ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

Flash Express สานต่อการสนับสนุนโครงการ “BKK Food Bank” ของกรุงเทพมหานคร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Flash Express สานต่อการสนับสนุนโครงการ “BKK Food Bank” ของกรุงเทพมหานคร

บริษัทโลจิสติกส์ Flash Express เข้าสู่ปีที่ 2 ของการเป็นพันธมิตรกับโครงการ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในเขตห้วยขวาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Flash Express สานต่อการสนับสนุนโครงการ “BKK Food Bank” ของกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวเดียว
Flash Express สานต่อการสนับสนุนโครงการ “BKK Food Bank” ของกรุงเทพมหานคร

บริษัทโลจิสติกส์ Flash Express เข้าสู่ปีที่ 2 ของการเป็นพันธมิตรกับโครงการ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในเขตห้วยขวาง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 บริษัทโลจิสติกส์ Flash Express ได้ประกาศสานต่อการสนับสนุนโครงการ “BKK Food Bank” ซึ่งถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันของความร่วมมือนี้ ตามรายงานจาก Khaosod Online นางสาวปรินทร์ทิพย์ อิสริยเมธา ผู้ช่วยรองกรรมการผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ กลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นตัวแทนบริษัทในการส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับสำนักงานเขตห้วยขวาง โดยมีนายสมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง พร้อมคณะผู้บริหารเป็นผู้รับมอบ

โครงการ BKK Food Bank เป็นโครงการของกรุงเทพมหานครที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ของบริษัท Flash Express มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในระยะยาวแก่กลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงความพยายามด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรที่มุ่งเสริมสร้างสวัสดิการให้กับชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าการบริจาคจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นให้กับกลุ่มเป้าหมายในเขตห้วยขวาง แต่ผลกระทบระยะยาวของโครงการต่อความมั่นคงทางอาหารในเขตอื่นๆ ยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ของเมืองในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

กรมธนารักษ์เปิดตัว 'Treasury Coin Market' สำหรับการประมูลออนไลน์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมธนารักษ์เปิดตัว 'Treasury Coin Market' สำหรับการประมูลออนไลน์

กรมธนารักษ์ของไทยได้เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการประมูลเหรียญหายาก โดยการประมูลครั้งแรกมียอดปิดที่ 2.54 ล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมธนารักษ์เปิดตัว 'Treasury Coin Market' สำหรับการประมูลออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
กรมธนารักษ์เปิดตัว 'Treasury Coin Market' สำหรับการประมูลออนไลน์

กรมธนารักษ์ของไทยได้เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการประมูลเหรียญหายาก โดยการประมูลครั้งแรกมียอดปิดที่ 2.54 ล้านบาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมธนารักษ์ได้เปิดตัว 'Treasury Coin Market' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับการประมูลเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกและเหรียญหายากทางออนไลน์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศถึงโครงการนี้ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญกษาปณ์ให้มีความทันสมัย

การประมูลครั้งแรกบนแพลตฟอร์มนี้ได้นำเสนอเหรียญ 10 บาทหายาก ซึ่งปิดประมูลไปได้สำเร็จที่ราคา 2.54 ล้านบาท ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านการขายสินทรัพย์ของรัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัล โดยลดการพึ่งพากระบวนการประมูลแบบพบหน้ากันตามปกติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักสะสมในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเป็นช่องทางที่โปร่งใสและได้รับการรับรองจากรัฐบาลในการเข้าถึงเหรียญหายาก แม้ว่าในปัจจุบันแพลตฟอร์มจะเน้นไปที่สินค้าด้านเหรียญกษาปณ์ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่กว้างขึ้นของรัฐบาลไทยในการนำตลาดดิจิทัลมาใช้สำหรับสินทรัพย์ของรัฐ

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือตารางการประมูลในอนาคต และแพลตฟอร์มจะขยายขอบเขตไปสู่การรวมของสะสมประเภทอื่นหรือสินทรัพย์ที่ออกโดยรัฐบาลหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมการประมูลดิจิทัลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

ไทยเผยตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ว่างงานและระดับหนี้ครัวเรือนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ปี 2569

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ว่างงานและระดับหนี้ครัวเรือนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ที่อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ข้อมูลระบุว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 400,000 คน นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนรวมยังพุ่งสูงถึง 16.41 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 0.50% เมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ตัวเลขเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของกำลังซื้อในท้องถิ่นและความมั่นคงของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพหรือความพร้อมในการให้บริการบางอย่าง

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถิติเหล่านี้เป็นเพียงภาพรวมของเศรษฐกิจระดับชาติที่รายงานโดย สศช. เท่านั้น จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อกำหนดผลกระทบระยะยาวของแนวโน้มเหล่านี้ต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตจาก สศช. ต่อไปเพื่อทำความเข้าใจว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 06:31 UTC

ไทยเดินหน้าสมัครสมาชิก OECD หวังดึงดูดการลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าสมัครสมาชิก OECD หวังดึงดูดการลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าสมัครสมาชิก OECD หวังดึงดูดการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าสมัครสมาชิก OECD หวังดึงดูดการลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้หารือกับภราดรเกี่ยวกับความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลภายในและความโปร่งใส ซึ่งมักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ "ซุกปัญหาไว้ใต้พรม" เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อผู้ลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD จะช่วยให้ประเทศไทยเพิ่มความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นและความโปร่งใสทางธุรกิจที่ดีขึ้น หากประสบความสำเร็จ กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอาจนำไปสู่การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งอาจช่วยลดความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับองค์กรต่างชาติที่ดำเนินงานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก และการปรับเปลี่ยนนโยบายที่เป็นรูปธรรมที่กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ OECD ทั้งนี้ ป.ป.ท. วางแผนที่จะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ต่อไปเพื่อสรุปกลยุทธ์สำหรับการปฏิรูปเหล่านี้ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนปฏิบัติที่รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์การเป็นสมาชิกสากล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 06:31 UTC

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวลดลง 14.46 จุด ในช่วงเช้าวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวลดลง 14.46 จุด ในช่วงเช้าวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดตลาดภาคเช้าวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 1,599.32 จุด ลดลง 14.46 จุด หรือคิดเป็น 0.90% โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ชี้ว่า ตลาดในขณะนี้ยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโต

บรรยากาศการลงทุนได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลักสองประการ ได้แก่ การประชุมสัมมนาทางเศรษฐกิจที่แจ็กสันโฮลที่กำลังดำเนินอยู่ และการจับตาดูการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดอันดับหุ้นไทย โดยหุ้นขนาดใหญ่ถูกระบุว่าเป็นแหล่งที่มาหลักของแรงกดดันต่อดัชนี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความผันผวนของตลาดนี้สะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวม แม้ว่าบล.ทิสโก้จะมองว่าการเทขายหุ้นที่มีพื้นฐานดีในปัจจุบันอาจเป็นจังหวะในการสะสมสำหรับนักลงทุน แต่ตลาดก็ยังคงมีความอ่อนไหวต่อสัญญาณทางเศรษฐกิจโลกภายนอก

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE จะส่งผลกระทบต่อสัดส่วนของหุ้นไทยอย่างไร และตลาดจะสามารถหาแนวรับได้หรือไม่ในการซื้อขายรอบถัดไป นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

ไทยเดินหน้าเตรียมเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าเตรียมเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาแผนการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสกัดกั้นการไหลเวียนของเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าเตรียมเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าเตรียมเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาแผนการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสกัดกั้นการไหลเวียนของเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าแผนการจัดเก็บภาษีธุรกรรมทองคำ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินและปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โดยเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

รัฐมนตรีเอกนิติเน้นย้ำว่าอัตราภาษีในช่วงเริ่มต้นจะถูกกำหนดไว้ในระดับที่ไม่สูง ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องข้อมูลทองคำเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการทำธุรกรรมและสรุปกรอบการกำกับดูแล โดยกระทรวงคาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดการดำเนินการในเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การกำกับดูแลทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นในตลาดทองคำ แม้ว่าผลกระทบที่แน่ชัดต่อผู้ซื้อหรือนักลงทุนรายบุคคลยังคงต้องติดตามต่อไป แต่มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังไม่มีการสรุปอัตราภาษีที่แน่นอน ประเภทของธุรกรรมที่จะต้องเสียภาษี และวันเริ่มต้นนโยบายอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อความชัดเจนว่ากฎระเบียบที่จะเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมทางการเงินส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทองคำอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

คู่รักจัดงานแต่งงานสุดไวรัลในร้านหม้อไฟ Haidilao
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คู่รักจัดงานแต่งงานสุดไวรัลในร้านหม้อไฟ Haidilao

คู่รักในจีนจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่ร้าน Haidilao โดยมีแขก 160 คน ในงบประมาณไม่ถึง 100,000 บาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คู่รักจัดงานแต่งงานสุดไวรัลในร้านหม้อไฟ Haidilao

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักจัดงานแต่งงานสุดไวรัลในร้านหม้อไฟ Haidilao

คู่รักในจีนจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่ร้าน Haidilao โดยมีแขก 160 คน ในงบประมาณไม่ถึง 100,000 บาท

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คู่รักจากเมืองเหิงหยาง มณฑลหูหนาน ประเทศจีน กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์หลังจากตัดสินใจจัดงานแต่งงานที่ร้านหม้อไฟ Haidilao เจ้าสาวซึ่งระบุชื่อว่าจ้าว อธิบายว่าเธอและสามีเคยฉลองงานหมั้นและจดทะเบียนสมรสที่ร้านนี้มาก่อน ทำให้รู้สึกผูกพันกับสถานที่แห่งนี้เป็นพิเศษ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากคำพูดเล่นๆ ในกลุ่มเพื่อนระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้คู่รักตัดสินใจสอบถามผู้จัดการร้าน ซึ่งทาง Haidilao ตกลงจัดงานภายใต้เงื่อนไขราคาปกติ โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารที่รับประทานจริงเท่านั้น โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าเช่าสถานที่ ค่าตกแต่ง หรือค่าบริการเพิ่มเติม คู่รักได้เชิญแขกประมาณ 160 คน โดยค่าอาหารทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 20,000 หยวน (ประมาณ 97,000 บาท)

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเครือร้านอาหารที่เน้นการบริการ แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในประเทศจีน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าร้านอาหารทั่วไปสามารถรองรับกลุ่มคนจำนวนมากได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงเหมือนกับห้องจัดเลี้ยงแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าสาขาของ Haidilao ในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย จะเสนอเงื่อนไขที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ เนื่องจากนโยบายเกี่ยวกับการจัดงานส่วนตัวอาจแตกต่างกันไปตามสถานที่และดุลยพินิจของผู้จัดการสาขาแต่ละแห่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:32 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกิจการไปรษณีย์ด้านปฏิบัติการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกิจการไปรษณีย์ด้านปฏิบัติการ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยจัดการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อหารือด้านการดำเนินงานของกิจการไปรษณีย์

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงดิจิทัลฯ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกิจการไปรษณีย์ด้านปฏิบัติการ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ จัดประชุมคณะอนุกรรมการกิจการไปรษณีย์ด้านปฏิบัติการ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยจัดการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อหารือด้านการดำเนินงานของกิจการไปรษณีย์

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการกิจการไปรษณีย์ด้านปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569

บริบทของการประชุม

การประชุมเชิงบริหารนี้มุ่งเน้นไปที่กรอบการกำกับดูแลและการดำเนินงานที่ควบคุมบริการไปรษณีย์ภายในประเทศ เนื่องจากภาคส่วนไปรษณีย์ยังคงบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง การประชุมดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับมาตรฐานการบริการให้สอดคล้องกับเป้าหมายนโยบายดิจิทัลระดับชาติ

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ผลลัพธ์จากการประชุมคณะอนุกรรมการเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความทันสมัยของบริการไปรษณีย์ทั้งในและต่างประเทศ การปรับปรุงการดำเนินงานด้านไปรษณีย์มักมีความสัมพันธ์กับการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์สำหรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการจัดส่งเอกสาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจด้านการบริหารจัดการประจำวันและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

สถานะและแนวโน้ม

แม้ว่าการประชุมจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระเบียบการบริการไปรษณีย์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการตัดสินใจเชิงบริหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อระยะเวลาการจัดส่งหรือกฎระเบียบด้านไปรษณีย์อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:10 UTC

แคนาดาประกาศมาตรการภาษีตอบโต้หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ล้มเหลว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แคนาดาประกาศมาตรการภาษีตอบโต้หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ล้มเหลว

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดาให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการภาษีแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์กับสินค้าสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาถึง 50%

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แคนาดาประกาศมาตรการภาษีตอบโต้หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ล้มเหลว

แหล่งข่าวเดียว
แคนาดาประกาศมาตรการภาษีตอบโต้หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ล้มเหลว

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดาให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการภาษีแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์กับสินค้าสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาถึง 50%

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026 นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดาประกาศว่าแคนาดาจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สินค้าหลากหลายประเภทจากสหรัฐอเมริกา การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาการค้าระหว่างทั้งสองประเทศล้มเหลว และเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาถึง 50% ตามรายงานของ Khaosod English นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ระบุว่ามาตรการของสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าในครั้งนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลก แม้ว่าข้อพิพาทในปัจจุบันจะจำกัดอยู่เพียงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือ แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่มักนำไปสู่ความผันผวนของตลาด อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลทางอ้อมต่อราคาสินค้านำเข้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่มีความชัดเจนว่าสินค้าประเภทใดของสหรัฐฯ ที่จะถูกจัดเก็บภาษีโดยแคนาดา และยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่ามาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อใด นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกระดับความขัดแย้งหรือการกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจายังคงมีความไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่ากำแพงภาษีเหล่านี้จะขยายตัวออกไปหรือไม่ หรือจะมีการเปิดช่องทางทางการทูตเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้า

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อแสดงมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้า

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่เพื่อแสดงมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ โดยศูนย์ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้พันธมิตรด้านประกันภัย สถาบันการเงิน และคู่ค้าทางธุรกิจได้สัมผัสกับกระบวนการทำงานและโปรโตคอลด้านความปลอดภัยของบริษัทโดยตรง

ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของวอลโว่ในด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเติบโตในประเทศไทย การเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักเข้ามาสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำงานนั้น บริษัทมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรที่สนับสนุนระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และการให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยโดยผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ ในขณะที่ภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้ายังคงพัฒนาต่อไป ความคิดริเริ่มด้านความโปร่งใสดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยียานยนต์ใหม่

แม้ว่าการเปิดศูนย์ดังกล่าวจะเป็นก้าวที่ชัดเจนในการส่งเสริมความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการขยายบริการในอนาคตหรือข้อตกลงความร่วมมือใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากศูนย์แห่งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการมุ่งเน้นที่ความโปร่งใสในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ยานยนต์ในวงกว้างของประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 04:33 UTC

ส.อ.ท. เสนอแคมเปญ “Buy Thai” หวังกระตุ้นจีดีพีภาคอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เสนอแคมเปญ “Buy Thai” หวังกระตุ้นจีดีพีภาคอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped และเสนอแคมเปญ “Buy Thai” เพื่อกระตุ้นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เสนอแคมเปญ “Buy Thai” หวังกระตุ้นจีดีพีภาคอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เสนอแคมเปญ “Buy Thai” หวังกระตุ้นจีดีพีภาคอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแบบ K-Shaped และเสนอแคมเปญ “Buy Thai” เพื่อกระตุ้นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ระบุถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในรูปแบบ “K-Shaped” ซึ่งมีการเติบโตที่ไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วนและขนาดของธุรกิจ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่าแม้เศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 แต่การขยายตัวดังกล่าวยังคงมีความเปราะบางเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน

ข้อมูลจากเดือนกรกฎาคม 2569 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) โดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีค่าดัชนีอยู่ที่ 105.5 ในขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กอยู่ที่ 75.3 ข้อมูลรายกลุ่มอุตสาหกรรมยังสะท้อนถึง “เศรษฐกิจสองความเร็ว” โดยกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งที่ 109.0 ในขณะที่กลุ่มเคมีภัณฑ์ลดลงเหลือ 59.7 นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนยังชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่ 2 จากร้อยละ 3.3 ในไตรมาสก่อนหน้า

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ส.อ.ท. กำลังผลักดันแคมเปญ “Buy Thai” และการปลดล็อกอุปสรรคด้านการผลิต โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม 1.4 แสนล้านบาทให้กับจีดีพีภาคอุตสาหกรรม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สิ่งนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่บางภาคส่วนอาจเผชิญกับความผันผวน แม้ว่าข้อเสนอของ ส.อ.ท. จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพให้กับภาคอุตสาหกรรม แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของมาตรการเหล่านี้และผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC

สสว. ผลักดันเอสเอ็มอีไทยสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สสว. ผลักดันเอสเอ็มอีไทยสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางการตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สสว. ผลักดันเอสเอ็มอีไทยสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
สสว. ผลักดันเอสเอ็มอีไทยสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางการตลาด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กำลังเดินหน้า 'โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business)' ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยนางสาวปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยรับมือกับกฎระเบียบการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานคาร์บอนมากขึ้น

สสว. ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการทั่วประเทศรวม 7 รุ่น มีผู้เข้าร่วม 246 ราย ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการนี้มุ่งเน้นการช่วยให้ธุรกิจปรับตัวสู่แนวทางสีเขียว ซึ่ง สสว. มองว่าเป็น 'ความได้เปรียบทางการแข่งขันสีเขียว' เชิงกลยุทธ์ มากกว่าแค่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม ทางหน่วยงานได้เชื่อมโยงเอสเอ็มอีเหล่านี้เข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านงานแสดงสินค้า เช่น 'Grand Halal' และ 'ไทยเที่ยวไทย' ซึ่งรายงานระบุว่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 69 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจไทยที่หันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้ว่าโครงการจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการอบรมและการเชื่อมโยงตลาดในระยะแรกแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรฐานสีเขียวเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุปทานในวงกว้างอย่างไร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะสามารถรักษามาตรฐานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:51 UTC

สศช. เร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สศช. เร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเตือนว่าหนี้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้หนี้เสีย (NPLs) พุ่งสูงขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สศช. เร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
สศช. เร่งหาทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเตือนว่าหนี้ระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้หนี้เสีย (NPLs) พุ่งสูงขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในประเทศไทย แม้ว่าภาพรวมของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) จะลดลงเล็กน้อย แต่หน่วยงานได้ตรวจพบแนวโน้มที่น่ากังวลคือ การเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน

สศช. ระบุว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้หนี้เพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานเสนอแนะว่ามาตรการช่วยเหลือในปัจจุบันอาจมีข้อจำกัด และเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้หนี้ค้างชำระระยะสั้นกลายเป็นหนี้เสียในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมทางการเงินโดยรวมในประเทศไทย แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาแห่งความระมัดระวังทางการเงินภายในภาคธนาคารท้องถิ่น ผู้ที่จัดการภาระทางการเงินในท้องถิ่นหรือกำลังพิจารณาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาจต้องการติดตามการปรับเปลี่ยนนโยบายเหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงใดบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเหล่านี้ และจะมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวโดยเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

อิหร่านประกาศคว่ำบาตรสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงคราม พร้อมหยุดส่งออกน้ำมัน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อิหร่านประกาศคว่ำบาตรสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงคราม พร้อมหยุดส่งออกน้ำมัน

อิหร่านประกาศอย่างเป็นทางการว่ามาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐฯ ถือเป็นการประกาศสงคราม และประกาศยุติการส่งออกน้ำมันทั้งหมดเพื่อตอบโต้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อิหร่านประกาศคว่ำบาตรสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงคราม พร้อมหยุดส่งออกน้ำมัน

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านประกาศคว่ำบาตรสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงคราม พร้อมหยุดส่งออกน้ำมัน

อิหร่านประกาศอย่างเป็นทางการว่ามาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐฯ ถือเป็นการประกาศสงคราม และประกาศยุติการส่งออกน้ำมันทั้งหมดเพื่อตอบโต้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 รัฐบาลอิหร่านได้แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่ามาตรการทางเศรษฐกิจเหล่านี้ถือเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการตอบโต้ ทางการอิหร่านประกาศว่าจะยุติการส่งออกน้ำมันทั้งหมด โดยระบุว่าจะไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียวถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้อาจส่งผลกระทบทางอ้อม แม้ว่าประเทศไทยจะมีแหล่งพลังงานที่หลากหลาย แต่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกมักนำไปสู่ราคาเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับตลาดพลังงานในประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกมักส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศ

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบที่แท้จริงต่อตลาดโลกต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าการห้ามส่งออกนี้จะมีผลบังคับใช้นานเพียงใด หรือจะมีการใช้ช่องทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าตลาดพลังงานระหว่างประเทศจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการหายไปของน้ำมันอิหร่านจากห่วงโซ่อุปทาน และประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ จะปรับกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:30 UTC

ไทยชวน NZAero จากนิวซีแลนด์ลงทุนอุตสาหกรรมการบิน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยชวน NZAero จากนิวซีแลนด์ลงทุนอุตสาหกรรมการบิน

ทางการไทยเชิญชวน NZAero เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตและศูนย์ซ่อมอากาศยานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยชวน NZAero จากนิวซีแลนด์ลงทุนอุตสาหกรรมการบิน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยชวน NZAero จากนิวซีแลนด์ลงทุนอุตสาหกรรมการบิน

ทางการไทยเชิญชวน NZAero เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตและศูนย์ซ่อมอากาศยานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

ระหว่างการเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21-22 สิงหาคม 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งร่วมคณะกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบผู้บริหารของบริษัท NZAero ผู้ผลิตเครื่องบินเล็กชั้นนำจากนิวซีแลนด์ ตามรายงานของ Khaosod Online คณะผู้แทนไทยได้เชิญชวนให้บริษัทเข้ามาลงทุนในเทคโนโลยีการบินขั้นสูง โดยเสนอให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย

นายเอกนิติเน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนนี้ผ่านช่องทาง 'Fast Track' เพื่อปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ประเทศไทยเป็นลูกค้าของ NZAero มาอย่างยาวนาน และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการดึงบริษัทเข้าร่วมโครงการ MRO ในพื้นที่ EEC จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการขยายอุตสาหกรรมการบินในประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคและการสร้างงานในจังหวัดภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการยืนยันว่า NZAero จะตอบรับคำเชิญหรือมีกำหนดการที่ชัดเจนในการพัฒนาโครงการหรือไม่ โดยขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการหารือหลังจากการเยือนระดับสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

กระทรวงการคลังไทยเตรียมใช้ระบบ '3 สกอริ่ง' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังไทยเตรียมใช้ระบบ '3 สกอริ่ง' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อ

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาระบบการให้คะแนนเครดิตแบบ 3 ระดับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและลดปัญหาหนี้นอกระบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังไทยเตรียมใช้ระบบ '3 สกอริ่ง' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังไทยเตรียมใช้ระบบ '3 สกอริ่ง' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อ

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาระบบการให้คะแนนเครดิตแบบ 3 ระดับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและลดปัญหาหนี้นอกระบบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังกำลังผลักดันโครงการใหม่เพื่อนำระบบ '3 สกอริ่ง' มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการปล่อยสินเชื่อ โดยมีเป้าหมายที่จะบูรณาการระบบคะแนนเครดิตเดิมของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) เข้ากับเครื่องมือใหม่ 2 ตัว ได้แก่ 'อารีย์สกอร์' และ 'บสย.สกอร์'

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้สถาบันการเงินมีข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เงินทุนไหลเวียนไปยังธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผ่านโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' รัฐบาลตั้งใจที่จะใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้เพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และเพื่อให้มั่นใจว่าสินเชื่อจะเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินนำชุดข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจนำไปสู่ทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่ง่ายขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม กำหนดการดำเนินการที่ชัดเจนและเกณฑ์การคำนวณน้ำหนักของคะแนนทั้ง 3 ระบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากระบบยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา จึงยังไม่ชัดเจนว่าโปรไฟล์เครดิตของแต่ละบุคคลจะได้รับผลกระทบอย่างไร หรือเมื่อใดที่ระบบจะถูกบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบในทุกสถาบันการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:12 UTC

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: เป้าหมายจีดีพี 3% ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: เป้าหมายจีดีพี 3% ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง

Matichon Online รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีไว้ที่ 3% แม้จะมีพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: เป้าหมายจีดีพี 3% ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มเศรษฐกิจไทย: เป้าหมายจีดีพี 3% ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง

Matichon Online รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีไว้ที่ 3% แม้จะมีพื้นที่ทางการคลังที่จำกัด

ตามรายงานล่าสุดจาก Matichon Online ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ท้าทายในขณะที่พยายามบรรลุเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 3% บทวิเคราะห์ระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดทางการคลังที่สำคัญ ซึ่งทำให้การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มักใช้เพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาวะทางเศรษฐกิจนี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเนื่องจากอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่น ความมั่นคงของค่าบริการ และอัตราการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยรวม แม้ว่าเป้าหมายการเติบโตที่ 3% จะบ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวอย่างมั่นคง แต่ความยืดหยุ่นทางการคลังที่จำกัดหมายความว่ารัฐบาลจะต้องมีความรอบคอบอย่างยิ่งในการแทรกแซงทางเศรษฐกิจ

ในขั้นตอนนี้ กลไกเชิงนโยบายเฉพาะที่รัฐบาลจะนำมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ในขณะที่ยังคงจัดการกับข้อจำกัดด้านงบประมาณนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าขอบเขตทางการคลังเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายภาครัฐในอนาคตอย่างไร และเป้าหมาย 3% จะยังคงสามารถบรรลุผลได้ภายใต้เงื่อนไขปัจจุบันหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทยอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในนโยบายเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:10 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเพิ่มขึ้น 550 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเพิ่มขึ้น 550 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยในการประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 550 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันที่ 20 สิงหาคม

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 70,100 บาท และขายออกที่บาทละ 70,300 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 68,705.12 บาท และขายออกที่บาทละ 71,100 บาท ส่วนราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,525.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนในตลาดทองคำนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่ความผันผวนของราคาที่รวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือซื้อขายทองคำแท่ง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงสถานะของตลาดในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม เนื่องจากราคาทองคำมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลก ผู้ที่สนใจอัตราปัจจุบันควรติดตามประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงที่หรือจะมีความผันผวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 02:31 UTC