ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

ไฮไลท์รายการโทรทัศน์ไทย: การปลูกอะโวคาโดและธุรกิจไม้กฤษณาเพื่อชุมชน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไฮไลท์รายการโทรทัศน์ไทย: การปลูกอะโวคาโดและธุรกิจไม้กฤษณาเพื่อชุมชน

รายการโทรทัศน์ท้องถิ่นนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการเกษตร โดยเน้นเทคนิคการปลูกอะโวคาโดในปากช่องและการพัฒนาธุรกิจชุมชนจากไม้กฤษณา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไฮไลท์รายการโทรทัศน์ไทย: การปลูกอะโวคาโดและธุรกิจไม้กฤษณาเพื่อชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์รายการโทรทัศน์ไทย: การปลูกอะโวคาโดและธุรกิจไม้กฤษณาเพื่อชุมชน

รายการโทรทัศน์ท้องถิ่นนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านการเกษตร โดยเน้นเทคนิคการปลูกอะโวคาโดในปากช่องและการพัฒนาธุรกิจชุมชนจากไม้กฤษณา

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 รายการโทรทัศน์ของไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวความสำเร็จด้านการเกษตรและธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน

ทางช่อง 7HD รายการ 'เกษตรสุข' นำโดยพิธีกร โต๋นแตร และ จุกบี้ ได้พาไปเยี่ยมชมสวนอะโวคาโดในอำเภอปากช่อง โดยเน้นการแบ่งปันเทคนิคการปลูกเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบอะโวคาโด

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้นำเสนอเรื่องราวของคุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล วิศวกรหนุ่มที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อมาสานต่อธุรกิจ 'มีสุขฟาร์ม' โดยในตอนดังกล่าวได้รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากงานวิศวกรรมมาสู่การต่อยอดไม้กฤษณาให้เป็นธุรกิจเพื่อชุมชนที่ประสบความสำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายการเหล่านี้ให้ภาพรวมของการกระจายความหลากหลายในภาคเกษตรกรรมของไทยและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีมูลค่าเพิ่ม แม้ว่ารายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการเกษตรและการเป็นผู้ประกอบการในท้องถิ่น แต่เนื้อหาหลักยังคงเป็นเพื่อความบันเทิงและให้ข้อมูลเท่านั้น ผู้ชมที่สนใจเยี่ยมชมฟาร์มเหล่านี้หรือซื้อผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอควรทราบว่ารายการไม่ได้ให้รายละเอียดการติดต่อโดยตรงหรือยืนยันนโยบายการเข้าถึงพื้นที่สำหรับสาธารณะในปัจจุบันของพื้นที่เกษตรกรรมส่วนบุคคลเหล่านี้ ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของฟาร์มหรือหน่วยงานการท่องเที่ยวในท้องถิ่นสำหรับผู้ที่ต้องการไปเยี่ยมชมสถานที่จริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 23:30 UTC

ไทย-นิวซีแลนด์กระชับความสัมพันธ์ มุ่งเน้นด้านการบินและการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทย-นิวซีแลนด์กระชับความสัมพันธ์ มุ่งเน้นด้านการบินและการค้า

นายกรัฐมนตรีไทยเริ่มการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเที่ยวบินตรงและขยายการค้าทวิภาคี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทย-นิวซีแลนด์กระชับความสัมพันธ์ มุ่งเน้นด้านการบินและการค้า

แหล่งข่าวเดียว
ไทย-นิวซีแลนด์กระชับความสัมพันธ์ มุ่งเน้นด้านการบินและการค้า

นายกรัฐมนตรีไทยเริ่มการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเที่ยวบินตรงและขยายการค้าทวิภาคี

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 นายกรัฐมนตรีไทยได้เดินทางถึงนิวซีแลนด์เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตามวิถีเมารี วัตถุประสงค์หลักของภารกิจทางการทูตครั้งนี้คือการเริ่มต้นบทใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ

ประเด็นสำคัญของการเยือนครั้งนี้รวมถึงการฟื้นฟูบริการเที่ยวบินตรงและการกระชับความร่วมมือทางการค้า สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงอาจช่วยปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้อย่างมาก ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ข้อตกลงทางการค้าที่ได้รับการปรับปรุงอาจนำไปสู่ความพร้อมของสินค้าและบริการที่มากขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ

แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะเป็นก้าวที่เป็นทางการสู่เป้าหมายดังกล่าว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับเส้นทางการบินใหม่หรือลักษณะที่แท้จริงของข้อตกลงทางการค้ายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากทั้งสองรัฐบาลในระหว่างการเยือน เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อโลจิสติกส์การเดินทางและนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งนี้ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้าเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 17:17 UTC

มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้า

มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้าหมาย พร้อมประกาศงบประมาณ 416 ล้านบาทสำหรับปีหน้าเพื่อสานต่อการพัฒนาชุมชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้า

แหล่งข่าวเดียว
มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เผยผลการดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้า

มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ดำเนินงานปี 2569 ทะลุเป้าหมาย พร้อมประกาศงบประมาณ 416 ล้านบาทสำหรับปีหน้าเพื่อสานต่อการพัฒนาชุมชน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งดำเนินงานตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2569 ที่ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย โดยมูลนิธิมุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเสริมสร้างศักยภาพให้ชุมชนในชนบทสามารถพึ่งพาตนเองได้

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ทางองค์กรได้ยืนยันงบประมาณจำนวน 416 ล้านบาทสำหรับปีงบประมาณถัดไป โดยเงินทุนนี้จะนำไปสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทยต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการพัฒนาชนบท ซึ่งมักจะมีส่วนช่วยในการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานและภูมิทัศน์ทางการเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวได้ไปเยือน โครงการเหล่านี้มักส่งผลต่อการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและความพร้อมของผลิตภัณฑ์ชุมชน แม้ว่ามูลนิธิจะได้รับงบประมาณสำหรับปีหน้าแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการกระจายงบประมาณในแต่ละพื้นที่และโครงการที่จะได้รับความสำคัญในระยะถัดไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ มูลนิธิยังคงเน้นย้ำบทบาทในการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองในระยะยาวให้กับประชาชนชาวไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 16:10 UTC

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 'ไทยมาร์ท' มุ่งเน้นการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 'ไทยมาร์ท' มุ่งเน้นการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่น

ซีอีโอ พันธวัช นาควิสุทธิ์ เผยกลยุทธ์การเติบโตของ 'ไทยมาร์ท' แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและแนวทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 'ไทยมาร์ท' มุ่งเน้นการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 'ไทยมาร์ท' มุ่งเน้นการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่น

ซีอีโอ พันธวัช นาควิสุทธิ์ เผยกลยุทธ์การเติบโตของ 'ไทยมาร์ท' แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและแนวทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืน

จากรายงานของ Khaosod Online Thailand นายพันธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ได้เปิดเผยถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 'ไทยมาร์ท' (Thai Mart) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่เฉพาะให้ผู้ประกอบการไทยได้สร้างแบรนด์ของตนเอง แทนที่จะพึ่งพาการรับจ้างผลิตหรือการแข่งขันด้วยการตัดราคา

นายพันธวัชเน้นย้ำว่าแพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน ช่วยให้ผู้ขายสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ปรัชญาหลักของไทยมาร์ทคือการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนโดยช่วยให้เจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นพัฒนาทักษะด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ บริษัทส่งเสริมรูปแบบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงสงครามราคาที่รุนแรง โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ขายสามารถรักษาผลกำไรที่เหมาะสมได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจท้องถิ่น การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในประเทศและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปรับให้เข้ากับความต้องการทางธุรกิจของไทย สโลแกนของแพลตฟอร์มเน้นการมอบ 'ความสบายใจ' ให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แม้ว่าบริษัทจะแสดงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนในระยะยาวและการสร้างแบรนด์ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับ 'เซอร์ไพรส์ใหญ่' ที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะตัวตนของพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของแพลตฟอร์มนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 15:51 UTC

แบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการ

เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการในราคา 165 ล้านบาท โดยระบุว่าต้องการลาบวชและละทางโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการ

เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ประกาศขายกิจการในราคา 165 ล้านบาท โดยระบุว่าต้องการลาบวชและละทางโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมไทย Hawell’s ได้ประกาศขายกิจการอย่างเป็นทางการ โดยตั้งราคาขายไว้ที่ 165 ล้านบาท เจ้าของระบุว่าการตัดสินใจขายกิจการในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความตั้งใจส่วนตัวที่จะลาบวชและละทางโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย Hawell’s ถือเป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จัก การขายกิจการในครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการในอนาคตและความต่อเนื่องในการดำเนินงานของแบรนด์ แม้ว่าเจ้าของจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการถอนตัวจากธุรกิจเพื่อเข้าสู่เส้นทางธรรม แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพหรือกรอบเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าแบรนด์จะดำเนินงานต่อไปภายใต้การบริหารใหม่หรือไม่ หรือโครงสร้างธุรกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการขาย ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและการผลิตผลิตภัณฑ์ของ Hawell’s ในตลาดอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 14:50 UTC

ถังแก๊สระเบิดทำช่างเป่าแก้วบาดเจ็บที่สมุทรสาคร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ถังแก๊สระเบิดทำช่างเป่าแก้วบาดเจ็บที่สมุทรสาคร

ช่างเป่าแก้วถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุถังแก๊สระเบิดภายในอาคารพาณิชย์ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ถังแก๊สระเบิดทำช่างเป่าแก้วบาดเจ็บที่สมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
ถังแก๊สระเบิดทำช่างเป่าแก้วบาดเจ็บที่สมุทรสาคร

ช่างเป่าแก้วถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุถังแก๊สระเบิดภายในอาคารพาณิชย์ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนพร้อมด้วยทีมกู้ภัยได้เข้าตรวจสอบเหตุถังแก๊สระเบิดภายในอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ในตำบลอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ช่างเป่าแก้วกำลังปฏิบัติงานอยู่ที่ชั้นล่างของอาคาร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แรงระเบิดส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารอย่างมาก รวมถึงประตูเหล็กม้วนที่ถูกแรงอัดจนหลุดกระเด็นออกไปบนถนนและผนังภายในบ้านที่มีรอยแตกร้าว นอกจากนี้ยังพบเศษแก้วที่ใช้สำหรับขึ้นรูปตกแต่งแตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ พร้อมด้วยถังแก๊ส 2 ถัง ได้แก่ ถังลมและถังแก๊สหุงต้มขนาดเล็กที่ล้มอยู่บนพื้น ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 2 เพื่อรับการรักษา

แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าการระเบิดอาจเกิดจากประกายไฟระหว่างขั้นตอนการปรับจูนแก๊ส สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจกรรมทางอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมในพื้นที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ อาการบาดเจ็บของผู้ประสบเหตุและผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 14:11 UTC

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมระดับตำนานประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมระดับตำนานประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมชื่อดังของไทยประกาศขายกิจการอย่างเป็นทางการในราคา 165 ล้านบาท พร้อมเสนอค่าแนะนำ 5 ล้านบาทสำหรับผู้ที่สามารถหาผู้ซื้อได้สำเร็จ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมระดับตำนานประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ

แหล่งข่าวเดียว
Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมระดับตำนานประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการ

Hawell’s แบรนด์ไอศกรีมชื่อดังของไทยประกาศขายกิจการอย่างเป็นทางการในราคา 165 ล้านบาท พร้อมเสนอค่าแนะนำ 5 ล้านบาทสำหรับผู้ที่สามารถหาผู้ซื้อได้สำเร็จ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ แบรนด์ไอศกรีมระดับตำนานอย่าง Hawell’s กำลังมองหาผู้รับช่วงต่อเพื่อดำเนินกิจการ โดยผู้บริหารปัจจุบันระบุว่ามีเวลาอีก 2 ปีในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ แพ็กเกจการขายนี้มีมูลค่ารวม 165 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมถึงที่ดิน โรงงาน แบรนด์ และสูตรไอศกรีมที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ที่หยั่งรากลึกในตลาดไทย เจ้าของปัจจุบันได้วางแผนกลยุทธ์การเติบโตซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจไปยังอีก 3 ภาคส่วน โดยตั้งเป้ายอดขายต่อปีไว้ที่ 8,790 ล้านบาท เพื่อเป็นการจูงใจในการหาเจ้าของรายใหม่ บริษัทได้เสนอค่าแนะนำจำนวน 5 ล้านบาทให้กับผู้ที่สามารถช่วยให้การโอนย้ายกิจการสำเร็จลุล่วง

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยมูลค่าทางการเงินและเป้าหมายการขยายธุรกิจต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าอัตลักษณ์ของแบรนด์หรือความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้เจ้าของใหม่ อีกทั้งบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนของผู้ที่สนใจซื้อหรือกำหนดการส่งมอบกิจการที่แน่ชัด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและแฟนคลับของแบรนด์จำเป็นต้องติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 14:15 UTC

เกิดข้อพิพาทสาธารณะเรื่องการดูแลนักธุรกิจชื่อดังชาวไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาทสาธารณะเรื่องการดูแลนักธุรกิจชื่อดังชาวไทย

นักแสดงสาว หทัยทิพย์ 'จอย บียอนด์' สีสังข์ ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ในการเข้าพบสามีนักธุรกิจมหาเศรษฐีที่คบหากันมานาน หลังอ้างว่าถูกครอบครัวของฝ่ายชายกีดกัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เกิดข้อพิพาทสาธารณะเรื่องการดูแลนักธุรกิจชื่อดังชาวไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาทสาธารณะเรื่องการดูแลนักธุรกิจชื่อดังชาวไทย

นักแสดงสาว หทัยทิพย์ 'จอย บียอนด์' สีสังข์ ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ในการเข้าพบสามีนักธุรกิจมหาเศรษฐีที่คบหากันมานาน หลังอ้างว่าถูกครอบครัวของฝ่ายชายกีดกัน

หทัยทิพย์ 'จอย บียอนด์' สีสังข์ นักแสดงสาว ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อพิพาทส่วนตัวเกี่ยวกับสามีที่คบหากันมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐีชื่อดังที่ปัจจุบันป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ จอยอ้างว่าหลานชายของนักธุรกิจคนดังกล่าวได้กีดกันไม่ให้เธอเข้าพบ เปลี่ยนกุญแจบ้านที่พักอาศัยร่วมกัน และตัดเงินเลี้ยงดู

จอยเปิดเผยว่าเธอและนักธุรกิจท่านนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานถึง 3 ทศวรรษ แม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันอย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำว่าแรงจูงใจหลักของเธอคือการทำตามคำมั่นสัญญาที่จะดูแลเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต ไม่ใช่การหวังในทรัพย์สิน ทั้งนี้เธอยังระบุว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นที่รับรู้ของญาติทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะใช้ชีวิตส่วนตัวห่างไกลจากสื่อมวลชนก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานะคู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย โดยเฉพาะในประเด็นสิทธิ์ทางกฎหมายและการเข้าถึงการดูแลเมื่อคู่ชีวิตเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เนื่องจากสถานการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวในครอบครัวและอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องการดูแลและสิทธิ์ในการเข้าพบ จึงต้องติดตามต่อไปว่าทางครอบครัวจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะสามารถหาข้อยุติผ่านการไกล่เกลี่ยหรือกระบวนการทางกฎหมายได้หรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากครอบครัวหรือตัวแทนทางกฎหมายของนักธุรกิจท่านนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:51 UTC

จังหวัดพิษณุโลกจัดการประชุมนโยบายที่ดินและการพัฒนาอาชีพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดพิษณุโลกจัดการประชุมนโยบายที่ดินและการพัฒนาอาชีพ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดในพิษณุโลกเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายที่ดินและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จังหวัดพิษณุโลกจัดการประชุมนโยบายที่ดินและการพัฒนาอาชีพ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดพิษณุโลกจัดการประชุมนโยบายที่ดินและการพัฒนาอาชีพ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดในพิษณุโลกเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายที่ดินและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.9) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด (คณะที่ 3) ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประสานความร่วมมือด้านการบริหารจัดการที่ดินและการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นผ่านกลยุทธ์การตลาดและการพัฒนาอาชีพ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาค การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามทางบริหารที่กำลังดำเนินอยู่ในการบูรณาการนโยบายการใช้ที่ดินเข้ากับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น

แม้ว่ารายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำจะยืนยันการเข้าร่วมของหน่วยงานในการหารือดังกล่าว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหรือการดำเนินนโยบายใหม่ที่เกิดจากการประชุมครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารที่กว้างขึ้นเพื่อปรับการจัดการที่ดินของจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจของประชากร การอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเฉพาะหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการใช้ที่ดินในจังหวัดพิษณุโลกจะขึ้นอยู่กับการประกาศจากคณะอนุกรรมการจังหวัดในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:36 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับคุณภาพอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับคุณภาพอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เร่งเดินหน้าคัดสรรและรับรองผลิตภัณฑ์อาหารไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับคุณภาพอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับคุณภาพอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เร่งเดินหน้าคัดสรรและรับรองผลิตภัณฑ์อาหารไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเดินหน้าโครงการคัดสรรและรับรองผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพสูงเพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการใช้ตราสัญลักษณ์ 'Thai SELECT' ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างและรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความเป็นต้นตำรับของสินค้าส่งออกไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพของอาหารไทยที่มีจำหน่ายทั่วโลก การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคในต่างประเทศจะได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เป็นต้นตำรับและได้มาตรฐานที่เข้มงวด ความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่กว้างขึ้นในการเสริมสร้างชื่อเสียงของอาหารไทยในเวทีโลก

แม้ว่า DITP จะยืนยันถึงความมุ่งมั่นในกระบวนการคัดสรรนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายโครงการไปยังภูมิภาคใหม่ๆ หรือการเพิ่มหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจาก DITP เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่ามาตรฐานการรับรองเหล่านี้จะมีผลต่อความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์อาหารไทยระดับพรีเมียมในตลาดท้องถิ่นของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:50 UTC

สสว. ผนึก ม.ขอนแก่น ดัน SME ไทย-อาเซียน บุกตลาดฮ่องกง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สสว. ผนึก ม.ขอนแก่น ดัน SME ไทย-อาเซียน บุกตลาดฮ่องกง

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อช่วยให้ SME ไทยและอาเซียนเข้าสู่ตลาดฮ่องกงผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สสว. ผนึก ม.ขอนแก่น ดัน SME ไทย-อาเซียน บุกตลาดฮ่องกง

แหล่งข่าวเดียว
สสว. ผนึก ม.ขอนแก่น ดัน SME ไทย-อาเซียน บุกตลาดฮ่องกง

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อช่วยให้ SME ไทยและอาเซียนเข้าสู่ตลาดฮ่องกงผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อเปิดตัวโครงการที่มุ่งส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยและอาเซียน โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่ตลาดฮ่องกงผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่จัดตั้งขึ้น

โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและมอบทักษะดิจิทัลที่จำเป็นให้กับผู้ประกอบการ โดยการใช้ฮ่องกงเป็นประตูยุทธศาสตร์ โปรแกรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจในท้องถิ่นกับคู่ค้าและผู้ซื้อรายใหญ่ภายในเขต Greater Bay Area และตลาดต่างประเทศที่กว้างขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่ความพร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ไทยที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพสูงบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณถึงความพยายามที่กว้างขึ้นในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การค้าปลีกในภูมิภาค

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเหล่านี้และเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการเข้าร่วมของ SME ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก สสว. และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินโครงการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

นักลงทุนรายใหม่เข้าถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มของ SPCG
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักลงทุนรายใหม่เข้าถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มของ SPCG

วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ปิดดีลซื้อหุ้น 57% ใน SPCG มูลค่า 5 พันล้านบาท โดยชี้ถึงความมั่นคงของรายได้ระยะยาวจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักลงทุนรายใหม่เข้าถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มของ SPCG

แหล่งข่าวเดียว
นักลงทุนรายใหม่เข้าถือหุ้นใหญ่ในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มของ SPCG

วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ปิดดีลซื้อหุ้น 57% ใน SPCG มูลค่า 5 พันล้านบาท โดยชี้ถึงความมั่นคงของรายได้ระยะยาวจากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อหุ้น 57% ในบริษัท SPCG ซึ่งเป็นผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มของประเทศไทย โดยการทำธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 5 พันล้านบาท และเสร็จสิ้นลงหลังจากการเจรจาเป็นเวลา 3 เดือน

นายวรสิทธิ์ระบุว่าแรงจูงใจหลักในการลงทุนครั้งนี้คือรายได้ระยะยาวที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้จากการดำเนินงานโซลาร์ฟาร์มของ SPCG ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ ทำให้บริษัทมีแนวโน้มทางการเงินที่มั่นคง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสถาบันที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนของประเทศอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ความมั่นคงของผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่เช่น SPCG ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านความเป็นเจ้าของจะได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว แต่ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานหรือแผนการขยายธุรกิจของบริษัทหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการหรือการกำกับดูแลกิจการแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

เจ้าหน้าที่บุกค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติถือครองธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติถือครองธุรกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติการบุกค้นพื้นที่ในพัทยาเพื่อกวาดล้างเครือข่ายที่ต้องสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่บุกค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติถือครองธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกค้นพัทยา กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติถือครองธุรกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยปฏิบัติการบุกค้นพื้นที่ในพัทยาเพื่อกวาดล้างเครือข่ายที่ต้องสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กองกำลังร่วมนำโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ 3 จุดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นศาลอาญา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกำกับดูแลปฏิบัติการดังกล่าว ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้คนไทยเป็น 'นอมินี' เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

เจ้าหน้าที่ระบุว่าการบุกค้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการจัดระเบียบทางธุรกิจและปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่ถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจผ่านตัวแทนในท้องถิ่น โดยเน้นย้ำว่าพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการถือครองธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่ามีธุรกิจหรือบุคคลใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรต่อผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลจากการสืบสวนกรณีโครงสร้างธุรกิจผิดกฎหมายในเขตอำเภอบางละมุงก่อนหน้านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:51 UTC

ไทยประกาศเปิดขายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศเปิดขายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2

กระทรวงการคลังกำหนดการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล 'ออมพลัส' ครั้งที่ 2 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกาศเปิดขายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศเปิดขายพันธบัตรออมพลัส ครั้งที่ 2

กระทรวงการคลังกำหนดการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล 'ออมพลัส' ครั้งที่ 2 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังของไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล 'ออมพลัส' ครั้งที่ 2 โดยพันธบัตรชุดใหม่นี้มีวงเงินรวม 4,000 ล้านบาท และมีกำหนดเปิดให้ประชาชนทั่วไปเริ่มซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงกลยุทธ์ต่อเนื่องของรัฐบาลในการบริหารจัดการสภาพคล่องภายในประเทศและจัดหาช่องทางการลงทุนให้กับประชาชน พันธบัตรออมทรัพย์มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและมีความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันมูลค่ารวมและวันเริ่มต้นจำหน่ายแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาครบกำหนด และเกณฑ์คุณสมบัติที่แน่ชัดสำหรับนักลงทุนรายย่อยยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังหรือสถาบันการเงินในพื้นที่เมื่อใกล้ถึงวันที่ 4 กันยายน เพื่อยืนยันเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของการเสนอขายครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

ไฟไหม้บ้านเรือนไทยในเชียงใหม่เสียหายหนัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้บ้านเรือนไทยในเชียงใหม่เสียหายหนัก

เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนไทยในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สร้างความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไฟไหม้บ้านเรือนไทยในเชียงใหม่เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านเรือนไทยในเชียงใหม่เสียหายหนัก

เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนไทยในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สร้างความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนไทยในซอย 4 บ้านสัมมากร ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง นำโดย ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ ปัญญาดี ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลฟ้าฮ่ามและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเข้าควบคุมเพลิง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตัวบ้านได้รับความเสียหายประมาณ 70% และทรัพย์สินภายในบ้านส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไว้ที่ประมาณ 1 ล้านบาท ภายหลังเกิดเหตุ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและประเมินสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยจากอัคคีภัย โดยเฉพาะในอาคารไม้เก่าหรือบ้านทรงไทยซึ่งมีความเสี่ยงต่อการลุกลามของไฟได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นตอของเพลิงไหม้และอาการของผู้อยู่อาศัยวัย 62 ปี ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:31 UTC

Gourmet Market ปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Gourmet Market ปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Gourmet Market ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบธุรกิจ 'Total Solution' เพื่อตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและความผันผวนทางเศรษฐกิจ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Gourmet Market ปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
Gourmet Market ปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Gourmet Market ยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบธุรกิจ 'Total Solution' เพื่อตอบโจทย์กำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและความผันผวนทางเศรษฐกิจ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เครือข่ายค้าปลีกระดับพรีเมียม Gourmet Market กำลังปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ท่ามกลางความท้าทายที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ผันผวนและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง บริษัทกำลังเปลี่ยนไปสู่แนวทาง 'Total Solution' โดยการปรับกลยุทธ์นี้ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ภายในร้าน โดยอาจมีการนำเสนอบริการที่บูรณาการมากขึ้นหรือการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนวิถีชีวิตแบบครบวงจร แทนที่จะเป็นเพียงการซื้อของชำแบบดั้งเดิม ในขณะที่ภาคค้าปลีกปรับตัวเข้ากับแรงกดดันทางเศรษฐกิจเหล่านี้ ลูกค้าอาจสังเกตเห็นรูปแบบการบริการใหม่ๆ หรือการจัดวางร้านค้าที่มุ่งเน้นการทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น

แม้ว่าบริษัทจะส่งสัญญาณถึงทิศทางเชิงกลยุทธ์นี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวฟีเจอร์ 'Total Solution' ในทุกสาขายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อโครงสร้างราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของสินค้านำเข้าบางรายการที่นักช้อปต่างชาติมักซื้อบ่อยครั้งอย่างไร ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าโมเดลนี้จะช่วยรักษาเสถียรภาพของตำแหน่งทางการตลาดของร้านค้าปลีกท่ามกลางความผันผวนของตลาดที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

กระทรวงการคลังประกาศจำหน่าย 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังประกาศจำหน่าย 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2 วงเงิน 4 พันล้านบาท เริ่มวันที่ 4 กันยายนนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังประกาศจำหน่าย 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังประกาศจำหน่าย 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2 วงเงิน 4 พันล้านบาท เริ่มวันที่ 4 กันยายนนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังได้ประกาศเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ 'บอนด์ออมพลัส' ล็อตที่ 2 โดยมีวงเงินรวม 4 พันล้านบาท และมีกำหนดเริ่มเปิดให้ประชาชนทั่วไปซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายนนี้เป็นต้นไป

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าพันธบัตรดังกล่าวจะเปิดจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และระบบ Bond Connect โดยเงื่อนไขเกี่ยวกับอายุของพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยจะยังคงเป็นไปตามรูปแบบเดิมที่เคยเปิดจำหน่ายไปก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบริหารจัดการสภาพคล่องภายในประเทศและจัดหาช่องทางการลงทุนให้กับประชาชน แม้ว่าพันธบัตรเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่นักลงทุนในประเทศเป็นหลัก แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางการคลังในภาพรวมของประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนและระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนสำหรับล็อตที่ 2 นี้ยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจลงทุนควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังหรือแอปพลิเคชัน 'วอลเล็ต สบม.' เพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเมื่อใกล้ถึงวันที่ 4 กันยายน เนื่องจากเป็นเครื่องมือทางการเงิน ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงก่อนตัดสินใจลงทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

BNI ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 20 ปี มุ่งเน้นการเติบโตของ SME
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

BNI ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 20 ปี มุ่งเน้นการเติบโตของ SME

BNI ประเทศไทย จัดงาน Expo และการประชุมนานาชาติปี 2026 ที่ไบเทค บางนา โดยเน้นย้ำถึงเครือข่ายธุรกิจแบบร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BNI ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 20 ปี มุ่งเน้นการเติบโตของ SME

ได้รับการยืนยัน
BNI ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 20 ปี มุ่งเน้นการเติบโตของ SME

BNI ประเทศไทย จัดงาน Expo และการประชุมนานาชาติปี 2026 ที่ไบเทค บางนา โดยเน้นย้ำถึงเครือข่ายธุรกิจแบบร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 Khaosod Online รายงานว่า BNI ประเทศไทย ได้ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยการจัดงาน BNI Thailand Expo & International Conference ที่ไบเทค บางนา โดยมีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสตาร์ทอัพทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ประธาน BNI ประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กรมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการในท้องถิ่นโดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางธุรกิจจากการแข่งขันไปสู่รูปแบบเครือข่ายความร่วมมือ ด้วยการใช้ปรัชญา "Givers Gain" BNI มุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับตลาดต่างประเทศและปรับให้สอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลกในปัจจุบัน ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและยืดหยุ่นมากขึ้นในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการสร้างเครือข่ายมืออาชีพและการปฏิบัติทางธุรกิจแบบร่วมมือในตลาดไทย ความคิดริเริ่มดังกล่าวอาจนำไปสู่โอกาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับความร่วมมือในท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวของรูปแบบเครือข่ายเฉพาะนี้ต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในวงกว้างของประเทศไทยยังคงต้องติดตามต่อไป แม้ว่างานนี้จะสามารถรวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนมากได้สำเร็จ แต่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการเติบโตของ SME และการเจาะตลาดต่างประเทศที่เกิดจากการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:52 UTC