ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

แนวโน้มการลงทุนใน AI ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มการลงทุนใน AI ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

รายงานจาก Matichon Online เน้นย้ำว่าการพุ่งสูงขึ้นของการลงทุนใน AI กำลังดึงดูดสภาพคล่องทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่องบประมาณการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และเน้นย้ำถึงบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มการลงทุนใน AI ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มการลงทุนใน AI ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

รายงานจาก Matichon Online เน้นย้ำว่าการพุ่งสูงขึ้นของการลงทุนใน AI กำลังดึงดูดสภาพคล่องทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่องบประมาณการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และเน้นย้ำถึงบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพ

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 การขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ทำให้ภาคส่วนนี้กลายเป็นจุดหมายหลักสำหรับสภาพคล่องทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรเงินทุนนี้กำลังสร้างความท้าทายต่อการระดมทุนสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เนื่องจากทรัพยากรทางการเงินถูกเบี่ยงเบนไปสู่การพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แนวโน้มทางเศรษฐกิจนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ รายงานระบุว่าเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางการเงินเหล่านี้ จึงมีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของเชื้อเพลิงชีวภาพในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงชีวภาพอาจช่วยให้ประเทศรักษาจุดยืนทางเศรษฐกิจไว้ได้ แม้จะมีการแข่งขันระดับโลกเพื่อแย่งชิงเงินทุนที่ขับเคลื่อนโดยกระแสความนิยมของ AI

แม้ว่ารายงานจะระบุถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการเคลื่อนย้ายเงินทุน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานเฉพาะของประเทศไทยนั้นยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องทั่วโลกเหล่านี้จะส่งผลต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอย่างไร และการมุ่งเน้นไปที่เชื้อเพลิงชีวภาพจะสามารถชดเชยช่องว่างทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนใน AI ได้สำเร็จหรือไม่ การพัฒนาในอนาคตจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายที่จับต้องได้สำหรับภาคพลังงานอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

กองทุนสื่อฯ ประกาศมอบทุนสนับสนุน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการสร้างสรรค์ปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนสื่อฯ ประกาศมอบทุนสนับสนุน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการสร้างสรรค์ปี 2570

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนรวม 300 ล้านบาท ใน 5 ประเภท สำหรับปีงบประมาณ 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนสื่อฯ ประกาศมอบทุนสนับสนุน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการสร้างสรรค์ปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนสื่อฯ ประกาศมอบทุนสนับสนุน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการสร้างสรรค์ปี 2570

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนรวม 300 ล้านบาท ใน 5 ประเภท สำหรับปีงบประมาณ 2570

ตามรายงานจาก Thai Post กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ ประจำปีงบประมาณ 2570 อย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการและกิจกรรมสร้างสรรค์ใน 5 ประเภทที่แตกต่างกัน

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานทั่วประเทศสามารถยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนได้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ด้านความคิดสร้างสรรค์ของไทย ประกาศนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในการพัฒนาสื่อท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและความหลากหลายของเนื้อหาทางวัฒนธรรมที่จะผลิตขึ้นในประเทศตลอดปีหน้า กระบวนการให้ทุนนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความหลากหลายในการเล่าเรื่องและนวัตกรรมด้านสื่อ

ผู้ที่สนใจสมัครควรทราบว่าช่วงเวลาในการยื่นข้อเสนอโครงการจะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 แม้ว่ากองทุนฯ จะได้ระบุงบประมาณรวมและกำหนดการรับสมัครไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาสำหรับแต่ละประเภททั้ง 5 ประเภทนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในประกาศเบื้องต้น ผู้สมัครที่มีศักยภาพควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการเพื่อรับแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดทำข้อเสนอให้ตรงตามข้อกำหนดของกองทุนฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:13 UTC

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

สหัสวัต นักการเมืองฝ่ายค้าน ตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนของกองทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 2 แสนล้านบาท โดยท้าทายเหตุผลของรัฐบาลในการข้ามขั้นตอนงบประมาณปกติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อสงสัยเกี่ยวกับงบประมาณ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

สหัสวัต นักการเมืองฝ่ายค้าน ตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความเร่งด่วนของกองทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานมูลค่า 2 แสนล้านบาท โดยท้าทายเหตุผลของรัฐบาลในการข้ามขั้นตอนงบประมาณปกติ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 Matichon Online รายงานว่า สหัสวัต นักการเมือง ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ 2 แสนล้านบาทของรัฐบาลสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประเด็นสำคัญของความกังวลคือการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลนี้เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ หรือสามารถดำเนินการผ่านกระบวนการตรวจสอบงบประมาณปกติที่มีความโปร่งใสมากกว่านี้ได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับนโยบายการคลังและการจัดการกองทุนระดับชาติที่อุทิศให้กับความยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แม้ว่ารัฐบาลจะเสนอให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่การขาดความชัดเจนว่าเหตุใดขั้นตอนปกติจึงถือว่าไม่เพียงพอได้ก่อให้เกิดการตรวจสอบทางการเมือง

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ หรือการจัดสรรงบประมาณนี้จะต้องเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการถกเถียงทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะในชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยของบุคคลที่อยู่ในประเทศขณะนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าฝ่ายบริหารจะตอบข้อกังวลเหล่านี้ในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปเพื่อชี้แจงความเร่งด่วนของเงินทุนนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:11 UTC

Thailand Focus 2026: นักลงทุนจับตาภาคส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thailand Focus 2026: นักลงทุนจับตาภาคส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในด้านศูนย์ข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thailand Focus 2026: นักลงทุนจับตาภาคส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Thailand Focus 2026: นักลงทุนจับตาภาคส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในด้านศูนย์ข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้จัดงาน 'Thailand Focus' ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกได้แสดงความสนใจอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ระบุว่าความเชื่อมั่นระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเนื่องจากดัชนี SET ปรับตัวจาก 1,200 จุด สู่ 1,600 จุด

ปัจจุบันนักลงทุนกำลังมุ่งเน้นไปที่เสาหลักสำคัญสามประการสำหรับการเติบโตในอนาคต ได้แก่ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดย ตลท. กำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำภาคส่วน 'New Economy' เหล่านี้เข้าสู่ตลาดทุนเพื่อระดมทุนและกระตุ้นการพัฒนาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของไทย ในขณะที่ประเทศมุ่งเน้นไปที่การผลิตขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เศรษฐกิจท้องถิ่นอาจเห็นการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในบริการที่เกี่ยวข้องและการพัฒนาเมือง อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ตลท. จะมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับภาคส่วนเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบูรณาการอุตสาหกรรมเหล่านี้เข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างเต็มรูปแบบและผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าโครงการริเริ่มเชิงนโยบายเหล่านี้จะแปลผลออกมาเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:15 UTC

Thailand Focus 2026: งาน 'Reignite Thailand' ตอกย้ำการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thailand Focus 2026: งาน 'Reignite Thailand' ตอกย้ำการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดงาน 'Thailand Focus 2026' นำเสนอ 77 บริษัทจดทะเบียนต่อนักลงทุนต่างชาติเพื่อชูศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thailand Focus 2026: งาน 'Reignite Thailand' ตอกย้ำการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
Thailand Focus 2026: งาน 'Reignite Thailand' ตอกย้ำการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดงาน 'Thailand Focus 2026' นำเสนอ 77 บริษัทจดทะเบียนต่อนักลงทุนต่างชาติเพื่อชูศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เปิดงาน 'Thailand Focus 2026: Reignite Thailand' ซึ่งเป็นงานสำคัญเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ตามรายงานของ Khaosod Online นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. รายงานถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของตลาดทุนไทย โดยระบุว่าดัชนี SET ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,600 จุด จาก 1,200 จุดในปีที่ผ่านมา งานนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทย 77 แห่ง และบริษัท 'JUMP+' อีก 15 แห่ง เข้าร่วมนำเสนอแผนธุรกิจระยะ 3 ปีต่อกองทุนต่างชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาแห่งความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศมีกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิเกินกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ การมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและกลไกเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบ่งชี้ถึงความพยายามในการปรับปรุงให้ทันสมัย ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่นและภาคบริการ

แม้ว่า ตลท. จะชูตัวเลขบ่งชี้เชิงบวกเหล่านี้เพื่อแสดงถึงการฟื้นตัวของตลาด แต่ความยั่งยืนของการเติบโตในระยะยาวยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อค่าครองชีพรายวันและเศรษฐกิจในภาพรวมนั้น จะขึ้นอยู่กับการดำเนินการตามแผนธุรกิจเหล่านี้ในช่วงระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:32 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงความจำเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงความจำเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันความจำเป็นในการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงความจำเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงความจำเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันความจำเป็นในการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเกี่ยวกับร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online นายเอกนิติเน้นย้ำว่ามาตรการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยระบุถึงตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาท

นายเอกนิติได้ตอบข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส โดยยืนยันว่าเงินกู้ดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาทิ้งไว้เฉยๆ หรือใช้จ่ายโดยไม่มีการตรวจสอบ เขาอธิบายสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ว่าเป็นวิกฤตหลายระลอก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมันโลก และวิกฤตค่าครองชีพภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองของรัฐบาลต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ แม้รัฐมนตรีจะแสดงความมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะนำไปสู่สถานะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับประเทศไทย แต่ พ.ร.ก. ดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการอภิปรายในสภา ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าเงินกู้ดังกล่าวจะถูกจัดสรรอย่างไร หรือการดำเนินแผนการกู้เงินนี้จะส่งผลกระทบต่อนโยบายการคลังอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้ที่สนใจควรติดตามการประชุมสภาต่อไปเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตและกรอบเวลาที่ชัดเจนของการดำเนินการทางเศรษฐกิจนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:32 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยยืนยันความจำเป็นของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยยืนยันความจำเป็นของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันความจำเป็นของพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่ามีไว้เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกู้เงินมาเก็บไว้เฉยๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยยืนยันความจำเป็นของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยยืนยันความจำเป็นของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันความจำเป็นของพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยระบุว่ามีไว้เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกู้เงินมาเก็บไว้เฉยๆ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกมาปกป้องพระราชกำหนดฉุกเฉินของรัฐบาลในการกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยตอบโต้ข้อกังวลเกี่ยวกับขนาดของหนี้สินว่ามาตรการนี้เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการบรรเทาความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเงินกู้ดังกล่าวมีไว้เพื่อเก็บสำรองโดยไม่มีจุดประสงค์ โดยยืนยันว่าเงินทุนนี้ถูกจัดสรรไว้สำหรับการแทรกแซงทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการเสถียรภาพทางการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมาตรการช่วยเหลือขนาดใหญ่มักส่งผลต่อสภาวะตลาดในท้องถิ่น ความผันผวนของค่าเงิน และค่าครองชีพโดยรวม แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าเงินทุนเหล่านี้จำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การจัดสรรทรัพยากรที่เฉพาะเจาะจงและผลกระทบระยะยาวต่องบประมาณของประเทศยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกระจายเงินทุนเหล่านี้และภาคส่วนใดที่จะได้รับความสำคัญในการสนับสนุน ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศอาจต้องการติดตามว่านโยบายทางการคลังเหล่านี้ส่งผลต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

MTS Gold คัดค้านข้อเสนอภาษีทองคำในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

MTS Gold คัดค้านข้อเสนอภาษีทองคำในประเทศไทย

ร้านทองชั้นนำ MTS Gold เตรียมเข้าพบกระทรวงการคลังเพื่อคัดค้านมาตรการภาษีทองคำที่อาจเกิดขึ้นใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

MTS Gold คัดค้านข้อเสนอภาษีทองคำในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
MTS Gold คัดค้านข้อเสนอภาษีทองคำในประเทศไทย

ร้านทองชั้นนำ MTS Gold เตรียมเข้าพบกระทรวงการคลังเพื่อคัดค้านมาตรการภาษีทองคำที่อาจเกิดขึ้นใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ MTS Gold (แม่ทองสุก) ได้แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างรุนแรงต่อ 'ภาษีทองคำ' ที่รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ โดยนายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ตัวแทนของบริษัท ได้นัดหมายเข้าพบกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ปลัดกระทรวงการคลังในสัปดาห์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

นายแพทย์กฤชรัตน์ระบุว่าภาษีดังกล่าวเป็นมาตรการที่ถอยหลังลงคลอง โดยให้เหตุผลว่าประเทศที่เจริญแล้วมักจะยกเลิกการเก็บภาษีในลักษณะนี้เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและกระตุ้นกิจกรรมในตลาด เขาเชื่อว่าการนำภาษีนี้มาใช้จะเป็นการถอยหลังสำหรับอุตสาหกรรมทองคำของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาในอนาคตและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทองคำภายในประเทศ ทองคำถือเป็นการลงทุนและสินค้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในไทย และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีใดๆ อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกและสภาพคล่องของตลาด

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นหัวข้อหารือระหว่างภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐบาล ยังไม่มีการยืนยันว่ากระทรวงการคลังจะดำเนินการจัดเก็บภาษี ปรับเปลี่ยนข้อเสนอ หรือยกเลิกแผนการนี้ทั้งหมดหลังจากการหารือดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากการประชุมระหว่าง MTS Gold และกระทรวงการคลัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

ไทยสำรวจอนาคตของเศรษฐกิจอวกาศ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยสำรวจอนาคตของเศรษฐกิจอวกาศ

ดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของไทยในเศรษฐกิจอวกาศที่กำลังเติบโต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยสำรวจอนาคตของเศรษฐกิจอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยสำรวจอนาคตของเศรษฐกิจอวกาศ

ดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของไทยในเศรษฐกิจอวกาศที่กำลังเติบโต

ในการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งรายงานโดยประชาชาติธุรกิจ ดร.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์สำหรับการมีส่วนร่วมของประเทศในเศรษฐกิจอวกาศระดับโลก ดร.เชน เน้นย้ำว่าวาระทางการเมืองของเขามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาขีดความสามารถของไทยในการวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศอย่างจริงจัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจอวกาศนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีของไทย เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในด้านการวิจัย วิศวกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โครงการริเริ่มดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดความร่วมมือระหว่างประเทศและส่งเสริมระบบนิเวศทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับการดำเนินการตามเป้าหมายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่ารัฐมนตรีจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการบูรณาการประเทศไทยเข้าสู่ภาคอวกาศ แต่แผนงานสำหรับโครงการเหล่านี้ การจัดสรรงบประมาณที่เป็นไปได้ และกรอบเวลาสำหรับการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมยังไม่มีการระบุรายละเอียด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าเป้าหมายเชิงนโยบายระดับสูงเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคเทคโนโลยีอย่างไร ในขณะนี้ โครงการริเริ่มดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการแสดงเจตจำนงจากกระทรวง ซึ่งเน้นย้ำถึงความทะเยอทะยานในระยะยาวที่จะวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

สธ. ชี้แจงกรณีดราม่า 'หุ่นยนต์จัดยา 60 ล้าน' ยันไม่สามารถตอบโต้ทุกกระแสโซเชียลได้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สธ. ชี้แจงกรณีดราม่า 'หุ่นยนต์จัดยา 60 ล้าน' ยันไม่สามารถตอบโต้ทุกกระแสโซเชียลได้

กระทรวงสาธารณสุขไทยตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการลงทุน 60 ล้านบาทในหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สธ. ชี้แจงกรณีดราม่า 'หุ่นยนต์จัดยา 60 ล้าน' ยันไม่สามารถตอบโต้ทุกกระแสโซเชียลได้

แหล่งข่าวเดียว
สธ. ชี้แจงกรณีดราม่า 'หุ่นยนต์จัดยา 60 ล้าน' ยันไม่สามารถตอบโต้ทุกกระแสโซเชียลได้

กระทรวงสาธารณสุขไทยตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการลงทุน 60 ล้านบาทในหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการจัดซื้อหุ่นยนต์จัดยาที่มีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านบาท โดยประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หลังจากมีโพสต์บนโซเชียลมีเดียตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความโปร่งใสทางการเงินของโครงการนี้

ในคำแถลง กระทรวงฯ ได้ปฏิเสธข้อวิจารณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าหากเจ้าหน้าที่ต้องคอยตอบโต้ทุกคำถามหรือข้อกล่าวหาบนโซเชียลมีเดีย การบริหารงานด้านสาธารณสุขคงไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สธ. เน้นย้ำว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานตามกระแสของโพสต์ออนไลน์แต่ละโพสต์ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐในภาคสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง แม้กระทรวงฯ จะปกป้องความเป็นอิสระในการบริหารงาน แต่เหตุการณ์นี้ก็เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตรวจสอบของสาธารณชนในยุคดิจิทัลกับการบริหารงานแบบราชการดั้งเดิม

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเทคนิคของหุ่นยนต์ โรงพยาบาลที่ติดตั้งใช้งานจริง และรายละเอียดการใช้งบประมาณ 60 ล้านบาท ยังไม่มีการยืนยันจากกระทรวงฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีเอกสารเพิ่มเติมออกมาเพื่อตอบข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความคุ้มค่าและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของไทย

การวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ว่ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตในไทยเพิ่มสูงขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของไทย

แหล่งข่าวเดียว
มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของไทย

การวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ว่ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตในไทยเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ ได้วิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากปฏิบัติการ 'Operation Economic Outcast' ของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังอิหร่าน การวิเคราะห์ระบุว่าหากมาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้สามารถจำกัดการซื้อน้ำมันอิหร่านของจีนได้สำเร็จ และนำไปสู่มาตรการตอบโต้จากอิหร่าน โดยเฉพาะการจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดพลังงานโลกอาจเผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ

ในสถานการณ์ดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจขยับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ 100 ถึง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 3.2% ถึง 3.8% ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และอาจสะท้อนให้เห็นในราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศในที่สุด

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่อ้างอิงจากเงื่อนไขทางภูมิรัฐศาสตร์เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบหรือไม่ จีนจะตอบโต้ต่อข้อจำกัดทางการค้าอย่างไร และอิหร่านจะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลหรือไม่ ณ ขณะนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมากกว่าความเป็นจริงของตลาดในปัจจุบัน ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนควรติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและค่าครองชีพต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

การเพาะกล้าข้าวกลายเป็นธุรกิจเกษตรที่สร้างรายได้ดีในจังหวัดกาฬสินธุ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเพาะกล้าข้าวกลายเป็นธุรกิจเกษตรที่สร้างรายได้ดีในจังหวัดกาฬสินธุ์

เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์หันมาทำธุรกิจเพาะกล้าข้าวและรับจ้างดำนาด้วยเครื่องจักร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและปัญหาผลผลิตเสียหาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเพาะกล้าข้าวกลายเป็นธุรกิจเกษตรที่สร้างรายได้ดีในจังหวัดกาฬสินธุ์

แหล่งข่าวเดียว
การเพาะกล้าข้าวกลายเป็นธุรกิจเกษตรที่สร้างรายได้ดีในจังหวัดกาฬสินธุ์

เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์หันมาทำธุรกิจเพาะกล้าข้าวและรับจ้างดำนาด้วยเครื่องจักร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและปัญหาผลผลิตเสียหาย

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์กำลังปรับตัวเข้าสู่การทำเกษตรสมัยใหม่เพื่อรับมือกับต้นทุนค่าปุ๋ยและค่าแรงที่สูงขึ้น โดยเผชิญกับปัญหาวัชพืช ต้นข้าวไม่แข็งแรง รวมถึงภัยแล้งและน้ำท่วม ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนจากการทำนาหว่านแบบเดิมมาเป็นการเพาะกล้าข้าว

ปัจจุบันได้เกิดอาชีพใหม่คือการเพาะต้นกล้าในกระบะและรับจ้างดำนาด้วยเครื่องจักร ซึ่งช่วยลดการสูญเสียเมล็ดพันธุ์และป้องกันโรคหรือแมลงในต้นอ่อนได้ดีขึ้น การปรับเปลี่ยนนี้สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 260,000 บาทต่อฤดูกาล ซึ่งสูงกว่าการทำนาขายข้าวเปลือกแบบเดิมหลายเท่าตัว

สำหรับผู้ที่สนใจในภาคเกษตรกรรมของไทย แนวโน้มนี้สะท้อนถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นให้กับเกษตรกรในพื้นที่ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเทคโนโลยีการดำนาด้วยเครื่องจักรจะถูกนำไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ อย่างแพร่หลายเพียงใด และโมเดลนี้จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่ออุตสาหกรรมข้าวในระยะยาวได้มากน้อยแค่ไหน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:11 UTC

ปฏิบัติการ 'Economic Outcast' ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการ 'Economic Outcast' ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิตเตือนว่าการคว่ำบาตรอิหร่านที่เข้มข้นขึ้นของสหรัฐฯ อาจดันราคาน้ำมันโลกแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนธุรกิจไทยเพิ่มขึ้น 1–8%

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปฏิบัติการ 'Economic Outcast' ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการ 'Economic Outcast' ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิตเตือนว่าการคว่ำบาตรอิหร่านที่เข้มข้นขึ้นของสหรัฐฯ อาจดันราคาน้ำมันโลกแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนธุรกิจไทยเพิ่มขึ้น 1–8%

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สหรัฐอเมริกาได้เปิดปฏิบัติการ 'Economic Outcast' ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานของ Khaosod Online รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่าความคิดริเริ่มนี้มุ่งเป้าไปที่การตัดเครือข่ายทางการเงินและช่องทางรายได้ของอิหร่านใน 5 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการเดินเรือ นโยบายดังกล่าวยังขยายมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิไปยังหน่วยงานบุคคลที่สาม รวมถึงธนาคารและบริษัทขนส่งที่อำนวยความสะดวกในการค้าขายน้ำมันหรือการถ่ายโอนเทคโนโลยีของอิหร่าน

ดร.อัทธ์ มองว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเดิมที่มีอยู่มากกว่าการสร้างกรอบการทำงานใหม่ทั้งหมด โดยตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านมาเกือบ 47 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าการบังคับใช้ที่เข้มงวดและการมุ่งเน้นไปที่การปิดช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อกังวลหลักคือความเป็นไปได้ของภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นสำหรับภาคธุรกิจ ดร.อัทธ์ ประเมินว่าหากราคาน้ำมันโลกแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดนี้ ต้นทุนธุรกิจไทยอาจเพิ่มขึ้น 1% ถึง 8% แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาผู้บริโภคและเสถียรภาพของเงินบาทนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่ตลาดโลกตอบสนองต่อการดำเนินมาตรการเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:11 UTC

รองนายกฯ อนุทิน ยืนยันแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน ยืนยันแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับแผนการกู้เงินใหม่จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการคลัง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน ยืนยันแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน ยืนยันแผนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับแผนการกู้เงินใหม่จำนวน 4 แสนล้านบาท โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการคลัง

กลยุทธ์การกู้เงินของรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับแผนการกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่า นายอนุทินเน้นย้ำว่าเงินกู้ดังกล่าวจะถูกบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสและอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มงวด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะรักษาเพดานหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 70%

เหตุผลและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

นายอนุทินอธิบายว่าการกู้เงินครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เร่งด่วน โดยระบุว่าวิกฤตพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง รัฐบาลมองว่าเงินกู้ส่วนนี้มีความจำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากแรงกดดันภายนอกที่มีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน แม้รัฐบาลจะให้คำมั่นเรื่องวินัยทางการคลัง แต่ผลกระทบระยะยาวของหนี้สินนี้ต่อการใช้จ่ายภาครัฐและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงเป็นประเด็นที่สังคมถกเถียงกันอยู่

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้รัฐบาลจะระบุถึงความตั้งใจในการใช้เงินกู้เพื่อบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ 4 แสนล้านบาทและกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเบิกจ่ายเงินกู้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตทางกฎหมายเพิ่มเติมและรายละเอียดโครงการที่จะได้รับความสำคัญภายใต้แผนการเงินนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:34 UTC

พ่อค้าแม่ค้าฉะเชิงเทราผวา มิจฉาชีพใช้แบงก์ปลอมหลอกซื้อสินค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พ่อค้าแม่ค้าฉะเชิงเทราผวา มิจฉาชีพใช้แบงก์ปลอมหลอกซื้อสินค้า

พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดฉะเชิงเทราติดป้ายงดรับธนบัตรใบใหญ่ หลังเกิดเหตุการณ์มิจฉาชีพใช้ธนบัตรปลอมใบละ 500 และ 1,000 บาท หลอกซื้อสินค้าหลายครั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พ่อค้าแม่ค้าฉะเชิงเทราผวา มิจฉาชีพใช้แบงก์ปลอมหลอกซื้อสินค้า

แหล่งข่าวเดียว
พ่อค้าแม่ค้าฉะเชิงเทราผวา มิจฉาชีพใช้แบงก์ปลอมหลอกซื้อสินค้า

พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดฉะเชิงเทราติดป้ายงดรับธนบัตรใบใหญ่ หลังเกิดเหตุการณ์มิจฉาชีพใช้ธนบัตรปลอมใบละ 500 และ 1,000 บาท หลอกซื้อสินค้าหลายครั้ง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 พ่อค้าแม่ค้าในตัวเมืองฉะเชิงเทรากำลังเผชิญกับความกังวลอย่างมาก เนื่องจากมีมิจฉาชีพตระเวนใช้ธนบัตรปลอมใบละ 500 และ 1,000 บาท หลอกซื้อสินค้า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานระบุว่ามีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนก่อเหตุตามร้านค้าต่างๆ โดยคนร้ายจะจอดรถหน้าร้านและอ้างว่าตนเองขาเจ็บไม่สามารถลงจากรถได้ จากนั้นจะสั่งซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำ เช่น บุหรี่ 1 ซอง โดยใช้ธนบัตรปลอมใบใหญ่ในการชำระเงิน เมื่อได้รับสินค้าและเงินทอนแล้ว คนร้ายจะรีบขี่รถหลบหนีไปทันที พฤติการณ์นี้เกิดขึ้นกับร้านค้าหลายแห่งในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้รับความเสียหายทางการเงิน

ผลกระทบและมาตรการป้องกัน

เพื่อเป็นการป้องกันตัว พ่อค้าแม่ค้าในตลาดทรัพย์สินและพื้นที่ใกล้เคียงได้เริ่มติดป้ายประกาศงดรับธนบัตรใบใหญ่ และหันมาสนับสนุนให้ลูกค้าชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลแทน

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าสื่อท้องถิ่นจะมีการบันทึกพฤติการณ์ของคนร้ายไว้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการระบุตัวตนของคนร้ายอย่างเป็นทางการ หรือยืนยันว่าธนบัตรปลอมดังกล่าวเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบแนบเนียนหรือเป็นเพียงธนบัตรของเล่นคุณภาพต่ำ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้เงินสด และพิจารณาใช้ช่องทางการชำระเงินแบบดิจิทัลหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:33 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวของราคาทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย ณ เวลา 10.47 น. ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 50 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของสมาคมฯ ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 72,700 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะทางเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ว่าทองคำมักจะถูกซื้อเพื่อเป็นการลงทุนแบบดั้งเดิมหรือเพื่อทำเครื่องประดับ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้สะท้อนถึงความผันผวนของตลาดในแต่ละวัน ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายทองคำควรทราบว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีความผันผวนอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากตลาดทองคำมีความอ่อนไหวสูงต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อเครื่องประดับทองควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำหรือเยี่ยมชมร้านทองที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละร้านค้า ข้อมูลนี้ถือเป็นภาพรวมของสถานะตลาด ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

Plus Property ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Plus Property ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

Plus Property ได้ประกาศย้ำถึงสถานะความเป็นผู้นำในภาคธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Plus Property ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

แหล่งข่าวเดียว
Plus Property ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

Plus Property ได้ประกาศย้ำถึงสถานะความเป็นผู้นำในภาคธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 Matichon Online รายงานว่า Plus Property ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม โดยบริษัทเน้นย้ำถึงแนวทางการดำเนินงานที่เชี่ยวชาญในการดูแลสินทรัพย์ทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ระดับไฮเอนด์ โดยมุ่งเน้นที่มาตรฐานการบริการและความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ประกาศนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมหรูและที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การมีบริษัทบริหารจัดการที่มั่นคงมักเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับคุณภาพการบริการ การบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการชุมชน สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับหรู การทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทบริหารจัดการที่อยู่เบื้องหลังโครงการสามารถเป็นตัวบ่งชี้ที่มีประโยชน์ถึงการดูแลสินทรัพย์ในระยะยาวและมาตรฐานการใช้ชีวิต

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันตำแหน่งทางการตลาดของตนแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายบริการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในพอร์ตโฟลิโอการบริหารจัดการปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ลูกค้าหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจว่ามาตรฐานเหล่านี้อาจส่งผลต่ออสังหาริมทรัพย์เฉพาะแห่งอย่างไร ควรปรึกษากับสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดหรือตรวจสอบสัญญาการให้บริการล่าสุดที่บริษัทจัดเตรียมไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC

ไทยประกาศช่วงเวลาทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศช่วงเวลาทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

กระทรวงการคลังเปิดช่วงเวลาให้ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกาศช่วงเวลาทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศช่วงเวลาทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

กระทรวงการคลังเปิดช่วงเวลาให้ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยกระทรวงการคลังระบุว่า ผู้ที่เคยไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้น สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิได้แล้ว

การปรับปรุงทางธุรการนี้มีความสำคัญสำหรับประชาชนที่พึ่งพาสวัสดิการของรัฐ เนื่องจากเป็นโอกาสสุดท้ายในการแก้ไขข้อมูลที่อาจมีความคลาดเคลื่อนในใบสมัคร สำหรับชาวต่างชาติและผู้ที่พำนักระยะยาว ข่าวนี้นับเป็นการสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการปรับปรุงระบบการจัดสรรสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจำกัดเฉพาะผู้ที่เคยลงทะเบียนในรอบแรกและได้รับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น

ผู้สมัครจะต้องยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารเฉพาะที่จำเป็นสำหรับกระบวนการทบทวนสิทธิ หรือกรอบเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จ ประชาชนควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการในกรณีของตนเอง ข้อมูลนี้ถือเป็นการเตือนให้ตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่หน่วยงานรัฐถือครองอยู่นั้นมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC