ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับการจัดสรรงบประมาณปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับการจัดสรรงบประมาณปี 2569

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยได้โยกงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทให้แก่หน่วยงานรัฐ 9 แห่ง พร้อมชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับการจัดสรรงบประมาณปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับการจัดสรรงบประมาณปี 2569

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยได้โยกงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทให้แก่หน่วยงานรัฐ 9 แห่ง พร้อมชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้สรุปการปรับลดงบประมาณแผ่นดินลง 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้ได้ถูกโยกไปสนับสนุนหน่วยงานรัฐเฉพาะ 9 แห่ง

ในระหว่างการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยชี้แจงเหตุผลที่ยังไม่มีการเพิ่มงบประมาณให้แก่กองทุนในขณะนี้ คณะกรรมาธิการระบุถึงความซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับพระราชกำหนดเงินกู้ฉุกเฉินที่มีอยู่ และระบุว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบกลางต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การปรับเปลี่ยนทางการคลังเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามทางนิติบัญญัติที่กำลังดำเนินอยู่ในการจัดการลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายภาครัฐ แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะแสดงความมั่นใจว่ากระบวนการงบประมาณจะเสร็จสิ้นทันกำหนดการบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ผลกระทบสุดท้ายต่อบริการสาธารณะบางประการยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่การตรวจสอบทางนิติบัญญัติดำเนินต่อไป

ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าคณะกรรมาธิการกำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าองค์ประกอบงบประมาณทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรงบกลางในขณะที่คณะกรรมาธิการดำเนินการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับลดงบจ่ายค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับลดงบจ่ายค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยได้โยกย้ายงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งไว้สำหรับชดใช้ค่าเสียหายในโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ไปไว้ในงบกลาง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับลดงบจ่ายค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการงบประมาณปรับลดงบจ่ายค่าโง่คลองด่าน 3,000 ล้านบาท

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยได้โยกย้ายงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งไว้สำหรับชดใช้ค่าเสียหายในโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ไปไว้ในงบกลาง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 คณะกรรมาธิการงบประมาณใกล้จะเสร็จสิ้นการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน โดยวรวีร์ ตัวแทนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ประกาศว่าคณะกรรมาธิการได้ตัดสินใจตัดงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งไว้สำหรับชดใช้ค่าเสียหายในโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยได้โยกย้ายเงินจำนวนดังกล่าวไปไว้ในงบกลาง เนื่องจากเจ้าหน้าที่เห็นว่าควรชะลอการจ่ายเงินออกไปจนกว่าคดีความจะมีความชัดเจนทางกฎหมายมากขึ้น

โดยรวมแล้ว คณะกรรมาธิการได้ปรับลดงบประมาณลง 11,000 ล้านบาท และจัดสรรเงินใหม่ให้กับหน่วยงานรัฐ 9 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการหารือกันว่าการจัดสรรงบกลางเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานนั้นมีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนดเงินกู้ฉุกเฉินที่มีอยู่หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนเหล่านี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการคลังของรัฐบาลไทย แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงภายในเหล่านี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่ระมัดระวังของรัฐบาลต่อภาระผูกพันทางกฎหมายขนาดใหญ่ คณะกรรมาธิการตั้งเป้าที่จะสรุปการหารือเหล่านี้ในสัปดาห์หน้า โดยร่างงบประมาณฉบับสุดท้ายมีกำหนดเข้าสู่การอภิปรายในสภาวาระที่สองและสามระหว่างวันที่ 7-9 กันยายนนี้ การยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรเงินก้อนนี้จะขึ้นอยู่กับผลการประชุมสภาในวาระดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

ทีมผู้ว่าฯ กทม. ตัดงบจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาครึ่งล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทีมผู้ว่าฯ กทม. ตัดงบจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาครึ่งล้านบาท

ข้อเสนอการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาสูงถูกยกเลิกโดยทีมงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทีมผู้ว่าฯ กทม. ตัดงบจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาครึ่งล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ทีมผู้ว่าฯ กทม. ตัดงบจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาครึ่งล้านบาท

ข้อเสนอการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศราคาสูงถูกยกเลิกโดยทีมงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ข้อเสนอการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศในราคาเครื่องละประมาณ 500,000 บาท ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยการตัดสินใจตัดงบประมาณดังกล่าวริเริ่มโดยทีมงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเอง

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ นักการเมืองชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์นี้โดยระบุว่าราคาอุปกรณ์ที่สูงนั้นไม่สมเหตุสมผล และกล่าวว่าหากตนอยู่ในตำแหน่งของทีมงาน กทม. ตนก็จะตัดสินใจตัดงบประมาณดังกล่าวเช่นกัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายในกรุงเทพมหานครที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดซึ่งกำลังถูกนำมาใช้กับงบประมาณของเทศบาล แม้ว่าโครงการเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเครื่องปรับอากาศเหล่านี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กทม. จะเสนอทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าเดิมหรือไม่ หรือจะมีการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะอื่นๆ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอเริ่มต้น แต่ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาลยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

ปตท. รายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. รายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทยอย่าง ปตท. ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และยืนยันความมุ่งมั่นในแผนการลงทุนระยะ 5 ปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. รายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. รายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทยอย่าง ปตท. ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และยืนยันความมุ่งมั่นในแผนการลงทุนระยะ 5 ปี

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วงครึ่งแรกของปี แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บริษัทก็แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและรักษาแนวทางการเติบโตที่มั่นคงไว้ได้

ในส่วนหนึ่งของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว ปตท. ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการตามงบประมาณการลงทุนระยะ 5 ปี ซึ่งมีมูลค่ารวม 1 ล้านล้านบาท การจัดสรรเงินทุนจำนวนมหาศาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในปัจจุบันของบริษัทและโครงการพัฒนาในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้มีความสำคัญเนื่องจาก ปตท. ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ความมั่นคงขององค์กรขนาดใหญ่เช่นนี้มักทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสำหรับเศรษฐกิจไทยโดยรวม กลยุทธ์การลงทุนที่สม่ำเสมอแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาห่วงโซ่อุปทานพลังงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินงานในชีวิตประจำวันและการเติบโตทางอุตสาหกรรมของประเทศ

แม้ว่าบริษัทจะแสดงความมั่นใจในแนวทางปัจจุบัน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ 1 ล้านล้านบาทในภาคส่วนต่างๆ เช่น พลังงานหมุนเวียนเมื่อเทียบกับน้ำมันและก๊าซแบบดั้งเดิมนั้น ยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดสรรการลงทุนเหล่านี้ในช่วงปีที่เหลือของแผนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:20 UTC

ปตท. เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุว่าเป็นผลมาจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุว่าเป็นผลมาจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สามารถรับมือกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดพลังงานโลก จนส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานทางการเงินดังกล่าวเป็นผลมาจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร การกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน และการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของผู้ให้บริการพลังงานหลักของประเทศ แม้จะมีความไม่แน่นอนในตลาดระหว่างประเทศ ความสามารถของ ปตท. ในการรักษาการดำเนินงานที่ต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังได้แสดงเจตจำนงที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในฐานะผู้เล่นระดับโลกในตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

แม้ผลประกอบการทางการเงินจะแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แต่ผลกระทบระยะยาวของปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ต่อราคาพลังงานภายในประเทศยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าความทะเยอทะยานด้าน LNG ระดับโลกของ ปตท. จะส่งผลต่อพันธสัญญาในการจัดหาพลังงานภายในประเทศและโครงสร้างราคาในอนาคตอย่างไร ในขณะนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายการเติบโตในระดับสากลกับภารกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:01 UTC

กมธ.งบฯ เห็นชอบจัดสรรงบ 1.1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กมธ.งบฯ เห็นชอบจัดสรรงบ 1.1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงาน

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุน 9 หน่วยงานรัฐ แม้จะมีการคัดค้านจากพรรคประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กมธ.งบฯ เห็นชอบจัดสรรงบ 1.1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงาน

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.งบฯ เห็นชอบจัดสรรงบ 1.1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงาน

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุน 9 หน่วยงานรัฐ แม้จะมีการคัดค้านจากพรรคประชาชน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมการดำเนินงานของ 9 หน่วยงานรัฐ โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการพิจารณาถึงแนวทางการกระจายงบประมาณแผ่นดินให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการบริหารงานในปัจจุบัน

ในระหว่างการประชุม สมาชิกจากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความคัดค้านต่อการดำเนินการดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลควรนำงบกลางที่มีอยู่แล้วเกือบ 1 แสนล้านบาทมาใช้แทน ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้เสนอให้มีการเพิ่มงบประมาณให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยอ้างถึงความกังวลว่ามีนักเรียนและนักศึกษาประมาณ 10,000 รายที่เสี่ยงจะหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากขาดแคลนเงินกู้

อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ สมาชิกคณะกรรมาธิการ ได้โต้แย้งข้อเสนอดังกล่าวโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาหนี้ค้างชำระของ กยศ. ที่มีอยู่ถึง 2 แสนล้านบาท โดยระบุว่าการเติมเงินเข้ากองทุนในขณะที่ยังมีหนี้ค้างชำระจำนวนมากไม่ใช่แนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน ส่งผลให้ที่ประชุมส่วนใหญ่มีมติไม่เห็นชอบกับการให้ความสำคัญกับ กยศ. เป็นลำดับแรก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณและการจัดลำดับความสำคัญระหว่างสวัสดิการสังคมกับการติดตามหนี้สิน แม้ว่าการจัดสรรงบประมาณจะได้รับความเห็นชอบแล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อทั้ง 9 หน่วยงานและกลยุทธ์ระยะยาวสำหรับกองทุน กยศ. ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องมีการหารือในระดับนิติบัญญัติต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เสริมความมั่นคงทางพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

ปตท. เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุน 5 ปี มูลค่า 1 ล้านล้านบาท โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการเป็นผู้นำด้านพลังงานในระดับภูมิภาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

ปตท. เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุน 5 ปี มูลค่า 1 ล้านล้านบาท โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และการเป็นผู้นำด้านพลังงานในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (2569–2573) มูลค่ารวม 1 ล้านล้านบาท โดยนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยกับ Khaosod Online ว่ากลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง

เป้าหมายหลักของการลงทุนนี้คือการขยายพอร์ตโฟลิโอก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ ปตท. ให้แตะระดับ 15 ล้านตันภายในปี 2578 โดยบริษัทวางแผนที่จะดำเนินการผ่านการพัฒนาธุรกิจต้นน้ำ การสำรวจทรัพยากรในต่างประเทศ และการควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นไปที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากธุรกิจก๊าซแล้ว การลงทุนนี้ยังสนับสนุนการซื้อขายพลังงานด้วย AI การบูรณาการเทคโนโลยี และโครงการผลิตไฟฟ้าที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าสาธารณูปโภคและความมั่นคงทางอุตสาหกรรมในอนาคต แม้ว่าตัวเลขการลงทุนจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการไฟฟ้าแต่ละโครงการและลักษณะที่แน่ชัดของการร่วมทุนกับบุคคลที่สามยังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป ทั้งนี้ ปตท. ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:53 UTC

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังของสหรัฐฯ และความผันผวนของตลาด ตามรายงานของนักวิเคราะห์จาก GCAP GOLD

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก

ราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังของสหรัฐฯ และความผันผวนของตลาด ตามรายงานของนักวิเคราะห์จาก GCAP GOLD

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 GCAP GOLD รายงานว่าราคาทองคำได้เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ โดยพุ่งทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ของ GCAP GOLD ระบุว่าการพุ่งขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Buyback) สำหรับพันธบัตรอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ซึ่งเป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนในตลาดโลหะมีค่านี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเชื่อมโยงกันของระบบการเงินโลก แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่นักวิเคราะห์ได้เตือนว่าระดับราคาในปัจจุบันอาจกระตุ้นให้เกิดการเทขายเพื่อทำกำไร นอกจากนี้ ตลาดยังคงมีความอ่อนไหวต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในอนาคต

แม้ว่าแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบันจะมีความชัดเจน แต่ความยั่งยืนของระดับราคานี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทยควรจับตาดูความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและการพัฒนาทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวแปรหลักในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:33 UTC

จีนกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรักอีกครั้ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีนกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรักอีกครั้ง

โรงกลั่นน้ำมันในจีนเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก หลังจากช่วงเวลาที่ลดการซื้อเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีนกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรักอีกครั้ง

แหล่งข่าวเดียว
จีนกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรักอีกครั้ง

โรงกลั่นน้ำมันในจีนเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก หลังจากช่วงเวลาที่ลดการซื้อเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันโลก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 โรงกลั่นน้ำมันทั้งของรัฐและเอกชนในจีนได้กลับมาซื้อน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลจากซาอุดีอาระเบียและอิรักอีกครั้ง ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่จีนได้ลดปริมาณการนำเข้าอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น

แม้ว่าปริมาณการซื้อในปัจจุบันจะยังคงต่ำกว่าระดับที่บันทึกไว้ก่อนเกิดความขัดแย้งในอิหร่าน แต่นักวิเคราะห์ตลาดกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวของความต้องการน้ำมันในวงกว้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาดพลังงานโลก ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบมักส่งผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงภายในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพโดยรวมภายในประเทศ แม้ว่าการกลับมาซื้อน้ำมันนี้จะบ่งชี้ถึงความพยายามในการสร้างเสถียรภาพของจีน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับการซื้อเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือจะยังคงอยู่ในระดับที่ระมัดระวัง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ากระแสพลังงานเหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาโลกอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:01 UTC

ประธานสภาฯ ขอเพิ่มงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส.
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาฯ ขอเพิ่มงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส.

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญสำหรับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างถึงความยากลำบากทางการเงินที่อดีตผู้แทนบางคนกำลังเผชิญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประธานสภาฯ ขอเพิ่มงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส.

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาฯ ขอเพิ่มงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญ ส.ส.

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญสำหรับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างถึงความยากลำบากทางการเงินที่อดีตผู้แทนบางคนกำลังเผชิญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อขอจัดสรรงบประมาณจำนวน 600 ล้านบาทเข้าสู่กองทุนบำนาญสำหรับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ประธานวันนอร์ได้เน้นย้ำถึงสถานะทางการเงินที่เปราะบางของอดีตผู้แทนบางราย โดยระบุว่าบุคคลบางคนถูกไล่ออกจากที่พักอาศัยและประสบปัญหาในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่จำเป็น การจัดสรรงบประมาณที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นตาข่ายรองรับทางสังคมสำหรับอดีตเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินงบประมาณแผ่นดินและระบบสวัสดิการสังคมที่มอบให้กับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าคำขอดังกล่าวจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาทางการเงินส่วนบุคคลของอดีต ส.ส. บางราย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการฯ จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องด้านงบประมาณนี้อย่างไร และงบประมาณดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติให้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายและกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

SCB EIC คาดการณ์จีดีพีไทยปี 2570 จะชะลอตัวลงเหลือ 1.9%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCB EIC คาดการณ์จีดีพีไทยปี 2570 จะชะลอตัวลงเหลือ 1.9%

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก SCB EIC คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2570 จะชะลอตัวลง โดยอ้างถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มหมดแรงและขาดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCB EIC คาดการณ์จีดีพีไทยปี 2570 จะชะลอตัวลงเหลือ 1.9%

แหล่งข่าวเดียว
SCB EIC คาดการณ์จีดีพีไทยปี 2570 จะชะลอตัวลงเหลือ 1.9%

นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก SCB EIC คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2570 จะชะลอตัวลง โดยอ้างถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มหมดแรงและขาดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ SCB EIC ได้เผยแพร่มุมมองทางเศรษฐกิจระหว่างกิจกรรม 'Thailand Half-Year Outlook 2026' แม้ว่าเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัว 2% ในปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ การส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน แต่แนวโน้มสำหรับปี 2570 กลับมีความระมัดระวังมากขึ้น นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการเติบโตของจีดีพีจะชะลอตัวลงเหลือ 1.9% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันเริ่มลดน้อยลง และประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายในการหาเครื่องยนต์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การคาดการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและกิจกรรมทางธุรกิจ บริบทของเศรษฐกิจโลกยังคงมีความซับซ้อน โดย SCB EIC ตั้งข้อสังเกตว่าแม้การเติบโตทั่วโลกจะได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่นโยบายของธนาคารกลางต่างๆ เช่น การคงอัตราดอกเบี้ยที่คาดการณ์ไว้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการปรับเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงมีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์ทางการเงินระหว่างประเทศ

ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลไทยจะมีมาตรการตอบสนองต่อการคาดการณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการนำนโยบายการคลังใหม่ๆ มาใช้เพื่อกระตุ้นการเติบโตหลังปี 2569 หรือไม่ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2570 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างเฝ้าติดตามสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจช่วยบรรเทาหรือซ้ำเติมภาวะชะลอตัวที่คาดการณ์ไว้นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

BAM เผยผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BAM เผยผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีผลเรียกเก็บรวมถึง 6.5 พันล้านบาท และมีกำไร 451 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BAM เผยผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
BAM เผยผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยมีผลเรียกเก็บรวมถึง 6.5 พันล้านบาท และมีกำไร 451 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ประกาศผลการดำเนินงานที่เป็นบวกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีผลเรียกเก็บรวมอยู่ที่ 6,539 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโต 16% ในไตรมาสที่สองที่ทำได้ 3,513 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 3,026 ล้านบาทในไตรมาสแรก ทั้งนี้ กำไรของบริษัทในไตรมาสที่สองอยู่ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 451 ล้านบาท

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BAM กล่าวว่า บริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่ 'โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น' (Resilient Business Model) สำหรับช่วงที่เหลือของปี โดยกลยุทธ์นี้ใช้การบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL), ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และการร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ (JV AMC) เพื่อรักษาความต่อเนื่องของกระแสเงินสด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวในภาคธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ซึ่งมักสะท้อนถึงแนวโน้มในวงกว้างของตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดหนี้สิน แม้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัว แต่ผลกระทบระยะยาวของโมเดลธุรกิจนี้ต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ควรติดตามผลการดำเนินงานของ BAM ในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะยั่งยืนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

กมธ.งบประมาณอนุมัติจัดสรรงบ 1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงานรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กมธ.งบประมาณอนุมัติจัดสรรงบ 1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงานรัฐ

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยอนุมัติการจัดสรรงบประมาณใหม่จำนวน 1 หมื่นล้านบาทให้กับ 9 หน่วยงานรัฐ ในขณะที่ปฏิเสธข้อเสนอเพิ่มเงินทุนให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กมธ.งบประมาณอนุมัติจัดสรรงบ 1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงานรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.งบประมาณอนุมัติจัดสรรงบ 1 หมื่นล้านบาทให้ 9 หน่วยงานรัฐ

คณะกรรมาธิการงบประมาณของไทยอนุมัติการจัดสรรงบประมาณใหม่จำนวน 1 หมื่นล้านบาทให้กับ 9 หน่วยงานรัฐ ในขณะที่ปฏิเสธข้อเสนอเพิ่มเงินทุนให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ได้สรุปการพิจารณางบประมาณแล้ว โดยคณะกรรมาธิการได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณใหม่จำนวน 1 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุนหน่วยงานรัฐ 9 แห่ง

ในระหว่างกระบวนการพิจารณา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ได้เสนอแปรญัตติเพื่อเพิ่มงบประมาณให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการคัดค้านจากตัวแทนรัฐบาลและถูกคณะกรรมาธิการตีตกไปในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญทางการคลังของรัฐบาลในปัจจุบันและการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะสำหรับปีที่จะถึงนี้ แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะมีมติในประเด็นการแปรญัตติเหล่านี้แล้ว แต่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับสมบูรณ์ยังคงต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติก่อนที่จะมีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรทราบว่าแม้การจัดสรรงบประมาณเหล่านี้จะผ่านการอนุมัติในระดับคณะกรรมาธิการแล้ว แต่การนำงบประมาณไปใช้จริงยังคงต้องรอให้กระบวนการอนุมัติของรัฐสภาเสร็จสิ้นเสียก่อน คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะได้รับงบประมาณเพิ่มเติมและรายละเอียดงบประมาณฉบับสมบูรณ์เมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:51 UTC

กมธ.งบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กมธ.งบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณปี 2570

คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.85 หมื่นล้านบาท แต่ตีตกญัตติการเพิ่มงบประมาณให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กมธ.งบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.งบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณปี 2570

คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ เห็นชอบการปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.85 หมื่นล้านบาท แต่ตีตกญัตติการเพิ่มงบประมาณให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบการปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงินรวม 38,572 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เพื่อจัดสรรใหม่ให้กับหน่วยงานต่างๆ

ในระหว่างการประชุม คณะกรรมาธิการได้พิจารณาและมีมติตีตกญัตติของนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ที่เสนอให้เพิ่มงบประมาณแก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อป้องกันไม่ให้นิสิตนักศึกษากว่า 10,000 รายต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาทางการเงิน อย่างไรก็ตาม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกคณะกรรมาธิการ ได้คัดค้านการเติมเงินดังกล่าว โดยระบุว่าปัญหาหลักของ กยศ. คือยอดหนี้ค้างชำระที่มีอยู่ถึง 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญทางการคลังของรัฐบาลในปัจจุบัน แม้การปรับงบประมาณจะส่งผลต่อหน่วยงานรัฐหลายแห่ง แต่การปฏิเสธเพิ่มงบให้ กยศ. แสดงให้เห็นถึงการเน้นการบริหารจัดการหนี้มากกว่าการขยายการสนับสนุนนักศึกษาในทันที ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลกระทบในระยะยาวต่อโอกาสทางการศึกษาของผู้ที่พึ่งพากองทุนนี้ และรอการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณฉบับสุดท้ายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:53 UTC

อนุทินยืนยันนักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ทิ้งไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อนุทินยืนยันนักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ทิ้งไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังย้ายฐานการผลิตออกจากไทย พร้อมให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมอย่างเต็มที่

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อนุทินยืนยันนักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ทิ้งไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินยืนยันนักลงทุนญี่ปุ่นยังไม่ทิ้งไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังย้ายฐานการผลิตออกจากไทย พร้อมให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นในประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีรายงานข่าวระบุว่าผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานอาจกำลังย้ายฐานการผลิตไปยังที่อื่น

นายอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิมควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนจากทุกประเทศและจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศมาโดยตลอด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาคยานยนต์ ซึ่งเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมการผลิตของไทย การให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนพันธมิตรที่มีอยู่เดิมอย่างเต็มที่ รัฐบาลมุ่งหวังที่จะลดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโอกาสการสูญเสียงานหรือการถดถอยของอุตสาหกรรมในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือ รัฐบาลมีแผนอย่างไรในการสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่จำเป็นสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต กับความต้องการของผู้ผลิตเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม แม้นายกรัฐมนตรีจะให้คำมั่นด้วยวาจาแล้ว แต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคงจะเฝ้าติดตามการดำเนินนโยบายในอนาคต เพื่อดูว่าคำมั่นสัญญาเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นมาตรการจูงใจทางอุตสาหกรรมที่ชัดเจนอย่างไร ที่มา: Khaosod English.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC

ข้อเสนอจัดสรรงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอจัดสรรงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอขอเพิ่มงบประมาณ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญสำหรับอดีตสมาชิกรัฐสภา โดยอ้างถึงความยากลำบากทางการเงินที่อดีตสมาชิกรัฐสภาบางคนกำลังเผชิญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อเสนอจัดสรรงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอจัดสรรงบ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอขอเพิ่มงบประมาณ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนบำนาญสำหรับอดีตสมาชิกรัฐสภา โดยอ้างถึงความยากลำบากทางการเงินที่อดีตสมาชิกรัฐสภาบางคนกำลังเผชิญ

ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาทเข้ากองทุนสำหรับผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ตามรายงานของ Khaosod Online นายวันมูหะมัดนอร์ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ทางการเงินที่ยากลำบากของอดีตสมาชิกรัฐสภาบางราย ซึ่งประสบปัญหาในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือถูกไล่ออกจากที่พักอาศัย โดยระบุว่ากองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่เคยทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ

มีรายงานว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งเป็นกรรมาธิการ ได้สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าอดีตสมาชิกรัฐสภาไม่ได้ร่ำรวยทุกคน การอภิปรายนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาการแปรญัตติและปรับเปลี่ยนงบประมาณสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินงบประมาณแผ่นดินและสวัสดิการสังคมของอดีตนักการเมือง แม้ว่าข้อเสนอนี้จะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการแล้ว แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาทนี้จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการและรวมอยู่ในงบประมาณฉบับสมบูรณ์ปี 2570 หรือไม่ ซึ่งขณะนี้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของคณะกรรมาธิการยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:54 UTC

การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัท SPCG จำกัด (มหาชน)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัท SPCG จำกัด (มหาชน)

SPCG มีการปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของครั้งสำคัญ หลังจากกลุ่มทุนใหม่เข้าซื้อหุ้น 57.46% ส่งผลให้ต้องมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัท SPCG จำกัด (มหาชน)

แหล่งข่าวเดียว
การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัท SPCG จำกัด (มหาชน)

SPCG มีการปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของครั้งสำคัญ หลังจากกลุ่มทุนใหม่เข้าซื้อหุ้น 57.46% ส่งผลให้ต้องมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท SPCG จำกัด (มหาชน) ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ โดยกลุ่มทุนใหม่ได้เข้าซื้อหุ้นรวม 606.69 ล้านหุ้น คิดเป็น 57.46% ของบริษัท จากผู้ถือหุ้นเดิมคือ วันดีและเคียวเซร่า

ภายหลังการทำธุรกรรมดังกล่าว JRT Green Energy ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดด้วยสัดส่วน 25.18% ร่วมกับกลุ่ม Premia-Worasit เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างชุดใหญ่ โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่กำลังเตรียมดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) สำหรับหุ้นส่วนที่เหลือของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามภาคพลังงานของไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารและทิศทางเชิงกลยุทธ์ของผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่รายหนึ่งของไทย แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงการที่กำลังดำเนินอยู่และนโยบายการดำเนินงานของบริษัทยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทำคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทในอนาคต เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นการพัฒนาทางการเงินขององค์กร จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว แต่ยังคงเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับภูมิทัศน์ทางธุรกิจในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

เทรนด์การลงทุนทองคำเปลี่ยนไป เมื่อ Gen Z หันมาใช้การซื้อขายผ่านมือถือ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เทรนด์การลงทุนทองคำเปลี่ยนไป เมื่อ Gen Z หันมาใช้การซื้อขายผ่านมือถือ

YLG เผยพฤติกรรมการลงทุนทองคำเปลี่ยนไป โดยคนรุ่นใหม่เน้นกลยุทธ์ที่เข้าถึงง่ายผ่านมือถือและใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เทรนด์การลงทุนทองคำเปลี่ยนไป เมื่อ Gen Z หันมาใช้การซื้อขายผ่านมือถือ

แหล่งข่าวเดียว
เทรนด์การลงทุนทองคำเปลี่ยนไป เมื่อ Gen Z หันมาใช้การซื้อขายผ่านมือถือ

YLG เผยพฤติกรรมการลงทุนทองคำเปลี่ยนไป โดยคนรุ่นใหม่เน้นกลยุทธ์ที่เข้าถึงง่ายผ่านมือถือและใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในรูปแบบการลงทุนทองคำทั่วโลก ต่างจากคนรุ่นก่อนที่มักซื้อทองคำเป็นก้อนเพื่อเก็บออมระยะยาว นักลงทุนรุ่นใหม่ (Gen Z) เริ่มเข้าสู่ตลาดเร็วขึ้นและใช้เงินลงทุนต่อครั้งน้อยลง

กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้มีพฤติกรรมแบบ 'Mobile-first' ที่เน้นความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ YLG ระบุพฤติกรรมหลักของนักลงทุนกลุ่มนี้เป็น 2 รูปแบบ คือ กลุ่มที่ซื้อขายตามจังหวะตลาดและข่าวสารเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ทยอยสะสมแบบ DCA เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ YLG ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน 'YLG Get Gold' ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นลงทุนทองคำได้ด้วยเงินเพียง 100 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของสินทรัพย์ทางการเงิน แม้ว่าแพลตฟอร์มมือถือเหล่านี้จะมอบความสะดวกในการจัดการพอร์ตส่วนบุคคล แต่ยังคงต้องติดตามว่าโมเดลการลงทุนแบบดิจิทัลล้วนนี้จะมีประสิทธิภาพอย่างไรในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรทราบว่าแม้เกณฑ์การเข้าถึงจะต่ำลง แต่ราคาทองคำยังคงมีความผันผวนตามกลไกตลาดโลก ดังนั้นผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจใช้แอปพลิเคชันทางการเงินใหม่ๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC