ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

สหรัฐฯ พิจารณาเก็บภาษี 7.5% จาก 'กำลังการผลิตส่วนเกิน' ของจีนภายใต้มาตรา 301
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ พิจารณาเก็บภาษี 7.5% จาก 'กำลังการผลิตส่วนเกิน' ของจีนภายใต้มาตรา 301

สหรัฐฯ วางแผนที่จะเรียกเก็บภาษี 7.5% จากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน โดยอ้างอิงมาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ พิจารณาเก็บภาษี 7.5% จาก 'กำลังการผลิตส่วนเกิน' ของจีนภายใต้มาตรา 301

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ พิจารณาเก็บภาษี 7.5% จาก 'กำลังการผลิตส่วนเกิน' ของจีนภายใต้มาตรา 301

สหรัฐฯ วางแผนที่จะเรียกเก็บภาษี 7.5% จากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน โดยอ้างอิงมาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974

ตามรายงานของ Prachachat Business ซึ่งอ้างอิงจาก Bloomberg ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมที่จะใช้มาตรการเรียกเก็บภาษี 7.5% จากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน โดยมาตรการนี้ดำเนินการภายใต้มาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 แหล่งข่าวระบุว่าอัตราภาษีที่เสนอนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขของข้อตกลงพักรบทางการค้าที่จะหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในพลวัตการค้าโลก การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมักส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ความผันผวนของค่าเงิน และต้นทุนของสินค้านำเข้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากมีการบังคับใช้ภาษีเหล่านี้ อาจนำไปสู่การปรับตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ชิ้นส่วนการผลิต และเสถียรภาพของตลาดโดยรวมในภูมิภาค

ในขั้นตอนนี้ ข้อมูลยังคงอ้างอิงจากรายงานของแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสรุปการเรียกเก็บภาษีเหล่านี้อย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือข้อตกลงพักรบทางการค้าจะได้รับการขยายเวลาออกไปเกินกว่าวันหมดอายุในเดือนพฤศจิกายนหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานการค้าของสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงขอบเขตและกำหนดเวลาในการดำเนินการตามมาตรการที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 05:14 UTC

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ชี้แจงกรณีการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ชี้แจงกรณีการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ยืนยันว่าการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบธนาคารเฉพาะทาง (Niche Bank)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ชี้แจงกรณีการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ชี้แจงกรณีการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ยืนยันว่าการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่รูปแบบธนาคารเฉพาะทาง (Niche Bank)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการภายหลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีคำสั่งให้เพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยธนาคารเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันหรือการให้บริการแก่ลูกค้าแต่อย่างใด

ในส่วนหนึ่งของการปรับกลยุทธ์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กำลังเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ (Universal Bank) ไปสู่การเป็น 'ธนาคารเฉพาะทาง' (Niche Bank) โดยธนาคารตั้งเป้าที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และขยายการดำเนินงานในตลาดอาเซียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรของธนาคาร ไม่ใช่การหยุดชะงักของบริการทางการเงินในชีวิตประจำวัน แม้ว่าธนาคารจะระบุว่าการดำเนินงานยังคงมีความมั่นคง แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเสร็จสิ้นกระบวนการเพิกถอนหุ้นและการนำกลยุทธ์ธนาคารเฉพาะทางมาใช้อย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ลูกค้าควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการบัญชีหรือข้อเสนอการบริการต่างๆ ในระหว่างที่กระบวนการเปลี่ยนผ่านดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับแผนเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับแผนเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

นักการเมืองฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการวางแผนของโครงการเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อกังวลเกี่ยวกับแผนเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับแผนเงินกู้ 4 แสนล้านบาท

นักการเมืองฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการวางแผนของโครงการเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยอ้างถึงความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ศิริกัญญา ตันสกุล และรักชนก ศรีนอก ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับข้อเสนอของรัฐบาลในการกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยศิริกัญญาชี้ให้เห็นว่าเงินจำนวน 2 แสนล้านบาทในแผนนี้ยังขาดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ถึงการขาดการกำกับดูแลในการใช้จ่ายเงินดังกล่าว

นอกจากนี้ รักชนก ศรีนอก ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการโซลาร์เซลล์ โดยกล่าวหาว่าข้อกำหนดของโครงการเหล่านี้อาจถูกจำกัดไว้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาเจ้าเดิม ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการแข่งขันที่เป็นธรรมและการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายการคลังและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการบริหารและการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามการจัดการการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ในขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว และโครงสร้างสุดท้ายของแผนเงินกู้ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบจากรัฐสภาต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความโปร่งใสเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานของโครงการและเกณฑ์เฉพาะที่ใช้สำหรับสัญญาพลังงานแสงอาทิตย์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC

พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท

พรรคประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการวางแผนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 2 แสนล้านบาท โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและการขาดรายละเอียดที่เป็นรูปธรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท

พรรคประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการวางแผนโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 2 แสนล้านบาท โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและการขาดรายละเอียดที่เป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเงินจำนวน 2 แสนล้านบาทถูกจัดสรรไว้สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พรรคประชาชนได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังโดยระบุว่าโครงการดังกล่าวขาดแผนงานที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขวิกฤตพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ตามที่พรรคระบุ โครงการนี้ถูกสงสัยว่าเป็นช่องทางสำหรับการทุจริต โดยมีการกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกในการจัดซื้อโซลาร์เซลล์ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ต่อผู้รับเหมารายเดิม ข้อกังวลเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ตุลาการเสียงข้างน้อยได้ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการออกพระราชกำหนดฉุกเฉินสำหรับรายจ่ายเฉพาะนี้ มีรายงานว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการคลังและการเงินได้ตั้งข้อสังเกตถึงการขาดแผนงานที่ชัดเจนในการนำเงินเหล่านี้ไปใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องต่อการใช้จ่ายภาครัฐขนาดใหญ่ แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัย แต่การขาดความโปร่งใสอาจนำไปสู่ความล่าช้าหรือการแก้ไขในการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือกลไกการกำกับดูแลโครงการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC

ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ปิดดีลธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระยะยาว 25 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ปิดดีลธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระยะยาว 25 ปี

ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกรรม USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอายุสัญญา 25 ปี ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ขององค์กรไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ปิดดีลธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระยะยาว 25 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ปิดดีลธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระยะยาว 25 ปี

ปตท. และธนาคารไทยพาณิชย์ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกรรม USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอายุสัญญา 25 ปี ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ขององค์กรไทย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้ดำเนินการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Cross Currency Swap) ระหว่างสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทได้สำเร็จ โดยข้อตกลงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแปลงเงินต้นและดอกเบี้ยจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินบาท คิดเป็นมูลค่ารวม 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธุรกรรมนี้มีความโดดเด่นที่อายุสัญญาซึ่งยาวนานถึง 25 ปี โดยทางบริษัทระบุว่าเป็นธุรกรรม Cross Currency Swap ที่มีอายุสัญญายาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมาขององค์กรไทย การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในระยะยาว และเป็นการยกระดับมาตรฐานตลาดการเงินที่ยั่งยืนภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องขององค์กรขนาดใหญ่ในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางความผันผวนของค่าเงินทั่วโลก แม้ว่าธุรกรรมนี้จะเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหนี้ขององค์กรเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงแนวโน้มความพยายามของสถาบันต่างๆ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิทัศน์ทางการเงินของไทย ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าธุรกรรมนี้จะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยธนาคารสำหรับผู้บริโภคหรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสำหรับรายย่อยอย่างไร จำเป็นต้องมีการยืนยันเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงระยะยาวนี้จะนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอายุสัญญาใกล้เคียงกันสำหรับภาคส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวสนับสนุนการเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวสนับสนุนการเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ชาวปราจีนบุรีกว่า 300 คนรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนการผนวกจังหวัดเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยหวังว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการจ้างงานในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวปราจีนบุรีรวมตัวสนับสนุนการเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปราจีนบุรีรวมตัวสนับสนุนการเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ชาวปราจีนบุรีกว่า 300 คนรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนการผนวกจังหวัดเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยหวังว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการจ้างงานในพื้นที่

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าชาวจังหวัดปราจีนบุรีมากกว่า 300 คนได้จัดกิจกรรมรวมตัวเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการผนวกพื้นที่จังหวัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยผู้เข้าร่วมเน้นย้ำว่าการรวมเข้าสู่เขตพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อาจนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการจ้างงานที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถทำงานใกล้บ้านได้มากขึ้น

นอกเหนือจากศักยภาพทางเศรษฐกิจแล้ว ผู้ชุมนุมยังได้หยิบยกประเด็นด้านคุณภาพชีวิตในท้องถิ่นขึ้นมาหารือ โดยได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ผู้นำชุมชนดำเนินการเชิงรุกเพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรมและการจัดการขยะในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในปราจีนบุรีหรือกำลังพิจารณาย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่นสำหรับการปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัยและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าการรวมตัวครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชน แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะอนุมัติการผนวกจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่กรอบของ EEC อย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อดูว่าข้อเรียกร้องสาธารณะเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบการจัดโซนอุตสาหกรรมใหม่ในจังหวัดหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 03:30 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: อาจชะลอตัวตามทิศทางเทคโนโลยีโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: อาจชะลอตัวตามทิศทางเทคโนโลยีโลก

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง โดยได้รับอิทธิพลจากผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังจะมาถึง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: อาจชะลอตัวตามทิศทางเทคโนโลยีโลก

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: อาจชะลอตัวตามทิศทางเทคโนโลยีโลก

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง โดยได้รับอิทธิพลจากผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงของการพักตัว นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ดระบุว่าตลาดอาจเผชิญกับแรงกดดันขาลง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มล่าสุดในกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทได้ประเมินแนวรับของดัชนี SET ไว้ที่ระหว่าง 1,585 ถึง 1,595 จุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวของตลาดนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของเศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนของตลาดระหว่างประเทศ แม้ว่าตลาดในภาพรวมอาจจะชะลอตัว แต่นักวิเคราะห์เน้นย้ำว่าปัจจัยภายในประเทศยังคงเป็นแรงสนับสนุน ขณะนี้นักลงทุนได้รับคำแนะนำให้ติดตามการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และงาน 'Thailand Focus' ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เห็นทิศทางเศรษฐกิจของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ดได้ระบุหุ้น 8 ตัวที่มีโอกาสสะสมในช่วงนี้ ได้แก่ KBANK, BBL, KTB, GULF, GPSC, AMATA, WHA และ STECON แม้ว่าคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของความเชื่อมั่นในตลาด แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตัดสินใจของ กนง. และผลลัพธ์จากงาน Thailand Focus จะส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในระยะยาวอย่างไร ผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าความผันผวนของตลาดหุ้นอาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม รายงานเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:14 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศไทย โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 71,950 บาทต่อบาททองคำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศไทย โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 71,950 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยในการประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 250 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้าคือวันที่ 21 สิงหาคม

ข้อมูลที่เผยแพร่โดย Khaosod Online ระบุว่าทองรูปพรรณมีการขายออกอยู่ที่ 71,950 บาทต่อบาททองคำ ในขณะที่ทองคำแท่งมีราคารับซื้ออยู่ที่ 70,950 บาท และขายออกที่ 71,150 บาท สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,605.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงสภาวะตลาดโลหะมีค่าในปัจจุบัน ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายเครื่องประดับทองหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุนควรทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาด แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำเพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มระดับโลกและระดับท้องถิ่นเหล่านี้จะส่งผลต่อตลาดอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และขอแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบราคาปัจจุบันกับร้านทองในพื้นที่ก่อนทำธุรกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC

สหรัฐฯ ประกาศ 'ปฏิบัติการขับไล่ทางเศรษฐกิจ' มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ประกาศ 'ปฏิบัติการขับไล่ทางเศรษฐกิจ' มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดตัวกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ต่ออิหร่าน โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรและตัดออกจากระบบดอลลาร์โลกสำหรับหน่วยงานภายนอก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ประกาศ 'ปฏิบัติการขับไล่ทางเศรษฐกิจ' มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ประกาศ 'ปฏิบัติการขับไล่ทางเศรษฐกิจ' มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดตัวกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจใหม่ต่ออิหร่าน โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรและตัดออกจากระบบดอลลาร์โลกสำหรับหน่วยงานภายนอก

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศโครงการริเริ่มใหม่ภายใต้ชื่อ 'Operation Economic Outcast' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ตามรายงานจาก Prachachat Business ที่อ้างอิงจาก Bloomberg ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังดำเนินกลยุทธ์ที่รวมถึงการคว่ำบาตรหน่วยงานต่างชาติที่เป็นบุคคลที่สามซึ่งให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ออกคำเตือนว่าผู้ที่ยังคงอำนวยความสะดวกในการสนับสนุนดังกล่าวอาจเผชิญกับการถูกตัดออกจากระบบการเงินโลก โดยเฉพาะเครือข่ายที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของการธนาคารระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนเงินตรา แม้ว่านโยบายนี้จะมุ่งเป้าไปที่อิหร่าน แต่ภัยคุกคามจากการคว่ำบาตรขั้นที่สองต่อหน่วยงานระหว่างประเทศอาจสร้างความผันผวนในตลาดการเงินโลกและทำให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนมีความซับซ้อนขึ้น หากสถาบันการเงินทั่วโลกปรับโปรโตคอลการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อตอบสนองต่อมาตรการของสหรัฐฯ เหล่านี้ บุคคลทั่วไปอาจประสบกับความล่าช้าหรือการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเมื่อทำการโอนเงินระหว่างประเทศหรือใช้บริการธนาคารบางประเภท

ยังคงต้องยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรขั้นที่สองเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัดเพียงใด และหน่วยงานหรือภาคส่วนต่างชาติใดที่จะถูกกำหนดเป้าหมายเป็นอันดับแรก ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าพันธมิตรระหว่างประเทศจะตอบสนองต่อการสื่อสารโดยตรงของรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 02:11 UTC

ฝน ธนสุนทร คืนดีกับ เจเน็ต เขียว พร้อมเผยถึงธุรกิจวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ฝน ธนสุนทร คืนดีกับ เจเน็ต เขียว พร้อมเผยถึงธุรกิจวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ

นักร้องสาว ฝน ธนสุนทร ได้ปรับความเข้าใจกับ เจเน็ต เขียว หลังจากห่างหายกันไปนาน 2 ปี พร้อมอัปเดตชีวิตการเป็นแม่ค้าวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ฝน ธนสุนทร คืนดีกับ เจเน็ต เขียว พร้อมเผยถึงธุรกิจวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
ฝน ธนสุนทร คืนดีกับ เจเน็ต เขียว พร้อมเผยถึงธุรกิจวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ

นักร้องสาว ฝน ธนสุนทร ได้ปรับความเข้าใจกับ เจเน็ต เขียว หลังจากห่างหายกันไปนาน 2 ปี พร้อมอัปเดตชีวิตการเป็นแม่ค้าวาฟเฟิลที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นักร้องสาว ฝน ธนสุนทร ได้ปรับความเข้าใจกับเพื่อนสนิทและศิลปินรุ่นพี่อย่าง เจเน็ต เขียว อย่างเป็นทางการในงานอีเวนต์ที่อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ทั้งคู่ไม่ได้พบกันมานานถึง 2 ปี ทำให้ฝนยอมรับว่าที่ผ่านมาตนรู้สึกน้อยใจและเข้าใจผิดไปเองว่าเจเน็ตโกรธเคืองตน ในระหว่างการพูดคุยที่เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ ได้มีการชี้แจงว่าการที่ห่างหายกันไปนั้นเป็นเพียงเพราะตารางงานที่ยุ่งของเจเน็ตและการย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวแต่อย่างใด

นอกเหนือจากการกลับมาพบกันแล้ว ฝนยังได้เปิดใจถึงบทบาทใหม่ในฐานะแม่ค้าขายวาฟเฟิลในช่วงปิดฤดูกาลของวง 'เสียงอิสาน' สิ่งที่เริ่มต้นจากการทำเล่นๆ ได้กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยฝนยืนยันว่าสามารถคืนทุนได้เรียบร้อยแล้ว เธอระบุว่ามองธุรกิจนี้เป็นหลักประกันทางการเงินในอนาคต เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถประกอบอาชีพนักร้องต่อไปได้อีกนานเพียงใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตส่วนตัวของคนดังในท้องถิ่นและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของศิลปินไทยในการหารายได้เสริมผ่านธุรกิจขนาดเล็ก แม้ว่าฝนจะยังคงมุ่งมั่นกับอาชีพนักร้องในวง 'เสียงอิสาน' แต่ความสำเร็จในฐานะแม่ค้าของเธอก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสามารถในการปรับตัวของศิลปินท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเธอจะจัดสรรเวลาตารางการแสดงในอนาคตให้สมดุลกับธุรกิจที่กำลังขยายตัวนี้ได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 01:51 UTC

เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยนักวิเคราะห์กำหนดกรอบการซื้อขายไว้ระหว่าง 32.70 ถึง 33.00 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม

แหล่งข่าวเดียว
เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยนักวิเคราะห์กำหนดกรอบการซื้อขายไว้ระหว่าง 32.70 ถึง 33.00 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เงินบาทเปิดตลาดในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนักวิเคราะห์ทางการเงินจากฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศของ TTB ได้คาดการณ์กรอบแนวรับของค่าเงินไว้ที่ 32.70 บาท และแนวต้านที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพและอำนาจซื้อของเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าหรืออ่อนค่าลงมีอิทธิพลต่อราคาสินค้านำเข้า ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศ การติดตามความเปลี่ยนแปลงรายวันเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่บริหารจัดการงบประมาณหรือวางแผนทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของการเปิดตลาดในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าค่าเงินจะมีทิศทางอย่างไรในช่วงที่เหลือของวัน สภาวะตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจในวงกว้างและการพัฒนาทางการเงินระหว่างประเทศ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนที่แม่นยำที่สุดสำหรับการทำธุรกรรมเฉพาะของตนกับสถาบันการเงินในท้องถิ่นหรือบริการแลกเปลี่ยนเงินตราอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:18 UTC

สคบ. อนุมัติเงินเยียวยาผู้บริโภค 24.29 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากวาดล้างสินค้าอันตราย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สคบ. อนุมัติเงินเยียวยาผู้บริโภค 24.29 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากวาดล้างสินค้าอันตราย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้แก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน 63 เรื่องในรอบ 3 เดือน พร้อมอนุมัติเงินเยียวยา 24.29 ล้านบาท และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อนำสินค้าอันตรายออกจากตลาด

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สคบ. อนุมัติเงินเยียวยาผู้บริโภค 24.29 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากวาดล้างสินค้าอันตราย

แหล่งข่าวเดียว
สคบ. อนุมัติเงินเยียวยาผู้บริโภค 24.29 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากวาดล้างสินค้าอันตราย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้แก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน 63 เรื่องในรอบ 3 เดือน พร้อมอนุมัติเงินเยียวยา 24.29 ล้านบาท และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อนำสินค้าอันตรายออกจากตลาด

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กำกับดูแลการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยในที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคจำนวน 63 เรื่องที่สะสมมาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีการอนุมัติเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนเงิน 24.29 ล้านบาท

นอกเหนือจากการแก้ไขข้อพิพาทรายบุคคลแล้ว คณะกรรมการยังได้สั่งการให้ สคบ. ดำเนินการเชิงรุกในการเฝ้าระวังตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่การระบุและนำสินค้าที่เป็นอันตรายหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานออกจากระบบเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของหน่วยงานกำกับดูแลต่อธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่ปลอดภัย แม้ว่าตัวเลขเงินเยียวยาจะสะท้อนถึงความพยายามอย่างมากในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา แต่รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดประเภทของสินค้าที่จะถูกตรวจสอบและนำออกจากตลาดอย่างชัดเจน ผู้ที่เชื่อว่าตนเองได้ซื้อสินค้าที่มีข้อบกพร่องหรือเป็นอันตรายอาจติดตามประกาศจาก สคบ. ในอนาคตเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการร้องเรียน ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลุ่มสินค้าประเภทใดที่จะเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดที่สุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่คณะกรรมการยังคงดำเนินกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 01:30 UTC

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายของทรัมป์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายของทรัมป์

อดีตรัฐมนตรี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เตือนถึงกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์แบบ 'มิตรหรือศัตรู' ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายของทรัมป์

แหล่งข่าวเดียว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายของทรัมป์

อดีตรัฐมนตรี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เตือนถึงกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์แบบ 'มิตรหรือศัตรู' ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับทิศทางนโยบายต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นของโดนัลด์ ทรัมป์ ดร.กอบศักดิ์เสนอว่ารัฐบาลทรัมป์ในอนาคตอาจดำเนินกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์แบบแบ่งขั้ว ซึ่งเป็นการกดดันให้ประเทศต่างๆ ต้องเลือกว่าจะเป็น 'มิตร' หรือ 'ศัตรู' ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การวิเคราะห์นี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศและนโยบายเศรษฐกิจ หากนโยบายดังกล่าวถูกนำมาใช้จริง อาจส่งผลต่อจุดยืนทางการทูตและเสถียรภาพของตลาดในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระแสการลงทุนจากต่างประเทศและต้นทุนของสินค้านำเข้า

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ หรือไม่ และรัฐบาลไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อแรงกดดันทางการทูตดังกล่าว ในขณะนี้ ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการประเมินของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับแนวทางการรับมือของประเทศไทยต่อพลวัตโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 01:31 UTC

สหรัฐฯ ออกคำเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ออกคำเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการเงินกับอิหร่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ออกคำเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ออกคำเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยขู่ว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการเงินกับอิหร่าน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจทั่วโลกกับอิหร่าน สหรัฐฯ เตือนว่าประเทศที่ยังคงดำเนินธุรกิจหรือรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัฐอิหร่านอาจเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยถ้อยแถลงระบุว่าไม่มีชาติใดที่จะรอดพ้นจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากเลือกที่จะเพิกเฉยต่อคำสั่งเหล่านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก แม้ว่าประกาศนี้จะเน้นไปที่นโยบายเศรษฐกิจระดับรัฐ แต่ความตึงเครียดดังกล่าวมักนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การตรวจสอบธุรกรรมธนาคารระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อต้นทุนสินค้าที่นำเข้าหรือการจัดการด้านการเดินทาง

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการคว่ำบาตรขั้นที่สองเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดเพียงใด และภาคส่วนหรือประเทศใดที่จะตกเป็นเป้าหมายแรก ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่านโยบายนี้จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านวีซ่าหรือเส้นทางการเดินทางโดยตรงระหว่างประเทศไทยและตะวันออกกลางอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางการทูตเหล่านี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 01:30 UTC

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยชุดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน ตามรายงานจาก Thai Post

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ต่ออิหร่าน

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยชุดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อิหร่าน ตามรายงานจาก Thai Post

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศชุดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ต่อเนื่องของวอชิงตันในการจำกัดเศรษฐกิจของอิหร่านผ่านมาตรการทางการเงินและการค้าที่เจาะจง

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเป็นหลักเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดการเงินโลกและเสถียรภาพในภูมิภาค แม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้จะมุ่งเป้าไปที่อิหร่าน แต่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันหรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ธุรกรรมธนาคารระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิภาคที่ถูกคว่ำบาตรอาจเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นหรือความล่าช้า

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่แท้จริงของมาตรการคว่ำบาตรและภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการค้าระหว่างประเทศหรือความพร้อมของสินค้าบางประเภทในตลาดโลกอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับแนวโน้มของนโยบายเศรษฐกิจเหล่านี้ และดูว่าจะมีผลกระทบในวงกว้างต่อการค้าโลกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 23:50 UTC

ไทยรายงานตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรายงานตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 4 แสนคน พร้อมระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรายงานตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรายงานตัวเลขว่างงานและหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 4 แสนคน พร้อมระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เผยแพร่การประเมินภาวะสังคมไทยล่าสุด ข้อมูลระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดแรงงาน โดยมีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 400,000 คน นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำว่าแรงงานบางส่วนยังไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งหมายความว่าพนักงานจำนวนมากไม่ได้ทำงานเต็มตามขีดความสามารถของตน

นอกเหนือจากความท้าทายในตลาดแรงงานแล้ว สศช. ยังระบุว่าหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงถึง 16.41 ล้านล้านบาท ข้อมูลอัปเดตทางเศรษฐกิจนี้ให้ภาพรวมของสถานการณ์ทางการเงินในประเทศไทยในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในท้องถิ่น สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และค่าครองชีพโดยรวม นักท่องเที่ยวอาจยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงต่อบริการด้านการท่องเที่ยว แต่ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของการปรับตัวทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายของรัฐบาลจะจัดการกับระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นและการใช้ประโยชน์จากแรงงานที่ไม่เต็มที่อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากนี่เป็นรายงานระดับมหภาค สถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป และจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 23:50 UTC

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โต 1.9% นักวิชาการชี้ต่ำกว่าศักยภาพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โต 1.9% นักวิชาการชี้ต่ำกว่าศักยภาพ

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จีดีพีไทยไตรมาส 2 โต 1.9% นักวิชาการชี้ต่ำกว่าศักยภาพ

แหล่งข่าวเดียว
จีดีพีไทยไตรมาส 2 โต 1.9% นักวิชาการชี้ต่ำกว่าศักยภาพ

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัว 1.9% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยนักวิชาการได้ระบุว่าอัตราการเติบโตดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ

แม้ว่าปริมาณการส่งออกจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าเพิ่มที่จำกัดภายในเศรษฐกิจไทย ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้กิจกรรมทางการค้าจะเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจภายในประเทศกลับไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจมหภาคของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน แม้อัตราการเติบโต 1.9% จะแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่ความกังวลที่นักวิเคราะห์หยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับมูลค่าเพิ่มอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายอุตสาหกรรมหรือความสามารถในการแข่งขันของตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือไตรมาสถัดไปจะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกหรือไม่ โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการคลังหรือการเงินในอนาคตเพื่อปรับการเติบโตให้สอดคล้องกับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 22:30 UTC

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งแตะ 16.4 ล้านล้านบาท ท่ามกลางการอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งแตะ 16.4 ล้านล้านบาท ท่ามกลางการอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจ

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 16.4 ล้านล้านบาท แม้ตัวเลขการจ้างงานจะมีการเติบโต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งแตะ 16.4 ล้านล้านบาท ท่ามกลางการอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งแตะ 16.4 ล้านล้านบาท ท่ามกลางการอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจ

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 16.4 ล้านล้านบาท แม้ตัวเลขการจ้างงานจะมีการเติบโต

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หนี้ครัวเรือนของไทยได้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 16.4 ล้านล้านบาท ณ ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 แม้จะมีภาระทางการเงินที่สำคัญนี้ แต่ตลาดแรงงานยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้น 5.1% และจำนวนผู้มีงานทำรวมสูงถึง 41.5 ล้านคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานจะบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง แต่ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจส่งผลต่อรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภคในท้องถิ่นและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้ รายงานยังรวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์สภาพอากาศ 'เอลนีโญ' ซึ่งอาจส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาวะเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้จะส่งผลต่อค่าครองชีพหรือความพร้อมในการให้บริการในช่วงเดือนข้างหน้าอย่างไร นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เนื่องจากความผันผวนของเศรษฐกิจระดับชาติอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในบางครั้ง ข้อมูลในขณะนี้เป็นเพียงภาพรวมของสภาพแวดล้อมทางการคลังในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวของระดับหนี้และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 17:11 UTC