ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS

เอกชัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความโปร่งใสและการจัดสรรงบประมาณของระบบแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS ของกรมสรรพากร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับแคมเปญแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS

เอกชัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความโปร่งใสและการจัดสรรงบประมาณของระบบแจ้งเตือนภาษีผ่าน SMS ของกรมสรรพากร

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เอกชัย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS ที่กรมสรรพากรใช้เพื่อเตือนประชาชนเรื่องการชำระภาษี โดยเอกชัยได้ท้าทายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเขา พร้อมแสดงความสงสัยเกี่ยวกับความสม่ำเสมอและการบริหารจัดการงบประมาณของระบบแจ้งเตือนดิจิทัลเหล่านี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกชัยตั้งคำถามว่า งบประมาณที่จัดสรรให้กับแคมเปญ SMS เหล่านี้ยังคงเท่าเดิมหรือไม่ แม้ว่าความถี่หรือขอบเขตของการส่งข้อความอาจมีการเปลี่ยนแปลง เขาตั้งข้อสังเกตว่าระบบอาจถูกใช้งานเพียงรอบเดียว ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นว่าเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้ในกิจกรรมการสื่อสารเหล่านี้อย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของเครื่องมือสื่อสารดิจิทัลของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากรมสรรพากรจะใช้ SMS เพื่อเตือนผู้เสียภาษีเกี่ยวกับกำหนดเวลาอยู่บ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความต้องการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นในการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงานของระบบบริหารจัดการเหล่านี้ ทั้งนี้ กรมสรรพากรยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว และยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการตรวจสอบหรือคำชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณและความถี่ในการส่ง SMS เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของสาธารณชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

ราคาหมูหน้าฟาร์มในไทยปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาหมูหน้าฟาร์มในไทยปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 2 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยหลังจากแบกรับภาระขาดทุนมานาน 3 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาหมูหน้าฟาร์มในไทยปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ราคาหมูหน้าฟาร์มในไทยปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 2 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยหลังจากแบกรับภาระขาดทุนมานาน 3 ปี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติร่วมกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรในภูมิภาคต่างๆ ได้ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การปรับราคาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ต้องเผชิญกับความเสียหายทางการเงินตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยภาครัฐได้รับทราบถึงปัญหาดังกล่าวจากการประชุมร่วมกันเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับราคาครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในภาคเศรษฐกิจการเกษตรท้องถิ่น โดยราคาหน้าฟาร์มในปัจจุบันแบ่งตามภูมิภาคได้ดังนี้: ภาคตะวันตก 74–76 บาท/กก., ภาคตะวันออก 74–77 บาท/กก., ภาคอีสาน 74 บาท/กก., ภาคเหนือ 76–78 บาท/กก. และภาคใต้ 76 บาท/กก.

ในส่วนของอนาคต โครงการช่วยเหลือ 'ไทยช่วยไทย พลัส' (60/40) มีกำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 ตัวแทนในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่าเสถียรภาพของราคาสุกรจะเริ่มดีขึ้นหลังจากวันดังกล่าว แม้ว่าสมาคมจะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการสนับสนุนเกษตรกรและผลประโยชน์ของผู้บริโภค แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาเนื้อสัตว์ในตลาดค้าปลีกยังคงต้องติดตามต่อไปเมื่อโครงการสนับสนุนใกล้สิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:12 UTC

คณะผู้แทนธุรกิจไทยหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับนิวซีแลนด์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะผู้แทนธุรกิจไทยหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับนิวซีแลนด์

เจ้าหน้าที่และผู้นำธุรกิจไทยได้เข้าหารือกับตัวแทนจากนิวซีแลนด์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมไฮเทค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะผู้แทนธุรกิจไทยหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับนิวซีแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้แทนธุรกิจไทยหารือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับนิวซีแลนด์

เจ้าหน้าที่และผู้นำธุรกิจไทยได้เข้าหารือกับตัวแทนจากนิวซีแลนด์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมไฮเทค

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำคณะผู้แทนจากกลุ่มธุรกิจไทย 9 กลุ่ม เข้าหารือกับภาครัฐและเอกชนของนิวซีแลนด์ โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการหารือครั้งนี้คือการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระยะยาวระหว่างทั้งสองประเทศ

การหารือมุ่งเน้นไปที่ 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ พลังงานสะอาด อาหารชีวภาพ และอุตสาหกรรมไฮเทค โดยการส่งเสริมความร่วมมือในด้านเหล่านี้ ไทยมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของนิวซีแลนด์เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมและการเกษตรของไทยเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมของสินค้าและบริการเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง เมื่อภาคส่วนเหล่านี้มีการพัฒนามากขึ้น อาจมีโอกาสเพิ่มขึ้นสำหรับการร่วมทุนข้ามพรมแดนและการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ของตลาดในท้องถิ่น

แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการตามความร่วมมือเหล่านี้ เช่น กรอบเวลาการลงทุนหรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามข้อตกลงเพิ่มเติมที่จะระบุว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

อดีตบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีน ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นการปิดฉากอาชีพการงานของเขาในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่างน่าตกใจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

อดีตบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีน ฮุย กา หยาน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นการปิดฉากอาชีพการงานของเขาในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่างน่าตกใจ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ฮุย กา หยาน หรือที่รู้จักในชื่อ สวี่ เจียหยิน ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ฮุยเคยได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีนในปี 2017 และกลายเป็นบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ ซึ่งเคยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน การก้าวขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อยสู่จุดสูงสุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตามด้วยการตกต่ำลงในเวลาต่อมา ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความผันผวนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค แม้ว่าคำตัดสินจะถือเป็นการปิดฉากมหากาพย์ทางกฎหมายส่วนตัวของฮุย แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมในภูมิภาคยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคดีที่มีชื่อเสียงนี้จะส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลในอนาคตและความเชื่อมั่นของตลาดในภาคส่วนนี้อย่างไร ณ ขณะนี้ ขอบเขตที่แท้จริงของผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวหลังจากคำตัดสินนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:16 UTC

ไทยเตรียมเก็บอากรขาเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทุกรายการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเก็บอากรขาเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทุกรายการ

ไทยเตรียมจัดเก็บอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ เพื่อสกัดกั้นการทะลักเข้ามาของสินค้าต่างประเทศราคาถูก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเตรียมเก็บอากรขาเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทุกรายการ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเก็บอากรขาเข้าสินค้ามูลค่าต่ำทุกรายการ

ไทยเตรียมจัดเก็บอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ เพื่อสกัดกั้นการทะลักเข้ามาของสินค้าต่างประเทศราคาถูก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการจัดเก็บอากรขาเข้าสำหรับสินค้าทุกรายการที่นำเข้ามาในประเทศโดยไม่คำนึงถึงมูลค่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการทะลักเข้ามาของสินค้าต้นทุนต่ำในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างมีนัยสำคัญ

กรมศุลกากรคาดการณ์ว่าในปี 2569 เพียงปีเดียว ไทยจะมีสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทต่อรายการนำเข้ามามากถึง 250 ล้านชิ้น การยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีเดิมจะช่วยให้ทางการสามารถบรรเทาผลกระทบจากปริมาณการนำเข้ามหาศาลนี้ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 3.3 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ขนาดเล็กหรือของใช้ส่วนตัวที่นำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากพัสดุที่เคยได้รับยกเว้นภาษีจะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก แม้ว่านโยบายนี้จะมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ แต่รายละเอียดในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณและการจัดเก็บภาษี ณ จุดนำเข้านั้นยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมศุลกากรเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบต่อการส่งของส่วนตัวและบริการขนส่งระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

รถไฟฟ้าสายสีเขียวดันอสังหาฯ 'คูคต-ลำลูกกา' เติบโต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รถไฟฟ้าสายสีเขียวดันอสังหาฯ 'คูคต-ลำลูกกา' เติบโต

การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปยังสถานีคูคตส่งผลให้ราคาที่ดินและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในโซนเหนือของกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รถไฟฟ้าสายสีเขียวดันอสังหาฯ 'คูคต-ลำลูกกา' เติบโต

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้าสายสีเขียวดันอสังหาฯ 'คูคต-ลำลูกกา' เติบโต

การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปยังสถานีคูคตส่งผลให้ราคาที่ดินและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในโซนเหนือของกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า พื้นที่คูคต-ลำลูกกาทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับภาวะอสังหาริมทรัพย์บูมจากการขยายตัวของรถไฟฟ้าสายสีเขียว เส้นทางรถไฟดังกล่าวซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่โดยตรงกับสถานีหมอชิตและใจกลางเมือง ได้เปลี่ยนให้ย่านนี้กลายเป็นทำเลทองสำหรับการพัฒนาทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางอย่างมาก ทำให้สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้ด้วยรถไฟฟ้าเพียงต่อเดียว ความสะดวกนี้ส่งผลให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ประมาณ 48-100 ล้านบาทต่อไร่ พื้นที่ดังกล่าวกำลังเห็นโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างเร่งตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ศูนย์กลางการคมนาคม

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อค่าครองชีพในท้องถิ่นและความยั่งยืนของการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจย้ายที่อยู่อาศัยควรทราบว่าแม้การเข้าถึงระบบขนส่งจะยอดเยี่ยม แต่พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการเพิ่มเติมเมื่อความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น นักเดินทางและผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยควรติดตามแนวโน้มตลาดท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคาเช่าและราคาอสังหาริมทรัพย์อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

ไทยถกประเด็นการปฏิรูประบบราชการท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนไป
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยถกประเด็นการปฏิรูประบบราชการท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนไป

เกิดการหารือระดับชาติเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบราชการไทยให้ทันสมัย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและความคาดหวังของประชาชน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยถกประเด็นการปฏิรูประบบราชการท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนไป

แหล่งข่าวเดียว
ไทยถกประเด็นการปฏิรูประบบราชการท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนไป

เกิดการหารือระดับชาติเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบราชการไทยให้ทันสมัย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและความคาดหวังของประชาชน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ประเทศไทยกำลังอยู่ในระหว่างการหารือระดับชาติที่สำคัญเกี่ยวกับโครงการ 'Transform Government' หรือการปรับโฉมระบบราชการ ความเคลื่อนไหวนี้มุ่งเน้นไปที่ความจำเป็นในการปรับโครงสร้างระบบราชการไทยให้สอดคล้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และความคาดหวังของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การหารือนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการจัดการบริการสาธารณะและกระบวนการบริหารจัดการในอนาคต แม้ว่าหัวใจสำคัญของการถกเถียงจะอยู่ที่ว่าเป้าหมายหลักควรเป็นการลดขนาดระบบราชการหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานโดยพื้นฐาน แต่โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างที่จะปรับปรุงการทำงานของรัฐให้ทันสมัยเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองต่อความต้องการ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเฉพาะเจาะจงใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้จริงอันเป็นผลมาจากการหารือเหล่านี้ ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเพียงการสนทนาอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้กำหนดนโยบาย ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเหล่านี้จะนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายหรือการบริหารที่เป็นรูปธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของบริการภาครัฐในประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 21 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 21 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 750 บาท เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 71,300 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 21 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 21 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 750 บาท เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 71,300 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 13.19 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 750 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 71,300 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้เป็นสิ่งที่ควรทราบ เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญและเป็นรูปแบบการลงทุนและการออมที่ได้รับความนิยมในประเทศ ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายเครื่องประดับทองควรตระหนักว่าราคาตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

แม้ว่าสมาคมค้าทองคำจะให้ราคาอ้างอิงอย่างเป็นทางการ แต่ร้านค้าปลีกแต่ละแห่งอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่ากำเหน็จที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับฝีมือช่างและนโยบายของแต่ละร้าน สำหรับผลกระทบระยะยาวของการปรับราคาขึ้นในครั้งนี้ต่อตลาดค้าปลีกในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำหรือร้านทองที่เชื่อถือได้ก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากความผันผวนของตลาดอาจนำไปสู่การปรับราคาเพิ่มเติมได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

เอพี ไทยแลนด์ จัดโปรโมชั่นใหญ่กระตุ้นตลาดบ้านแฝด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เอพี ไทยแลนด์ จัดโปรโมชั่นใหญ่กระตุ้นตลาดบ้านแฝด

เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญใหม่มอบดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี สำหรับบ้านแฝดใน 80 ทำเล เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เอพี ไทยแลนด์ จัดโปรโมชั่นใหญ่กระตุ้นตลาดบ้านแฝด

แหล่งข่าวเดียว
เอพี ไทยแลนด์ จัดโปรโมชั่นใหญ่กระตุ้นตลาดบ้านแฝด

เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญใหม่มอบดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี สำหรับบ้านแฝดใน 80 ทำเล เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เอพี ไทยแลนด์ ได้เปิดตัวแคมเปญเชิงรุกสำหรับไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทได้นำเสนอข้อเสนอ 'ผ่อนสมูท 0% นาน 5 ปี' ครอบคลุมโครงการบ้านแฝดกว่า 80 ทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย (KBank), ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ในครั้งนี้ มอบอัตราดอกเบี้ย 0% ให้แก่ผู้ซื้อเป็นระยะเวลาสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ บริษัทยังมอบส่วนลดสูงสุด 2 ล้านบาท และประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ 4 แห่ง นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจบ้านแฝดของเอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่าแคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินระยะยาวของผู้ซื้อและเร่งการตัดสินใจซื้อในตลาดที่กำลังซื้อยังคงมีความเปราะบาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่สนใจ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในการจูงใจให้เกิดการซื้อที่อยู่อาศัยท่ามกลางความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ แม้ว่าโปรโมชั่นนี้จะช่วยลดภาระทางการเงินได้ทันที แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% มีเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเกณฑ์การได้รับสิทธิ์และรายละเอียดโครงการโดยตรงกับเอพี ไทยแลนด์ หรือสถาบันการเงินที่เข้าร่วม เพื่อยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับสถานะทางการเงินส่วนบุคคลของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:51 UTC

ไรเดอร์ Lalamove รวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงดีอี ร้องเรียนค่ารอบไม่เป็นธรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไรเดอร์ Lalamove รวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงดีอี ร้องเรียนค่ารอบไม่เป็นธรรม

กลุ่มไรเดอร์ Lalamove ประมาณ 200 คน รวมตัวที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประท้วงการปรับลดค่ารอบและเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เป็นธรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไรเดอร์ Lalamove รวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงดีอี ร้องเรียนค่ารอบไม่เป็นธรรม

แหล่งข่าวเดียว
ไรเดอร์ Lalamove รวมตัวประท้วงหน้ากระทรวงดีอี ร้องเรียนค่ารอบไม่เป็นธรรม

กลุ่มไรเดอร์ Lalamove ประมาณ 200 คน รวมตัวที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประท้วงการปรับลดค่ารอบและเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กลุ่มไรเดอร์ Lalamove ประมาณ 200 คน ได้รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ในประเทศไทย ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปรับลดอัตราค่ารอบและเงื่อนไขการทำงานที่พวกเขาเห็นว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งถูกกำหนดโดยแพลตฟอร์ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ใช้บริการจัดส่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภาคเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของไทย แม้ว่า Lalamove จะยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการขนส่งและโลจิสติกส์ แต่ข้อพิพาทด้านแรงงานเช่นนี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักหรือความล่าช้าในการให้บริการเป็นครั้งคราว ในขณะที่เหล่าไรเดอร์พยายามเรียกร้องสิทธิของตน

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องดังกล่าว หรือทาง Lalamove จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการให้บริการ การประท้วงครั้งนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายในวงกว้างที่แรงงานแพลตฟอร์มกำลังเผชิญ ในขณะที่พวกเขาพยายามเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับรายได้และสิทธิแรงงานของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันที่เกิดจากนโยบายภาษีปัจจุบันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์

แหล่งข่าวเดียว
ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันที่เกิดจากนโยบายภาษีปัจจุบันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้า

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้บริหารจากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และฮอนด้า ได้เริ่มหารือกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมยานยนต์ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของโตโยต้า ได้เน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้า โดยเฉพาะจากประเทศจีน โตโยต้าเสนอว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในปัจจุบันสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ผลิตที่ลงทุนในโรงงานผลิตภายในประเทศ

ในขณะเดียวกัน นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารของฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ระบุว่าฮอนด้าได้ร่วมมือกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอีก 6 ราย และหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) เพื่อผลักดันให้มีการทบทวนภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด ตัวแทนจากอุตสาหกรรมให้เหตุผลว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อปกป้องภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และเพื่อให้มั่นใจว่านโยบายภาษีจะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ แทนที่จะปล่อยให้มีช่องโหว่สำหรับการนำเข้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การหารือเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาจำหน่ายรถยนต์ในอนาคต ความพร้อมของรุ่นรถยนต์ และสุขภาพโดยรวมของภาคการผลิตยานยนต์ของไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลไทยจะตอบสนองต่อข้อเสนอดังกล่าวอย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านภาษีสรรพสามิตหรือภาษีนำเข้าอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC

ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ กทม. เคาะร่างแผนพัฒนาระยะ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หลัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ กทม. เคาะร่างแผนพัฒนาระยะ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หลัก

ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครได้สรุปร่างแผนพัฒนาที่มี 9 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ กทม. เคาะร่างแผนพัฒนาระยะ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หลัก

แหล่งข่าวเดียว
ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ กทม. เคาะร่างแผนพัฒนาระยะ 4 ชู 9 ยุทธศาสตร์หลัก

ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครได้สรุปร่างแผนพัฒนาที่มี 9 ยุทธศาสตร์หลักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเมือง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซูเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครได้ประชุมที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อสรุปร่างแผนพัฒนาฉบับใหม่สำหรับเมืองหลวง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ คณะกรรมการได้กำหนดเสาหลักทางยุทธศาสตร์ 9 ประการที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นโอกาสทางเศรษฐกิจและปรับปรุงการบริหารจัดการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว แผนพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีที่เมืองให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของยุทธศาสตร์ทั้ง 9 ประการนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสรุป แต่ความคิดริเริ่มนี้บ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นในระยะยาวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการทำงานของเมืองกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนบริการของเมือง การใช้พื้นที่สาธารณะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันหรือความสะดวกในการเดินทางในเมืองในช่วงปีต่อๆ ไป

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือประกาศนี้เกี่ยวข้องกับร่างแผนเท่านั้น กำหนดการดำเนินการเฉพาะ การจัดสรรงบประมาณ และลักษณะที่แท้จริงของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ทั้ง 9 ประการนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากกรุงเทพมหานคร ในขณะที่แผนกำลังดำเนินการผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการตามนโยบายเหล่านี้และผลกระทบโดยตรงต่อสาธารณะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:10 UTC

ไทย-นิวซีแลนด์ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทย-นิวซีแลนด์ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะเอกชนเยือนโอ๊คแลนด์เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทย-นิวซีแลนด์ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588

แหล่งข่าวเดียว
ไทย-นิวซีแลนด์ตั้งเป้าดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะเอกชนเยือนโอ๊คแลนด์เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เข้าพบ Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ ณ นครโอ๊คแลนด์ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นร่วมกับหน่วยงาน Invest New Zealand เพื่อส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจและประสานนโยบายอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศ

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเป้าหมายหลักของภารกิจทางการทูตและพาณิชย์ครั้งนี้คือการผลักดันมูลค่าการค้าทวิภาคีให้เติบโตขึ้น 3 เท่าภายในปี 2588 โดยเน้นย้ำความร่วมมือใน 3 สาขายุทธศาสตร์ ได้แก่ อาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง เจ้าหน้าที่ระบุว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้รับการสนับสนุนผ่านกรอบความตกลงการค้าเสรี 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP), ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้มีการเข้าถึงสินค้าและบริการเฉพาะทางระหว่างสองประเทศมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวด้านความร่วมมือทางอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม แม้เป้าหมายการเพิ่มมูลค่าการค้าจะเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง แต่กลไกเฉพาะในการบรรลุเป้าหมายและกรอบเวลาสำหรับโครงการใหม่ๆ ของภาคเอกชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่ความร่วมมือต่างๆ พัฒนาขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:52 UTC

WP Energy ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

WP Energy ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

WP Energy ภายใต้การนำของชมกมลและสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กำลังเปิดตัวกลยุทธ์ธุรกิจใหม่เพื่อสร้าง 'New S-Curve' สำหรับการเติบโตขององค์กร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

WP Energy ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

แหล่งข่าวเดียว
WP Energy ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

WP Energy ภายใต้การนำของชมกมลและสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กำลังเปิดตัวกลยุทธ์ธุรกิจใหม่เพื่อสร้าง 'New S-Curve' สำหรับการเติบโตขององค์กร

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างคุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เพื่อนำพาบริษัทเข้าสู่บทใหม่ของการพัฒนา ทีมผู้บริหารมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทกับการรุกขยายธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการสร้าง 'New S-Curve' เพื่อให้มั่นใจถึงการเติบโตในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์องค์กรนี้ถือเป็นเรื่องของการพัฒนาธุรกิจเป็นหลัก แม้ว่า WP Energy จะเป็นผู้เล่นสำคัญในภาคพลังงาน แต่ประกาศดังกล่าวเน้นไปที่การปรับโครงสร้างภายในและทิศทางการลงทุนในอนาคต มากกว่าการเปลี่ยนแปลงบริการสำหรับผู้บริโภคหรือราคาพลังงานในทันที

ในขั้นตอนนี้ ธรรมชาติที่เฉพาะเจาะจงของ 'ธุรกิจใหม่' เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าฝ่ายบริหารจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการกระจายธุรกิจ แต่บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยอุตสาหกรรมหรือโครงการที่แน่ชัดที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระยะการเติบโตใหม่นี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาและภาคส่วนเฉพาะที่ WP Energy ตั้งใจจะเข้าไปลงทุนในฐานะส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

เร่งฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัวหลังเกิดเหตุดินโคลนถล่ม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เร่งฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัวหลังเกิดเหตุดินโคลนถล่ม

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งกำจัดดินโคลนและให้ความช่วยเหลือประชาชนในอำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมเตรียมเสนอขอขยายวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เร่งฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัวหลังเกิดเหตุดินโคลนถล่ม

แหล่งข่าวเดียว
เร่งฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัวหลังเกิดเหตุดินโคลนถล่ม

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งกำจัดดินโคลนและให้ความช่วยเหลือประชาชนในอำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมเตรียมเสนอขอขยายวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ขณะนี้กำลังมีการดำเนินงานฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังจากเกิดเหตุดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ โดยนายยศชนัน เจ้าหน้าที่รัฐ ได้ลงพื้นที่เพื่อกำกับดูแลการกำจัดเศษซากและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างต่อเนื่องของสภาพอากาศรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น แม้ว่าการฟื้นฟูจะมีความคืบหน้า แต่ผู้มาเยือนควรใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจรหรือสภาพพื้นที่ที่ไม่มั่นคงในเขตภูเขาของจังหวัดน่าน การมีอยู่ของเครื่องจักรหนักและเจ้าหน้าที่กู้ภัยอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการจราจรในบางจุด

ในส่วนของการตอบสนองด้านงบประมาณ เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการเสนอขอขยายวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภารกิจการฟื้นฟูและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเพิ่มงบประมาณดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ และทรัพยากรเพิ่มเติมจะถูกนำไปใช้ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้รวดเร็วเพียงใด นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังอำเภอปัวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสภาพอากาศและความคืบหน้าของการฟื้นฟู

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:31 UTC

ธนาคารออมสินเผยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan แล้ว 5 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินเผยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan แล้ว 5 หมื่นล้านบาท

ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมควบคุมหนี้เสียและเตรียมเปิดตัวสินเชื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารออมสินเผยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan แล้ว 5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินเผยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan แล้ว 5 หมื่นล้านบาท

ธนาคารออมสินประสบความสำเร็จในการเบิกจ่ายสินเชื่อ Soft Loan มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมควบคุมหนี้เสียและเตรียมเปิดตัวสินเชื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ธนาคารออมสินได้ประกาศความสำเร็จในการเบิกจ่ายสินเชื่อผ่านโครงการ Soft Loan เป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารเน้นย้ำว่ามีการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลยุทธ์ทางการเงินในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงสภาพคล่องของธนาคารและการสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังระบุถึงแผนการเปิดตัวสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปโดยเฉพาะ ซึ่งโครงการนี้อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับครัวเรือนและธุรกิจต่างๆ ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานที่ยั่งยืนในประเทศ

แม้ว่าตัวเลขการเบิกจ่ายจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ และวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปนั้นยังคงต้องรอการสรุป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารออมสินเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านพลังงานสะอาดเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐ ปตท. เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนระยะ 5 ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ 2.2% ตามนโยบายรัฐบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. ประกาศแผนลงทุน 1 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัฐ ปตท. เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนระยะ 5 ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ 2.2% ตามนโยบายรัฐบาล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กลุ่มบริษัทพลังงาน ปตท. กำลังปรับกลยุทธ์องค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยบริษัทได้ประกาศแผนการลงทุนระยะ 5 ปี รวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยและช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.2%

ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทกำลังรับมือกับความผันผวนของพลังงานทั่วโลก หลังจากที่เพิ่งรายงานผลกำไรไป 7.8 หมื่นล้านบาท สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอัดฉีดเงินทุนจำนวนมหาศาลนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ การลงทุนขนาดใหญ่มักเป็นสัญญาณของความพยายามในระยะยาวเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุนพลังงานและปรับปรุงเครือข่ายสาธารณูปโภคให้ทันสมัย ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพและความน่าเชื่อถือของบริการต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าแผนการลงทุนนี้จะมีความทะเยอทะยาน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรเงินทุนในแต่ละภาคส่วน เช่น พลังงานหมุนเวียน น้ำมันและก๊าซแบบดั้งเดิม หรือธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน นอกจากนี้ ผลกระทบโดยตรงของการลงทุนนี้ต่อราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคหรืออัตราการจ้างงานในท้องถิ่นยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในอนาคตและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโครงการเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:32 UTC

สหรัฐฯ กดดันพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญเศรษฐกิจต่อต้านอิหร่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ กดดันพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญเศรษฐกิจต่อต้านอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนไปยังพันธมิตรระหว่างประเทศและจีน โดยเรียกร้องให้เข้าร่วมในแคมเปญทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ กดดันพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญเศรษฐกิจต่อต้านอิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ กดดันพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญเศรษฐกิจต่อต้านอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนไปยังพันธมิตรระหว่างประเทศและจีน โดยเรียกร้องให้เข้าร่วมในแคมเปญทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังกดดันพันธมิตรระหว่างประเทศและจีนอย่างจริงจังเพื่อให้เข้าร่วมแคมเปญทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน ความพยายามทางการทูตนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมการสนับสนุนจากทั่วโลกสำหรับมาตรการทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้นต่อรัฐอิหร่าน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของตลาดโลกและราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นระหว่างมหาอำนาจโลกและอิหร่านมักนำไปสู่ความผันผวนในตลาดน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการขนส่งในประเทศไทย นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของทั้งชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว

ในขั้นตอนนี้ ลักษณะเฉพาะของมาตรการทางเศรษฐกิจและขอบเขตที่จีนหรือพันธมิตรอื่นๆ จะปฏิบัติตามนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่านโยบายเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร หรือจะมีมาตรการตอบโต้เฉพาะเจาะจงใดๆ จากฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าแรงกดดันทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการหรือจะเป็นเพียงคำเตือนเชิงกลยุทธ์เท่านั้น ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีที่ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจโลกเหล่านี้อาจส่งผลต่อสภาวะทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC