ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

BKIH เผยกำไรครึ่งปีแรก 2026 พุ่ง 57%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BKIH เผยกำไรครึ่งปีแรก 2026 พุ่ง 57%

บมจ.บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 56.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่ง พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลรวม 13.50 บาทต่อหุ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BKIH เผยกำไรครึ่งปีแรก 2026 พุ่ง 57%

แหล่งข่าวเดียว
BKIH เผยกำไรครึ่งปีแรก 2026 พุ่ง 57%

บมจ.บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) ประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 56.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่ง พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลรวม 13.50 บาทต่อหุ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บมจ.บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) มีผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2.43 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งการเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 63.9%

จากผลประกอบการดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับไตรมาสที่ 2 ในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสแรก ทำให้ยอดรวมเงินปันผลสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 13.50 บาทต่อหุ้น ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหารของ BKI Holdings ได้เน้นย้ำถึงแรงขับเคลื่อนในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อมูลทางการเงินนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจประกันภัยและบริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุนในท้องถิ่น แม้ว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะดูมั่นคง แต่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามรายงานประจำไตรมาสในอนาคตเพื่อดูว่าแนวโน้มการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนนี้จะยังคงยั่งยืนตลอดช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของบริษัท รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ระยะยาวจึงยังคงต้องรอการยืนยันในรายงานประจำปีฉบับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 08:01 UTC

Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 เตรียมเปิดตัวฉบับออนไลน์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 เตรียมเปิดตัวฉบับออนไลน์

ประเทศไทยเตรียมจัดงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 โดยมีแพลตฟอร์มออนไลน์ 5 วันเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อทั่วโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 เตรียมเปิดตัวฉบับออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 เตรียมเปิดตัวฉบับออนไลน์

ประเทศไทยเตรียมจัดงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 โดยมีแพลตฟอร์มออนไลน์ 5 วันเพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC 2026 และ Bangkok E&E 2026 ซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เน้นด้านระบบทำความเย็น ระบบทำความร้อน การระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ รวมถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยงานนี้จะมีฉบับออนไลน์โดยเฉพาะ

ความคิดริเริ่มทางดิจิทัลนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเป็นเวลา 5 วันเต็ม การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายโอกาสให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมสามารถมีส่วนร่วมได้โดยไม่คำนึงถึงสถานที่ตั้งทางกายภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเพื่อธุรกิจในกรุงเทพฯ งานเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับนวัตกรรมอุตสาหกรรมและการค้า แม้ว่าองค์ประกอบออนไลน์จะมอบความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก แต่กำหนดการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับส่วนการจัดแสดงจริงหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรใกล้ศูนย์การประชุมหลักยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมหรือต้องการสร้างเครือข่ายกับผู้ผลิตในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในสถานที่จริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

Property Perfect และ Grand Asset ประกาศปรับพอร์ตขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Property Perfect และ Grand Asset ประกาศปรับพอร์ตขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ Property Perfect และ Grand Asset ประกาศแผนขายสินทรัพย์ทำเลทอง 11 รายการ มูลค่ารวมกว่า 12,145 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Property Perfect และ Grand Asset ประกาศปรับพอร์ตขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
Property Perfect และ Grand Asset ประกาศปรับพอร์ตขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ Property Perfect และ Grand Asset ประกาศแผนขายสินทรัพย์ทำเลทอง 11 รายการ มูลค่ารวมกว่า 12,145 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Property Perfect และ Grand Asset ได้เริ่มดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ โดยบริษัทได้ประกาศขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองจำนวน 11 รายการ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 12,145 ล้านบาท

นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าวัตถุประสงค์หลักของการขายสินทรัพย์ในครั้งนี้คือเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัท โดยเงินที่ได้จากการขายจะนำไปใช้เพื่อรองรับการจ่ายคืนหุ้นกู้ทั้งหมดและชำระหนี้ธนาคารที่มีอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในทิศทางธุรกิจของบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการหนี้และความมั่นคงทางการเงินมากกว่าการสะสมที่ดิน แม้ว่าการปรับโครงสร้างนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน แต่ก็อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การพัฒนาของทำเลทองที่เกี่ยวข้องกับการขายในครั้งนี้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 11 รายการและกรอบเวลาในการทำธุรกรรมให้แล้วเสร็จยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการขายสินทรัพย์เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อโครงการในอนาคตของบริษัทอย่างไร และกลยุทธ์นี้จะสามารถแก้ไขภาระหนี้สินในปัจจุบันได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

ครม.เงา พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ครม.เงา พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 2

ครม.เงา พรรคประชาชน ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดดุลการค้าแม้ GDP ในไตรมาสที่ 2 จะเติบโต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตในอุตสาหกรรมยานยนต์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ครม.เงา พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
ครม.เงา พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 2

ครม.เงา พรรคประชาชน ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการขาดดุลการค้าแม้ GDP ในไตรมาสที่ 2 จะเติบโต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตในอุตสาหกรรมยานยนต์

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีเงาของพรรคประชาชน (PP) ได้จัดการประชุมครั้งที่ 10 เพื่อประเมินผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาล แม้จะยอมรับว่า GDP ของประเทศไทยมีการเติบโตในไตรมาสที่ 2 แต่คณะรัฐมนตรีเงาก็ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับปัญหาการขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาล

กลุ่มฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการพึ่งพาการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกลยุทธ์ใหม่เพื่อแก้ไขวิกฤตที่กำลังดำเนินอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรติดตาม เนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในท้องถิ่น ความผันผวนของค่าเงิน และบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวม แม้ว่าคณะรัฐมนตรีเงาจะระบุถึงความท้าทายเหล่านี้แล้ว แต่การตอบสนองเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงของรัฐบาลต่อภาคยานยนต์และผลกระทบระยะยาวของการขาดดุลการค้าต่อเศรษฐกิจระดับประเทศนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนแผนงานทางเศรษฐกิจหรือไม่จากคำวิจารณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าจังหวัดปราจีนบุรีจะไม่ถูกรวมอยู่ในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แหล่งข่าวเดียว
ปราจีนบุรีไม่อยู่ในแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าจังหวัดปราจีนบุรีจะไม่ถูกรวมอยู่ในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดปราจีนบุรี โดยรัฐมนตรีระบุอย่างชัดเจนว่าจังหวัดปราจีนบุรีจะไม่ถูกรวมเข้ากับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แทนที่จะเน้นการขยายตัวทางอุตสาหกรรมเหมือนในพื้นที่ EEC รัฐบาลตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่รูปแบบการพัฒนาที่สมดุลสำหรับจังหวัดนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการบูรณาการการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพัฒนาจังหวัดมีความยั่งยืนและไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือความเป็นอยู่ของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตัดสินใจนี้บ่งชี้ว่าจังหวัดปราจีนบุรีน่าจะยังคงรักษาเอกลักษณ์ในปัจจุบันไว้ แทนที่จะเผชิญกับการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วเหมือนจังหวัดข้างเคียงในเขต EEC ซึ่งอาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของภูมิภาคนี้

แม้ว่ารัฐมนตรีจะยืนยันเรื่องการไม่รวมจังหวัดปราจีนบุรีเข้ากับ EEC แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการที่จะนำมาใช้แทนรูปแบบการพัฒนาดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลในการดำเนินแนวทางการจัดการเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่สมดุลนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

สบน. เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นที่ 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สบน. เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นที่ 2

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ประกาศแผนการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) รุ่นที่ 2 มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 10 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สบน. เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
สบน. เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นที่ 2

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ประกาศแผนการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) รุ่นที่ 2 มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 10 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond หรือ SLB) รุ่นที่ 2 โดยมีมูลค่าการออกอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และมีกำหนดการออกในวันที่ 10 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวทางการเงินนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการพัฒนาที่ยั่งยืนและโครงการระดมทุนสีเขียว แม้ว่าการออกพันธบัตรดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือทางการเงินของสถาบันเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและความยั่งยืนในอนาคตทั่วประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาครบกำหนด และเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่แน่ชัดซึ่งเชื่อมโยงกับพันธบัตรรุ่นที่ 2 นี้ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก สบน. นักลงทุนและผู้ที่สนใจในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง เพื่อรับทราบข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงกำหนดการออกพันธบัตรในวันที่ 10 กันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 90.0 แม้ว่าจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 90.0 แม้ว่าจะยังมีความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 ในเดือนกรกฎาคม 2569 จากระดับ 88.2 ในเดือนก่อนหน้า การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการปรับตัวดีขึ้นของกิจกรรมการส่งออก โดย ส.อ.ท. คาดการณ์ว่าดัชนีอาจแตะระดับ 96.1 ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจในท้องถิ่น การปรับตัวขึ้นนี้บ่งชี้ถึงภาคการผลิตที่กำลังเริ่มมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงสำคัญหลายประการที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ การบังคับใช้ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 12.5% และอัตราหนี้เสีย (NPL) ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 9.5%

เพื่อบรรเทาแรงกดดันเหล่านี้ ส.อ.ท. ได้เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) การตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน และการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้ แม้ว่าแนวโน้มในปัจจุบันจะเป็นไปในทิศทางบวก แต่ผลกระทบที่แท้จริงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจภายนอกเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดย ส.อ.ท. จะยังคงติดตามว่าตัวแปรระดับโลกเหล่านี้จะส่งผลต่อการผลิตภายในประเทศและเศรษฐกิจไทยในไตรมาสหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมันจำกัดเวลาสำหรับสมาชิกบลูพลัส
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมันจำกัดเวลาสำหรับสมาชิกบลูพลัส

พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร สำหรับสมาชิกบลูพลัสที่เติมน้ำมันตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมันจำกัดเวลาสำหรับสมาชิกบลูพลัส

แหล่งข่าวเดียว
พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมันจำกัดเวลาสำหรับสมาชิกบลูพลัส

พีทีที สเตชั่น มอบส่วนลดน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร สำหรับสมาชิกบลูพลัสที่เติมน้ำมันตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พีทีที สเตชั่น ได้จัดแคมเปญโปรโมชันระยะสั้นสำหรับสมาชิกบลูพลัส โดยตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 20 สิงหาคม 2569 ลูกค้าที่เป็นสมาชิกโปรแกรมบลูพลัสจะได้รับส่วนลดทันที 1 บาทต่อลิตร เมื่อเติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ

โปรโมชันนี้ใช้ได้กับน้ำมันทุกชนิดที่จำหน่าย ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ ครอบคลุมน้ำมันเกรดมาตรฐาน ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ E20, 91, 95, E85, เบนซิน, ดีเซล และดีเซล B20 นอกจากนี้ ส่วนลดดังกล่าวยังครอบคลุมถึงน้ำมันเกรดพรีเมียม เช่น Super PowerX 99, Super PowerX Diesel และ Super Power Gasohol 95

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โปรโมชันนี้ถือเป็นโอกาสสั้นๆ ในการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง เนื่องจากแคมเปญนี้มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 20 สิงหาคม ผู้ที่สนใจใช้สิทธิ์ควรตรวจสอบว่าสถานีบริการพีทีที สเตชั่น ในพื้นที่ของตนเข้าร่วมรายการหรือไม่ก่อนทำการเติมน้ำมัน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีสถานีใดบ้างที่ไม่ได้เข้าร่วมรายการ เนื่องจากโปรโมชันนี้จำกัดเฉพาะสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:18 UTC

สบน. ประกาศเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สบน. ประกาศเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นใหม่

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสนับสนุนงบประมาณปี 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สบน. ประกาศเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
สบน. ประกาศเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่นใหม่

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสนับสนุนงบประมาณปี 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 ภายใต้ชื่อ SLB425A โดยนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สบน. เปิดเผยว่าพันธบัตรดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และมีอายุประมาณ 15 ปี

โครงการนี้มีกำหนดดำเนินการในช่วงกลางเดือนกันยายน โดยแตกต่างจากพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนทั่วไปที่ต้องผูกกับโครงการเฉพาะเจาะจง แต่ SLB รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2569 โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายของประเทศแทน ทั้งนี้ สบน. ระบุว่าวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทถือว่าเพียงพอโดยพิจารณาจากสภาวะตลาดและความต้องการลงทุนในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ต่อเนื่องของรัฐบาลในการนำตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนมาบูรณาการเข้ากับการบริหารหนี้สาธารณะ แม้ว่าการออกพันธบัตรนี้มีจุดประสงค์เพื่อรองรับความต้องการด้านงบประมาณ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับ KPIs ที่ชัดเจนและอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันเมื่อใกล้ถึงกำหนดการเปิดขายในช่วงกลางเดือนกันยายน นักลงทุนและผู้สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สบน. เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการจองซื้อและเงื่อนไขสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร

ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เรือด่วนเจ้าพระยาจะปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาทในทุกเส้นทาง เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร

แหล่งข่าวเดียว
เรือด่วนเจ้าพระยาประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร

ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เรือด่วนเจ้าพระยาจะปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาทในทุกเส้นทาง เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ได้ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารเรือทุกประเภทเพิ่มขึ้น 1 บาท โดยการปรับเปลี่ยนนี้จะมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ กล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 37.59 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา บริการเรือโดยสารซึ่งวิ่งระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขรจำเป็นต้องปรับราคาเพื่อชดเชยต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากค่าเชื้อเพลิง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการระบบขนส่งทางน้ำ การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น บริการเรือธงส้มยอดนิยมซึ่งวิ่งระหว่างนนทบุรีและวัดราชสิงขร จะมีการปรับราคาจากอัตราเดิมที่ 17 บาท

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันวันที่มีผลบังคับใช้และจำนวนเงินที่ปรับขึ้นแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบตารางค่าโดยสารที่อัปเดต ณ ท่าเรือในพื้นที่ของตนเพื่อยืนยันราคาที่แน่นอนสำหรับเส้นทางเฉพาะของแต่ละท่าน ทั้งนี้ ยังไม่มีการระบุถึงการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในอนาคต แม้ว่าการกำหนดราคาของบริษัทจะยังคงมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดน้ำมันดีเซลในประเทศก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

เหยื่อร้องเรียนสูญเงินกว่า 5 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงลงทุนการ์ดโปเกมอน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เหยื่อร้องเรียนสูญเงินกว่า 5 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงลงทุนการ์ดโปเกมอน

กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) หลังจากถูกหลอกลวงในรูปแบบการพรีออเดอร์และแลกเปลี่ยนการ์ดโปเกมอน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เหยื่อร้องเรียนสูญเงินกว่า 5 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงลงทุนการ์ดโปเกมอน

แหล่งข่าวเดียว
เหยื่อร้องเรียนสูญเงินกว่า 5 ล้านบาทจากคดีฉ้อโกงลงทุนการ์ดโปเกมอน

กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) หลังจากถูกหลอกลวงในรูปแบบการพรีออเดอร์และแลกเปลี่ยนการ์ดโปเกมอน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กลุ่มผู้เสียหายพร้อมด้วยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงการลงทุนครั้งใหญ่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียหายระบุว่าสูญเสียเงินรวมกว่า 5 ล้านบาท จากการถูกหลอกให้พรีออเดอร์และซื้อขายการ์ดโปเกมอนรวมถึงการ์ดสะสมอื่นๆ

ผู้เสียหายรายหนึ่งซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี (นามสมมติ นายเอ) เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับผู้ก่อเหตุครั้งแรกที่งานอีเวนต์เกมในกรุงเทพฯ ผู้ก่อเหตุสร้างความเชื่อใจตลอดระยะเวลา 4 เดือนด้วยการส่งมอบสินค้าตามปกติ ทำให้ผู้เสียหายสามารถทำกำไรจากการขายต่อได้ 10% ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักสะสมการ์ด อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุเริ่มหยุดส่งสินค้าโดยอ้างปัญหาเรื่องศุลกากรหรือความล่าช้าในการขนส่งจากต่างประเทศ ก่อนจะปิดบัญชีโซเชียลมีเดียหนีไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักสะสมในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการซื้อขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวแทนที่จะใช้แพลตฟอร์มการค้าที่ตรวจสอบได้ แม้ว่าผู้เสียหายจะเริ่มดำเนินการทางกฎหมายแล้ว แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้เสียหายจำนวนเท่าใดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามเงินที่โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ก่อเหตุคืนมาได้หรือไม่ ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

สบน. เตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สบน. เตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่น SLB425A ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สบน. เตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สบน. เตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนรุ่น SLB425A ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) รุ่น SLB425A โดยมีวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีกำหนดการออกภายในเดือนกันยายน 2569

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการ สบน. เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของเครื่องมือทางการเงินนี้คือเพื่อนำไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนรุ่นที่ 2 ของสำนักงาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการดำเนินกลยุทธ์ด้านการเงินที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการบริหารจัดการสุขภาพทางการคลังของประเทศผ่านเครื่องมือหนี้เฉพาะทาง แม้ว่าการดำเนินการทางการเงินดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติสำหรับการบริหารหนี้สาธารณะ แต่ก็ช่วยให้เห็นภาพรวมของการวางแผนเศรษฐกิจและความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย วันที่เสนอขายที่แน่นอน และเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับพันธบัตร SLB425A ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ นักลงทุนและผู้ที่สนใจในสถานการณ์เศรษฐกิจไทยควรติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

กระทรวงการคลังไทยเตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทในเดือนกันยายนนี้ พร้อมวางแผนจัดโรดโชว์ในต่างประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยเตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเตรียมออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทในเดือนกันยายนนี้ พร้อมวางแผนจัดโรดโชว์ในต่างประเทศ

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงการคลังของไทยเตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds หรือ SLB) มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยรายละเอียดอย่างเป็นทางการและโครงสร้างสุดท้ายของตราสารทางการเงินนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในกลางเดือนกันยายน 2569

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมสำหรับการออกพันธบัตรครั้งนี้ กระทรวงการคลังมีแผนที่จะจัดโรดโชว์สำหรับนักลงทุนในฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและส่งเสริมความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อโครงการจัดหาเงินทุนที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการบริหารจัดการทางการคลัง แม้ว่าการออกพันธบัตรจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ แต่ถือเป็นกิจกรรมในตลาดการเงินเป็นหลัก ในขณะนี้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาครบกำหนด และวันที่แน่นอนของการเปิดตัวพันธบัตรยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงการคลัง โดยนักสังเกตการณ์กำลังรอการประกาศในช่วงกลางเดือนกันยายนเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขสุดท้ายของข้อเสนอนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:58 UTC

HomePro ปรับกลยุทธ์สู่การเป็น 'Home Lifetime Companion' เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านตลอดชีวิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

HomePro ปรับกลยุทธ์สู่การเป็น 'Home Lifetime Companion' เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านตลอดชีวิต

โฮมโปร ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของไทย กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจโดยมุ่งเน้นที่ความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาวและการให้บริการที่ครอบคลุมทุกเรื่องบ้าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

HomePro ปรับกลยุทธ์สู่การเป็น 'Home Lifetime Companion' เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านตลอดชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
HomePro ปรับกลยุทธ์สู่การเป็น 'Home Lifetime Companion' เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านตลอดชีวิต

โฮมโปร ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของไทย กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจโดยมุ่งเน้นที่ความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาวและการให้บริการที่ครอบคลุมทุกเรื่องบ้าน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โฮมโปร (HomePro) ผู้ค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านรายใหญ่ของไทย กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยบริษัทกำลังก้าวข้ามบทบาทเดิมจากการเป็นเพียงผู้ค้าปลีกสินค้าและบริการ มาสู่การเป็น 'Home Lifetime Companion' หรือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านตลอดชีวิต

ทิศทางใหม่ขององค์กรนี้เน้นย้ำแนวคิดเรื่อง 'ความไว้ใจ' ให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของรูปแบบธุรกิจ การปรับภาพลักษณ์ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบการสนับสนุนและบริการที่ดูแลลูกค้าในทุกช่วงชีวิต แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการขายสินค้าเป็นรายชิ้นเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีความสำคัญ เนื่องจากบ่งชี้ถึงแนวโน้มการให้บริการที่ครบวงจรมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนด้านการดูแลรักษาบ้านในระยะยาว หากประสบความสำเร็จ สิ่งนี้อาจช่วยให้เจ้าของบ้านจัดการเรื่องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยการรวมบริการต่างๆ ไว้ภายใต้แบรนด์เดียว

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างราคาปัจจุบัน ความพร้อมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ หรือการเปิดตัวบริการระดับใหม่ๆ อย่างไรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ลูกค้าควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโฮมโปรเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในสาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:59 UTC

7 ธนาคารไทยเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

7 ธนาคารไทยเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยคาดการณ์ว่าจะให้ผลตอบแทนสูงสำหรับนักลงทุน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

7 ธนาคารไทยเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

แหล่งข่าวเดียว
7 ธนาคารไทยเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยคาดการณ์ว่าจะให้ผลตอบแทนสูงสำหรับนักลงทุน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งในประเทศไทยกำลังเตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก โดยคาดว่าจะเริ่มมีการประกาศตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นักวิเคราะห์ตลาดคาดการณ์ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ เช่น SCB, BBL, KBANK และ TISCO อาจจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 2 บาท ในขณะที่ TTB คาดว่าจะให้ผลตอบแทนระหว่างกาลสูงสุดที่ 2.16% สำหรับแนวโน้มทั้งปี KKP และ SCB กำลังเป็นผู้นำในกลุ่มด้วยผลตอบแทนที่คาดว่าจะสูงกว่า 6.5%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงสถานะทางการเงินและกลยุทธ์การจัดสรรผลกำไรของภาคธนาคารในปัจจุบัน แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่คาดการณ์ไว้ของภาคธนาคาร แต่ข้อมูลนี้เป็นที่สนใจหลักสำหรับนักลงทุนที่ติดตามแนวโน้มตลาดและผลการดำเนินงานของหุ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าธนาคารใดจะเปิดเผยรายละเอียดเงินปันผลอย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรก และยอดการจ่ายเงินจริงจะเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบันหรือไม่ นักลงทุนควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับกำหนดการและจำนวนเงินปันผลที่เฉพาะเจาะจง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:59 UTC

บีโอไอเสริมแกร่งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอเสริมแกร่งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกาศมาตรการใหม่เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของภาคตะวันออก

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอเสริมแกร่งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอเสริมแกร่งการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกาศมาตรการใหม่เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของภาคตะวันออก

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังดำเนินมาตรการเพื่อเสริมสร้างกรอบเศรษฐกิจของภาคตะวันออก โดยมุ่งเน้นไปที่การยกระดับภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหรือใกล้จังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา การพัฒนาเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในระดับภูมิภาค การสร้างงานที่มีศักยภาพ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่เหล่านี้อาจสังเกตเห็นการขยายตัวทางอุตสาหกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ หรือการปรับปรุงด้านโลจิสติกส์และการเชื่อมต่อในท้องถิ่นในขณะที่โครงการเหล่านี้มีความคืบหน้า

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของภูมิภาค แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับโครงการใหม่ ลักษณะที่แน่ชัดของมาตรการจูงใจที่เสนอให้กับธุรกิจ และผลกระทบระยะยาวต่อชุมชนท้องถิ่นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้ในทางปฏิบัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

ING ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร TTB; TTB ยืนยันการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปตามปกติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ING ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร TTB; TTB ยืนยันการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปตามปกติ

ธนาคาร ING ได้ขายหุ้นบางส่วนในธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 11.6% ในขณะที่ TTB ยืนยันเดินหน้ากลยุทธ์และโครงการซื้อหุ้นคืนตามแผนเดิม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ING ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร TTB; TTB ยืนยันการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปตามปกติ

แหล่งข่าวเดียว
ING ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร TTB; TTB ยืนยันการดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปตามปกติ

ธนาคาร ING ได้ขายหุ้นบางส่วนในธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 11.6% ในขณะที่ TTB ยืนยันเดินหน้ากลยุทธ์และโครงการซื้อหุ้นคืนตามแผนเดิม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ธนาคาร ING Bank N.V. ได้ประกาศขายหุ้นของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ผ่านการเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน โดยธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในธนาคารลดลงจาก 19.5% เหลือ 11.6% หลังจากกระบวนการชำระราคาเสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่า ING อธิบายว่าการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการเงินทุนเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน

ทางด้าน TTB ได้ออกมาชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการหรือกลยุทธ์หลักของธนาคาร โดยธนาคารระบุว่าการขายหุ้นดังกล่าวจะช่วยเพิ่มสัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (Free Float) และเพิ่มสภาพคล่องในระยะยาวให้กับตลาด นอกจากนี้ TTB ยังยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนต่อไป โดยปัจจุบันธนาคารเหลือวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 14,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงินรวมที่ได้รับอนุมัติไว้ 35,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของของธนาคาร แต่ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในบริการทางการเงินหรือเสถียรภาพในการดำเนินงานในทันที แม้ว่าธนาคารจะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับความต่อเนื่องทางกลยุทธ์ แต่ผลกระทบสุดท้ายต่อสภาพคล่องของตลาดและการดำเนินการตามขั้นตอนการชำระราคายังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

การรื้อถอนแฟลตฝายหิน มช. ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การรื้อถอนแฟลตฝายหิน มช. ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์

แฟลตฝายหินอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความสำคัญทางสถาปัตยกรรม กำลังถูกรื้อถอนภายใต้สัญญาจ้างมูลค่า 28,000 บาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การรื้อถอนแฟลตฝายหิน มช. ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์

แหล่งข่าวเดียว
การรื้อถอนแฟลตฝายหิน มช. ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์

แฟลตฝายหินอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความสำคัญทางสถาปัตยกรรม กำลังถูกรื้อถอนภายใต้สัญญาจ้างมูลค่า 28,000 บาท

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ แฟลตฝายหินที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กำลังอยู่ในระหว่างการรื้อถอน โครงสร้างดังกล่าวซึ่งได้รับการยอมรับมานานในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่มาจากผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์ กำลังถูกรื้อถอนตามสัญญาจ้างมูลค่า 28,000 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในเชียงใหม่ การรื้อถอนแฟลตเหล่านี้ถือเป็นการสิ้นสุดของแลนด์มาร์คที่โดดเด่นภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย แม้ว่าอาคารนี้เคยเป็นส่วนสำคัญของภูมิทัศน์ในมหาวิทยาลัย แต่การรื้อถอนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ของโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยและการอนุรักษ์สินทรัพย์ทางสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะมีการรายงานค่าใช้จ่ายในสัญญาการรื้อถอนแล้ว แต่แผนระยะยาวที่เฉพาะเจาะจงสำหรับพื้นที่ที่ถูกเคลียร์นั้นยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ผลกระทบในวงกว้างเกี่ยวกับกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยในการจัดการกับแลนด์มาร์คทางสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่เก่าแก่ในมหาวิทยาลัยยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการพัฒนาในท้องถิ่น ในขณะที่พื้นที่กำลังถูกเคลียร์ ผู้สังเกตการณ์ต่างรอคอยที่จะดูว่ามหาวิทยาลัยตั้งใจจะใช้พื้นที่นี้อย่างไร และจะมีโครงสร้างอื่นๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือการออกแบบในลักษณะเดียวกันนี้ต้องเผชิญกับการประเมินในลักษณะเดียวกันในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:35 UTC