ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา ✦
ความปลอดภัย ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต ✦
กีฬา บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย ✦
ความปลอดภัย พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ✦
การขนส่ง รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ✦
การขนส่ง ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน ✦
เศรษฐกิจ ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย

อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

แหล่งข่าวเดียว
อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเปิดเผยว่ามีกลุ่มที่อ้างชื่อ 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงิน 100,000 ริงกิตจากผู้ประกอบการในจังหวัดยะลา

ตามรายงานจาก Thai Post นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามในการขู่กรรโชกทรัพย์ในจังหวัดยะลา โดยมีการเผยแพร่จดหมายที่อ้างว่ามาจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'เบอร์ซาตู' ส่งไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ เอกสารดังกล่าวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินจำนวน 100,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 800,000 บาท) เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

นายนันทิวัฒน์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมของกลุ่มโจร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค แม้ว่าความถูกต้องของจดหมายและการมีส่วนร่วมของกลุ่มดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการเปิดเผยของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเท่านั้น ขณะนี้ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานความมั่นคงเกี่ยวกับที่มาของจดหมายและสถานะปัจจุบันของเหตุการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐและช่องทางทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย การดำเนินการทางปกครองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรและเร่งรัดความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั่วทั้งเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เมืองกำลังเผชิญอยู่ โดยปกติแล้วจะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถข้ามขั้นตอนทางราชการตามปกติเพื่อจัดหาความช่วยเหลือทันที จัดการการบรรเทาอุทกภัย หรือจัดการข้อกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าลักษณะเฉพาะของภัยพิบัติที่นำไปสู่ประกาศนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินอยู่ แต่การกำหนดสถานะนี้หมายความว่าเมืองกำลังดำเนินงานภายใต้โปรโตคอลฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้น

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ตรวจสอบการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับระบบขนส่งสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบริการที่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและระยะเวลาของสถานะภัยพิบัตินี้ยังคงต้องรอการยืนยันจาก กทม. ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตของตนและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

นักกรีฑาชาวไทย บิว ภูริพล คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร รอบคัดเลือก แม้จะมีฝนตกลงมา

ตามรายงานจาก Matichon Online บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมา แต่ภูริพลยังคงรักษาความมุ่งมั่นและฟอร์มการวิ่งจนสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในฮีตแรกได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการกรีฑาไทยในระดับสากล ความสามารถของภูริพลในการทำผลงานได้ดีท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยแสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวและความมุ่งมั่นอย่างสูง การผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬาชาวไทย

แม้ว่าภูริพลจะการันตีที่นั่งในรอบรองชนะเลิศแล้ว แต่ตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและรายชื่อคู่แข่งที่ผ่านเข้ารอบจากฮีตอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันของเขาได้ผ่านช่องทางถ่ายทอดสดกีฬาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป ความสนใจจะมุ่งไปที่ว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลในรอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

นายภาสกร สส.ระยอง จากพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก และจี้ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายภาสกร สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและความเสียหายจากน้ำท่วม สส. ได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาล โดยเฉพาะการอ้างถึง 'เจเศรษฐ์' ให้เร่งดำเนินการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast โดยพรรคให้เหตุผลว่าการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและระบุตำแหน่งที่ชัดเจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ และเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังจะมาถึง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด และรัฐบาลจะดำเนินการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ตามที่เรียกร้องหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเมื่อต้องเดินทางในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยประกาศให้บริการจอดรถฟรี ณ สถานีที่กำหนด 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดตัวโครงการจอดรถฟรีชั่วคราวสำหรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้ขับขี่สามารถใช้บริการที่จอดรถ ณ สถานีที่กำหนดไว้ 9 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเครือข่ายระบบรางสำหรับผู้เดินทางและประชาชนทั่วไป การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจอดรถในช่วงเวลา 7 วันนี้ รฟม. มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อวางแผนการเดินทางที่ต้องขับรถมายังสถานีเพื่อต่อรถไฟฟ้า

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันวันที่และสถานที่ให้บริการจอดรถฟรีทั้ง 9 แห่งแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ รฟม. ก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะมีการขยายระยะเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 2 ตุลาคม หรือจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ที่สถานีอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรปฏิบัติตามกฎระเบียบการจอดรถที่ติดประกาศไว้ ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินนานกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของสายการบินไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาการเดินทางอย่างหนัก โดยทีมมีกำหนดออกเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG64 เมื่อเวลา 00.05 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569

ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องบินในเวลา 02.35 น. แต่เที่ยวบินต้องถูกระงับหลังจากกัปตันแจ้งว่าเรดาร์ขัดข้อง หลังจากดำเนินการซ่อมแซม ผู้โดยสารได้ถูกย้ายไปรอที่เลาจน์ภายในสนามบินในเวลา 05.30 น. แม้ว่าจะมีการกำหนดเวลาออกเดินทางใหม่เป็น 09.00 น. แต่ต่อมาได้มีการเลื่อนออกไปเป็น 10.30 น. โดยทีมพาเดลไทยซึ่งมีผู้โดยสารคนสำคัญอื่นๆ ร่วมเดินทางด้วย ยังคงรอคอยความคืบหน้าอยู่ที่สนามบิน

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะเป็นสายการบินขนาดใหญ่ก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันที่กระชั้นชิดหรือแผนการเดินทางต่อเครื่อง ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เวลาออกเดินทางที่แน่นอนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ และขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามการแจ้งเตือนจากสายการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเที่ยวบินจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินเมื่อใด และความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของทีมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยสั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้ถือเป็นช่วงการจัดการภาวะฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์เมื่อพบความเสี่ยง หากท่านอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคม บริการสาธารณูปโภค และการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นในการเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบจากอุทกภัย และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่อพยพหรือการปิดเส้นทางคมนาคมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปากช่องและวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพฉุกเฉิน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่งในอำเภอปากช่องและอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าดังกล่าวมีต้นทางมาจากเทือกเขาใหญ่และได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนหลายแห่ง

ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้เรือในการอพยพชาวบ้านที่ติดค้างอยู่เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าระดับน้ำในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่องหรืออำเภอวังน้ำเขียว หรือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดและหน่วยงานกู้ภัยอย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปตามสถานการณ์ที่พัฒนาขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าโครงการอุดหนุน 60/40 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 เพื่อประคองกำลังซื้อท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันการเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' 60/40 เฟส 2 โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น

รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสนับสนุนทั้งผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกเหนือจากการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นแล้ว รัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลัง ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าเงินอุดหนุนนี้จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของเฟสนี้ หรือเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเข้าร่วมของผู้ค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในการประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่ตกต่อเนื่องและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและระบบควบคุมน้ำของเมือง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับฝนที่ตกวนเวียนไม่ไปไหน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าแม้ระดับน้ำจะทรงตัวได้ชั่วคราว แต่การที่มีฝนเติมเข้ามาอีกทำให้สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

คลองสายหลักทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงคลองแสนแสบ คลองประเวศ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะนี้มีระดับน้ำเต็มความจุ โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด ในขณะที่ฝั่งธนบุรีสถานการณ์ยังค่อนข้างคงที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ผู้ว่าฯ ได้แนะนำให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ขึ้นที่สูง หากกังวลเรื่องความปลอดภัยของยานพาหนะ สามารถนำไปจอดในพื้นที่ที่สำนักงานเขตหรือโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ได้

แม้เจ้าหน้าที่กทม. จะเร่งสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้ระบบคลองที่อิ่มตัวอยู่แล้วรับมือได้ยากขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด และเมืองยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังขั้นสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทยจับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนความยั่งยืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทยจับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนความยั่งยืน

กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย อาทิ WHA, Frasers Property และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเพื่อส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เน้นธรรมชาติเป็นสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทยจับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนความยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทยจับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขับเคลื่อนความยั่งยืน

กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย อาทิ WHA, Frasers Property และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเพื่อส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เน้นธรรมชาติเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงาน 'MFLF Sustainability' เพื่อเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยกับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า องค์กรธุรกิจชั้นนำ 3 แห่งได้ให้คำมั่นในการบูรณาการธรรมชาติให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ

บริษัท WHA Corporation ได้เน้นย้ำแนวคิด 'กรีนต้องกินได้' โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ในขณะที่ Frasers Property ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สอดคล้องกับพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกัน ส่วนกลุ่มธุรกิจ TCP (กระทิงแดง) ได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสะอาดให้เป็นต้นทุนที่สำคัญควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน แม้ว่าคำมั่นสัญญาขององค์กรเหล่านี้จะสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่แนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ผลกระทบเชิงปฏิบัติในระยะยาวของความร่วมมือเหล่านี้ต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าคำมั่นสัญญาระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ในภาคอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

FETCO กระตุ้นรัฐบาลให้ความสำคัญกับการออมควบคู่ไปกับการลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

FETCO กระตุ้นรัฐบาลให้ความสำคัญกับการออมควบคู่ไปกับการลงทุน

สมาคมสภาองค์กรตลาดทุนไทย (FETCO) เรียกร้องให้รัฐบาลสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับนโยบายที่สนับสนุนการออมระยะยาวของคนในชาติ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

FETCO กระตุ้นรัฐบาลให้ความสำคัญกับการออมควบคู่ไปกับการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
FETCO กระตุ้นรัฐบาลให้ความสำคัญกับการออมควบคู่ไปกับการลงทุน

สมาคมสภาองค์กรตลาดทุนไทย (FETCO) เรียกร้องให้รัฐบาลสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับนโยบายที่สนับสนุนการออมระยะยาวของคนในชาติ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสมาคมสภาองค์กรตลาดทุนไทย (FETCO) ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยขยายขอบเขตการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ แม้จะเห็นด้วยกับการเร่งการลงทุนในประเทศ แต่นายไพบูลย์เน้นย้ำว่าการส่งเสริมการออมในประเทศมีความสำคัญไม่แพ้กันเพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ข้อเสนอสำคัญจาก FETCO ได้แก่ การยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เป็นระบบบังคับ และการเร่งผลักดันมาตรการบัญชีเงินออมรายบุคคลของไทย (TISA) นอกจากนี้ นายไพบูลย์ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมเพื่อดึงดูดเงินทุนระยะยาวจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การหารือเชิงนโยบายเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางการเงิน รวมถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการออมเพื่อเกษียณอายุและกฎระเบียบด้านการลงทุนในอนาคต หากมีการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมและความพร้อมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเสนอแนะดังกล่าว หรือจะมีการกำหนดกรอบเวลาทางกฎหมายสำหรับมาตรการ TISA หรือข้อกำหนดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบบังคับหรือไม่ ในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการผลักดัน และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 13:16 UTC

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ

ดัชนี SET เกือบหลุดระดับ 1,600 จุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม หลังจากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ

ดัชนี SET เกือบหลุดระดับ 1,600 จุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม หลังจากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดที่ 1,600.70 จุด ลดลงเล็กน้อย 0.08% ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตลาดเผชิญกับแรงกดดันจากการขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดขายสุทธิรวม 5,451.55 ล้านบาทในช่วงท้ายของการซื้อขาย

นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ระบุว่า แม้ดัชนีจะเคลื่อนไหวในแดนบวกเกือบตลอดทั้งวัน แต่ในช่วงท้ายตลาดมีแรงเทขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคาร สื่อสาร พลังงาน และท่าอากาศยานไทย (AOT) ซึ่งส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงมาใกล้ระดับ 1,600 จุดอย่างน่ากังวล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความผันผวนของตลาดเช่นนี้มักสะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ว่าการซื้อขายเพียงวันเดียวจะไม่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะยาว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดไทยต่อกระแสเงินทุนต่างชาติ ผู้ที่บริหารจัดการการลงทุนในท้องถิ่นหรือติดตามค่าเงินบาทอาจพบว่าแนวโน้มนี้มีความสำคัญต่อการวางแผนทางการเงิน ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแรงเทขายนี้เป็นเพียงการทำกำไรระยะสั้น หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

สภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาพลังงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาพลังงาน

รัฐสภาไทยอนุมัติพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
สภาฯ อนุมัติ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาพลังงาน

รัฐสภาไทยอนุมัติพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 รัฐสภาไทยได้อนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาทอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง และงดออกเสียง 52 เสียง จากผู้ลงมติทั้งหมด 478 เสียง ในการประชุมที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม

พระราชกำหนดฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน และเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่ระบบพลังงานใหม่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอัดฉีดเงินทุนจำนวนมหาศาลเข้าสู่ภาคพลังงานนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานระดับชาติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือการปรับเปลี่ยนเงินอุดหนุนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและการจัดการสาธารณูปโภคในอนาคต

แม้ว่าพระราชกำหนดจะได้รับการอนุมัติแล้ว แต่รายละเอียดการจัดสรรเงินทุนเหล่านี้ไปยังโครงการพลังงานต่างๆ ยังคงต้องรอการชี้แจงจากรัฐบาลต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายทรัพยากรและกรอบเวลาในการดำเนินโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เนื่องจากนี่เป็นการดำเนินการทางกฎหมาย ผลกระทบระยะยาวต่อค่าครองชีพหรือความพร้อมด้านพลังงานสำหรับประชาชนทั่วไปจึงยังไม่ได้รับการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 14:10 UTC

GIT ผลักดันการปรับโฉมธุรกิจอัญมณีไทยสู่ความยั่งยืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GIT ผลักดันการปรับโฉมธุรกิจอัญมณีไทยสู่ความยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีในท้องถิ่น โดยเน้นความยั่งยืนและการใช้ตราสัญลักษณ์ 'Made in Thailand'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GIT ผลักดันการปรับโฉมธุรกิจอัญมณีไทยสู่ความยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
GIT ผลักดันการปรับโฉมธุรกิจอัญมณีไทยสู่ความยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีในท้องถิ่น โดยเน้นความยั่งยืนและการใช้ตราสัญลักษณ์ 'Made in Thailand'

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ได้ประกาศกลยุทธ์ในการปรับโฉมธุรกิจอัญมณีไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับธุรกิจในท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแนวโน้มความยั่งยืนระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่างานฝีมือของไทยยังคงมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการส่งเสริมตราสัญลักษณ์ 'Made in Thailand' โดยการสนับสนุนให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นนำตราสัญลักษณ์นี้ไปใช้ สถาบันหวังว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับเครื่องประดับที่ผลิตในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ปรับตัวไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่ตลาดอัญมณีที่มีมาตรฐานและโปร่งใสมากขึ้น หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ผู้ซื้อจะสามารถระบุสินค้าคุณภาพสูงที่ผลิตอย่างมีจริยธรรมและได้รับรองมาตรฐาน 'Made in Thailand' ได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงเกณฑ์เฉพาะที่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้รับตราสัญลักษณ์ใหม่ และกรอบเวลาสำหรับการนำมาตรฐานความยั่งยืนเหล่านี้ไปใช้อย่างแพร่หลาย ในขณะที่โครงการดำเนินไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามดูว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับภูมิทัศน์การค้าปลีกที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:50 UTC

หญิงวัย 72 ปี ประสบปัญหาทางการเงินหลังโอนเงินผิดบัญชี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หญิงวัย 72 ปี ประสบปัญหาทางการเงินหลังโอนเงินผิดบัญชี

หญิงวัย 72 ปีในประเทศไทยกำลังหาทางแก้ไขปัญหาหลังจากโอนเงินจำนวน 20,000 บาทผิดบัญชีโดยไม่ตั้งใจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หญิงวัย 72 ปี ประสบปัญหาทางการเงินหลังโอนเงินผิดบัญชี

แหล่งข่าวเดียว
หญิงวัย 72 ปี ประสบปัญหาทางการเงินหลังโอนเงินผิดบัญชี

หญิงวัย 72 ปีในประเทศไทยกำลังหาทางแก้ไขปัญหาหลังจากโอนเงินจำนวน 20,000 บาทผิดบัญชีโดยไม่ตั้งใจ

ตามรายงานจาก Matichon Online หญิงวัย 72 ปีรายหนึ่งกำลังเผชิญกับความเครียดอย่างหนักจากความผิดพลาดทางการเงิน โดยเธอได้โอนเงินจำนวน 20,000 บาทไปยังบัญชีธนาคารที่ไม่ถูกต้องโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเธอติดต่อไปยังผู้รับเพื่อขอเงินคืน เธอได้รับแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกถอนออกและใช้จ่ายไปจนหมดแล้ว

มีรายงานว่าผู้รับเงินได้เสนอที่จะผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบรายละเอียดของผู้รับให้รอบคอบก่อนยืนยันการทำธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลทุกครั้งในประเทศไทย เนื่องจากกระบวนการติดตามเงินคืนที่โอนผิดบัญชีอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบหมายเลขบัญชีและชื่อผู้รับให้ถี่ถ้วนเมื่อใช้แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ แม้ว่าการชำระเงินแบบดิจิทัลจะมีความสะดวกสบายและถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วประเทศ แต่กลไกทางกฎหมายและทางปฏิบัติในการเรียกคืนเงินที่โอนผิดพลาดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้ทันทีเสมอไป ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการไกล่เกลี่ยทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับกำหนดการชำระคืนเงินดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่าธนาคารกลางไม่ได้มีข้อผูกมัดที่จะต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันเป็นเวลานาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่าธนาคารกลางไม่ได้มีข้อผูกมัดที่จะต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับปัจจุบันเป็นเวลานาน

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับนโยบายการเงินของประเทศ ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ผู้ว่าการฯ ได้ปฏิเสธกระแสความคาดหวังของตลาดที่ว่าธนาคารกลางตั้งใจจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันเป็นเวลานาน

นายวิทัยเน้นย้ำว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ได้มีข้อผูกมัดใดๆ ที่จะต้องคงสถานะเดิมไว้ โดยชี้แจงว่าการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคตยังคงมีความยืดหยุ่น และอัตราดอกเบี้ยสามารถปรับขึ้นหรือลงได้ตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำแถลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืม อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และความแข็งแกร่งโดยรวมของเงินบาท แม้ว่าความคิดเห็นของผู้ว่าการฯ จะบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนจากจุดยืนนโยบายที่เข้มงวด แต่กรอบเวลาและทิศทางที่ชัดเจนของการปรับเปลี่ยนในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดและผู้ที่จัดการการเงินส่วนบุคคลในประเทศไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 21.6%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 21.6%

ภาคการส่งออกของไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ข้าว และยางพาราที่แข็งแกร่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 21.6%

แหล่งข่าวเดียว
การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 21.6%

ภาคการส่งออกของไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ข้าว และยางพาราที่แข็งแกร่ง

ตามรายงานจาก Matichon Online ภาคการส่งออกของไทยมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 21.6% ในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ของการส่งออกของประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนในการค้าระหว่างประเทศ

รายงานระบุว่าการพุ่งขึ้นดังกล่าวได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ข้าว และยางพารา ซึ่งภาคส่วนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาแนวโน้มขาขึ้นของตัวเลขการส่งออกระดับประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องนี้มักมีความสัมพันธ์กับเสถียรภาพในวงกว้างของเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของค่าเงินและความพร้อมของสินค้า แม้ว่าข้อมูลการส่งออกจะสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเติบโตนี้จะส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อภายในประเทศหรือค่าครองชีพอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ โดยเฉพาะในส่วนของความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรในตลาดโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักวิเคราะห์ต้องติดตามในรายงานประจำไตรมาสถัดไป ณ ขณะนี้ ข้อมูลยืนยันถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรกของภาคการค้าไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

ไรเดอร์ Lalamove และแพลตฟอร์มเจรจาเรื่องค่ารอบการจัดส่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไรเดอร์ Lalamove และแพลตฟอร์มเจรจาเรื่องค่ารอบการจัดส่ง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่าง Lalamove และกลุ่มไรเดอร์ หลังมีการรวมตัวประท้วงเรื่องค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไรเดอร์ Lalamove และแพลตฟอร์มเจรจาเรื่องค่ารอบการจัดส่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไรเดอร์ Lalamove และแพลตฟอร์มเจรจาเรื่องค่ารอบการจัดส่ง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่าง Lalamove และกลุ่มไรเดอร์ หลังมีการรวมตัวประท้วงเรื่องค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างแพลตฟอร์มจัดส่ง Lalamove และกลุ่มไรเดอร์ หลังจากที่กลุ่มไรเดอร์ได้รวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้องเนื่องจากค่าตอบแทนปัจจุบันที่ 3 บาทต่อกิโลเมตรไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยกลุ่มไรเดอร์ได้ยื่นข้อเสนอขอปรับเพิ่มเป็น 10 บาทต่อกิโลเมตร

ในระหว่างการหารือเบื้องต้น Lalamove ยอมรับว่าอัตราค่ารอบ 3 บาทต่อกิโลเมตรนั้นไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายจริง อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มชี้แจงว่ามีไรเดอร์เพียงประมาณ 5% เท่านั้นที่ได้รับอัตราดังกล่าวในปัจจุบัน ทั้งนี้ บริษัทได้รับปากว่าจะดำเนินการทบทวนข้อมูลภายในเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่กลุ่มไรเดอร์ได้นำเสนอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารือที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเศรษฐกิจแบบกิ๊ก (Gig Economy) และความยั่งยืนของบริการจัดส่ง แม้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างค่าตอบแทนภายใน แต่ก็อาจส่งผลต่อต้นทุนหรือความพร้อมให้บริการจัดส่งในอนาคตของประเทศได้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า Lalamove จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินอย่างไรหลังจากการทบทวนข้อมูลภายใน และข้อเสนออัตรา 10 บาทต่อกิโลเมตรจะได้รับการพิจารณาหรือนำไปปฏิบัติจริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

บางจากฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกกรีนไมลส์ มอบส่วนลดน้ำมัน
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

บางจากฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกกรีนไมลส์ มอบส่วนลดน้ำมัน

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ด้วยการมอบส่วนลดน้ำมัน 120 บาท สำหรับสมาชิกใหม่

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บางจากฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกกรีนไมลส์ มอบส่วนลดน้ำมัน

ได้รับการยืนยัน
บางจากฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกกรีนไมลส์ มอบส่วนลดน้ำมัน

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 20 ปี โปรแกรมสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ด้วยการมอบส่วนลดน้ำมัน 120 บาท สำหรับสมาชิกใหม่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของโปรแกรมสมาชิก 'บางจากกรีนไมลส์' ซึ่งถือเป็นโปรแกรมสะสมคะแนนแรกในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันของไทย โดยในโอกาสพิเศษนี้ บริษัทได้เชิญชวนลูกค้าใหม่ให้สมัครสมาชิกเพื่อรับส่วนลดน้ำมันมูลค่า 120 บาท

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด กล่าวว่าโปรโมชั่นนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอบคุณสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจและให้บางจากกรีนไมลส์ดูแลทุกการเดินทางตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและนักท่องเที่ยว โปรโมชั่นนี้อาจเป็นแรงจูงใจทางการเงินเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ใช้บริการสถานีบริการน้ำมันบางจากเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของโปรโมชั่น เช่น วิธีการรับส่วนลดว่าเป็นการให้เครดิตหรือผ่านคูปอง และมีข้อกำหนดเรื่องยอดซื้อขั้นต่ำที่หัวจ่ายหรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดของโปรโมชั่นดังกล่าว ผู้ที่สนใจจึงควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดได้ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากใกล้บ้านหรือผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของโปรแกรมสมาชิก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

EGCO Group ประกาศแผนลงทุน 3 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

EGCO Group ประกาศแผนลงทุน 3 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาพลังงานและการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

EGCO Group ประกาศแผนลงทุน 3 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ได้รับการยืนยัน
EGCO Group ประกาศแผนลงทุน 3 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาพลังงานและการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 EGCO Group ได้วางแผนงบลงทุนจำนวน 3 หมื่นล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี โดยบริษัทกำลังเตรียมพร้อมเพื่อคว้าโอกาสสำคัญ 5 ประการ ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) และการดำเนินการตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)

นอกเหนือจากโครงการในประเทศแล้ว กลุ่มบริษัทยังตั้งเป้าที่จะขยายฐานธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับแผนการเติบโตเหล่านี้ EGCO Group ได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 3.25 บาทต่อหุ้น เพื่อตอกย้ำถึงสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภาคพลังงานของไทย การลงทุนนี้ถือเป็นสัญญาณของการผลักดันอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าให้ทันสมัยและสร้างความหลากหลายให้กับแหล่งพลังงาน เนื่องจากบริษัทดำเนินงานสอดคล้องกับกรอบ PDP 2026 ของประเทศ โครงการเหล่านี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและการวางแผนสาธารณูปโภคในอนาคต

แม้ว่าจะมีการประกาศงบลงทุนและการจ่ายเงินปันผลแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของแต่ละโครงการและลักษณะที่แน่ชัดของการขยายธุรกิจในสหรัฐฯ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามว่าการจัดสรรเงินทุนเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินงานอย่างไรจนถึงสิ้นปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 10:33 UTC

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับไฟเขียวให้ขายทีมแล้ว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับไฟเขียวให้ขายทีมแล้ว

ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับการอนุมัติให้ขายทีมด้วยมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับไฟเขียวให้ขายทีมแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับไฟเขียวให้ขายทีมแล้ว

ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ แชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับการอนุมัติให้ขายทีมด้วยมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ซึ่งเป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ล่าสุด ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการขายทีมได้ โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 3 แสนล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามกีฬาต่างประเทศ ข่าวนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างความเป็นเจ้าของของหนึ่งในทีมที่มีชื่อเสียงที่สุดใน NFL แม้ว่าความสำเร็จของทีมในสนามจะช่วยสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระดับโลก แต่การเปลี่ยนเจ้าของมักนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในปรัชญาการบริหาร กลยุทธ์การตลาด และโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าการขายจะได้รับอนุมัติที่จำเป็นแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ซื้อหรือกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนผ่านความเป็นเจ้าของต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานของทีมหรือการมีส่วนร่วมกับฐานแฟนคลับในระดับนานาชาติอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากองค์กรเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของการเข้าซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

HSBC และมูลนิธิคีนันเปิดตัวโครงการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินสำหรับแรงงานในเขต EEC
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

HSBC และมูลนิธิคีนันเปิดตัวโครงการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินสำหรับแรงงานในเขต EEC

โครงการใหม่มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

HSBC และมูลนิธิคีนันเปิดตัวโครงการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินสำหรับแรงงานในเขต EEC

แหล่งข่าวเดียว
HSBC และมูลนิธิคีนันเปิดตัวโครงการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินสำหรับแรงงานในเขต EEC

โครงการใหม่มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ HSBC และมูลนิธิคีนันได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับแรงงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญของความเครียดทางการเงินที่มีต่อประสิทธิภาพการทำงาน ข้อมูลที่อ้างถึงโดยองค์กรระบุว่าความเครียดทางการเงินอาจนำไปสู่การสูญเสียเวลาทำงานเฉลี่ย 7 ชั่วโมงต่อพนักงานหนึ่งคนในแต่ละสัปดาห์ และอาจเพิ่มโอกาสในการขาดสมาธิในการทำงานได้ถึง 5 เท่า การจัดทำโปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะทางการเงินมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาปัญหาเหล่านี้ โดยช่วยให้พนักงานสามารถจัดการการเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงินและความปลอดภัยทางดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเป้าไปที่แรงงานในเขต EEC เป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของความพยายามจากภาคเอกชนในการปรับปรุงความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของแรงงานในท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขนาดระยะยาวของโครงการ จำนวนแรงงานที่คาดว่าจะเข้าร่วม และหลักสูตรเฉพาะของการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเมื่อความร่วมมือมีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

ตลาดหุ้นไทยโชว์ผลงานเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยโชว์ผลงานเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 22.2% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มปิโตรเคมีและการขยายตัวของภาคธุรกิจดิจิทัล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยโชว์ผลงานเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยโชว์ผลงานเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 22.2% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มปิโตรเคมีและการขยายตัวของภาคธุรกิจดิจิทัล

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดเผยถึงการฟื้นตัวทางการเงินที่สำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการและหัวหน้าสายงานการตลาดของ SET ระบุว่ามีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 800 จากทั้งหมด 839 แห่ง ได้นำส่งงบการเงินสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แล้ว

ข้อมูลระบุว่าบริษัทที่จดทะเบียนใน SET มีกำไรสุทธิรวม 7.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่งสูงขึ้นถึง 64.5% นอกจากนี้ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ยังรายงานกำไรสุทธิ 4.77 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% โดยการเติบโตนี้เป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การฟื้นตัวของกลุ่มปิโตรเคมี และการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของธุรกิจในท้องถิ่นและการให้บริการต่างๆ แม้ตัวเลขจะแสดงแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลกำไรของบริษัทเหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระยะยาว หรือส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยรวมในประเทศไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:11 UTC

KSC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตเกินเป้าท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

KSC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตเกินเป้าท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ

KSC ประกาศว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเผชิญกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

KSC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตเกินเป้าท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
KSC เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตเกินเป้าท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ

KSC ประกาศว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเผชิญกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 บริษัท KSC ประสบความสำเร็จในการทำผลงานเติบโตเกินเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปี โดยบริษัทสามารถบรรลุผลลัพธ์ดังกล่าวได้แม้จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ติดตามสถานการณ์ทางธุรกิจในท้องถิ่น ผลการดำเนินงานนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินงานของบริษัท แม้ครึ่งปีแรกจะประสบความสำเร็จ แต่ฝ่ายบริหารของ KSC ยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเป็นสภาพแวดล้อมที่ท้าทายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้ชี้แจงทิศทางกลยุทธ์ในปัจจุบัน โดยระบุชัดเจนว่าไม่มีแผนที่จะดำเนินธุรกิจบริการ 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' (BNPL) ในขณะนี้

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำธุรกิจในประเทศไทย ข้อมูลอัปเดตนี้ให้มุมมองเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทที่มั่นคงกำลังรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับแนวโน้มที่ต้องระมัดระวังในช่วงที่เหลือของปี ในขณะที่บริษัทก้าวเข้าสู่ช่วงเดือนต่อๆ ไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่า KSC จะจัดการกับความท้าทายที่ระบุไว้อย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเฉพาะด้านหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ระยะยาวในช่วงที่เหลือของปีนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตกว่า 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตกว่า 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงานการเติบโตที่สำคัญในภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมของภาครัฐ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตกว่า 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตกว่า 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงานการเติบโตที่สำคัญในภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมของภาครัฐ

ตามรายงานจาก Thai Post ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ได้ประกาศว่าตลาดที่อยู่อาศัยของประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แนวโน้มขาขึ้นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการตัดสินใจของรัฐบาลในการขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมในตลาดเพิ่มขึ้นและโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม การขยายมาตรการจูงใจทางการเงินเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาแรงขับเคลื่อนภายในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในตลาดท้องถิ่น

แม้ว่ารายงานของ REIC จะเน้นย้ำถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงหกเดือนแรกของปี แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาวะตลาดเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี 2569 ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ตราบเท่าที่มาตรการปัจจุบันของรัฐบาลยังมีผลบังคับใช้ ผู้ซื้อหรือนักลงทุนที่มีศักยภาพควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระยะเวลาและขอบเขตของการลดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการซื้อและสุขภาพโดยรวมของตลาดที่อยู่อาศัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,850 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 200 บาท เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,850 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 12.55 น. ราคาได้ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,850 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่น ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ประเภทสำคัญในประเทศ และความเคลื่อนไหวของราคาเช่นนี้มักถูกติดตามโดยผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุน แม้ว่าการปรับขึ้นนี้จะเป็นภาพสะท้อนของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ข้อมูลที่จัดทำโดยสมาคมค้าทองคำถือเป็นข้อมูลอ้างอิงอย่างเป็นทางการสำหรับตัวเลขเหล่านี้ ผู้ที่สนใจทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือช่องทางอย่างเป็นทางการของสมาคม เนื่องจากราคาอาจมีความผันผวนตลอดทั้งวันทำการ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจงซึ่งอยู่เบื้องหลังการปรับขึ้นราคา 200 บาทในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 06:12 UTC

เอกอัครราชทูตไทยประจำโมซัมบิกจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เอกอัครราชทูตไทยประจำโมซัมบิกจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาปูโต ได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนจากไทยและโมซัมบิกเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เอกอัครราชทูตไทยประจำโมซัมบิกจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า

แหล่งข่าวเดียว
เอกอัครราชทูตไทยประจำโมซัมบิกจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาปูโต ได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนจากไทยและโมซัมบิกเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาปูโต ประเทศโมซัมบิก ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมบุคคลสำคัญจากภาคเอกชนของทั้งไทยและโมซัมบิกมาหารือเกี่ยวกับแนวทางที่เป็นไปได้ในการค้าและการลงทุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ ความคิดริเริ่มทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจทวิภาคี แม้ว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่โอกาสทางการค้าในระดับสูง แต่ความพยายามดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ สำหรับสินค้าและบริการของไทยในแอฟริกาตะวันออก สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาเยือนภูมิภาคนี้ สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความพร้อมของผลิตภัณฑ์ไทยที่มากขึ้นหรือโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการหารือ เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือโครงการลงทุนที่เป็นรูปธรรม ยังคงต้องรอการยืนยัน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวพื้นฐานในการส่งเสริมการเจรจา แต่จำเป็นต้องมีการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานเอกชนที่เข้าร่วม เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นหรือภาคอุตสาหกรรมเฉพาะ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับภารกิจทางการค้าหรือการพัฒนาเชิงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC