ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ผู้ว่าฯ นราธิวาส เสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ นราธิวาส เสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศข้อเสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ว่าฯ นราธิวาส เสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ นราธิวาส เสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศข้อเสนอโครงการสร้างรั้วชายแดนงบประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ส่งสัญญาณว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลาที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมีการพิจารณาและอาจอนุมัติงบประมาณ 90 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างรั้วชายแดนในพื้นที่ภาคใต้

นอกเหนือจากข้อเสนอโครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้สั่งปิดจุดผ่านแดนที่ไม่ได้รับอนุญาตทันทีเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้บ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่ระเบียบการควบคุมชายแดนที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าโครงการรั้วนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้าย แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อการสัญจรในท้องถิ่นและกิจกรรมข้ามพรมแดนนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ งบประมาณ 90 ล้านบาทยังไม่ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้าย โครงการนี้ยังคงต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีระหว่างการประชุมที่จังหวัดสงขลา นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เนื่องจากเหตุการณ์การปิดจุดผ่านแดนที่ไม่เป็นทางการและกิจกรรมการก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทางและการเข้าถึงในพื้นที่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างและสถานที่เฉพาะที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติออกมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 14:30 UTC

BrandThink ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BrandThink ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

BrandThink ผู้เล่นในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ประกาศปรับโมเดลธุรกิจเป็น 6 เสาหลัก เพื่อรับมือกับความผันผวนของสื่อในยุคดิจิทัล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BrandThink ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
BrandThink ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

BrandThink ผู้เล่นในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ประกาศปรับโมเดลธุรกิจเป็น 6 เสาหลัก เพื่อรับมือกับความผันผวนของสื่อในยุคดิจิทัล

ตามรายงานจาก Prachachat Business ระบุว่า BrandThink ซึ่งเป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 18 ปี ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย งบโฆษณาที่กระจัดกระจาย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว บริษัทกำลังนิยามบทบาทใหม่จากการเป็นโปรดักชั่นเฮาส์แบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น 'Creative Business' ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

เพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของสื่อ BrandThink กำลังปรับโครงสร้างการดำเนินงานออกเป็น 6 เสาหลักทางธุรกิจ การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายพอร์ตโฟลิโอและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูงและคาดเดาได้ยาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภาคธุรกิจสร้างสรรค์ของไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของบริษัทสื่อที่ต้องปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากโมเดลโฆษณาแบบเดิมกำลังเผชิญกับแรงกดดัน บริษัทในท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมในช่องทางรายได้เพื่อความอยู่รอด

แม้ว่าบริษัทจะประกาศเจตจำนงในการปรับเปลี่ยนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานสำหรับ 6 เสาหลักธุรกิจใหม่นี้ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการปรับโครงสร้างนี้จะช่วยให้บริษัทรักษาตำแหน่งทางการตลาดท่ามกลางกระแสลมเศรษฐกิจที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 14:11 UTC

STPI ในเครือ ‘ชาญวีรกูล’ คว้า 4 งานใหม่ มูลค่า 383 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

STPI ในเครือ ‘ชาญวีรกูล’ คว้า 4 งานใหม่ มูลค่า 383 ล้านบาท

STPI บริษัทในกลุ่มชาญวีรกูล ประกาศคว้างานใหม่ 4 โครงการในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และเหมืองแร่ โดยมีกำหนดดำเนินงานต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

STPI ในเครือ ‘ชาญวีรกูล’ คว้า 4 งานใหม่ มูลค่า 383 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
STPI ในเครือ ‘ชาญวีรกูล’ คว้า 4 งานใหม่ มูลค่า 383 ล้านบาท

STPI บริษัทในกลุ่มชาญวีรกูล ประกาศคว้างานใหม่ 4 โครงการในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และเหมืองแร่ โดยมีกำหนดดำเนินงานต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท STPI ได้ลงนามในสัญญาสำหรับโครงการอุตสาหกรรมใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 383 ล้านบาท โดยขอบเขตของงานมีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การรื้อถอนแท่นหลุมผลิต การก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน การปรับปรุงแท่นหลุมผลิตเดิมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงงานแปรรูประบบท่อสำหรับโครงการเหมืองทองแดง

โครงการเหล่านี้คาดว่าจะดำเนินการในระยะยาว โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 นางอาทิตยา ช. ตัวแทนของบริษัทได้ยืนยันการได้รับสัญญาดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นในด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมหนักและพลังงานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงกิจกรรมที่ยังคงดำเนินอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและพลังงานของประเทศ แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคมากกว่าบริการสำหรับผู้บริโภค แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในท้องถิ่น เช่น กลุ่มชาญวีรกูล

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของโครงการและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นี้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในขณะที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการแล้วเสร็จในปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:12 UTC

โครงการกองทุนหมู่บ้านเสนอมาตรการลดภาระดอกเบี้ย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โครงการกองทุนหมู่บ้านเสนอมาตรการลดภาระดอกเบี้ย

รัฐมนตรีสุขสมรวย วันทนียกุล ได้แนะนำให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โครงการกองทุนหมู่บ้านเสนอมาตรการลดภาระดอกเบี้ย

แหล่งข่าวเดียว
โครงการกองทุนหมู่บ้านเสนอมาตรการลดภาระดอกเบี้ย

รัฐมนตรีสุขสมรวย วันทนียกุล ได้แนะนำให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน

ระหว่างการลงพื้นที่อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ประกาศมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพทางการเงินในระดับท้องถิ่น ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลกำลังส่งเสริมโครงการ 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการชำระหนี้ของสมาชิกกองทุน

นอกเหนือจากการลดภาระดอกเบี้ยแล้ว รัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงโครงการ 'SML Plus' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมสำหรับโครงการชุมชน รัฐบาลกำลังสนับสนุนให้สมาชิกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนรีบยื่นคำขอเพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าใช้จ่ายเหล่านี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่มีส่วนร่วมในวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการเพิ่มสภาพคล่องและการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับฐานราก แม้ว่านโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดแรงกดดันทางการเงิน แต่เกณฑ์การมีสิทธิ์ที่เฉพาะเจาะจงและกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเบิกจ่ายเงินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ของตน เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อภาระผูกพันทางการเงินหรือโครงการชุมชนของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 13:10 UTC

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี

แหล่งข่าวเดียว
บางจากเปิดตัวกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวยุทธศาสตร์ 5 ปีที่ครอบคลุม โดยมุ่งเน้นที่ความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาด บริษัทวางแผนที่จะผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจหลักทั้ง 5 กลุ่ม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

เป้าหมายทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การเพิ่ม EBITDA ของบริษัทเป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และการสร้างรายได้ต่อปีให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างที่จะยกระดับบางจากให้เป็นองค์กรพลังงานระดับโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ยุทธศาสตร์นี้เน้นย้ำถึงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของภาคพลังงานของประเทศ ในขณะที่บางจากขยายการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของเชื้อเพลิงในท้องถิ่น ราคาพลังงาน และความพร้อมของทางเลือกพลังงานที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

แม้ว่าบริษัทจะระบุเป้าหมายทางการเงินและการดำเนินงานที่ทะเยอทะยานเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรการลงทุนที่แน่นอนและกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวโครงการแต่ละโครงการยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามดูว่าบริษัทจะรับมือกับความผันผวนของตลาดโลกอย่างไรในขณะที่ดำเนินการตามเป้าหมายระยะยาวเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 12:12 UTC

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังยุติปัญหาภาษีการค้าท่ามกลางการฟ้องร้องในศาลสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังยุติปัญหาภาษีการค้าท่ามกลางการฟ้องร้องในศาลสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่การค้าไทยเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ในขณะที่ 25 รัฐของสหรัฐฯ กำลังยื่นฟ้องคัดค้านมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นแรงงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังยุติปัญหาภาษีการค้าท่ามกลางการฟ้องร้องในศาลสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเจรจาสหรัฐฯ หวังยุติปัญหาภาษีการค้าท่ามกลางการฟ้องร้องในศาลสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่การค้าไทยเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ในขณะที่ 25 รัฐของสหรัฐฯ กำลังยื่นฟ้องคัดค้านมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นแรงงาน

ตามรายงานจาก Khaosod Online กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 เพื่อเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่าภารกิจนี้มีเป้าหมายเพื่อสรุปข้อตกลงซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้ว 60% โดยตั้งเป้าอัตราภาษีรวมไว้ที่ 19-20%

ความพยายามทางการทูตนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีสินค้าไทย 12.5% เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างประเด็นแรงงานบังคับภายใต้มาตรา 301 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจาก 25 รัฐของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศเพื่อขอให้ระงับมาตรการดังกล่าวและคืนภาษีที่เรียกเก็บไปแล้ว เจ้าหน้าที่ไทยแสดงความเชื่อมั่นว่ามาตรการภาษีนี้อาจถูกยกเลิก โดยเปรียบเทียบกับมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย IEEPA ในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าและบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีความมั่นใจในการเตรียมข้อมูล แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการเจรจาแบบพบปะโดยตรงและการพิจารณาคดีในศาลสหรัฐฯ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการตามโครงสร้างภาษีปัจจุบันหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอันเนื่องมาจากการฟ้องร้องของทั้ง 25 รัฐดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:31 UTC

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก

บริษัทพลังงานไทย บางจาก ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีใหม่ โดยตั้งเป้าหมายรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บางจากเปิดตัวกลยุทธ์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
บางจากเปิดตัวกลยุทธ์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก

บริษัทพลังงานไทย บางจาก ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีใหม่ โดยตั้งเป้าหมายรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บางจาก คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับบริษัทให้ก้าวสู่การเป็นผู้เล่นในระดับโลก เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการสร้างรายได้รวมให้ถึง 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภูมิทัศน์พลังงานในท้องถิ่น ในขณะที่บางจากขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากลและกระจายธุรกิจ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านการบริการ การจัดจำหน่ายเชื้อเพลิง และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ยั่งยืนทั่วประเทศ ความมุ่งมั่นของบริษัทในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกมักจะมาพร้อมกับความพยายามในการปรับปรุงสถานีบริการให้ทันสมัยและการบูรณาการโซลูชันพลังงานสะอาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของผลิตภัณฑ์พลังงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าบริษัทจะตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทาย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณลงทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ตลาดต่างประเทศที่บริษัทวางแผนจะให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจยังคงต้องรอการอัปเดตการดำเนินงานในอนาคต ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้บริโภคที่สถานีบริการและในตลาดพลังงานไทยโดยรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

Ratch Group ประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยและอินโดนีเซีย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Ratch Group ประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยและอินโดนีเซีย

Ratch Group เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนใหม่โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA ขึ้น 15,000 ล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ ในประเทศไทยและอินโดนีเซีย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Ratch Group ประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยและอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
Ratch Group ประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยและอินโดนีเซีย

Ratch Group เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนใหม่โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA ขึ้น 15,000 ล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ ในประเทศไทยและอินโดนีเซีย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 Ratch Group ได้เปิดตัวแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายการดำเนินงานทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย บริษัทได้กำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนโดยตั้งเป้าให้ EBITDA เติบโตขึ้น 15,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญจากหนึ่งในผู้เล่นหลักด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค แม้ว่าบริษัทจะระบุเป้าหมายการเติบโตไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของโครงการที่จะเกิดขึ้น เช่น การมุ่งเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียน การผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น ยังคงต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต

การขยายตัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการเสริมสร้างผลประกอบการทางการเงินในตลาดที่มีการแข่งขันสูง สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทย การลงทุนขนาดใหญ่ขององค์กรเช่นนี้มักมีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์พลังงานท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการประกาศ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนของการลงทุนเหล่านี้และสถานที่ตั้งที่แน่นอนของโครงการใหม่ๆ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจาก Ratch Group ในขณะที่บริษัทเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการวางแผนไปสู่การดำเนินการจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:12 UTC

สภาพัฒน์วิเคราะห์ผลกระทบการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาพัฒน์วิเคราะห์ผลกระทบการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของการลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์วิเคราะห์ผลกระทบการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
สภาพัฒน์วิเคราะห์ผลกระทบการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของการลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการวิเคราะห์การลงทุนในศูนย์ข้อมูลทั่วโลก โดยระบุว่าแม้โครงการเหล่านี้จะมีการลงทุนมหาศาล แต่บ่อยครั้งกลับสร้างการจ้างงานโดยตรงได้ค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ สศช. ยังตั้งข้อสังเกตว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าในปริมาณมาก ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของทรัพยากรในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวิธีที่รัฐบาลไทยประเมินโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ ปัจจุบัน สศช. กำลังผลักดันให้ผู้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ที่บูรณาการธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาเพียงโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินลงทุนสูงแต่สร้างการเติบโตในท้องถิ่นได้อย่างจำกัด

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือผลการวิเคราะห์นี้จะมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจในการลงทุนหรือข้อกำหนดด้านกฎระเบียบสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่รัฐบาลพยายามสร้างสมดุลระหว่างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับการจัดการทรัพยากร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการปรับเปลี่ยนนโยบายที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้สาธารณูปโภคและข้อกำหนดด้านเนื้อหาในท้องถิ่น ท่าทีของ สศช. ชี้ให้เห็นว่าการอนุมัติในอนาคตอาจต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อแรงงานไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:11 UTC

ส.อ.ท. เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดตัวกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่ม GDP 1.4 แสนล้านบาท ผ่านการปรับปรุงการใช้กำลังการผลิต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดตัวกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเพิ่ม GDP 1.4 แสนล้านบาท ผ่านการปรับปรุงการใช้กำลังการผลิต

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำลังผลักดันกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจใหม่สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี โดย ส.อ.ท. ตั้งเป้าที่จะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) ขึ้น 5 จุด ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ GDP ของประเทศได้ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท

หัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้คือโครงการ 'Buy Thai' ซึ่ง ส.อ.ท. ตั้งใจที่จะควบคู่ไปกับความพยายามในการปลดล็อกคอขวดด้านการผลิต โดยการส่งเสริมการบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศและปรับปรุงกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ส.อ.ท. หวังว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมและการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ หากประสบความสำเร็จ แผนนี้อาจนำไปสู่กิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อพลวัตของตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม กลไกเฉพาะสำหรับการดำเนินการปลดล็อกการผลิตเหล่านี้และกรอบเวลาสำหรับแคมเปญ 'Buy Thai' ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากนี่เป็นข้อเสนอจากองค์กรภาคอุตสาหกรรม จึงยังไม่ชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลจะสอดคล้องกับข้อเสนอแนะเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีผลกระทบเฉพาะเจาะจงอย่างไรต่อราคาผู้บริโภคและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:50 UTC

การเติบโตของ 'เศรษฐกิจในบ้าน' ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของ 'เศรษฐกิจในบ้าน' ในประเทศไทย

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตขนาดกะทัดรัดกำลังเปลี่ยนครัวเรือนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดเล็ก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเติบโตของ 'เศรษฐกิจในบ้าน' ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของ 'เศรษฐกิจในบ้าน' ในประเทศไทย

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตขนาดกะทัดรัดกำลังเปลี่ยนครัวเรือนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตขนาดเล็ก

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ ประเทศไทยกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 'เศรษฐกิจในบ้าน' (Home Economy) เนื่องจากเครื่องมือการผลิตระดับมืออาชีพเริ่มเข้าถึงได้สำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย แนวโน้มนี้เกี่ยวข้องกับการที่ครัวเรือนใช้เครื่องจักรขนาดกะทัดรัด เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับของใช้ในบ้าน เครื่องตัดเลเซอร์สำหรับทำป้ายหรือของขวัญสั่งทำ และอุปกรณ์แปรรูปอาหารแบบฟรีซดรายสำหรับการผลิตอาหารจำนวนน้อย เพื่อเปลี่ยนจากผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้ผลิตรายย่อย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสินค้าทำมือที่เป็นเอกลักษณ์และผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นโดยตรงจากแหล่งผลิตในละแวกใกล้เคียง นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การค้าปลีกในท้องถิ่น ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ดำเนินการจากที่บ้านอาจมีความโดดเด่นมากขึ้นในตลาด

แม้ว่าปรากฏการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการผลิตภายในครัวเรือน แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบสำหรับการผลิตในบ้าน หรือความยั่งยืนในระยะยาวของวิสาหกิจขนาดเล็กเหล่านี้ ในขณะที่เทคโนโลยีมีราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวโน้มนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กว้างขึ้นในภาคธุรกิจขนาดเล็กของประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 11:13 UTC

กระทรวงการคลังเตรียมหารือมาตรการภาษีสำหรับการซื้อขายทองคำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังเตรียมหารือมาตรการภาษีสำหรับการซื้อขายทองคำ

กระทรวงการคลังวางแผนหารือร่วมกับสมาคมค้าทองคำเพื่อพิจารณาการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังเตรียมหารือมาตรการภาษีสำหรับการซื้อขายทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังเตรียมหารือมาตรการภาษีสำหรับการซื้อขายทองคำ

กระทรวงการคลังวางแผนหารือร่วมกับสมาคมค้าทองคำเพื่อพิจารณาการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของเงินทุนที่ผิดกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 กระทรวงการคลังของไทยกำลังเตรียมหารือร่วมกับสมาคมค้าทองคำ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการจัดเก็บภาษีสำหรับการซื้อขายทองคำผ่านช่องทางออนไลน์

รายงานระบุว่าความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โดยเงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือที่มักเรียกกันว่า 'ทุนสีเทา' ในการเคลื่อนย้ายหรือซ่อนเร้นเงินทุน การสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลด้านภาษีสำหรับธุรกรรมทองคำดิจิทัลจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเพิ่มความโปร่งใสทางการเงิน และรับประกันว่าแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์จะดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามของรัฐบาลในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินทรัพย์ทางการเงินดิจิทัลและการซื้อขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง แม้ว่าการหารือครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขช่องว่างทางกฎระเบียบ แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนว่าจะมีมาตรการภาษีรูปแบบใดบ้างที่ถูกเสนอ หรือมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนรายย่อยหรือตลาดทองคำโดยรวมอย่างไร ในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายภาษีฉบับใหม่ และการหารือยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวงและตัวแทนภาคธุรกิจ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการหรือขอบเขตของมาตรการภาษีจะปรากฏให้เห็นหลังจากการหารือเหล่านี้เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:52 UTC

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

ราช กรุ๊ป เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นด้านพลังงานและการขยายศูนย์ข้อมูล เพื่อเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

ราช กรุ๊ป เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นด้านพลังงานและการขยายศูนย์ข้อมูล เพื่อเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ราช กรุ๊ป ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายการดำเนินงานในประเทศไทยและอินโดนีเซีย นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าบริษัทกำลังดำเนินกลยุทธ์ '5S' เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร โดยมีเป้าหมายให้ EBITDA เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.5 หมื่นล้านบาทภายในปี 2569 ซึ่งส่วนสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานทดแทนให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้รวม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การลงทุนนี้สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสนับสนุนภาคธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่กำลังเติบโตในภูมิภาค บริษัทคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการพลังงานทดแทน 2 แห่งในปีนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ (กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเวียดนาม (กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 5.5 เมกะวัตต์) นอกจากนี้ ราช กรุ๊ป ยังได้นำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่โรงไฟฟ้าราชเอ็นเนอร์จี ระยอง และโรงไฟฟ้าราชโคเจนเนอเรชั่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

แม้ว่าบริษัทจะกำหนดแผนกลยุทธ์และเป้าหมายทางการเงินไว้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการลงทุนในอินโดนีเซียและผลกระทบโดยรวมของโครงการพลังงานเหล่านี้ต่อเสถียรภาพของสาธารณูปโภคในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่บริษัทเดินหน้าดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:33 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงผลงาน 90 วัน โชว์ความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงผลงาน 90 วัน โชว์ความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านโยบายในช่วง 90 วันที่ผ่านมาสร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 แสนล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้กว่า 818 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงผลงาน 90 วัน โชว์ความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงผลงาน 90 วัน โชว์ความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านโยบายในช่วง 90 วันที่ผ่านมาสร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 แสนล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้กว่า 818 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่ากระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจผ่าน 5 นโยบายหลัก ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นและการปรับโครงสร้างในระยะยาว

ผลงานที่สำคัญประกอบด้วยความพยายามในการปราบปรามนอมินีและการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งรวมถึงการลดราคาสินค้าร่วมกับห้างสรรพสินค้า กิจกรรม Back to School และการสนับสนุน SMEs ให้ขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ มาตรการเหล่านี้ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้กว่า 818 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจการค้าได้ประมาณ 2,900 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการค้ารวมสูงกว่า 1.4 แสนล้านบาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่น แม้กระทรวงฯ จะนำเสนอตัวเลขดังกล่าวเพื่อแสดงถึงความสำเร็จของนโยบาย แต่ผลกระทบในระยะยาวของการปรับโครงสร้างเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการจัดการนอมินีและความยั่งยืนของโครงการลดราคาสินค้าในการแถลงข่าวของรัฐบาลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:33 UTC

จ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ทางการไทยและบริษัทประกันภัยได้มอบเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือรวมกว่า 3.1 ล้านบาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
จ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยหลังเหตุยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ทางการไทยและบริษัทประกันภัยได้มอบเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือรวมกว่า 3.1 ล้านบาทแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันภัย 3 แห่ง ได้ดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนรวมกว่า 1.3 ล้านบาท ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นอกจากนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพยังได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาอีก 1.8 ล้านบาทให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงจากอาวุธปืนในสถานศึกษา แม้ว่ากระบวนการให้ความช่วยเหลือทางการเงินในเบื้องต้นจะดำเนินการแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและมาตรการป้องกันในพื้นที่นนทบุรี

ในขณะนี้ แม้ว่าจะมีการจ่ายเงินชดเชยแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนทางอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายความปลอดภัยของโรงเรียนหลังเกิดเหตุ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC

GWM เปิดตัว TANK 500 เครื่องยนต์ดีเซลในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GWM เปิดตัว TANK 500 เครื่องยนต์ดีเซลในไทย

Great Wall Motor เปิดตัว TANK 500 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ในราคา 1.669 ล้านบาท โดยมีกำหนดส่งมอบในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GWM เปิดตัว TANK 500 เครื่องยนต์ดีเซลในไทย

แหล่งข่าวเดียว
GWM เปิดตัว TANK 500 เครื่องยนต์ดีเซลในไทย

Great Wall Motor เปิดตัว TANK 500 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร ในราคา 1.669 ล้านบาท โดยมีกำหนดส่งมอบในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ Great Wall Motor (GWM) ได้เปิดตัว TANK 500 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร อย่างเป็นทางการในตลาดประเทศไทย โดยมีการประกาศราคาพิเศษช่วงแนะนำอยู่ที่ 1,669,000 บาท สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ในงาน Big Motor Sale

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในกลุ่มรถยนต์ SUV ระดับพรีเมียม การนำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลอาจตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสมรรถนะเฉพาะสำหรับการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศ ทั้งนี้ GWM ยืนยันว่าการส่งมอบรถยนต์รุ่น 4WD ให้กับลูกค้าคาดว่าจะเริ่มได้ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569

แม้ว่าจะมีการกำหนดราคาและกรอบเวลาการส่งมอบในช่วงแรกของการเปิดตัวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ GWM เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาว อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการขับขี่จริงในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลว่าจะมีรุ่นย่อยหรือการปรับแต่งเพิ่มเติมจากรุ่น 4WD ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันหรือไม่ เช่นเดียวกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั่วไป ขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองเพื่อตรวจสอบข้อมูลจำเพาะขั้นสุดท้ายและความพร้อมในการจำหน่ายในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

ราช กรุ๊ป เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงการด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยและอินโดนีเซีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
ราช กรุ๊ป ประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในไทยและอินโดนีเซีย

ราช กรุ๊ป เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงการด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยและอินโดนีเซีย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ราช กรุ๊ป ได้ให้คำมั่นในการลงทุนครั้งสำคัญมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเงินทุนดังกล่าวถูกจัดสรรไว้สำหรับการพัฒนาและขยายโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การลงทุนนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคและความมั่นคงทางพลังงาน ราช กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในภาคการผลิตไฟฟ้า มักมีอิทธิพลต่อความน่าเชื่อถือของบริการสาธารณูปโภคและภาพรวมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่บริษัทดำเนินงาน การเสริมสร้างฐานที่มั่นทั้งในไทยและอินโดนีเซียมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานและกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวของบริษัท

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นทางการเงินดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของโครงการแต่ละโครงการ เช่น การมุ่งเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม หรือโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม นอกจากนี้ กำหนดการในการดำเนินโครงการลงทุนเหล่านี้และสถานที่ตั้งที่ชัดเจนในทั้งสองประเทศยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจาก ราช กรุ๊ป เพื่อทำความเข้าใจว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไรและจะมีผลกระทบอย่างไรต่อตลาดพลังงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:10 UTC

อิหร่านปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อิหร่านปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

อิหร่านได้ปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านกลยุทธ์การกดดันของวอชิงตันอย่างต่อเนื่อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อิหร่านปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

อิหร่านได้ปฏิเสธเส้นตายทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านกลยุทธ์การกดดันของวอชิงตันอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 รัฐบาลอิหร่านได้ปฏิเสธประกาศล่าสุดจากวอชิงตันเกี่ยวกับเส้นตายทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ โดยเตหะรานระบุว่าแนวทางของสหรัฐฯ เหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพ และยืนยันว่าประเทศยังคงไม่หวั่นไหวต่อคำขู่เรื่องการทำลายล้างทางเศรษฐกิจหรือมาตรการลงโทษใดๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องของการติดตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มักส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและค่าขนส่งในภูมิภาค ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อดูความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหรือความผันผวนทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพหรือการเดินทางในภูมิภาค

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของทางตันทางการทูตนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือไม่ หรือจะมีการเปิดช่องทางการทูตเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความตึงเครียดเหล่านี้จะนำไปสู่การคว่ำบาตรครั้งใหม่หรือสถานการณ์จะยังคงอยู่ในสภาวะของการเผชิญหน้าด้วยวาทกรรมต่อไป SawaLife ยังคงติดตามรายงานระหว่างประเทศเพื่ออัปเดตข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC