ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก ✦
ความปลอดภัย ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ ✦
กีฬา เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี ✦
ความปลอดภัย เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน ✦
กีฬา ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ ✦
กีฬา น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ ✦
เศรษฐกิจ

ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

แหล่งข่าวเดียว
ITD ผลักดันการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนด้วย AI และความร่วมมือ

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เรียกร้องให้มีกลยุทธ์อาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก โดยใช้ประโยชน์จาก AI และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะต้องกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ตามรายงานของ Thai Post สถาบันเสนอว่าภูมิภาคนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับกรอบการพัฒนาของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการบูรณาการระดับภูมิภาค ในขณะที่อาเซียนพยายามเปลี่ยนความท้าทายระดับโลกในปัจจุบันให้เป็นโอกาส การมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่น ความต้องการของตลาดแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเรียกร้องของ ITD ให้มี 'เสียงอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว' จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของภูมิภาค แต่กลไกเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐสมาชิกแต่ละประเทศจะปรับนโยบายระดับชาติให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะระดับภูมิภาคเหล่านี้อย่างไร สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือภาคส่วนเฉพาะนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งชั่วคราว

ทางการประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เนื่องจากมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่า อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้ระงับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวน้ำตก 3 แห่งเป็นการชั่วคราว มาตรการป้องกันนี้เป็นไปตามคำเตือนสภาพอากาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักในพื้นที่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและสภาพน้ำที่เป็นอันตราย

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่วางแผนจะไปเยือนอุทยาน การปิดพื้นที่นี้หมายความว่าบริเวณน้ำตกดังกล่าวจะถูกห้ามเข้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ ฝ่ายจัดการอุทยานได้ใช้ข้อจำกัดนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขา

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการปิดพื้นที่ดังกล่าวจะมีผลนานเท่าใด เจ้าหน้าที่อุทยานยังไม่ได้ระบุวันที่เปิดให้บริการที่ชัดเจน เนื่องจากระยะเวลาของข้อจำกัดจะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวของสภาพแวดล้อม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสำนักงานอุทยานในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลสั่งการด่วนรับมือสถานการณ์น้ำ เตรียมพร้อมเครื่องจักรและกำลังคนป้องกันผลกระทบจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกประชุมด่วนกรมชลประทานเพื่อประสานงานรับมือสถานการณ์น้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับกรมชลประทานเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำให้มีการติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและบุคลากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

วัตถุประสงค์หลักของมาตรการนี้คือการลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการเกษตร นายสุริยะย้ำว่ารัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน กำลังทำงานอย่างเป็นระบบและประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำและป้องกันความเสียหายในวงกว้าง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังเร่งจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างจริงจัง แม้รัฐบาลจะดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมขังควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำและประกาศเตือนภัยต่างๆ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดหรือเขตใดมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพถนนหรือเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักสั่งปิดมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งขาเข้าและขาออก

กรมทางหลวงรายงานว่าน้ำท่วมบริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 โดยสิ้นเชิง

ตามรายงานจาก Thai Post กรมทางหลวงได้ประกาศระงับการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M7 ทั้งหมดเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรง โดยน้ำท่วมที่บริเวณกิโลเมตรที่ 81 ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ทั้งขาเข้าและขาออก

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทาง การปิดเส้นทางนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาค ผู้ขับขี่ที่ใช้มอเตอร์เวย์ M7 เป็นประจำในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคตะวันออก ควรวางแผนใช้เส้นทางเลี่ยงและเผื่อเวลาในการเดินทางเนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการสถานการณ์

ในขณะนี้ กรมทางหลวงยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือจะสามารถเปิดการจราจรได้อีกครั้งเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงหรือหน่วยงานจราจรในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการทำความสะอาดและการตรวจสอบความปลอดภัยจะใช้เวลานานเท่าใดหลังจากระดับน้ำลดลง โปรดใช้ความระมัดระวังหากต้องเดินทางในบริเวณใกล้เคียงและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

ความปลอดภัย

ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำคลองบางเขนเอ่อล้น ประชาชนเร่งเคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัย

ฝนที่ตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำในคลองบางเขนเอ่อล้นบริเวณหน้าโรงสูบน้ำดิบ ทำให้ประชาชนต้องทยอยนำรถขึ้นไปจอดบนสะพานเพื่อหนีน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระดับน้ำในคลองบางเขนสูงเกินความจุ โดยน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบโรงสูบน้ำดิบ ส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มเคลื่อนย้ายรถยนต์ขึ้นไปจอดบนสะพานใกล้เคียงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม มาตรการป้องกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศปัจจุบันที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินส่วนบุคคลในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าการดำเนินการในขณะนี้จะเน้นไปที่การเคลื่อนย้ายยานพาหนะ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการประปาและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของเทศบาลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการจราจรติดขัดหรือคำเตือนด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:20 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งตั้งศูนย์เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้ง 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมและฝนตกหนัก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทยจัดตั้ง 'วอร์รูม' (War Room) ที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์เหล่านี้มีหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในเชิงรุก

คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนไปสู่การดำเนินการเชิงป้องกัน โดยกำหนดให้หน่วยงานท้องถิ่นประเมินพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงล่วงหน้า แทนที่จะรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและเวลาในการตอบสนองในช่วงฤดูฝน ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวควรทราบว่าหน่วยงานท้องถิ่นอาจมีการเฝ้าระวังระดับน้ำในจังหวัดต่างๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น

แม้ว่าการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังเหล่านี้จะเป็นคำสั่งจากรัฐบาล แต่ระเบียบปฏิบัติการเฉพาะของแต่ละจังหวัดอาจมีความแตกต่างกัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดหากอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมตามฤดูกาล ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศูนย์ระดับจังหวัดเหล่านี้จะประสานงานกับหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอย่างไร และจะใช้ช่องทางการสื่อสารใดในการแจ้งเตือนประชาชนในกรณีที่มีภัยคุกคามจากน้ำท่วมในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:22 UTC

กีฬา

เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลกรุ๊ปจัดงานมินิมาราธอน ครั้งที่ 18 รวมพลังนักวิ่งส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี

งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยรวบรวมนักวิ่งเพื่อสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

ตามรายงานจาก Matichon Online งานเซ็นทรัลกรุ๊ป มินิมาราธอน ครั้งที่ 18 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว กิจกรรมกีฬาที่จัดขึ้นต่อเนื่องนี้เป็นเวทีในการรวมกลุ่มนักวิ่งโดยมุ่งเน้นไปที่การกุศล เพื่อส่งต่อกำลังใจและการสนับสนุนให้แก่ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟในประเทศไทย และบทบาทขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในการจัดกิจกรรมกีฬาที่มุ่งเน้นชุมชน แม้ว่าการวิ่งมาราธอนจะส่งเสริมสุขภาพร่างกาย แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นการสนับสนุนทางสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งและการช่วยเหลือผู้ป่วย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด ยอดเงินบริจาคที่แน่ชัด หรือองค์กรทางการแพทย์ที่จะได้รับเงินสนับสนุนยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วนในรายงานเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลกระทบของกิจกรรมหรือการเข้าร่วมในอนาคตควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากเซ็นทรัลกรุ๊ป เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าเงินบริจาคเหล่านี้ถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไร กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรณรงค์ด้านสาธารณสุขและกีฬาชุมชนในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 04:41 UTC

ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่สำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 มีรายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในสำนักงานเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบุว่าเพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นภายในตัวอาคารสำนักงาน โดยจากการสังเกตการณ์เบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงมาจากกองกระดาษและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การให้บริการด้านธุรการของสำนักงานเขตต้องหยุดชะงักชั่วคราว แม้ว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว แต่ความเสียหายของตัวอาคารและสถานะของเอกสารทางราชการยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตบางเขน ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะการเปิดทำการผ่านช่องทางทางการก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานที่อาจมีการปิดทำการชั่วคราวหรือจำกัดพื้นที่ในระหว่างการประเมินความปลอดภัยและการทำความสะอาด ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดนอกเหนือจากการประเมินเบื้องต้นเกี่ยวกับวัสดุที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

กีฬา

ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
ซีดานประเดิมคุมทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยสำเร็จ ท่ามกลางข่าวร้ายเอ็มบัปเป้บาดเจ็บ

ซีเนดีน ซีดาน พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าชัยชนะในนัดแรกที่เขาคุมทีม แต่ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของคีลิยัน เอ็มบัปเป้

รายงานจาก Matichon Online ระบุว่า ซีเนดีน ซีดาน เริ่มต้นการทำงานในฐานะผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสได้อย่างสวยงามด้วยการพาทีมคว้าชัยชนะในนัดประเดิมสนาม อดีตกองกลางระดับตำนานแสดงความพึงพอใจต่อฟอร์มการเล่นของลูกทีมและผลการแข่งขันที่เป็นบวกในทันที

อย่างไรก็ตาม ความยินดีดังกล่าวต้องถูกบดบังด้วยข่าวอาการบาดเจ็บของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าตัวเก่ง รายงานยืนยันว่าเอ็มบัปเป้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากทีมและเดินทางกลับบ้านเพื่อเข้ารับการรักษา

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการทีมชาติที่โดดเด่นที่สุดทีมหนึ่งของโลก แม้ชัยชนะจะช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับแฟนบอลฝรั่งเศส แต่ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บของเอ็มบัปเป้ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล แฟนบอลและผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการอัปเดตข้อมูลทางการแพทย์เพิ่มเติมจากสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส เพื่อประเมินความเสียหายและระยะเวลาที่กองหน้ารายนี้จะต้องพักรักษาตัว โดยในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาลงสนามของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

กีฬา

น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างมีนัยสำคัญที่ศูนย์กีฬาหัวหมาก ส่งผลกระทบต่อรถยนต์และพื้นที่โดยรอบสนามราชมังคลากีฬาสถาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ศูนย์กีฬาหัวหมากในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วมขัง ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้รถยนต์หลายคันที่จอดอยู่ภายในบริเวณศูนย์กีฬาจมน้ำ นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบสนามราชมังคลากีฬาสถานยังถูกน้ำล้อมรอบ ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจราจรในท้องถิ่นและการเข้าถึงสนามกีฬา ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปใกล้บริเวณสนามหรือศูนย์กีฬาควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนอาจเป็นอันตรายและเส้นทางขนส่งสาธารณะอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากน้ำท่วมขัง

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อภายในสนามและกิจกรรมที่กำหนดไว้ในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของพื้นที่ต่อฝนที่ตกหนักตามฤดูกาล ทางการยังไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัดว่าน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือการดำเนินงานตามปกติที่ศูนย์กีฬาจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับการปิดถนนและข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในพื้นที่รามคำแหง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 05:21 UTC

งาน 'Thailand Focus 2026' ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

งาน 'Thailand Focus 2026' ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันสูงสุดเป็นประวัติการณ์

งาน 'Thailand Focus' ประจำปีดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้ถึง 220 ราย สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในตลาดทุนไทย ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลกำลังปรับปรุงกระบวนการ IPO สำหรับบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

งาน 'Thailand Focus 2026' ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แหล่งข่าวเดียว
งาน 'Thailand Focus 2026' ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันสูงสุดเป็นประวัติการณ์

งาน 'Thailand Focus' ประจำปีดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้ถึง 220 ราย สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในตลาดทุนไทย ในขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลกำลังปรับปรุงกระบวนการ IPO สำหรับบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ งาน 'Thailand Focus' ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้ถึง 220 รายจาก 74 กองทุน ตัวเลขนี้รวมถึงกองทุนต่างประเทศ 42 กองทุน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่น่าจับตามองเมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วม 180 รายในปี 2568 และ 178 รายในปี 2567

บรรยากาศในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีแนวโน้มเชิงบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาด้านกฎระเบียบเชิงกลยุทธ์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สรุปเกณฑ์ใหม่ภายใต้โครงการ 'BOI to IPO' ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดบริษัทในกลุ่ม 'New Economy' เข้าสู่ตลาดมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการกระจายความหลากหลายของตลาดหุ้นไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่นและการเติบโตขององค์กร แม้ว่าความสนใจจากสถาบันที่เพิ่มขึ้นจะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทิศทางของตลาด แต่ผลกระทบระยะยาวของเกณฑ์ 'BOI to IPO' ต่อเสถียรภาพของตลาดและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำหุ้นกลุ่มใหม่เหล่านี้เข้าจดทะเบียนในระลอกแรกยังคงต้องรอการยืนยัน นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของตลาดจริงอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

รัฐบาลไทยประกาศปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 3 เสาหลัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 3 เสาหลัก

รัฐบาลไทยเร่งแผนปรับโครงสร้างภาษีสำหรับภาคยานยนต์เพื่อกระตุ้นการผลิต การส่งออก และการจ้างงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยประกาศปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 3 เสาหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 3 เสาหลัก

รัฐบาลไทยเร่งแผนปรับโครงสร้างภาษีสำหรับภาคยานยนต์เพื่อกระตุ้นการผลิต การส่งออก และการจ้างงาน

ตามรายงานของ Prachachat Business รัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างระบบภาษีรถยนต์อย่างครอบคลุม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

โครงการนี้ตั้งอยู่บนเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก และการส่งเสริมการสร้างงานในประเทศไทย การปรับกรอบภาษีนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าภาคยานยนต์ในท้องถิ่นยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงระดับโลกในการผลิตยานยนต์ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งผลต่อราคาและความพร้อมจำหน่ายของยานยนต์ในตลาดไทย รวมถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางภาษีเหล่านี้ กรอบเวลาสำหรับการปรับเปลี่ยน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคาขายปลีกสำหรับผู้บริโภคนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลในขณะที่แผนการปรับโครงสร้างมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 04:55 UTC

นิด้าโพลเผยมุมมองคนในพื้นที่ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นิด้าโพลเผยมุมมองคนในพื้นที่ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่าประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดมีความเกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ กลุ่มทุนสีเทา และการเมืองท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นิด้าโพลเผยมุมมองคนในพื้นที่ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้

แหล่งข่าวเดียว
นิด้าโพลเผยมุมมองคนในพื้นที่ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่าประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดมีความเกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ กลุ่มทุนสีเทา และการเมืองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,100 คน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผลสำรวจระบุว่าร้อยละ 35.73 ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการงบประมาณในพื้นที่ นอกจากนี้ ร้อยละ 30.36 ของผู้เข้าร่วมระบุว่ากลุ่มทุนสีเทา ซึ่งหมายถึงกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การค้าของเถื่อน และมาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความไม่สงบ ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยังชี้ให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองท้องถิ่นและข้อบกพร่องในยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันว่าเป็นปัจจัยสนับสนุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อนซึ่งประชากรในพื้นที่เชื่อมโยงกับความไม่มั่นคงในภูมิภาค การทำความเข้าใจมุมมองเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามุมมองสาธารณะเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลหรือการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในอนาคตอย่างไร เนื่องจากนี่เป็นเพียงผลสำรวจความคิดเห็น จึงสะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่การประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC

Evante เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Evante เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ในประเทศไทย

Evante ได้เปิดตัวแบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการในตลาดไทย โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Evante เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Evante เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS ในประเทศไทย

Evante ได้เปิดตัวแบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการในตลาดไทย โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100%

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด (Evante) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS ในประเทศไทย โดยบริษัทได้เริ่มนำเสนอรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% เข้าสู่ตลาดในประเทศแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการขยายตัวของทางเลือกในการขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดการโลจิสติกส์และกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงผลักดันให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย การเข้ามาของแบรนด์เชิงพาณิชย์ใหม่ๆ เช่น MAXUS อาจนำไปสู่ทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้โซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน

แม้ว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทยังไม่ได้ให้รายการรุ่นรถยนต์ที่พร้อมจำหน่ายในทันทีอย่างครบถ้วน รวมถึงยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเครือข่ายบริการหลังการขายหรือการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จสำหรับลูกค้าเชิงพาณิชย์ ลูกค้าที่มีศักยภาพและผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Evante เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะของรถยนต์ ราคา และความพร้อมในการให้บริการ ในขณะที่แบรนด์กำลังสร้างฐานที่มั่นในภาคยานยนต์ของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

แสนสิริเปิดตัวโครงการ 'เมืองพลังงานสะอาด' มูลค่า 1 แสนล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเปิดตัวโครงการ 'เมืองพลังงานสะอาด' มูลค่า 1 แสนล้านบาท

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย 'แสนสิริ' ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยประกาศลงทุน 1 แสนล้านบาทในการพัฒนาเมืองพลังงานสะอาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริเปิดตัวโครงการ 'เมืองพลังงานสะอาด' มูลค่า 1 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเปิดตัวโครงการ 'เมืองพลังงานสะอาด' มูลค่า 1 แสนล้านบาท

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย 'แสนสิริ' ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยประกาศลงทุน 1 แสนล้านบาทในการพัฒนาเมืองพลังงานสะอาด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทยอย่างแสนสิริกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการสร้างเพื่อขายเพียงอย่างเดียว นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริ กล่าวว่าบริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน โดยวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บริษัทได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ถึง 1 แสนล้านบาทเพื่อพัฒนา 'เมืองพลังงานสะอาด'

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้น ซึ่งที่อยู่อาศัยถูกมองว่าเป็น 'พื้นที่ปลอดภัย' ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาวและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมมากกว่าแค่ที่พักอาศัยชั่วคราว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงโอกาสที่จะมีตัวเลือกที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมีการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนเข้ากับการวางผังเมืองโดยตรง

แม้ว่าบริษัทจะเผยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์สำหรับการลงทุนครั้งใหญ่นี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของ 'เมืองพลังงานสะอาด' เหล่านี้และกรอบเวลาในการดำเนินโครงการแต่ละแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตามองว่าการพัฒนาขนาดใหญ่นี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่นอย่างไร และจะมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นหันมาใช้มาตรฐานพลังงานสีเขียวในลักษณะเดียวกันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

กระทรวงการคลังเตือนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งตรวจสอบสิทธิ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังเตือนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งตรวจสอบสิทธิ์

ผู้สมัครโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เหลือเวลาอีก 2 วันในการยื่นทบทวนสิทธิ์หากพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังเตือนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งตรวจสอบสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังเตือนผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งตรวจสอบสิทธิ์

ผู้สมัครโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เหลือเวลาอีก 2 วันในการยื่นทบทวนสิทธิ์หากพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังได้ออกประกาศเตือนเร่งด่วนถึงผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 โดยแนะนำให้ผู้ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่า “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” ให้รีบดำเนินการยื่น “ทบทวนสิทธิ์” ทันทีโดยไม่ต้องรอจนถึงวันสุดท้ายของกำหนดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย ประกาศนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข้อมูลผ่านช่องทางราชการอย่างสม่ำเสมอ กระทรวงการคลังได้เปิดช่องทางให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการ (welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th), แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”, แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือติดต่อด้วยตนเองที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ณ เวลาที่รายงาน มีเวลาเหลือเพียง 2 วันในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันจำนวนผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบจากสถานะ “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” และรายละเอียดกรอบเวลาของกระบวนการทบทวนสิทธิ์หลังจากปิดรับคำร้อง ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขและกำหนดการยื่นเอกสารผ่านช่องทางหลักของหน่วยงานรัฐโดยตรงเพื่อความถูกต้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 01:10 UTC

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 สิงหาคม 2569

Prachachat Business รายงานราคาน้ำมันล่าสุดที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 สิงหาคม 2569

Prachachat Business รายงานราคาน้ำมันล่าสุดที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2569

ตามข้อมูลที่รายงานโดย Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ราคาน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันบางจากมีการปรับปรุงสำหรับผู้บริโภค

ณ วันที่ดังกล่าว แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายในราคาลิตรละ 37.69 บาท ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ 91 จำหน่ายในราคาลิตรละ 37.32 บาท สำหรับตัวเลือกน้ำมันดีเซล ดีเซลพื้นฐาน B7 มีราคาอยู่ที่ลิตรละ 38.39 บาท และดีเซลรุ่น B20 มีจำหน่ายในราคาลิตรละ 33.39 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การติดตามราคาน้ำมันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวางแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือรถเช่า ราคาน้ำมันในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงราคาที่สถานีบริการน้ำมันบางจากตามที่แหล่งข่าวระบุเท่านั้น ราคาอาจแตกต่างกันไปในสถานีบริการอื่นหรือในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเนื่องจากปัจจัยด้านโลจิสติกส์และต้นทุนการดำเนินงานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบป้ายราคาน้ำมันที่สถานีแต่ละแห่งก่อนเติมน้ำมันเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดสำหรับสถานที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 01:15 UTC

BIG MOTOR SALE 2026 เน้นย้ำผลกระทบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

BIG MOTOR SALE 2026 เน้นย้ำผลกระทบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม

งาน BIG MOTOR SALE 2026 กำลังดำเนินอยู่ โดยมุ่งเน้นทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นชุมชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

BIG MOTOR SALE 2026 เน้นย้ำผลกระทบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม

แหล่งข่าวเดียว
BIG MOTOR SALE 2026 เน้นย้ำผลกระทบทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม

งาน BIG MOTOR SALE 2026 กำลังดำเนินอยู่ โดยมุ่งเน้นทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นชุมชน

ตามรายงานของ Thai Post งาน BIG MOTOR SALE 2026 ซึ่งจัดโดยบริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ งานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับแบรนด์ยานยนต์ในการจัดแสดงข้อเสนอล่าสุดของตน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ไปพร้อมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญสำหรับภาคยานยนต์ นอกเหนือจากแง่มุมเชิงพาณิชย์ของการขายยานพาหนะแล้ว ผู้จัดงานยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลประโยชน์ทางสังคมควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ การมุ่งเน้นสองด้านนี้ชี้ให้เห็นว่างานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการการส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้ากับการสนับสนุนชุมชน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดในท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในช่วงระยะเวลาการจัดนิทรรศการ

แม้ว่างานจะมีการส่งเสริมผลงานทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแข็งขัน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตที่ครบถ้วนของโครงการเพื่อสังคมและผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยียานยนต์และกิจกรรมเพื่อสังคมอาจพบว่างานนี้มีความเกี่ยวข้องในการสังเกตแนวโน้มอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เมื่อนิทรรศการดำเนินต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำเร็จของโครงการเหล่านี้และผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอาจมีให้ทราบ ผู้ที่วางแผนจะเข้าชมควรตรวจสอบตารางกิจกรรมอย่างเป็นทางการสำหรับกิจกรรมเฉพาะและเวลาทำการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 16:30 UTC

ไทยรายงานตัวเลขส่งออกเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรายงานตัวเลขส่งออกเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศตัวเลขการส่งออกที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดตัวยุทธศาสตร์ '3 สมดุล' เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรายงานตัวเลขส่งออกเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรายงานตัวเลขส่งออกเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศตัวเลขการส่งออกที่แข็งแกร่ง พร้อมเปิดตัวยุทธศาสตร์ '3 สมดุล' เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าภาคการส่งออกของไทยยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่ามูลค่าการส่งออกสูงถึง 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.6% ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกรวมอยู่ที่ 231,531 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.2%

แม้ตัวเลขจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่นางศุภจีได้ยอมรับถึงความกังวลของประชาชนที่ยังไม่รู้สึกถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในระดับฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินยุทธศาสตร์ '3 สมดุล' ซึ่งรวมถึงการมุ่งเน้น 'สมดุลตลาด' เพื่อปรับโครงสร้างการส่งออกและสร้างความมั่นใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะนำไปสู่การกระจายรายได้ที่กว้างขวางขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานด้านการค้าที่แข็งแกร่งของประเทศ แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลกำลังเปลี่ยนจุดเน้นไปที่การกระจายความมั่งคั่งภายในประเทศมากกว่าเพียงแค่ปริมาณการส่งออก ทั้งนี้ แม้สถิติการส่งออกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ '3 สมดุล' และผลกระทบที่จับต้องได้ต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นหรือค่าครองชีพนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยกระทรวงฯ ได้ระบุถึงจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ตั้งใจจะแก้ไขเพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตจะเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 13:50 UTC

ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดใจเรื่องสูญเสียเงินและขายทรัพย์สิน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดใจเรื่องสูญเสียเงินและขายทรัพย์สิน

ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดเผยถึงปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ รวมถึงการถูกโกงเงินกว่า 10 ล้านบาทจากการลงทุนทำซีรีส์วาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดใจเรื่องสูญเสียเงินและขายทรัพย์สิน

แหล่งข่าวเดียว
ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดใจเรื่องสูญเสียเงินและขายทรัพย์สิน

ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดเผยถึงปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ รวมถึงการถูกโกงเงินกว่า 10 ล้านบาทจากการลงทุนทำซีรีส์วาย

ในการปรากฏตัวในรายการ 'คุยแซ่บโชว์' ทางช่องวัน 31 ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครโทรทัศน์รุ่นเก๋าของไทย ได้เปิดเผยถึงความท้าทายส่วนตัวเกี่ยวกับสถานะทางการเงินในช่วงที่ผ่านมา ในระหว่างการสัมภาษณ์ วรายุฑเปิดเผยว่าเขาได้รับความเสียหายทางการเงินกว่า 10 ล้านบาท จากเหตุการณ์ถูกโกงเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโปรเจกต์ซีรีส์ 'Boys' Love' (BL)

เพื่อจัดการกับภาระทางการเงินที่เกิดขึ้น ผู้จัดละครยืนยันว่าเขาจำเป็นต้องขายทรัพย์สินส่วนตัวที่มีมูลค่าสูง รวมถึงบ้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สำนักงานของเขา โดยการเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับ ยุ้ย จีรนันท์ นักแสดงสาวที่มาร่วมพูดคุยถึงความสัมพันธ์ทั้งในด้านการทำงานและส่วนตัวที่มีมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการผลิตสื่ออิสระและความผันผวนของตลาดบันเทิงในท้องถิ่น แม้ว่าวรายุฑจะเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการขายทรัพย์สินและจำนวนเงินที่สูญเสียไปจากการถูกโกง แต่ตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงที่ถูกกล่าวหาและสถานะปัจจุบันของกระบวนการทางกฎหมายยังคงไม่มีการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์มองว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เปราะบางสำหรับบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามเงินคืนหรือบริษัทผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องออกมาก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 10:50 UTC

ไทยเปิดงาน 'IP x Venture Rise 2026' มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินทรัพย์เชิงพาณิชย์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดงาน 'IP x Venture Rise 2026' มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินทรัพย์เชิงพาณิชย์

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวง อว. ผนึกกำลังเปลี่ยนงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดงาน 'IP x Venture Rise 2026' มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินทรัพย์เชิงพาณิชย์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดงาน 'IP x Venture Rise 2026' มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินทรัพย์เชิงพาณิชย์

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวง อว. ผนึกกำลังเปลี่ยนงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้เปิดงาน 'IP x Venture Rise Thailand 2026' ณ ฮอลล์ 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาและผลงานวิจัยให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างนักนวัตกรรมและนักลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของนวัตกรรมไทยในตลาดโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เน้นนวัตกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่างานนี้จะเป็นกิจกรรมเชิงธุรกิจเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของไทยในการยกระดับภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีโครงการวิจัยใดบ้างที่สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในตลาดได้จริงหลังจบงาน และจะมีกลไกสนับสนุนระยะยาวอย่างไรสำหรับสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ โดยงานดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 29 สิงหาคม 2569

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

บอร์ด กทบ. อนุมัติงบกว่า 1 พันล้านบาท หนุนเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บอร์ด กทบ. อนุมัติงบกว่า 1 พันล้านบาท หนุนเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) อนุมัติงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากทั่วประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บอร์ด กทบ. อนุมัติงบกว่า 1 พันล้านบาท หนุนเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
บอร์ด กทบ. อนุมัติงบกว่า 1 พันล้านบาท หนุนเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) อนุมัติงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจระดับฐานรากทั่วประเทศ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ซึ่งมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 7/2569 ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการ 'SML พลัส' ด้วยวงเงินรวม 1,009,600,000 บาท เพื่อสนับสนุนโครงการชุมชนจำนวน 5,461 โครงการทั่วประเทศ

นอกเหนือจากงบประมาณ SML พลัสแล้ว บอร์ดยังได้อนุมัติงบประมาณ 743 ล้านบาทสำหรับโครงการเพิ่มทุน 'ไทยช่วยไทย' ซึ่งจะมีการจัดสรรแบ่งเป็น 3 รอบ ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้รับคำสั่งให้เร่งตรวจสอบเล่มคำขอโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือประชาชนและชุมชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในสถานการณ์เศรษฐกิจของไทย มาตรการเหล่านี้ถือเป็นความพยายามในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง แม้ว่าการอนุมัติดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจากภาครัฐ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดนั้นยังคงขึ้นอยู่กับการดำเนินการตรวจสอบคำขอของสำนักงาน สทบ. ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องจะคอยติดตามว่าการอัดฉีดเม็ดเงินในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้มากน้อยเพียงใดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายร้านค้าเก่าแก่ในคลองถมเซ็นเตอร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายร้านค้าเก่าแก่ในคลองถมเซ็นเตอร์

ผู้ประกอบการร้านค้าสองรายที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ กำลังขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลหลังจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายทรัพย์สินและอาชีพของพวกเธอจนหมดสิ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายร้านค้าเก่าแก่ในคลองถมเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายร้านค้าเก่าแก่ในคลองถมเซ็นเตอร์

ผู้ประกอบการร้านค้าสองรายที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ กำลังขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลหลังจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำลายทรัพย์สินและอาชีพของพวกเธอจนหมดสิ้น

เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าชื่อดังในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสองราย ได้แก่ นางสาวกัญจณา อายุ 38 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และนางสาววาสนา อายุ 45 ปี เจ้าของร้านคาร์แคร์และอุปกรณ์รถยนต์ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ณ ศูนย์อำนวยการภายในวัดพระพิเรนทร์

ทั้งสองคนซึ่งประกอบอาชีพที่คลองถมเซ็นเตอร์มานานกว่า 10 ปี กล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิต ยิ่งกว่าเหตุการณ์น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือวิกฤตโควิด-19 ที่เคยผ่านมา พวกเธอแสดงความโศกเศร้าอย่างหนักเนื่องจากสูญเสียทุกอย่างไปกับกองเพลิง และมีความกังวลเรื่องเงินทุนที่จะใช้เริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากในปัจจุบัน ขณะนี้พวกเธอกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อประคับประคองครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านอัคคีภัยในพื้นที่การค้าเก่าแก่ แม้ผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งสองรายจะชัดเจน แต่ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคลองถมเซ็นเตอร์ รวมถึงกำหนดการฟื้นฟูหรือมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:50 UTC

กรมการค้าภายในเร่งกระจายมังคุดภาคใต้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมการค้าภายในเร่งกระจายมังคุดภาคใต้

ทางการไทยเร่งกระจายมังคุดภาคใต้จำนวน 1.39 แสนตัน โดยเชื่อมโยงแหล่งผลิตเข้ากับตลาดกลางและห้างค้าปลีกสมัยใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมการค้าภายในเร่งกระจายมังคุดภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
กรมการค้าภายในเร่งกระจายมังคุดภาคใต้

ทางการไทยเร่งกระจายมังคุดภาคใต้จำนวน 1.39 แสนตัน โดยเชื่อมโยงแหล่งผลิตเข้ากับตลาดกลางและห้างค้าปลีกสมัยใหม่

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กรมการค้าภายใน (DIT) ประกาศแผนยุทธศาสตร์เพื่อบริหารจัดการการกระจายมังคุดจากภาคใต้จำนวน 1.39 แสนตัน นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าทางกรมฯ กำลังเชื่อมโยงตลาดผลไม้มรกตในจังหวัดชุมพรเข้ากับตลาดสี่มุมเมืองในจังหวัดปทุมธานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทานจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยการขยายช่องทางการตลาดผ่านระบบการค้าสมัยใหม่และกิจกรรมส่งเสริมการขายออนไลน์ ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้จัดกิจกรรมที่ตลาดมรกตโดยมี “พิ้งกี้ สาวิกา” นักแสดงชื่อดังมาร่วมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าในตลาด นอกจากนี้ยังมีการมอบคูปองเงินสดมูลค่า 200 บาท ให้แก่ผู้ค้าทุเรียนที่นำผลผลิตมาจำหน่ายตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางการค้าภายในตลาด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความพยายามนี้ถือเป็นความร่วมมือในการสร้างความมั่นใจว่าผลไม้ตามฤดูกาลจากภาคใต้ที่มีคุณภาพจะสามารถกระจายไปทั่วประเทศ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อรองรับช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าช่องทางการกระจายสินค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาขายปลีกสำหรับผู้บริโภคในระยะยาวอย่างไร ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงติดตามความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะถูกดูดซับโดยห้างค้าปลีกสมัยใหม่กว่า 200 สาขาและตลาดกลางที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:51 UTC

2 พี่น้องวัย 92 และ 82 ปี ในสุโขทัยยังคงสู้ชีวิตขายเมี่ยงโบราณเลี้ยงชีพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

2 พี่น้องวัย 92 และ 82 ปี ในสุโขทัยยังคงสู้ชีวิตขายเมี่ยงโบราณเลี้ยงชีพ

สองคุณยายพี่น้องในจังหวัดสุโขทัยยังคงประกอบอาชีพขายเมี่ยงโบราณที่ทำมานานกว่า 50 ปี แม้จะมีอายุมากและเผชิญกับปัญหาสุขภาพ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

2 พี่น้องวัย 92 และ 82 ปี ในสุโขทัยยังคงสู้ชีวิตขายเมี่ยงโบราณเลี้ยงชีพ

แหล่งข่าวเดียว
2 พี่น้องวัย 92 และ 82 ปี ในสุโขทัยยังคงสู้ชีวิตขายเมี่ยงโบราณเลี้ยงชีพ

สองคุณยายพี่น้องในจังหวัดสุโขทัยยังคงประกอบอาชีพขายเมี่ยงโบราณที่ทำมานานกว่า 50 ปี แม้จะมีอายุมากและเผชิญกับปัญหาสุขภาพ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 สองพี่น้องผู้สูงอายุในจังหวัดสุโขทัยได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสู้ชีวิตในท้องถิ่น โดยคุณยายวัย 92 และ 82 ปี ได้ประกอบอาชีพขายเมี่ยงโบราณมานานถึง 5 ทศวรรษเพื่อเลี้ยงชีพ

แม้จะมีอายุมากและเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก แต่คุณยายวัย 92 ปียังคงเข็นรถเข็นมาตั้งร้านทุกวันแม้จะมีปัญหาด้านการได้ยิน ส่วนน้องสาววัย 82 ปีจะปั่นจักรยานตามมาช่วย ทั้งสองเปิดเผยว่าไม่สามารถหยุดทำงานได้เนื่องจากภาระค่าใช้จ่าย หากไม่มีเงินค่ารถไปหาหมอ ทั้งคู่ต้องปั่นจักรยานไป-กลับรวมระยะทาง 16 กิโลเมตรเพื่อไปโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าจะสู้ทำต่อไปตราบเท่าที่ร่างกายยังไหว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่ยากลำบากของผู้สูงอายุบางส่วนในชนบทของไทยที่ขาดระบบสวัสดิการสังคม แม้ความมุ่งมั่นของคุณยายทั้งสองจะเป็นที่ประจักษ์ แต่ความยั่งยืนในการทำงานหนักในระยะยาวของพวกท่านยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าหน่วยงานสังคมสงเคราะห์หรือองค์กรชุมชนในพื้นที่ได้เข้าให้ความช่วยเหลือเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของพวกท่านตามความจำเป็นด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดในรอบ 30 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดในรอบ 30 ปี

เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือติดค้างอยู่ภายในอาคาร

ผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น พ่อค้าที่เปิดร้านมานานที่รู้จักกันในชื่อ "เฮียย้ง" ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นเหตุไฟไหม้ที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี แม้ว่าร้านค้าจะมีการสับคัทเอาต์ตัดไฟในช่วงเวลา 20.00 น. แล้ว แต่เพลิงยังคงลุกลามไปตามสายไฟ ส่งผลให้สินค้าในสต็อกได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฮียย้งประเมินมูลค่าความเสียหายส่วนตัวไว้กว่า 1 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านอัคคีภัยในย่านการค้าเก่าแก่ แม้ว่าขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวจะถูกควบคุมไว้แล้ว แต่ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารบางส่วนยังคงเป็นที่น่ากังวล และมีการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ สาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าไฟลุกลามได้อย่างไรทั้งที่ตัดกระแสไฟฟ้าแล้วนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่การประเมินความเสียหายยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ

หญิงวัย 77 ปีเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ

หญิงวัย 77 ปีเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้นในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจาก Khaosod English เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ใกล้ซอยอ่อนนุช 27 เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยสถานีตำรวจพระโขนงได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 01:00 น. และได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบและสอบสวนในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 77 ปีภายในอาคาร เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นย่านที่พักอาศัยและย่านการค้าที่มีความหนาแน่นและมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังย่านอ่อนนุช เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยในอาคารพาณิชย์เก่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ยังคงดำเนินอยู่ ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับต้นเพลิงหรือปัจจัยด้านมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารที่อาจเกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวหมั่นสังเกตทางออกฉุกเฉินและปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยจากอัคคีภัยในที่พักของตน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีพระโขนงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 02:55 UTC

พีท กันตพร ชี้แจงกรณีเข้าใจผิดเรื่องเงินบริจาค 100 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พีท กันตพร ชี้แจงกรณีเข้าใจผิดเรื่องเงินบริจาค 100 ล้านบาท

พีท กันตพร สามีของนักแสดงสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เชื่อมโยงเขากับการบริจาคเงิน 100 ล้านบาทแบบไม่ประสงค์ออกนามให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พีท กันตพร ชี้แจงกรณีเข้าใจผิดเรื่องเงินบริจาค 100 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
พีท กันตพร ชี้แจงกรณีเข้าใจผิดเรื่องเงินบริจาค 100 ล้านบาท

พีท กันตพร สามีของนักแสดงสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เชื่อมโยงเขากับการบริจาคเงิน 100 ล้านบาทแบบไม่ประสงค์ออกนามให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

ชี้แจงเรื่องการบริจาคเพื่อการกุศล

หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการบริจาคเงิน 100 ล้านบาทแบบไม่ประสงค์ออกนามให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ จังหวัดชลบุรี ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียได้ตั้งข้อสังเกตและคาดเดาว่าผู้บริจาคคือ พีท กันตพร สามีของนักแสดงสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา โดยข่าวลือดังกล่าวแพร่กระจายหลังจากมีการพูดถึงการโอนเงิน 100 ล้านบาทโดยบังเอิญระหว่างการไลฟ์สดของภรรยา

คำชี้แจงอย่างเป็นทางการ

เพื่อตอบโต้ต่อความคิดเห็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์ พีท กันตพร ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเพื่อชี้แจงกิจกรรมการกุศลของครอบครัว โดยยืนยันว่าแม้ครอบครัวของเขาจะสนับสนุนสถาบันทางการแพทย์อยู่เป็นประจำ แต่จุดประสงค์หลักในการบริจาคคือโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งสังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ผู้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณตามที่เป็นข่าว

ข้อมูลสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนต่อกิจกรรมการกุศลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าการบริจาคให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณจะเป็นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่สำคัญ แต่ตัวตนของผู้บริจาคยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากประกาศอย่างเป็นทางการของโรงพยาบาลแทนการคาดเดาบนโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ที่บริจาคเงิน 100 ล้านบาทดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 04:11 UTC