระดับชาติใหม่เพื่อรองรับความต้องการของคนรุ่น Gen Z ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้มีมาตรการลดค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำกล่าวเหล่านี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับราคาพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล หากมีการนำไปปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีของประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางเหล่านี้จะถูกนำไปแปลเป็นนโยบายของรัฐบาลหรือการดำเนินการทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงอย่างไร ในขณะนี้ ความเห็นเหล่านี้เป็นเพียงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ประกาศใช้จริงในกฎหมายระดับชาติหรืออัตราค่าสาธารณูปโภค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 23:57 UTC

ไทยดึงนักลงทุนออสเตรเลียรุกอุตสาหกรรมไฮเทคและเกษตรกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยดึงนักลงทุนออสเตรเลียรุกอุตสาหกรรมไฮเทคและเกษตรกรรม

ทางการไทยกำลังร่วมมือกับบริษัทชั้นนำจากออสเตรเลีย 53 แห่ง เพื่อส่งเสริมการลงทุนในภาคส่วนไฮเทค เกษตรกรรม และยานยนต์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยดึงนักลงทุนออสเตรเลียรุกอุตสาหกรรมไฮเทคและเกษตรกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยดึงนักลงทุนออสเตรเลียรุกอุตสาหกรรมไฮเทคและเกษตรกรรม

ทางการไทยกำลังร่วมมือกับบริษัทชั้นนำจากออสเตรเลีย 53 แห่ง เพื่อส่งเสริมการลงทุนในภาคส่วนไฮเทค เกษตรกรรม และยานยนต์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งดึงดูดผู้นำธุรกิจรายใหญ่จากออสเตรเลียจำนวน 53 แห่ง เพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ภาคส่วนยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมไฮเทค เกษตรกรรมสมัยใหม่ และภาคยานยนต์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นประตูสำคัญสำหรับธุรกิจออสเตรเลียที่ต้องการเชื่อมต่อกับตลาดอาเซียน ในขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้วางแนวทาง 3 ประการเพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การผลักดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของภูมิทัศน์อุตสาหกรรมในท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานใหม่และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคส่วนเป้าหมาย สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการหารือทางเศรษฐกิจระดับสูงเหล่านี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในทันที แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ทันสมัย

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนและกำหนดการที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจที่เสนอมา โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หรือการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่เสนอให้กับบริษัทออสเตรเลียเหล่านี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 23:35 UTC

ไทยมุ่งเป้า 53 กลุ่มธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งเป้า 53 กลุ่มธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

มติชนออนไลน์รายงานว่าทางการไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่ 53 กลุ่มธุรกิจเฉพาะเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยมุ่งเป้า 53 กลุ่มธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งเป้า 53 กลุ่มธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

มติชนออนไลน์รายงานว่าทางการไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่ 53 กลุ่มธุรกิจเฉพาะเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ทางการไทยได้เริ่มแผนยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดและสนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่แตกต่างกัน 53 กลุ่ม ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพทางอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในความพร้อมให้บริการ หรือโอกาสใหม่ๆ ภายในภาคการค้า หากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนแบบเจาะจงหรือมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ ก็อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้า คุณภาพการบริการ หรือความสะดวกโดยรวมในการทำธุรกิจในประเทศไทย

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมใดบ้างที่รวมอยู่ใน 53 กลุ่มธุรกิจและลักษณะที่แท้จริงของมาตรการสนับสนุนนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานรัฐบาลเพื่อชี้แจงว่าธุรกิจเหล่านี้จะได้รับการส่งเสริมอย่างไรและจะมีผลกระทบระยะยาวต่อตลาดไทยอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดขอบเขตของนโยบายเศรษฐกิจนี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตประจำวันและการปฏิสัมพันธ์ทางการค้าในราชอาณาจักร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 22:35 UTC

Lalin Property เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นตัว มีกำไร 96 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Lalin Property เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นตัว มีกำไร 96 ล้านบาท

Lalin Property ประกาศกำไรไตรมาสที่สอง 96 ล้านบาท ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Lalin Property เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นตัว มีกำไร 96 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Lalin Property เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นตัว มีกำไร 96 ล้านบาท

Lalin Property ประกาศกำไรไตรมาสที่สอง 96 ล้านบาท ส่งสัญญาณการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 บริษัท Lalin Property ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่สอง โดยมีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น

ผลการดำเนินงานทางการเงินนี้ถูกมองโดยบริษัทว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในภาพรวม ซึ่งบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการฟื้นตัว สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ตัวชี้วัดเหล่านี้มักถูกติดตามเพื่อเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคงหรือเติบโตสามารถส่งผลต่อแนวโน้มค่าเช่า ความพร้อมของที่อยู่อาศัย และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมในพื้นที่ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ดำเนินงานอยู่

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันของบริษัท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมในวงกว้างอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยน่าจะรอผลประกอบการในไตรมาสถัดไปเพื่อดูว่าแรงส่งของการฟื้นตัวนี้จะมีความต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งนี้ รายงานทางการเงินสะท้อนถึงผลการดำเนินงานในอดีตและไม่ได้รับประกันถึงสภาวะตลาดในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 19:15 UTC

กระทรวงการคลังไทยเผยแผน 3 ด้านเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเผยแผน 3 ด้านเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยกำลังผลักดันการเติบโตของ GDP ให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้ากระตุ้นการท่องเที่ยวให้ทันภายในเดือนตุลาคม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยเผยแผน 3 ด้านเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเผยแผน 3 ด้านเพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยกำลังผลักดันการเติบโตของ GDP ให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้ากระตุ้นการท่องเที่ยวให้ทันภายในเดือนตุลาคม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 กระทรวงการคลังของไทยได้เปิดตัวแผน 3 ส่วนเพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นหลังจากความกังวลของรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ซึ่งแสดงความเห็นว่าอัตราการเติบโตของ GDP ในปัจจุบันที่ 2.2% นั้นยังไม่เพียงพอ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้กล่าวสนับสนุนความเห็นดังกล่าว โดยระบุว่าเศรษฐกิจมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้เร็วกว่านี้

จุดเน้นหลักของกลยุทธ์นี้คือการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลตั้งเป้าที่จะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในเดือนตุลาคม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มแคมเปญการท่องเที่ยวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้

แม้ว่ารัฐบาลจะส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะของแผนทั้ง 3 ด้านยังคงต้องรอการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเพื่อทำความเข้าใจว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบเฉพาะเจาะจงอย่างไรต่อชีวิตประจำวันของผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือมาเยือนประเทศไทย ประสิทธิภาพของแผนเหล่านี้ในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของรัฐบาลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

เหตุแก๊สระเบิดในเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เหตุแก๊สระเบิดในเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

หญิงรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแผลไฟไหม้หลังเกิดเหตุแก๊สหุงต้มระเบิดภายในตึกแถวในตำบลแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เหตุแก๊สระเบิดในเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุแก๊สระเบิดในเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

หญิงรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแผลไฟไหม้หลังเกิดเหตุแก๊สหุงต้มระเบิดภายในตึกแถวในตำบลแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุแก๊สหุงต้มระเบิดภายในตึกแถวแห่งหนึ่งในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย มีบาดแผลถูกไฟลวกตามร่างกายและใบหน้า ทีมแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงหน่วยกู้ภัยและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เธอพยายามเปิดเตาแก๊สเพื่ออุ่นอาหาร แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์แก๊สในครัวเรือน แต่สาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์ทำอาหารที่ใช้แก๊ส ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิด โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ในขั้นตอนนี้เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยผลสรุปเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของอุปกรณ์ชำรุดหรือการรั่วไหลของแก๊ส

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 15:16 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อหวย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อหวย

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยเพจโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกลวงเหยื่อที่เคยถูกโกงจากลอตเตอรี่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อหวย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอมอ้างชื่อตำรวจหลอกคืนเงินเหยื่อหวย

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยเพจโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกลวงเหยื่อที่เคยถูกโกงจากลอตเตอรี่

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้ออกประกาศเตือนภัยสาธารณะเกี่ยวกับเพจเฟซบุ๊กปลอมที่ใช้ชื่อว่า “Thailand lottery Game Tips” โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 พบว่าเพจดังกล่าวมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลอกลวงผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับลอตเตอรี่

กลุ่มมิจฉาชีพที่อยู่เบื้องหลังเพจนี้อ้างว่าสามารถช่วยเหลือเหยื่อในการติดตามเงินที่สูญเสียไปคืนได้ โดยการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างไรก็ตาม ทางการได้ชี้แจงว่าข้อกล่าวอ้างเหล่านี้เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีนโยบายรับเรื่องร้องเรียนหรือดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอคืนเงินผ่านทางโซเชียลมีเดีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อพบเห็นบริการออนไลน์ที่สัญญาว่าจะช่วยกู้คืนทางการเงินหรือให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การติดต่อกับเพจเหล่านี้อาจนำไปสู่การตกเป็นเหยื่อซ้ำซ้อน โดยมิจฉาชีพอาจบังคับให้เหยื่อจ่าย 'ค่าธรรมเนียมดำเนินการ' เพิ่มเติมเพื่อแลกกับการได้เงินที่เสียไปคืนมา ทั้งนี้ การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐจะไม่ทำผ่านเพจโซเชียลมีเดียที่ไม่เป็นทางการ หากคุณเชื่อว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกง ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่โดยตรงหรือตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจำนวนผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของเพจดังกล่าวและยังไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 14:55 UTC

บางจากจัดโปรโมชันลดราคาน้ำมันฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บางจากจัดโปรโมชันลดราคาน้ำมันฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 20 ปีโปรแกรมสมาชิกด้วยการมอบส่วนลดน้ำมันลิตรละ 1 บาท ทุกชนิด ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บางจากจัดโปรโมชันลดราคาน้ำมันฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์

แหล่งข่าวเดียว
บางจากจัดโปรโมชันลดราคาน้ำมันฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 20 ปีโปรแกรมสมาชิกด้วยการมอบส่วนลดน้ำมันลิตรละ 1 บาท ทุกชนิด ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กำลังจัดแคมเปญฉลองครบรอบ 20 ปีของโปรแกรมสมาชิก 'บางจากกรีนไมลส์' โดยในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ลูกค้าที่เป็นสมาชิกจะได้รับส่วนลดน้ำมันลิตรละ 1 บาท สำหรับน้ำมันทุกชนิดที่เติม ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมรายการ

โปรโมชันนี้มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 24.00 น. หรือตามเวลาทำการของแต่ละสถานี โดยไม่มีการกำหนดขั้นต่ำในการเติมน้ำมัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก บริษัทระบุว่าสามารถสมัครสมาชิกได้ฟรีที่สถานีบริการที่ร่วมรายการ เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดได้ทันทีหลังจากสมัคร

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แคมเปญนี้ถือเป็นโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางในวันดังกล่าว ส่วนลดนี้จะคำนวณจากราคาหน้าป้ายปกติที่ประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัทในวันนั้น โดยไม่รวมส่วนลดจากรายการส่งเสริมการขายอื่น ๆ แม้ว่าแคมเปญนี้จะจัดขึ้นอย่างกว้างขวาง แต่จำกัดเฉพาะสถานีที่ร่วมรายการเท่านั้น ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบกับสถานีบริการในพื้นที่ก่อนเข้าใช้บริการ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงวันเดียว ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบสถานะสมาชิกให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไปถึงสถานีเพื่อความสะดวกในการทำรายการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 14:16 UTC

ราคาน้ำมันในไทยเตรียมปรับขึ้นพรุ่งนี้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันในไทยเตรียมปรับขึ้นพรุ่งนี้

ผู้ขับขี่ในประเทศไทยควรแวะเติมน้ำมันในวันนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์จะปรับขึ้น 0.85 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันในไทยเตรียมปรับขึ้นพรุ่งนี้

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันในไทยเตรียมปรับขึ้นพรุ่งนี้

ผู้ขับขี่ในประเทศไทยควรแวะเติมน้ำมันในวันนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์จะปรับขึ้น 0.85 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Matichon Online ราคาน้ำมันในประเทศไทยจะมีการปรับขึ้นราคาโดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์จะปรับราคาขึ้น 0.85 บาทต่อลิตร

สำหรับการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและงบประมาณการท่องเที่ยวของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ผู้ที่วางแผนจะเดินทางด้วยรถยนต์หรือใช้รถส่วนตัวได้รับคำแนะนำให้แวะสถานีบริการน้ำมันในวันนี้เพื่อเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนที่ราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันการปรับขึ้นราคาที่ชัดเจน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยทางตลาดที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ หรือระยะเวลาที่ราคาจะยังคงอยู่ในระดับสูงดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นหรือประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้จำหน่ายน้ำมันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในอนาคต ทั้งนี้ การปรับราคาดังกล่าวมีกำหนดดำเนินการทั่วประเทศตามเวลาที่ระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

MaxValu เตรียมยุติการให้บริการในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

MaxValu เตรียมยุติการให้บริการในประเทศไทย

เครือร้านค้าปลีกญี่ปุ่น MaxValu จะปิดให้บริการในประเทศไทยในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมี Tops เข้ามาดำเนินการแทนในพื้นที่ดังกล่าว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

MaxValu เตรียมยุติการให้บริการในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
MaxValu เตรียมยุติการให้บริการในประเทศไทย

เครือร้านค้าปลีกญี่ปุ่น MaxValu จะปิดให้บริการในประเทศไทยในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมี Tops เข้ามาดำเนินการแทนในพื้นที่ดังกล่าว

ตามรายงานจาก Matichon Online เครือร้านค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น MaxValu กำลังจะยุติการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทได้ประกาศว่าวันสุดท้ายของการให้บริการคือวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินธุรกิจที่มีมายาวนานในตลาดไทย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ใช้บริการ MaxValu ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน รายงานระบุว่าพื้นที่ค้าปลีกที่ MaxValu ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมีแผนที่จะถูกปรับเปลี่ยนและรีแบรนด์เป็น Tops ซึ่งเป็นเครือซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำภายใต้ Central Retail

แม้ว่าการปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการสิ้นสุดแบรนด์ MaxValu ในประเทศ แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Tops ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่เหล่านี้จะยังคงเปิดให้บริการในรูปแบบร้านค้าปลีกต่อไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการรีแบรนด์ในแต่ละสาขา และการยืนยันว่าทุกสาขาในปัจจุบันจะถูกเปลี่ยนทั้งหมดหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ลูกค้าที่ใช้บริการร้านเหล่านี้ควรเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการหรือการเปลี่ยนแปลงของสินค้าในช่วงใกล้ถึงวันเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานในแต่ละสาขาเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

Easy Money เผยยอดธุรกรรมโรงรับจำนำพุ่ง 32.8%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Easy Money เผยยอดธุรกรรมโรงรับจำนำพุ่ง 32.8%

เครือโรงรับจำนำ Easy Money ในไทยรายงานยอดธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Easy Money เผยยอดธุรกรรมโรงรับจำนำพุ่ง 32.8%

แหล่งข่าวเดียว
Easy Money เผยยอดธุรกรรมโรงรับจำนำพุ่ง 32.8%

เครือโรงรับจำนำ Easy Money ในไทยรายงานยอดธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เครือโรงรับจำนำ Easy Money มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น 32.8% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทระบุว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเข้าไม่ถึงทุกภาคส่วนของประชากร ทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นต้องหันมาใช้บริการโรงรับจำนำเพื่อจัดการสภาพคล่องทางการเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ข้อมูลนี้ถือเป็นดัชนีชี้วัดสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่น แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวและบริการอาจมีการเติบโต แต่การพึ่งพาโรงรับจำนำที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าหลายครัวเรือนยังคงเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิม แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงความเหลื่อมล้ำในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจแซงหน้าการเติบโตของรายได้สำหรับแรงงานจำนวนมาก

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มนี้จะพัฒนาไปอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี และสถาบันการเงินอื่นๆ จะรายงานรูปแบบความต้องการสินเชื่อระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ในขณะนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงประสบการณ์การดำเนินงานเฉพาะของ Easy Money และให้ภาพรวมของความท้าทายทางการเงินที่ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 13:35 UTC

ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เตรียมพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เตรียมพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์

โครงการผังเมืองใหม่ในกรุงเทพฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขันในจังหวัดปริมณฑล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เตรียมพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เตรียมพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์

โครงการผังเมืองใหม่ในกรุงเทพฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขันในจังหวัดปริมณฑล

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 KKP Research ได้วิเคราะห์ผลกระทบของผังเมืองใหม่ของกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเกิดขึ้น การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบนี้จะเปลี่ยนพลวัตของภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างสิ้นเชิง และจะเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่งชิงกำลังซื้อภายในเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าทรัพย์สิน ความพร้อมของที่อยู่อาศัย และรูปแบบความหนาแน่นของเมือง รายงานระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบการแบ่งเขตและการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการบังคับใช้ผังเมืองใหม่และการปรับเปลี่ยนเขตพื้นที่เฉพาะที่จะถูกบังคับใช้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างครบถ้วนต่อสาธารณะ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตและการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างไร ผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานครต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อย่านที่อยู่อาศัยหรือโอกาสในการลงทุนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

ทักษิณ ชินวัตร ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจและระบบราชการของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทักษิณ ชินวัตร ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจและระบบราชการของไทย

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้วิพากษ์วิจารณ์สถานะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของระบบราชการไทยในปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทักษิณ ชินวัตร ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจและระบบราชการของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทักษิณ ชินวัตร ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจและระบบราชการของไทย

อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้วิพากษ์วิจารณ์สถานะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของระบบราชการไทยในปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยทักษิณระบุว่าประเทศอยู่ในจุดที่เปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการที่ล่าช้าซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า เขาเน้นย้ำว่าประเทศจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อสังเกตเหล่านี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความคล่องตัวในการบริหารงานของประเทศ และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อปรับปรุงกระบวนการของรัฐบาลให้ทันสมัย แม้ว่าความคิดเห็นของทักษิณจะสะท้อนถึงมุมมองของเขาต่อจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางดิจิทัลในประเทศไทย

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการปฏิรูปนโยบายเฉพาะเจาะจงเพื่อแก้ไขความล่าช้าของระบบราชการที่กล่าวถึงหรือไม่ ณ ขณะนี้ คำแถลงเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์ยังคงจับตาดูปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลหรือการดำเนินการทางกฎหมายที่อาจตามมาหลังจากข้อสังเกตสาธารณะเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

PROUD เผยกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PROUD เผยกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 314% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ ROMM Convent

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PROUD เผยกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
PROUD เผยกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 314% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ ROMM Convent

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรอย่างมากถึง 314% โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,729 ล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลการดำเนินงานทางการเงินนี้ส่วนใหญ่มาจากจุดเริ่มต้นของการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ ROMM Convent ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับหรู บริษัทระบุว่าการโอนกรรมสิทธิ์เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างฐานะทางการเงินของบริษัทให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาดต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและสถานะทางการเงินที่มั่นคงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของกำไรจะบ่งชี้ถึงช่วงเวลาการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จของบริษัท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลกำไรเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการเปิดตัวโครงการในอนาคตหรือแผนการขยายธุรกิจในตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ อย่างไร นักลงทุนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์อาจรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการพัฒนาในระยะยาวของบริษัท และแนวทางในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

เทศบาลขอนแก่นยืนยันสถานะทางภาษีของวัดป่าอดุลยาราม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เทศบาลขอนแก่นยืนยันสถานะทางภาษีของวัดป่าอดุลยาราม

เจ้าหน้าที่เทศบาลขอนแก่นยืนยันว่าวัดป่าอดุลยารามได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินเนื่องจากใช้ประโยชน์ทางศาสนา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เทศบาลขอนแก่นยืนยันสถานะทางภาษีของวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
เทศบาลขอนแก่นยืนยันสถานะทางภาษีของวัดป่าอดุลยาราม

เจ้าหน้าที่เทศบาลขอนแก่นยืนยันว่าวัดป่าอดุลยารามได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินเนื่องจากใช้ประโยชน์ทางศาสนา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เทศบาลนครขอนแก่นได้ออกมาชี้แจงสถานะทางภาษีของวัดป่าอดุลยารามอย่างเป็นทางการ นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่าที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งระบุตามโฉนดเลขที่ 61945 มีเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา ได้รับการยกเว้นภาษีบำรุงท้องที่

เอกสารระบุว่าที่ดินผืนนี้มีนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2533 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ดินดังกล่าวถูกใช้ประโยชน์เพื่อกิจการทางพระพุทธศาสนาโดยวัดป่าอดุลยารามเพียงอย่างเดียว จึงไม่เข้าข่ายที่ต้องชำระภาษีที่ดิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับสถานะของศาสนสถานในท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของวัดได้รับการยอมรับว่าเป็นการทำประโยชน์ทางศาสนาสาธารณะ ซึ่งทำให้ที่ดินดังกล่าวได้รับยกเว้นจากภาระภาษีของเทศบาล แม้ว่าคำแถลงนี้จะช่วยยุติสถานะทางภาษีในปัจจุบันของที่ดินแปลงนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในอนาคตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์อาจส่งผลต่อการจัดประเภทนี้หรือไม่ การยืนยันของเทศบาลถือเป็นการตอบข้อซักถามล่าสุดเกี่ยวกับภาระภาษีของทางวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 12:58 UTC

เทศบาลนครขอนแก่นยืนยันไม่เคยเรียกเก็บภาษีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เทศบาลนครขอนแก่นยืนยันไม่เคยเรียกเก็บภาษีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเทศบาลพยายามเรียกเก็บภาษีที่ดินจากวัดในท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นที่ดินสาธารณะเพื่อประโยชน์ทางศาสนา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เทศบาลนครขอนแก่นยืนยันไม่เคยเรียกเก็บภาษีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
เทศบาลนครขอนแก่นยืนยันไม่เคยเรียกเก็บภาษีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเทศบาลพยายามเรียกเก็บภาษีที่ดินจากวัดในท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นที่ดินสาธารณะเพื่อประโยชน์ทางศาสนา

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าทางเทศบาลนครขอนแก่นได้เรียกเก็บภาษีที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของโฉนดที่ดินที่ตั้งของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งวัดแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ และใช้ประโยชน์เพื่อกิจการทางพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533

นายกเทศมนตรีประสิทธิ์ยืนยันว่า ทางเทศบาลไม่เคยออกเอกสารเรียกเก็บภาษีหรือดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เพื่อเรียกเก็บเงินจากที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากที่ดินดังกล่าวถือเป็นที่สาธารณะที่ใช้เพื่อประโยชน์ทางศาสนา ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายปัจจุบัน นายกเทศมนตรีได้เชิญชวนให้ผู้ที่อ้างว่าได้รับใบแจ้งหนี้ภาษีสำหรับที่ดินแปลงนี้ให้นำใบเสร็จมาแสดงเป็นหลักฐาน เนื่องจากทางเทศบาลยืนยันว่าไม่เคยมีการอนุมัติให้เรียกเก็บภาษีดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางทะเบียนของศาสนสถานในท้องถิ่น แม้ทางเทศบาลจะปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารราชการหากได้รับจดหมายภาษีที่ไม่คาดคิด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำหลักฐานการเรียกเก็บภาษีมาแสดง และทางเทศบาลยังคงยืนยันว่าวัดดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 12:16 UTC

กูรูโลจิสติกส์เสนอรัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานการผลิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กูรูโลจิสติกส์เสนอรัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานการผลิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์และกลยุทธ์ FTA เพื่อรักษาตำแหน่งการเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กูรูโลจิสติกส์เสนอรัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานการผลิต

แหล่งข่าวเดียว
กูรูโลจิสติกส์เสนอรัฐบาลรื้อโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานการผลิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์และกลยุทธ์ FTA เพื่อรักษาตำแหน่งการเป็นฐานการผลิตหลักของประเทศ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ได้เสนอให้รัฐบาลไทยดำเนินการรื้อระบบภาษีรถยนต์ทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความลักลั่นในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และรักษาฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในของไทยให้มีความแข็งแกร่ง

นายยูชี้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนของผู้ผลิตในต่างประเทศสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่ไทยจะสามารถดึงดูดการผลิตให้คงอยู่ในประเทศได้ ข้อเสนอแนะสำคัญรวมถึงการจัดเก็บภาษีรีไซเคิลแบตเตอรี่เพื่อสนับสนุนความยั่งยืน และการผลักดันนโยบายส่งเสริมการส่งออกรถยนต์เก่าเพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงที่นำเสนอนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ในอนาคต ทั้งในด้านราคา ความพร้อมของรุ่นรถยนต์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเท่านั้น ยังต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปรับใช้เป็นนโยบายภาษีหรือปรับกลยุทธ์ FTA หรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:41 UTC