ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา มันชินี่มั่นใจในอนาคตของอิตาลีแม้พ่ายแพ้ต่อเบลเยียม ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ✦
เศรษฐกิจ ไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อยกระดับโปรไฟล์ทางเศรษฐกิจในเวทีโลก ✦
การเมือง รัฐบาลสั่งการคุมเข้มสินค้าจำเป็นรับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย กทม. ยกระดับการจัดการเหตุอุทกภัย ขยายพื้นที่รับมือครอบคลุมทั้ง 50 เขต ✦
เศรษฐกิจ โครงการภาคธุรกิจที่สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเร่งด่วนรับมืออุทกภัยใน 11 จังหวัดเสี่ยงภัย ✦
ความปลอดภัย การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสระแก้วแจ้งหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เกิดเหตุสลด หญิงวัย 58 ปีถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตขณะน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย เหตุยิงกันเสียชีวิตบนถนนพระพรหม-ร่อนพิบูลย์ ✦
กีฬา

มันชินี่มั่นใจในอนาคตของอิตาลีแม้พ่ายแพ้ต่อเบลเยียม

แหล่งข่าวเดียว
มันชินี่มั่นใจในอนาคตของอิตาลีแม้พ่ายแพ้ต่อเบลเยียม

โรแบร์โต มันชินี่ ผู้จัดการทีมชาติอิตาลี แสดงความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาของทีมหลังจากความพ่ายแพ้ต่อเบลเยียมเมื่อเร็วๆ นี้

ภายหลังความพ่ายแพ้ต่อเบลเยียมเมื่อเร็วๆ นี้ โรแบร์โต มันชินี่ ผู้จัดการทีมชาติอิตาลี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของทีมต่อสาธารณะ ตามรายงานจาก Matichon Online มันชินี่ยังคงมั่นใจว่าทีมจะแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงที่ดีขึ้นในการแข่งขันนัดต่อๆ ไป เขาเน้นย้ำถึงแนวทางการมองไปข้างหน้า โดยระบุว่าทีมกำลังมุ่งเน้นไปที่การก้าวข้ามผลการแข่งขันล่าสุดแทนที่จะจมอยู่กับอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ข้อมูลอัปเดตนี้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของทีมชาติอิตาลีในขณะที่กำลังแข่งขันในระดับนานาชาติ แม้ว่าความพ่ายแพ้ต่อเบลเยียมจะเป็นอุปสรรค แต่ความมุ่งมั่นของผู้จัดการทีมต่อการพัฒนาทางแท็กติกชี้ให้เห็นว่าทีมกำลังให้ความสำคัญกับการเติบโตในระยะยาวมากกว่าผลลัพธ์ในทันที

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามดูว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรในการแข่งขันนัดถัดไปของทีม แฟนบอลและผู้สังเกตการณ์กำลังรอชมว่าความมั่นใจของมันชินี่จะเปลี่ยนเป็นผลงานที่ดีขึ้นในสนามในช่วงหน้าต่างการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์ดำเนินไป ผู้สนับสนุนจะคอยติดตามว่าทีมจะสามารถนำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นมาใช้เพื่อเรียกคืนความได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลกได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:21 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยชาวแฟลตเคหะคลองจั่นรายงานว่าระดับน้ำสูงเกือบมิดรถยนต์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เขตบางกะปิในกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังอย่างหนักหลังจากมีฝนตกต่อเนื่อง ภาพที่เผยแพร่จากพื้นที่แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำสูงขึ้นจนเกือบมิดรถยนต์ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวแฟลตเคหะคลองจั่นได้ร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงไม่คลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สร้างความท้าทายอย่างมากต่อการเดินทางและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน การสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังอาจเป็นอันตรายเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น ความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้า และความเสี่ยงต่อโรคที่มากับน้ำ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศจากทางเทศบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการระบายน้ำและสภาพการจราจร

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงอย่างไรสำหรับที่พักอาศัยที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตบางกะปิหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังลึก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อยกระดับโปรไฟล์ทางเศรษฐกิจในเวทีโลก

ได้รับการยืนยัน
ไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อยกระดับโปรไฟล์ทางเศรษฐกิจในเวทีโลก

ประเทศไทยกำลังใช้บทบาทการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และธนาคารโลก เพื่อส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น การท่องเที่ยว และโอกาสในการลงทุนในระดับสากล

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และธนาคารโลก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการนำประเทศไทยกลับเข้าสู่จุดสนใจของเศรษฐกิจโลก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวว่า งานนี้เป็นประตูสำคัญในการนำเสนอสินค้าไทย ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และโอกาสในการลงทุนแก่ผู้นำทางการเงินระหว่างประเทศ

ส่วนหนึ่งของการเตรียมการคือการเปิดตัว 'Royal Pavilion' ในวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งนิทรรศการนี้ออกแบบมาเพื่อเชิดชูพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และเผยแพร่แนวพระราชดำริสู่ผู้นำระดับโลก โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการทูตทางวัฒนธรรมและการเข้าถึงทางเศรษฐกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้รับความสนใจในระดับสูง แม้ว่าการประชุมจะมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวและสร้างความสนใจจากนานาชาติ แต่ผู้อยู่อาศัยควรเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนด้านโลจิสติกส์หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในพื้นที่รอบสถานที่จัดงาน นักท่องเที่ยวอาจพบเห็นการแสดงออกถึงมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่โดดเด่นขึ้นในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดการจราจร การเข้าถึงพื้นที่บางส่วนของสาธารณชน หรือกำหนดการจัดงานคู่ขนานฉบับสมบูรณ์ ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:00 UTC

การเมือง

รัฐบาลสั่งการคุมเข้มสินค้าจำเป็นรับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลสั่งการคุมเข้มสินค้าจำเป็นรับมือสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ได้รับคำสั่งให้ดูแลปริมาณและราคาสินค้าจำเป็นให้เพียงพอและเป็นธรรมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเชิงรุกเพื่อจัดการปริมาณและราคาสินค้าจำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้น โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เป้าหมายหลักของคำสั่งนี้คือการป้องกันปัญหาการขาดแคลนสินค้าและการขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรมสำหรับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการเติมสต็อกสินค้าอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เส้นทางการขนส่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดช่องทางการสื่อสารโดยตรงกับสำนักงานในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการกระจายสินค้าอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดในช่วงฤดูน้ำท่วม แม้ว่ารัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานอาจแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจะมีพื้นที่ใดที่ประสบปัญหาความล่าช้าในการขนส่งชั่วคราวหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพร้อมของสินค้าในจังหวัดของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:21 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ยกระดับการจัดการเหตุอุทกภัย ขยายพื้นที่รับมือครอบคลุมทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ยกระดับการจัดการเหตุอุทกภัย ขยายพื้นที่รับมือครอบคลุมทั้ง 50 เขต

กรุงเทพมหานครได้ยกระดับโปรโตคอลการจัดการอุทกภัยอย่างเป็นทางการ โดยขยายมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของเมืองหลวง

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ปรับปรุงโปรโตคอลการจัดการอุทกภัยและการตอบโต้เหตุฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจเชิงบริหารนี้เป็นการขยายขอบเขตการดำเนินงานด้านการจัดการสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้บ่งชี้ว่าทางการกำลังเตรียมความพร้อมเชิงรุกสำหรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอุทกภัยทั่วทั้งพื้นที่เมืองหลวง แม้ว่าการขยายมาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการประสานงานและการจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ก็เป็นสัญญาณว่าเมืองกำลังเตรียมรับมือกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางอย่างเป็นทางการของ กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคำเตือนเรื่องน้ำท่วม การปิดถนน หรือการหยุดชะงักของบริการสาธารณะในพื้นที่ใกล้เคียง

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดการปฏิบัติงานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีการนำมาตรการเหล่านี้ไปใช้ในแต่ละเขตยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นอกจากนี้ แม้ว่าเมืองจะขยายขอบเขตการรับมือเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความรุนแรงของน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในบางโซนยังไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในประกาศเบื้องต้นนี้ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และคอยสังเกตสถานการณ์รอบตัวในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:20 UTC

เศรษฐกิจ

โครงการภาคธุรกิจที่สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
โครงการภาคธุรกิจที่สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของโครงการภาคเอกชนในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ตามรายงานของ Matichon Online ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 มีการให้ความสำคัญมากขึ้นว่าภาคธุรกิจกำลังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพัฒนาและสร้างเสถียรภาพให้กับชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน โครงการขององค์กรเหล่านี้กำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระดับรากหญ้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการตลาดท้องถิ่นและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หากธุรกิจยังคงบูรณาการกลยุทธ์ที่เน้นชุมชนเข้ากับการดำเนินงานของตนต่อไป อาจนำไปสู่ห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ดีขึ้นในจังหวัดต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้อาจหมายถึงโอกาสในการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่แท้จริงมากขึ้นและสภาพแวดล้อมที่มั่นคงยิ่งขึ้นในภูมิภาคที่พวกเขาไปเยือน

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวของโครงการชุมชนที่นำโดยภาคธุรกิจเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน แม้ว่ารายงานจะระบุถึงแนวโน้มเชิงบวก แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับขนาดของโครงการเหล่านี้หรืออุตสาหกรรมใดที่เป็นผู้นำในความพยายามนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าความพยายามด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงโครงการขนาดเล็กในท้องถิ่นเท่านั้น จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่ารูปแบบธุรกิจเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรและจะมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทยในวงกว้างหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:21 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเร่งด่วนรับมืออุทกภัยใน 11 จังหวัดเสี่ยงภัย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเร่งด่วนรับมืออุทกภัยใน 11 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางใน 11 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งเร่งด่วนไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยเน้นย้ำให้การปฏิบัติการช่วยเหลือต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของกลุ่มเปราะบางใน 11 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงในขณะนี้

เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้รายงานสถานการณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อให้เกิดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชนเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีการกำหนดประชุมฉุกเฉินระดับสูงในวันพรุ่งนี้เพื่อสรุปยุทธศาสตร์การรับมือทันทีหลังจากที่นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับถึงประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้ถือเป็นสัญญาณของการเฝ้าระวังระดับสูงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังระดมทรัพยากรเพื่อลดความเสี่ยง แต่รายชื่อจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงและขอบเขตที่แน่ชัดของมาตรการฉุกเฉินยังคงต้องรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ควรใช้ความระมัดระวังและวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:20 UTC

ความปลอดภัย

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสระแก้วแจ้งหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสระแก้วแจ้งหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วม

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสระแก้วประกาศหยุดจ่ายน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอเขาฉกรรจ์ รวมถึงตำบลท่าเกษม เนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมสถานีสูบน้ำแรงต่ำ

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาสระแก้ว ได้ออกประกาศด่วนเรื่องการหยุดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอเขาฉกรรจ์ และตำบลท่าเกษม

ตามประกาศอย่างเป็นทางการ การหยุดจ่ายน้ำมีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมสถานีสูบน้ำแรงต่ำ ส่งผลให้สถานีไม่สามารถดำเนินการสูบน้ำเพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบได้ตามปกติ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานนี้ทำให้การให้บริการน้ำประปาในพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว การหยุดจ่ายน้ำนี้หมายถึงการขาดแคลนน้ำประปาสำหรับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ขอแนะนำให้สำรองน้ำไว้ใช้และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการกู้คืนระบบ ทั้งนี้ จนถึงรายงานล่าสุด กปภ. ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าสถานีสูบน้ำจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการจัดการสถานการณ์ แต่ระยะเวลาในการหยุดจ่ายน้ำยังขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงและการซ่อมแซมที่จำเป็น โปรดติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของจังหวัดเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:20 UTC

ความปลอดภัย

เกิดเหตุสลด หญิงวัย 58 ปีถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตขณะน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุสลด หญิงวัย 58 ปีถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตขณะน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

หญิงวัย 58 ปีเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดในพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณลานจอดรถแฟลตเคหะคลองจั่น กรุงเทพฯ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 พบร่างหญิงวัย 58 ปี ทราบชื่อคือนางสุรีย์ เสียชีวิตในพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณลานจอดรถแฟลตการเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าผู้เสียชีวิตซึ่งมีอาชีพเก็บของเก่าและพักอาศัยอยู่ในแฟลตดังกล่าว ได้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดขณะเดินลุยน้ำท่วมขัง โดยมีพยานพบเห็นผู้เสียชีวิตล้มลงในบริเวณลานจอดรถเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วในบริเวณดังกล่าว จึงต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าช่วยเหลือและนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาอย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงร้ายแรงจากการเดินลุยน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าหรือลานจอดรถที่อาจมีอันตรายซ่อนอยู่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งให้ญาติของผู้เสียชีวิตทราบแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้ายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของการรั่วไหลหรือมาตรการความปลอดภัยที่จะดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมขังในช่วงที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:21 UTC

ความปลอดภัย

เหตุยิงกันเสียชีวิตบนถนนพระพรหม-ร่อนพิบูลย์

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตบนถนนพระพรหม-ร่อนพิบูลย์

หญิงสาวเสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันโดยมีรถกระบะเกี่ยวข้องบนถนนสาธารณะ

ตามรายงานจาก Thai Post เกิดเหตุรุนแรงบนถนนพระพรหม-ร่อนพิบูลย์ โดยมีรถเก๋งและรถกระบะเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่รายงานว่าผู้ก่อเหตุที่ขับรถกระบะได้ขับประกบรถเก๋งก่อนจะยิงใส่ฝั่งคนขับหลายนัด ส่งผลให้หญิงสาวที่เป็นคนขับรถเก๋งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งมาในรถได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นบนถนนสาธารณะ แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีสติและระมัดระวังขณะขับขี่ ในขณะนี้ แรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ต้องสงสัย สถานที่หลบหนีในปัจจุบัน และสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเผชิญหน้ายังไม่ได้รับการยืนยัน คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดต่อไปเพื่อระบุตัวผู้ก่อเหตุ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:02 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผลักดันผ้าไทยผ่านร้านอาหาร Thai SELECT
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผลักดันผ้าไทยผ่านร้านอาหาร Thai SELECT

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศใช้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วโลกเป็นกลไกในการนำเสนอความงดงามและงานฝีมือของผ้าไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผลักดันผ้าไทยผ่านร้านอาหาร Thai SELECT

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ผลักดันผ้าไทยผ่านร้านอาหาร Thai SELECT

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศใช้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วโลกเป็นกลไกในการนำเสนอความงดงามและงานฝีมือของผ้าไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้เปิดตัวโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อใช้ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นช่องทางในการส่งเสริมผ้าไทย โดยการนำผ้าไทยแบบดั้งเดิมมาบูรณาการเข้ากับสภาพแวดล้อมและการสร้างแบรนด์ของร้านอาหารเหล่านี้ เพื่อเพิ่มการมองเห็นงานฝีมือท้องถิ่นในระดับสากล

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้อาจช่วยยกระดับบรรยากาศทางวัฒนธรรมของประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยในต่างประเทศ เนื่องจากร้านอาหารทำหน้าที่เป็นทูตทางวัฒนธรรม ผู้ที่มาใช้บริการอาจมีโอกาสได้ชื่นชมหรือเรียนรู้เกี่ยวกับลวดลายที่ซับซ้อนและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของผ้าไทยในขณะที่เพลิดเพลินกับอาหารต้นตำรับ

แม้ว่า DITP จะระบุว่าร้านอาหารเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญในการเจาะตลาดโลก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการที่ร้านอาหารแต่ละแห่งจะจัดแสดงผลงานเหล่านี้ หรือการที่ร้านจะมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สิ่งทอหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามในวงกว้างที่จะเชื่อมโยงศิลปะการทำอาหารเข้ากับอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ เพื่อเสริมสร้าง «Soft Power» ของประเทศไทยบนเวทีโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการนี้ในภูมิภาคต่างๆ ต่อไปในขณะที่ DITP ยังคงเดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

เจมี คาร์ราเกอร์ เผชิญความเสี่ยงล้มละลายจากปัญหาค้างชำระภาษี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจมี คาร์ราเกอร์ เผชิญความเสี่ยงล้มละลายจากปัญหาค้างชำระภาษี

เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล กำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ในการถูกฟ้องล้มละลายเนื่องจากมีภาระภาษีค้างชำระจำนวนมาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจมี คาร์ราเกอร์ เผชิญความเสี่ยงล้มละลายจากปัญหาค้างชำระภาษี

แหล่งข่าวเดียว
เจมี คาร์ราเกอร์ เผชิญความเสี่ยงล้มละลายจากปัญหาค้างชำระภาษี

เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล กำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ในการถูกฟ้องล้มละลายเนื่องจากมีภาระภาษีค้างชำระจำนวนมาก

ตามรายงานจาก Thai Post เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังทีมลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ กำลังเผชิญกับแนวโน้มของการถูกฟ้องล้มละลาย โดยการดำเนินการทางกฎหมายนี้มีสาเหตุมาจากหนี้ภาษีที่ค้างชำระซึ่งคาดว่ามีมูลค่าระหว่าง 700,000 ถึง 800,000 ปอนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวนี้นับเป็นตัวอย่างของความซับซ้อนทางการเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่ารายงานจะระบุว่าอดีตนักเตะรายนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากภาระภาษีที่ค้างชำระจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของการฟ้องล้มละลายที่เป็นไปได้ รวมถึงการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากตัวแทนของคาร์ราเกอร์นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน รายงานนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีภูมิหลังทางวิชาชีพหรือสถานะทางสังคมอย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไปในสหราชอาณาจักร ผู้อ่านควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับสถานะของข้อเรียกร้องเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด 2 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น

แหล่งข่าวเดียว
SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด 2 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 กันยายน 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น ซึ่งมาจากกำไรสะสมของบริษัท

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ติดตามตลาดการเงินไทย วันสำคัญที่ควรทราบมีดังนี้: หุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-Dividend) ในวันที่ 8 กันยายน 2569 และมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 กันยายน 2569

แม้ว่าประกาศนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์การเงินเป็นหลัก แต่ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปถึงสภาพคล่องและผลการดำเนินงานทางการเงินของธนาคารในปัจจุบัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การดำเนินการขององค์กรดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพและความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องภายในภาคการธนาคารในท้องถิ่น

ในขณะนี้ บริษัทได้ยืนยันจำนวนเงินปันผลและกำหนดการจ่ายเงินผ่านการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลอื่นๆ สำหรับช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ นักลงทุนควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

เคทีซีจัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เคทีซีจัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ได้เปิดตัวอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นใหม่สำหรับบริการสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้กู้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เคทีซีจัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’

แหล่งข่าวเดียว
เคทีซีจัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ได้เปิดตัวอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นใหม่สำหรับบริการสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้กู้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ได้เริ่มแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนทางการเงินโดยการเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระหนี้ให้กับบุคคลที่ต้องการเข้าถึงระบบสินเชื่อในระบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจมีความเกี่ยวข้องหากคุณกำลังพิจารณาใช้มูลค่าของรถยนต์เพื่อความต้องการทางการเงินระยะสั้น แคมเปญนี้มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมการกู้ยืมอย่างรับผิดชอบโดยเสนอเงื่อนไขที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นภายในภาคการเงินที่มีการกำกับดูแล ซึ่งอาจเป็นทางเลือกแทนแหล่งเงินกู้นอกระบบ

แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาแรงกดดันทางการเงิน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอน ระยะเวลาของโปรโมชั่น และเกณฑ์คุณสมบัติสำหรับผู้สมัครยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบผ่านช่องทางที่เป็นทางการของเคทีซีหรือไปที่สาขาใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ของคุณมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ และเพื่อทำความเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอนี้ เช่นเดียวกับภาระผูกพันทางการเงินอื่นๆ ขอแนะนำให้ตรวจสอบโครงสร้างการชำระคืนอย่างละเอียดก่อนดำเนินการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:53 UTC

ออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ช่วยลูกหนี้รายย่อย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ช่วยลูกหนี้รายย่อย

ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการสินเชื่อใหม่เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยในการรวมหนี้และลดภาระทางการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้นที่ 0.75% ต่อเดือน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ช่วยลูกหนี้รายย่อย

แหล่งข่าวเดียว
ออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ช่วยลูกหนี้รายย่อย

ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการสินเชื่อใหม่เพื่อช่วยลูกหนี้รายย่อยในการรวมหนี้และลดภาระทางการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้นที่ 0.75% ต่อเดือน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารออมสินได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ภายใต้ชื่อ 'สินเชื่อออมสินเพื่อแก้ไขหนี้รายย่อย' โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือบุคคลในหลากหลายอาชีพในการจัดการภาระทางการเงินด้วยการรวมหนี้ที่มีอยู่เข้าด้วยกัน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ซึ่งในรายงานระบุชื่อว่า นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์) กล่าวว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาแรงกดดันทางการเงินให้กับลูกหนี้ ช่วยให้สามารถลดภาระรายเดือนและอาจเข้าถึงเงินทุนเพิ่มเติมได้ โดยสินเชื่อดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้นที่ 0.75% ต่อเดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินของรัฐในการจัดการกับระดับหนี้ครัวเรือน แม้ว่าโครงการนี้จะเสนอแนวทางที่เป็นระบบสำหรับการรวมหนี้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเกณฑ์การคัดเลือกเฉพาะ เอกสารที่จำเป็น และข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มสำหรับผู้สมัครยังไม่ได้ระบุรายละเอียดในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจในโครงการควรติดต่อสาขาของธนาคารออมสินโดยตรงเพื่อยืนยันสิทธิ์ส่วนบุคคลและข้อกำหนดเฉพาะในการเข้าร่วม เนื่องจากเป็นข้อเสนอใหม่ ผู้สมัครที่มีศักยภาพควรตรวจสอบว่าโครงการนี้ครอบคลุมถึงสถานะวีซ่าหรือสถานะการพำนักของตนหรือไม่ก่อนดำเนินการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

ไทยจัดสรรงบ 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดสรรงบ 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

รัฐบาลวางกรอบงบประมาณ 2 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เพื่อรับมือกับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยจัดสรรงบ 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดสรรงบ 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

รัฐบาลวางกรอบงบประมาณ 2 พันล้านบาทเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เพื่อรับมือกับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2570

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ศุภจีได้วางกรอบการใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) จำนวน 2 พันล้านบาท เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรกรรมและรักษาเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรตลอดปี 2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานเกษตรของไทย มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันความผันผวนของตลาดที่รุนแรงและสร้างความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพอากาศที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดกรอบงบประมาณไว้แล้ว แต่กลไกเฉพาะในการจัดสรรเงินทุนเหล่านี้ไปยังชุมชนเกษตรกรหรือภาคส่วนพืชผลต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยัน

สำหรับนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับเป็นสัญญาณถึงท่าทีเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ แม้นโยบายจะมุ่งเน้นไปที่เสถียรภาพทางการเกษตร แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้ว่าประเทศกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความผิดปกติของสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้น คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินงานและพื้นที่เป้าหมายที่จะได้รับความช่วยเหลือนี้เมื่อใกล้ถึงปีงบประมาณ 2570 ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินทุนเหล่านี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC

ผลประกอบการหุ้น mai ครึ่งปีแรก 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผลประกอบการหุ้น mai ครึ่งปีแรก 2569

สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) เปิดเผยข้อมูล 10 บริษัทที่มีกำไรสูงสุดในตลาด mai ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดย PSGC ครองอันดับ 1

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผลประกอบการหุ้น mai ครึ่งปีแรก 2569

แหล่งข่าวเดียว
ผลประกอบการหุ้น mai ครึ่งปีแรก 2569

สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) เปิดเผยข้อมูล 10 บริษัทที่มีกำไรสูงสุดในตลาด mai ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดย PSGC ครองอันดับ 1

ตามรายงานจาก Prachachat Business สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) ได้เผยแพร่ข้อมูลการวิเคราะห์ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยระบุถึง 10 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีกำไรสุทธิสูงสุด

PSGC ครองอันดับ 1 โดยมีกำไร 488 ล้านบาท รายงานยังระบุถึงการเติบโตที่สำคัญของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ โดย UKEM มีอัตราการเติบโตของกำไรสูงที่สุดถึง 1,065% นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่น่าสนใจอื่นๆ ที่ปรากฏในข้อมูล ได้แก่ KCC และ TRT

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้ให้ภาพรวมของสถานะทางการเงินในปัจจุบันของบริษัทขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูงในตลาดทางเลือก แม้ว่ารายงานกำไรเหล่านี้จะสะท้อนถึงผลการดำเนินงานในอดีต แต่ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของแนวโน้มตลาดในกลุ่มธุรกิจ SME ของไทย

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทเหล่านี้จะสามารถรักษาทิศทางการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีได้อย่างไร ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวน นักลงทุนและผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลทางการเงินฉบับเต็มที่จัดทำโดย maiA เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่ออัตรากำไรเหล่านี้อย่างละเอียด รายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่ maiA เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งแรกของปี 2569

บริษัทพลังงานไทย BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 22 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งแรกของปี 2569

บริษัทพลังงานไทย BCPG ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 22 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทได้กำหนดอัตราเงินปันผลไว้ที่ 0.15 บาทต่อหุ้น

สำหรับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ติดตามภาคพลังงานของไทย บริษัทได้ยืนยันว่ากำหนดการจ่ายเงินปันผลจะมีขึ้นในวันที่ 22 กันยายน 2569 ซึ่งการประกาศนี้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทในช่วงหกเดือนแรกของปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในตลาดหุ้นท้องถิ่น การประกาศจ่ายเงินปันผลเช่นนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้มาตรฐานถึงสถานะทางการเงินของบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนของไทย แม้ว่าข่าวนี้จะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับวันที่และจำนวนเงินที่จะจ่าย แต่ผู้ลงทุนควรตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการของตลาดหลักทรัพย์หรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเพื่อดูรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสิทธิ์ในการรับเงิน เช่น วันขึ้นเครื่องหมาย "XD" (Ex-Dividend Date) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าผู้ถือหุ้นรายใดมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล ในขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ดังนั้นจึงควรตรวจสอบผ่านช่องทางนักลงทุนสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ BCPG หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องก่อนการตัดสินใจทางการเงินใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:52 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 250 บาท เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,900 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 250 บาท เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,900 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 13.12 น. ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 72,900 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเพิ่มขึ้น 250 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความผันผวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ในตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรทราบว่าราคาเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งตลอดวันทำการ นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อทองคำเพื่อเป็นของที่ระลึกหรือการลงทุนควรตรวจสอบราคาอย่างเป็นทางการล่าสุดผ่านทางเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ เนื่องจากราคาขายปลีกตามร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและนโยบายของแต่ละร้าน

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด เนื่องจากราคาทองคำได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสภาวะตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบตัวเลขล่าสุดโดยตรงกับร้านทองที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากตลาดทองคำยังคงมีความเคลื่อนไหวและอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

ไทยรุกตลาดความมั่นคงทางอาหารในตะวันออกกลางผ่านบาห์เรน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรุกตลาดความมั่นคงทางอาหารในตะวันออกกลางผ่านบาห์เรน

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อส่งออกสินค้าเกษตรมาตรฐานสูงและอาหารฮาลาลไปยังบาห์เรน โดยมุ่งหวังใช้เป็นประตูสู่กลุ่มประเทศ GCC

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรุกตลาดความมั่นคงทางอาหารในตะวันออกกลางผ่านบาห์เรน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรุกตลาดความมั่นคงทางอาหารในตะวันออกกลางผ่านบาห์เรน

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อส่งออกสินค้าเกษตรมาตรฐานสูงและอาหารฮาลาลไปยังบาห์เรน โดยมุ่งหวังใช้เป็นประตูสู่กลุ่มประเทศ GCC

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตอาหารระดับโลก โดยยุทธศาสตร์นี้เน้นการส่งออกสินค้าเกษตรมาตรฐานสูงและอาหารที่ได้รับการรับรองฮาลาลไปยังบาห์เรน เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศดังกล่าว

นอกเหนือจากการส่งออกโดยตรงแล้ว ยุทธศาสตร์นี้ยังวางตำแหน่งให้บาห์เรนเป็นประตูยุทธศาสตร์สำหรับการค้าและการลงทุนของไทยเข้าสู่กลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) และตะวันออกกลางในวงกว้าง ในขณะเดียวกัน ไทยยังเสนอตัวเป็นประตูตอบแทนสำหรับผลประโยชน์จากตะวันออกกลางที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มขึ้นของการค้าทวิภาคีและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งอาจนำไปสู่ความพร้อมใช้งานของสินค้าเกษตรไทยเฉพาะกลุ่มในตลาดตะวันออกกลางมากขึ้น และอาจนำไปสู่การเดินทางเพื่อธุรกิจระหว่างสองภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงทางการค้าเหล่านี้ และรายการสินค้าเกษตรที่แน่นอนที่จะได้รับสถานะสำคัญภายใต้กรอบการทำงานใหม่นี้ โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเปิดทางด้านการทูตและเศรษฐกิจเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้าที่เป็นรูปธรรมได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

สหกรณ์อีสานยกระดับข้าวพันธุ์พื้นเมืองสู่สินค้าพรีเมียม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหกรณ์อีสานยกระดับข้าวพันธุ์พื้นเมืองสู่สินค้าพรีเมียม

สหกรณ์การเกษตรในภาคอีสานกำลังแปรรูปข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหกรณ์อีสานยกระดับข้าวพันธุ์พื้นเมืองสู่สินค้าพรีเมียม

แหล่งข่าวเดียว
สหกรณ์อีสานยกระดับข้าวพันธุ์พื้นเมืองสู่สินค้าพรีเมียม

สหกรณ์การเกษตรในภาคอีสานกำลังแปรรูปข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ภาคอีสานกำลังปรับเปลี่ยนบทบาทการดำเนินงาน จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดรวบรวมผลผลิตให้กับเกษตรกร มาเป็นการมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มข้าว

ข้าวพันธุ์พื้นเมืองสองชนิด ได้แก่ 'ข้าวหอมดอกฮัง' และ 'พนมนาคา' กำลังเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ การแปรรูปและสร้างแบรนด์ให้กับข้าวพันธุ์พื้นเมืองเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการกระจายรายได้ที่ยั่งยืนภายในชุมชนท้องถิ่น กลยุทธ์นี้มุ่งหวังที่จะก้าวข้ามการเก็บเกี่ยวแบบเดิมๆ เพื่อยกระดับข้าวเหล่านี้ให้เป็นสินค้าพรีเมียมในตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่ให้ความสำคัญกับมรดกท้องถิ่นและการเกษตรที่ยั่งยืน การสนับสนุนโครงการเหล่านี้อาจเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ระดับภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง ซึ่งกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในด้านคุณสมบัติที่โดดเด่น

แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสหกรณ์ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผลิตภัณฑ์ข้าวพรีเมียมเหล่านี้ รวมถึงกรอบเวลาสำหรับการวางจำหน่ายในตลาดค้าปลีกทั่วไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าสหกรณ์เหล่านี้จะสามารถขยายการดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

สัมมนา Matichon เจาะลึกอนาคตพลังงานของประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สัมมนา Matichon เจาะลึกอนาคตพลังงานของประเทศไทย

งานสัมมนาที่จัดโดย Matichon Online เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานใหม่เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สัมมนา Matichon เจาะลึกอนาคตพลังงานของประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
สัมมนา Matichon เจาะลึกอนาคตพลังงานของประเทศไทย

งานสัมมนาที่จัดโดย Matichon Online เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานใหม่เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 Matichon Online ได้รายงานถึงข้อมูลเชิงลึกที่แบ่งปันในงานสัมมนา 'NEW ENERGY FOR THAILAND' โดยงานนี้มุ่งเน้นไปที่บทบาทสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของทั้งภาครัฐและเอกชนในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ในขณะที่ประเทศไทยพยายามปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและนำเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้นมาใช้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสาธารณูปโภค ความพร้อมของเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของภาคการท่องเที่ยวและบริการในอนาคต

แม้ว่างานสัมมนาจะเป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญได้หารือเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ แต่กรอบเวลาของนโยบายที่ชัดเจนและผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของผู้บริโภคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการข้อเสนอเหล่านี้เข้ากับแผนพัฒนาประเทศ และการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า งานนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นระดับชาติในการรับมือกับความซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

ไทยตั้งกองทุน 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งกองทุน 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

รัฐบาลวางกรอบกองทุนเกษตร 2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและพยุงราคาสินค้าเกษตรก่อนรับมือสภาวะเอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยตั้งกองทุน 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งกองทุน 2 พันล้านบาท รับมือผลกระทบเอลนีโญปี 2570

รัฐบาลวางกรอบกองทุนเกษตร 2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและพยุงราคาสินค้าเกษตรก่อนรับมือสภาวะเอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คุณศุภจีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อวางกรอบกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสำหรับปีงบประมาณ 2570 โดยโครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งออกแบบมาเพื่อดำเนินมาตรการเฉพาะ 6 ด้าน ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและการตลาด

วัตถุประสงค์หลักของกองทุนนี้คือการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 การพยุงราคาสินค้าเกษตรและสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรถือเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลเพื่อลดความผันผวนทางเศรษฐกิจที่มักเกิดจากสภาพอากาศสุดขั้ว

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานเกษตรในท้องถิ่น การดำเนินการนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเข้าแทรกแซงเชิงรุกจากภาครัฐเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนอาหารและราคาที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้สั่งให้มีการทบทวน 'ราคาเป้าหมายนำ' เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

แม้ว่ากรอบการทำงานของกองทุนจะถูกกำหนดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงานของทั้ง 6 มาตรการ และเกณฑ์ที่ชัดเจนในการจัดสรรเงินทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้เมื่อใกล้ถึงปีงบประมาณ 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

ไทยผลักดัน 'ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม' 12 แห่ง ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยผลักดัน 'ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม' 12 แห่ง ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน

กรมการค้าภายในขยายผล 'Harmony Model' สู่ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม 12 แห่งใน 6 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการผลผลิต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยผลักดัน 'ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม' 12 แห่ง ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยผลักดัน 'ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม' 12 แห่ง ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน

กรมการค้าภายในขยายผล 'Harmony Model' สู่ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม 12 แห่งใน 6 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการผลผลิต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมการค้าภายในกำลังเดินหน้าโครงการสนับสนุนอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมผ่าน 'Harmony Model' เพื่อจัดตั้งศูนย์รวบรวมและแปรรูปผลผลิตโดยชุมชน หรือที่เรียกว่า 'ล้งชุมชน' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการขนส่งมะพร้าวจากสวนสู่ตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนใน 6 จังหวัดเข้าร่วมโครงการแล้ว 12 แห่ง ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 10 แห่ง โครงการนี้มุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่การลดต้นทุนการผลิต การยกระดับคุณภาพสินค้า ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการรวบรวม คัดแยก และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมในตลาดท้องถิ่นมีความพร้อมจำหน่ายและมีคุณภาพที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น การเสริมสร้างบทบาทของวิสาหกิจชุมชนถือเป็นความพยายามของภาครัฐในการสร้างโมเดลเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว

แม้ว่าโครงการจะประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายการเข้าร่วมในเบื้องต้น แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในทั้ง 12 แห่งนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวของ Harmony Model ต่อราคาขายปลีกสำหรับผู้บริโภคนั้นยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่โครงการมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:16 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ ขีดเส้น 15 วัน ให้ Lalamove เสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาค่ารอบ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ ขีดเส้น 15 วัน ให้ Lalamove เสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาค่ารอบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสั่งให้มีการทบทวนโครงสร้างค่าบริการของ Lalamove เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานจริง

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงดิจิทัลฯ ขีดเส้น 15 วัน ให้ Lalamove เสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาค่ารอบ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ ขีดเส้น 15 วัน ให้ Lalamove เสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาค่ารอบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสั่งให้มีการทบทวนโครงสร้างค่าบริการของ Lalamove เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานจริง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เริ่มกระบวนการทบทวนรูปแบบการกำหนดราคาของแพลตฟอร์มจัดส่งสินค้า Lalamove โดยกระทรวงได้ให้เวลาบริษัท 15 วันในการร่วมมือกับไรเดอร์เพื่อเสนอแนวทางใหม่สำหรับค่าบริการจัดส่ง

การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราค่าตอบแทนปัจจุบันของไรเดอร์ โดยกระทรวงเน้นย้ำว่า 'ราคาฐาน' ที่เสนอจะต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนการดำเนินงานจริง เป้าหมายคือการสร้างโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายทางการเงินที่ผู้ขับขี่ต้องเผชิญ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเสถียรภาพของการให้บริการไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ใช้บริการจัดส่งสินค้าในประเทศไทยเป็นประจำ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนค่าบริการหรือความพร้อมในการให้บริการในอนาคตอันใกล้ แม้ว่ากระทรวงจะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเสนอแนวทางแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของรูปแบบราคาใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคหรือนโยบายการดำเนินงานของแพลตฟอร์มอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอผลสรุปจากช่วงเวลาการหารือ 15 วัน เพื่อดูว่าจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนใดบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงเฟดท่ามกลางความผันผวน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงเฟดท่ามกลางความผันผวน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เผชิญกับภาวะการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนรอคอยถ้อยแถลงสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงเฟดท่ามกลางความผันผวน

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงเฟดท่ามกลางความผันผวน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เผชิญกับภาวะการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนรอคอยถ้อยแถลงสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐฯ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะมีความผันผวนของราคา โดยนักวิเคราะห์จาก InnovestX ได้คาดการณ์กรอบแนวรับไว้ที่ 1,590-1,585 จุด และแนวต้านที่ 1,610-1,615 จุด ผู้ร่วมตลาดกำลังจับตาดูถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ปัจจัยภายนอกหลายประการกำลังส่งผลต่อภาพรวมของตลาดในขณะนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังช่วยสนับสนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น BCP ในทางกลับกัน ข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีชิปกำลังสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงแนะนำกลยุทธ์การเลือกซื้อหุ้นรายตัว โดยชู BCP และ WHA เป็นหุ้นเด่นที่น่าจับตามอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและบรรยากาศการลงทุนในท้องถิ่น แม้ว่าตลาดจะพยายามรักษาแนวรับที่ระดับ 1,600 จุด แต่ผลกระทบที่แท้จริงจากถ้อยแถลงของเฟดยังคงต้องรอการยืนยัน นักลงทุนควรติดตามข่าวสารทางการเงินจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจระดับโลกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ท่ามกลางสงครามการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ท่ามกลางสงครามการค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เพื่อยกระดับความขัดแย้งทางการค้ากับแคนาดา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ท่ามกลางสงครามการค้า

แหล่งข่าวเดียว
ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ท่ามกลางสงครามการค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เพื่อยกระดับความขัดแย้งทางการค้ากับแคนาดา

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าวเอพี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งบริหารให้กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ เปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศล้มเหลว และสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีร้อยละ 50 กับสินค้านำเข้าจากแคนาดามูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้ แคนาดาได้เรียกเก็บภาษีในมูลค่าที่เท่ากันกับสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์การเกษตร

ในระหว่างการลงนาม ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าคำสั่งนี้มีผลทันที แม้ว่าในคำสั่งบริหารจะระบุว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายใน 30 วันก็ตาม นี่เป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีไม่สามารถบังคับให้แคนาดาปฏิบัติตามได้ โดยนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้ปฏิเสธการกระทำดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองประเทศ แม้ว่าการเปลี่ยนชื่อจะจำกัดอยู่เพียงในเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของสภาพแวดล้อมทางการค้าในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าท่าทีเชิงสัญลักษณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งข้ามพรมแดน การท่องเที่ยว หรือความพยายามทางการทูตในอนาคตเพื่อยุติสงครามการค้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

ทางการไทยเดินหน้าตรวจเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเดินหน้าตรวจเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง

รัฐบาลไทยเริ่มแคมเปญตรวจสอบเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง เพื่อเรียกคืนมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทางการไทยเดินหน้าตรวจเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเดินหน้าตรวจเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง

รัฐบาลไทยเริ่มแคมเปญตรวจสอบเชิงรุกโรงงาน 767 แห่ง เพื่อเรียกคืนมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทางการไทยได้เปิดตัวแผนการตรวจสอบเชิงรุกใหม่โดยมุ่งเป้าไปที่โรงงานอุตสาหกรรม 767 แห่ง ความคิดริเริ่มนี้ออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงาน โดยรัฐบาลตั้งเป้าที่จะเรียกคืนมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้านบาทผ่านความพยายามด้านกฎระเบียบเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงระดับชาติในวงกว้างไปสู่การส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน การเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโรงงานทั้ง 767 แห่งนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมและสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานทางอุตสาหกรรมสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุขอบเขตของการตรวจสอบเหล่านี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ตั้งเฉพาะของโรงงานที่ได้รับผลกระทบและกรอบเวลาสำหรับการตรวจสอบให้เสร็จสิ้น นอกจากนี้ ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าการดำเนินการตามกฎระเบียบเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นและภาคอุตสาหกรรมในวงกว้างอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการตรวจสอบเหล่านี้อาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC