ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

อาเซียนเร่งเครื่องบังคับใช้ข้อตกลงการค้า ATIGA
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อาเซียนเร่งเครื่องบังคับใช้ข้อตกลงการค้า ATIGA

กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตกลงเร่งรัดพิธีสารฉบับที่ 2 ของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ให้มีผลภายในปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อาเซียนเร่งเครื่องบังคับใช้ข้อตกลงการค้า ATIGA

แหล่งข่าวเดียว
อาเซียนเร่งเครื่องบังคับใช้ข้อตกลงการค้า ATIGA

กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตกลงเร่งรัดพิธีสารฉบับที่ 2 ของความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ให้มีผลภายในปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มประเทศอาเซียนได้ให้คำมั่นที่จะเร่งรัดการบังคับใช้พิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) โดยในการประชุมคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน ครั้งที่ 40 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ กรุงมะนิลา เจ้าหน้าที่ได้ตกลงที่จะเลื่อนวันที่มีผลบังคับใช้ให้เร็วขึ้นมาอยู่ภายในปี 2569 จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2570

นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาคในการรับมือกับความผันผวนของการค้าโลกและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ข้อตกลงที่ได้รับการปรับปรุงนี้มุ่งหวังที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) นอกจากนี้ กลุ่มอาเซียนยังกำลังเดินหน้าโครงการ 'ASEAN Single Window' เพื่อปรับปรุงเอกสารทางการค้าและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานข้ามพรมแดนให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้เป็นสัญญาณของการมุ่งสู่ตลาดระดับภูมิภาคที่มีความบูรณาการและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการทางธุรการที่เกี่ยวข้องกับการค้าในอนาคต แม้ว่าการเร่งรัดจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การปรับเปลี่ยนทางเทคนิคเฉพาะสำหรับเอกสารทางการค้าและกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการบูรณาการการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในทุกประเทศสมาชิกยังคงต้องรอการสรุป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพาณิชย์เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต่อขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:49 UTC

5 กระทรวงพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอโครงการที่ใช้เงินกู้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

5 กระทรวงพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอโครงการที่ใช้เงินกู้

5 กระทรวงภายใต้พรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาทักษะและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

5 กระทรวงพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอโครงการที่ใช้เงินกู้

แหล่งข่าวเดียว
5 กระทรวงพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอโครงการที่ใช้เงินกู้

5 กระทรวงภายใต้พรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณจาก พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาทักษะและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ระบุว่า 5 กระทรวงที่นำโดยพรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ โดยโครงการที่นำเสนอส่วนใหญ่เน้นไปที่โปรแกรมการพัฒนาทักษะและโครงการที่มุ่งอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

ยศชนัน ตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนระบุว่า รัฐบาลกำลังพยายามใช้เงินจากแหล่งเงินกู้นี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ฉุกเฉินหรือเฉพาะกิจเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาคพลังงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือโปรแกรมการฝึกอบรมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและภูมิทัศน์ด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับงบประมาณรวมที่ขอรับการจัดสรร กรอบเวลาในการดำเนินโครงการ และสถานะการอนุมัติขั้นสุดท้ายของข้อเสนอดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่โครงการเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการทางบริหาร คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรอย่างไรและจะมีผลกระทบอย่างไรต่อบริการสาธารณะและนโยบายพลังงานของชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:15 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 300 บาทต่อบาททองคำ โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 69,100 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 300 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 300 บาทต่อบาททองคำ โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 69,100 บาท

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 11.17 น. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 300 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาขายทองรูปพรรณในขณะนี้อยู่ที่ 69,100 บาทต่อบาททองคำ แนวโน้มขาขึ้นในตลาดทองคำภายในประเทศนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องในการประเมินมูลค่าโลหะมีค่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับราคาครั้งนี้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อหรือการลงทุนที่มั่นคง แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายเครื่องประดับควรทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำมีความผันผวนสูงและได้รับอิทธิพลจากตลาดการเงินระหว่างประเทศ ขอแนะนำให้นักลงทุนและผู้บริโภคติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำเพื่อให้ได้ราคาที่แม่นยำที่สุดแบบเรียลไทม์ก่อนตัดสินใจทางการเงินใดๆ ณ เวลาที่รายงานนี้ ราคาทองคำแท่งก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมเช่นกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:17 UTC

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาทในชลบุรี เพื่อรองรับตลาดในภูมิภาค AMEA

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

แหล่งข่าวเดียว
Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาทในชลบุรี เพื่อรองรับตลาดในภูมิภาค AMEA

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 Mars ได้เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Khaosod English โครงการนี้ใช้เงินลงทุนกว่า 7 พันล้านบาท และตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในจังหวัดชลบุรี

โรงงานแห่งใหม่นี้มีพื้นที่ 73,800 ตารางเมตร ประกอบด้วยสายการผลิต 2 สายที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกของบริษัท โดยโรงงานแห่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดส่งผลิตภัณฑ์ Pringles ไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในฐานะศูนย์กลางการผลิตระหว่างประเทศและการลงทุนทางอุตสาหกรรม การมีโรงงานผลิตขนาดใหญ่เช่นนี้มักจะสัมพันธ์กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคและการสร้างงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่นของชลบุรี

แม้ว่าโรงงานจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขการจ้างงานที่เฉพาะเจาะจงหรือการขยายพื้นที่ในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัท นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านพื้นที่ชลบุรีอาจสังเกตเห็นกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าโรงงานจะเน้นไปที่โลจิสติกส์การส่งออกเป็นหลักมากกว่าการดำเนินงานด้านค้าปลีก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:01 UTC

Srisawad Corporation ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Srisawad Corporation ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.35 บาท รวมเป็นเงิน 581.53 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Srisawad Corporation ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

แหล่งข่าวเดียว
Srisawad Corporation ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.35 บาท รวมเป็นเงิน 581.53 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอย่างเป็นทางการในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท โดยการจ่ายเงินปันผลครั้งนี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 581.53 ล้านบาท ซึ่งอ้างอิงจากผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

สำหรับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทได้กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-Dividend) ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อก่อนวันดังกล่าวจะมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล ซึ่งมีกำหนดการจ่ายเงินในวันที่ 21 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามภาคการเงินของไทย ประกาศนี้สะท้อนถึงสถานะการดำเนินงานในปัจจุบันของผู้ให้บริการทางการเงินรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศไทย การประกาศจ่ายเงินปันผลมักถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพคล่องและสุขภาพทางการเงินขององค์กร เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการครึ่งปี จึงช่วยให้เห็นภาพรวมของทิศทางการเงินล่าสุดของบริษัท ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินปันผลประจำปีสำหรับรอบปีบัญชีเต็ม และนักลงทุนควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของบริษัทในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:18 UTC

บสย. เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' ค้ำประกันสินเชื่อผ่านนอนแบงก์และธนาคารไร้สาขา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บสย. เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' ค้ำประกันสินเชื่อผ่านนอนแบงก์และธนาคารไร้สาขา

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารและธนาคารไร้สาขา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บสย. เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' ค้ำประกันสินเชื่อผ่านนอนแบงก์และธนาคารไร้สาขา

แหล่งข่าวเดียว
บสย. เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' ค้ำประกันสินเชื่อผ่านนอนแบงก์และธนาคารไร้สาขา

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารและธนาคารไร้สาขา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ บสย. ขยายภารกิจการค้ำประกันไปยังสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) และธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กว่า 100,000 ราย ที่เคยประสบปัญหาในการขอสินเชื่อจากธนาคารแบบดั้งเดิม โดย บสย. จะให้การค้ำประกันสินเชื่อตั้งแต่ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย จุดเด่นสำคัญของโครงการคือการยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันตลอดระยะเวลา 4 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนาครั้งนี้อาจช่วยให้กระบวนการขอสินเชื่อรายย่อยมีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ดำเนินธุรกิจนอกภาคธนาคารแบบดั้งเดิม การใช้บริการผ่านธนาคารไร้สาขาและผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารอาจช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยบริหารจัดการสภาพคล่องหรือลงทุนในธุรกิจขนาดเล็กได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อธนาคารไร้สาขาที่เข้าร่วมและเกณฑ์การสมัครที่ชัดเจนสำหรับผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่งนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:18 UTC

มาตรฐาน มอก. ใหม่สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มาตรฐาน มอก. ใหม่สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมบังคับใช้มาตรฐาน มอก. สำหรับอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มาตรฐาน มอก. ใหม่สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
มาตรฐาน มอก. ใหม่สำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมบังคับใช้มาตรฐาน มอก. สำหรับอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำลังเตรียมบังคับใช้มาตรฐาน มอก. สำหรับอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อปภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับความสนใจอย่างมากจากภาคเอกชน โดยมีผู้ประกอบการประมาณ 2,000 รายแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการโซลาร์รูฟท็อปของภาครัฐ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้ครอบคลุม 1.5 ล้านครัวเรือน

กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเป็นผู้นำในความพยายามนี้เพื่อป้องกันการไหลเข้าของสินค้าที่ไม่มีคุณภาพสู่ตลาด การกำหนดให้ต้องมีการรับรองอย่างเป็นทางการมีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการมาตรฐานความปลอดภัยในทุกมิติของการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังพิจารณาลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งในบ้านเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพของประเทศ

แม้ว่าข้อกำหนดนี้มีกำหนดการบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนกันยายน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะสำหรับระบบที่ติดตั้งไปแล้วเมื่อเทียบกับโครงการใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการบูรณาการการสนับสนุนทางการเงิน เช่น การมีส่วนร่วมของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เมื่อนโยบายมีผลบังคับใช้ ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่เลือกนั้นเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบที่จะเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:19 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจ “นอมินี” ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจ “นอมินี” ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

รัฐบาลไทยกำหนดให้การขจัดโครงสร้างธุรกิจนอมินีที่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในเก้าภารกิจเร่งด่วนด้านพาณิชย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการตลาด

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจ “นอมินี” ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจ “นอมินี” ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

รัฐบาลไทยกำหนดให้การขจัดโครงสร้างธุรกิจนอมินีที่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในเก้าภารกิจเร่งด่วนด้านพาณิชย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการตลาด

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศมาตรการเชิงรุกครั้งใหม่เพื่อสกัดกั้นการใช้โครงสร้างธุรกิจแบบ “นอมินี” (Nominee) ที่ผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลได้กำหนดให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเก้าภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลเงินทุนจากต่างชาติเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขจัดพฤติกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจว่านักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะไม่ได้รับผลกระทบหรือถูกกีดกันจากการดำเนินงานในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบการจดทะเบียนธุรกิจและโครงสร้างความเป็นเจ้าของบริษัทที่เข้มงวดขึ้น แม้รัฐบาลจะเน้นย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การต่อต้านการลงทุนที่สุจริต แต่ผู้ที่มีส่วนร่วมในหุ้นส่วนทางธุรกิจหรือนิติบุคคลอาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบความถูกต้องที่เข้มงวดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สิ่งที่ยังต้องรอความชัดเจนคือกลไกการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาในการดำเนินมาตรการกำกับดูแลใหม่เหล่านี้ ทางการยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะมีวิธีการแยกแยะระหว่างการลงทุนจากต่างชาติที่ถูกต้องกับการจัดตั้งนอมินีที่ผิดกฎหมายในทางปฏิบัติอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:01 UTC

กระทรวงการคลังเตรียมแผนรองรับ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังเตรียมแผนรองรับ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่

กระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ 14.5 ล้านราย พร้อมโยกย้ายกลุ่มที่หลุดเกณฑ์ไปสู่โครงการสนับสนุนใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังเตรียมแผนรองรับ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังเตรียมแผนรองรับ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' รอบใหม่

กระทรวงการคลังกำลังปรับปรุงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ 14.5 ล้านราย พร้อมโยกย้ายกลุ่มที่หลุดเกณฑ์ไปสู่โครงการสนับสนุนใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงการคลังของไทยกำลังเตรียมการรองรับผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 14.5 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 13.1 ล้านราย โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยแผนการเติมเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจำนวน 700 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน ให้แก่ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การทบทวนสิทธิ์รอบใหม่

ในขณะเดียวกัน คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมประมาณ 7.5 ล้านรายที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ซึ่งจะถูกโยกย้ายไปใช้สิทธิ์ในโครงการสนับสนุนอื่นที่เรียกว่า 'ไทยช่วยไทยพลัส' แทน

สำหรับประชาชน การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการกระจายความช่วยเหลือทางการเงินจากภาครัฐ แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก แต่การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การคัดเลือกอาจส่งผลกระทบต่อการวางแผนงบประมาณครัวเรือนและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่พำนักระยะยาว ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายตาข่ายรองรับทางสังคมของไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันที่ชัดเจนว่าการจ่ายเงินรอบใหม่จะเริ่มขึ้นเมื่อใด และรายละเอียดเกณฑ์การคัดเลือกสำหรับโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' จะเป็นอย่างไร ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อตรวจสอบสถานะและกำหนดการดำเนินงานของมาตรการทางการเงินเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:19 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสฟื้นตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะมีการฟื้นตัวในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ได้ชี้เป้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสฟื้นตัว

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะมีการฟื้นตัวในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ได้ชี้เป้ากลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดการณ์ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อาจมีการฟื้นตัวแบบสลับปรับตัวในช่วงการซื้อขายวันนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญได้กำหนดกรอบการซื้อขายไว้ที่ 1,590-1,620 จุด และสังเกตว่าดัชนียังคงยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้

นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ 'Selective Buy' โดยเน้นการ 'Buy on Dip' หรือการเข้าซื้อเมื่อราคาปรับตัวลดลง บรรยากาศของตลาดในขณะนี้ได้รับอิทธิพลจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันโลกและแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก สำหรับหุ้นที่แนะนำให้นักลงทุนจับตามอง ได้แก่ CENTEL และ GPSC ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหุ้นเด่นในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน กิจกรรมในตลาดนี้สะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ แม้ว่าแนวโน้มจะบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับตัวขึ้น แต่นักวิเคราะห์เตือนว่านักลงทุนควรระมัดระวังแรงขายในขณะที่ตลาดทดสอบระดับดังกล่าว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าดัชนีจะสามารถรักษาตำแหน่งเหนือระดับ 1,600 จุดได้ตลอดทั้งวันหรือไม่ เนื่องจากความผันผวนของตลาดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นทางการและการอัปเดตสถานการณ์ตลาดเพื่อดูความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:20 UTC

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 23 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 23 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มราคาทองคำล่าสุด โดยระบุถึงการปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาตามด้วยระยะการฟื้นตัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 23 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 23 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มราคาทองคำล่าสุด โดยระบุถึงการปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาตามด้วยระยะการฟื้นตัว

ตามรายงานจากบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ตลาดทองคำได้ผ่านช่วงของการปรับฐาน โดยราคาได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าแนวรับแรกที่ 4,322 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะมีแรงซื้อเข้ามาผลักดันให้ราคาดีดตัวกลับขึ้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ติดตามเศรษฐกิจไทย บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดกำลังทดสอบระดับแนวรับในปัจจุบัน YLG Bullion ระบุว่าหากราคาสามารถสร้างรูปแบบ 'Higher Low' (จุดต่ำสุดที่สูงขึ้น) เหนือระดับ 4,291 ดอลลาร์ได้ อาจเป็นสัญญาณของการทรงตัวหรือแนวโน้มขาขึ้น

ข้อมูลนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามกำลังซื้อในท้องถิ่นหรือพอร์ตการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ และนักลงทุนควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงภาพรวมของการวิเคราะห์ทางเทคนิคในปัจจุบัน ไม่ใช่ผลลัพธ์ของตลาดที่รับประกันได้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกจะมีอิทธิพลต่อระดับราคาเหล่านี้อย่างไรในช่วงที่เหลือของวัน ผู้อ่านโปรดทราบว่ารายงานนี้เป็นการสังเกตการณ์ทางเทคนิคและไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West อีกครั้ง ตามรายงานของ บมจ.ไทยออยล์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมัน East-West

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West อีกครั้ง ตามรายงานของ บมจ.ไทยออยล์

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนต์ (Brent) ได้ปรับตัวลดลง การเปลี่ยนแปลงของตลาดนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าซาอุดีอาระเบียได้กลับมาดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West ที่มีความสำคัญอีกครั้ง

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันของ บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าการฟื้นตัวของโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อแนวโน้มขาลงในตลาดน้ำมันโลกในปัจจุบัน ท่อส่งน้ำมัน East-West ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่สำหรับการส่งออกพลังงานของซาอุดีอาระเบีย และการกลับมาเปิดใช้งานได้ช่วยลดความกังวลด้านอุปทานที่เคยสร้างแรงกดดันให้ราคาสูงขึ้นก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงในประเทศในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบอ้างอิงระดับโลกมักจะสะท้อนให้เห็นในราคาขายปลีกหน้าปั๊มในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและค่าครองชีพทั่วไป แม้ว่าปฏิกิริยาของตลาดในทันทีจะเป็นการลดลงของราคา แต่เสถียรภาพในระยะยาวของอัตราเหล่านี้ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กว้างขึ้นและระดับความต้องการทั่วโลก ผู้บริโภคควรติดตามประกาศราคาเชื้อเพลิงจากผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ในท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลว่าแนวโน้มระดับโลกเหล่านี้ส่งผลต่อตลาดไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศ โดยทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ 68,950 บาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศ โดยทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่บาทละ 68,950 บาท

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำในประเทศ โดยอ้างอิงจากการประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09:04 น. ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดตลาดของวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,950 บาท และขายออกที่บาทละ 68,150 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% ขายออกอยู่ที่บาทละ 68,950 บาท โดยมีราคารับซื้อคืนอยู่ที่ 66,597.88 บาท สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,341.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงมูลค่าปัจจุบันของโลหะมีค่าในตลาดไทย แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของการซื้อขายในช่วงเช้า แต่ราคาทองคำในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามความผันผวนของตลาดโลกและอุปสงค์ในท้องถิ่น ขอแนะนำให้นักลงทุนและผู้ที่ต้องการซื้อทองคำติดตามข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ เนื่องจากเหตุการณ์นี้ขับเคลื่อนโดยกลไกตลาด การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลต่อการปรับราคาเพิ่มเติมในระหว่างวันได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:14 UTC

จุฬาฯ เตรียมพลิกโฉมที่ดินทำเลทองย่านปทุมวัน-สามย่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จุฬาฯ เตรียมพลิกโฉมที่ดินทำเลทองย่านปทุมวัน-สามย่าน

สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ขอคืนที่ดิน 291 ไร่ในย่านปทุมวัน-สามย่าน เพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะและยกระดับสนามศุภชลาศัยให้ได้มาตรฐานสากล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จุฬาฯ เตรียมพลิกโฉมที่ดินทำเลทองย่านปทุมวัน-สามย่าน

แหล่งข่าวเดียว
จุฬาฯ เตรียมพลิกโฉมที่ดินทำเลทองย่านปทุมวัน-สามย่าน

สำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ขอคืนที่ดิน 291 ไร่ในย่านปทุมวัน-สามย่าน เพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะและยกระดับสนามศุภชลาศัยให้ได้มาตรฐานสากล

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ประกาศแผนการขอคืนที่ดินผืนใหญ่ขนาด 291 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ย่านสามย่านและปทุมวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ทำเลทองแห่งนี้ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ทันสมัย โดยเน้นการยกระดับสนามศุภชลาศัยให้ได้มาตรฐานระดับโลก

ในส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ กรมพลศึกษาเตรียมปิดสนามกีฬานิมิบุตรในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยจะย้ายการดำเนินงานไปยังธัญบุรี และมีแผนในอนาคตที่จะสร้างสำนักงานใหญ่และศูนย์กีฬาแห่งใหม่ที่บางปิ้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภูมิทัศน์ในย่านการค้าและวัฒนธรรมที่เป็นศูนย์กลางที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าเอ็มบีเค แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับการฟื้นฟูเมืองแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาทั้งหมดของการพัฒนาและผลกระทบต่อธุรกิจโดยรอบยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนแม่บทระยะยาวสำหรับพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:20 UTC

สถาบันการเงินสหรัฐฯ ยกไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในเอเชีย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สถาบันการเงินสหรัฐฯ ยกไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในเอเชีย

สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ระบุว่าไทยเป็นตลาดที่น่าจับตามองในเอเชีย โดยชื่นชมจุดยืนที่เป็นกลางทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สถาบันการเงินสหรัฐฯ ยกไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันการเงินสหรัฐฯ ยกไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในเอเชีย

สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ระบุว่าไทยเป็นตลาดที่น่าจับตามองในเอเชีย โดยชื่นชมจุดยืนที่เป็นกลางทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และคุณไชยชนก ชิดชอบ ได้เปิดเผยว่าสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกาต่างมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมุมมองเชิงบวกนี้คือการที่ประเทศไทยยึดมั่นในนโยบายความเป็นกลางทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การประเมินนี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดียิ่งขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมั่นคงมักจะมาพร้อมกับการบริการที่ดีขึ้น ค่าเงินที่มีเสถียรภาพ และสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้ง่ายขึ้นสำหรับการท่องเที่ยว

แม้ว่ารายงานนี้จะสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกจากนักลงทุนต่างชาติ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความเชื่อมั่นนี้จะเปลี่ยนเป็นการไหลเข้าของเงินทุนระยะยาวหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายที่ชัดเจนอย่างไร รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงหรือกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากความสนใจในระดับนานาชาตินี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากจุดยืนที่เป็นกลางนี้เพื่อดึงดูดความร่วมมือระดับโลกเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 02:10 UTC

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจแห่งอนาคต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับผู้บริหารจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO เพื่อส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจแห่งอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจแห่งอนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับผู้บริหารจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO เพื่อส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินและการลงทุนชั้นนำระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่ Bank of America, Microsoft และ PIMCO ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การหารือดังกล่าวเน้นไปที่การส่งสัญญาณว่าประเทศไทยเปิดรับเงินทุนจากต่างประเทศและพร้อมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่แข็งแกร่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การหารือระดับสูงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศในด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวและการเติบโตของตลาดแรงงาน สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการหารือนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในทันที แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ในภาพรวมของรัฐบาลในการปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ทันสมัยและกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การประชุมเหล่านี้เป็นเพียงการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรูปแบบของความร่วมมือ ขนาดของการลงทุน หรือโครงการที่เป็นรูปธรรมที่เกิดจากการหารือนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อยืนยันว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรและจะให้ความสำคัญกับภาคส่วนใดเป็นพิเศษ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:21 UTC

นายกฯ หารือสถาบันการเงินสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ หารือสถาบันการเงินสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับผู้บริหารจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO ที่นิวยอร์ก เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและการลงทุนระหว่างประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ หารือสถาบันการเงินสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ หารือสถาบันการเงินสหรัฐฯ มุ่งส่งเสริมเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับผู้บริหารจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO ที่นิวยอร์ก เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและการลงทุนระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือระดับสูงกับผู้บริหารจากสถาบันการเงินและการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา 3 แห่ง ได้แก่ Bank of America, Microsoft และ PIMCO ณ อาคาร Bank of America Tower ในนครนิวยอร์ก

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการหารือครั้งนี้คือการมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยในด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตและความยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับนักลงทุนระหว่างประเทศและแหล่งเงินทุนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มการลงทุนจากต่างชาติในภาคเทคโนโลยีของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ และการสร้างงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรูปแบบของความร่วมมือ ขนาดของการลงทุน และกรอบเวลาในการดำเนินงานยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้การหารือยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในประเทศและภาคส่วนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากความร่วมมือนี้ จึงยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนจากรัฐบาลและบริษัทที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 02:12 UTC

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลกเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลกเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าไทย

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับตัวแทนจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นที่เทคโนโลยีและความยั่งยืน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลกเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ หารือผู้นำการเงินระดับโลกเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าไทย

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับตัวแทนจาก Bank of America, Microsoft และ PIMCO เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นที่เทคโนโลยีและความยั่งยืน

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีของไทยได้หารือร่วมกับผู้บริหารจากสถาบันการเงินระดับโลก 3 แห่ง ได้แก่ Bank of America (BofA), Microsoft และ PIMCO โดยการประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเน้นไปที่การส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตและการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การหารือระดับสูงนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีมากขึ้น หากการหารือเหล่านี้นำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม อาจช่วยเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและโครงการพลังงานสะอาดภายในประเทศ ซึ่งอาจสร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ และยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่น สำหรับนักท่องเที่ยว การลงทุนดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและบริการดิจิทัลในระยะยาว

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความพร้อมในการต้อนรับการลงทุนเหล่านี้ แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าโครงการเฉพาะเจาะจงหรือข้อผูกพันทางการเงินใดที่จะเกิดขึ้นจากการหารือเบื้องต้นนี้ ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการอย่างเป็นทางการหรือตัวเลขการลงทุนที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของความร่วมมือเหล่านี้ และผลกระทบที่จะมีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:51 UTC