ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ไทยเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์

รัฐบาลกำลังผลักดันการปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ผ่านแดน โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์

รัฐบาลกำลังผลักดันการปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการขนส่งสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ผ่านแดน โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ปกรณ์กำลังเป็นแกนนำในการผลักดันการแก้ไขกฎหมายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำผ่านสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ผ่านประเทศไทย โดยการแก้ไขกฎหมายที่เสนอนี้มีเป้าหมายเพื่อขจัดอุปสรรคทางกฎระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขัดขวางประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าการปฏิรูปในครั้งนี้อาจสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับประเทศได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดกรอบการทำงานที่กำหนดให้ภาคเอกชนต้องดำเนินการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจก่อนที่จะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อขออนุมัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมด้านโลจิสติกส์ที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการค้าระหว่างประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์เป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายทางเศรษฐกิจให้ทันสมัย

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากฎหมายฉบับใดบ้างที่จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข และกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ โดยขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมิน และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบกฎระเบียบเมื่อภาคเอกชนดำเนินการประเมินเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:04 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 100 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 100 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 100 บาทในวันนี้ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,900 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 100 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น 100 บาท เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 100 บาทในวันนี้ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,900 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 12.48 น. ราคาทองรูปพรรณปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 68,900 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่นและกำลังซื้อ แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและการออมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มของตลาดในวงกว้างมากกว่าการเปลี่ยนแปลงทันทีของค่าครองชีพสำหรับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการอัปเดตอย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำในช่วงเที่ยงวัน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจซื้อทองคำควรทราบว่าราคาขายปลีกในร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและนโยบายเฉพาะของแต่ละร้าน เนื่องจากสภาวะตลาดมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือช่องทางอย่างเป็นทางการของสมาคมก่อนตัดสินใจซื้อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:31 UTC

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2%

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเป็น 2% โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานด้านการส่งออกที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2%

แหล่งข่าวเดียว
ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2%

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเป็น 2% โดยอ้างถึงผลการดำเนินงานด้านการส่งออกที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับปรุงแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 เป็น 2% ตามรายงานฉบับล่าสุดของ Asian Development Outlook (ADO) การปรับเพิ่มนี้มีปัจจัยหลักมาจากตัวเลขการส่งออกที่ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ รายงานระบุว่าภาคการส่งออกกำลังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและรักษาทิศทางที่เป็นบวก ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับเป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง ภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งมักจะมีความสัมพันธ์กับค่าเงินประจำชาติที่มีเสถียรภาพมากขึ้นและกิจกรรมทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ แม้ว่าการวิเคราะห์ของ ADB จะให้มุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการคลังในระยะสั้น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเติบโตนี้จะส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศอย่างไร และแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกจะสามารถรักษาไว้ได้ตลอดช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามรายงานทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไป เพื่อดูว่าการคาดการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในท้องถิ่นและแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงเดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:31 UTC

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จำกัดการสำรวจแร่โพแทชในนครพนม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จำกัดการสำรวจแร่โพแทชในนครพนม

ทางการไทยได้ออกอาชญาบัตรพิเศษสำหรับการสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินในอำเภอธาตุพนม ในขณะที่ระงับคำขอในอำเภอเรณูนครเนื่องจากมีข้อร้องเรียนที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จำกัดการสำรวจแร่โพแทชในนครพนม

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จำกัดการสำรวจแร่โพแทชในนครพนม

ทางการไทยได้ออกอาชญาบัตรพิเศษสำหรับการสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินในอำเภอธาตุพนม ในขณะที่ระงับคำขอในอำเภอเรณูนครเนื่องจากมีข้อร้องเรียนที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ชี้แจงสถานะการสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินในจังหวัดนครพนม โดยอ้างอิงจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่ากรมฯ ได้ออกอาชญาบัตรพิเศษสำหรับการสำรวจแร่ในพื้นที่ 8,463 ไร่ ในอำเภอธาตุพนม

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าอาชญาบัตรนี้มีไว้เพื่อการสำรวจเท่านั้น และไม่ถือเป็นการอนุญาตให้ทำเหมืองแร่แต่อย่างใด กิจกรรมเหมืองแร่ในอนาคตจะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดแยกต่างหาก สำหรับคำขอสำรวจในพื้นที่อำเภอเรณูนคร กพร. ได้ตัดสินใจระงับกระบวนการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนและความกังวลของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิภาคนี้ ความคืบหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการกำกับดูแลการจัดการทรัพยากรแร่ของรัฐบาลในปัจจุบัน แม้ว่าการสำรวจจะดำเนินต่อไปในอำเภอธาตุพนม แต่การระงับในอำเภอเรณูนครแสดงให้เห็นว่าความคิดเห็นของคนในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการออกใบอนุญาต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลการตรวจสอบในอำเภอเรณูนครว่าจะสรุปอย่างไร และใบอนุญาตสำรวจในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติหรือถูกปฏิเสธอย่างถาวร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการใช้ที่ดินและการสำรวจแร่ในจังหวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:31 UTC

สห ลอว์สัน ขยายเครือข่าย LAWSON 108 เปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สห ลอว์สัน ขยายเครือข่าย LAWSON 108 เปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่

สห ลอว์สัน เปิดสาขาใหม่ของ LAWSON 108 ในประเทศไทยเพิ่มอีก 2 แห่ง ส่งผลให้มีจำนวนสาขารวม 239 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สห ลอว์สัน ขยายเครือข่าย LAWSON 108 เปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่

แหล่งข่าวเดียว
สห ลอว์สัน ขยายเครือข่าย LAWSON 108 เปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่

สห ลอว์สัน เปิดสาขาใหม่ของ LAWSON 108 ในประเทศไทยเพิ่มอีก 2 แห่ง ส่งผลให้มีจำนวนสาขารวม 239 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจ

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด ผู้ให้บริการร้านสะดวกซื้อสไตล์ญี่ปุ่น LAWSON 108 ได้ขยายฐานธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทได้เปิดสาขาใหม่ 2 แห่งที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และอาคารสุทธิ

สาขาใหม่เหล่านี้มาพร้อมกับคอนเซปต์ร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในตลาดร้านสะดวกซื้อที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย ส่งผลให้ปัจจุบัน LAWSON 108 มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 239 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การขยายสาขานี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าจะยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นทำเลที่มีศักยภาพสูงสำหรับการเปิดร้านในอนาคต

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันจำนวนสาขาในปัจจุบันและการเปิดตัวคอนเซปต์ร้านใหม่ทั้ง 2 แห่งแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะการออกแบบร้านใหม่และกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการขยายสาขาเพิ่มเติมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจค้าปลีก ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกสำหรับการเติบโตของแบรนด์ในตลาดท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:31 UTC

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% เพื่อฉลองครบรอบ 73 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.25% เพื่อฉลองครบรอบ 73 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ของประเทศไทยได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ใหม่ในชื่อ 'เงินฝากออมทรัพย์เจ้าสัว' เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 73 ปีของธนาคาร ตามรายงานจาก Prachachat Business ระบุว่าธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 1.25% ต่อปีสำหรับบัญชีประเภทนี้

ในส่วนหนึ่งของแคมเปญฉลองครบรอบ ธนาคารยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับลูกค้า 'G H BANK CROWN' รวมถึง E-Voucher มูลค่าสูงสุด 500 บาท ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 'Beyond' ของธนาคารในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 73 ของการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายทางเลือกในการออมเงินในท้องถิ่น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจ แต่ผู้ที่สนใจเปิดบัญชีควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะ รวมถึงเกณฑ์การได้รับสถานะ 'G H BANK CROWN' โดยตรงที่สาขาของ ธอส. ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และมีข้อกำหนดเรื่องยอดเงินฝากขั้นต่ำเพื่อรับผลตอบแทนสูงสุดตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ขอแนะนำให้ผู้ฝากเงินตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการของธนาคารก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:05 UTC

หอการค้าไทยผลักดัน 3 ดีลการค้าใหญ่ หวังดัน GDP โตกว่า 2% ใน 3 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หอการค้าไทยผลักดัน 3 ดีลการค้าใหญ่ หวังดัน GDP โตกว่า 2% ใน 3 ปี

หอการค้าไทยเร่งรัฐบาลปิดดีลการค้ากับสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อหวังกระตุ้น GDP ให้เติบโตกว่า 2% ภายใน 3 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยผลักดัน 3 ดีลการค้าใหญ่ หวังดัน GDP โตกว่า 2% ใน 3 ปี

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าไทยผลักดัน 3 ดีลการค้าใหญ่ หวังดัน GDP โตกว่า 2% ใน 3 ปี

หอการค้าไทยเร่งรัฐบาลปิดดีลการค้ากับสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อหวังกระตุ้น GDP ให้เติบโตกว่า 2% ภายใน 3 ปี

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า หอการค้าไทย (TCC) กำลังผลักดันให้รัฐบาลเร่งสรุปข้อตกลงทางการค้าที่สำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐฯ (TIFA), ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรอบด้าน (CEPA) ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หอการค้าไทยเชื่อว่าข้อตกลงเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขยายตลาดส่งออก การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในด้านเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยประเมินว่าหากข้อตกลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้พร้อมกับมาตรการรองรับที่เหมาะสม จะมีศักยภาพช่วยเพิ่มขนาดเศรษฐกิจของไทยได้มากกว่า 2% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนาเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่บูรณาการกับระดับโลกมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในภาคเทคโนโลยีและสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่าการเจรจาเหล่านี้จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อใด และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเฉพาะด้านอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ปัจจุบันข้อตกลงทางการค้าเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา และผลกระทบที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสุดท้ายที่รัฐบาลแต่ละฝ่ายตกลงกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:32 UTC

ประธานสภาพัฒน์หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาพัฒน์หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ เตือนกระทรวงการคลังไม่ควรลดภาษีสรรพสามิตดีเซลแบบเหวี่ยงแห 5 บาทต่อลิตร โดยเสนอให้เน้นการช่วยเหลือเกษตรกรแบบตรงจุดแทน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ประธานสภาพัฒน์หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาพัฒน์หนุนคลังเบรกหั่นภาษีดีเซล 5 บาทถ้วนหน้า

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ เตือนกระทรวงการคลังไม่ควรลดภาษีสรรพสามิตดีเซลแบบเหวี่ยงแห 5 บาทต่อลิตร โดยเสนอให้เน้นการช่วยเหลือเกษตรกรแบบตรงจุดแทน

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ ได้ออกมาสนับสนุนแนวทางของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เกี่ยวกับการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ศุภวุฒิได้แสดงความเห็นคัดค้านการลดภาษีแบบเหวี่ยงแหในอัตรา 5 บาทต่อลิตร โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างไม่คุ้มค่า

แทนที่จะลดภาษีแบบครอบคลุมผู้ใช้รถดีเซลทุกคน ศุภวุฒิเสนอว่ารัฐบาลควรเน้นให้ความช่วยเหลือโดยตรงและตรงจุดไปยังภาคเกษตรกรรมมากกว่า เนื่องจากเงินอุดหนุนแบบกว้างมักไม่สามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และยังสร้างภาระให้กับงบประมาณของประเทศโดยไม่จำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การถกเถียงนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยสำคัญของต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่ง ซึ่งมักเป็นตัวกำหนดราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายนี้ แต่การผลักดันให้เน้นความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงแทนการลดภาษีทั่วไปบ่งชี้ว่าราคาน้ำมันอาจยังคงผันผวนตามกลไกตลาด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงการคลังจะรับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาหรือจะดำเนินนโยบายการคลังในรูปแบบอื่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:25 UTC

ไทยเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

คณะอนุกรรมการภาครัฐระบุข้อจำกัดทางกฎระเบียบ 7 ประการที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

คณะอนุกรรมการภาครัฐระบุข้อจำกัดทางกฎระเบียบ 7 ประการที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจในประเทศไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 นายปกรณ์ ประธานคณะอนุกรรมการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อจำกัดทางกฎระเบียบต่างๆ โดยคณะกรรมการได้ระบุประเด็นสำคัญ 7 ด้านที่กฎระเบียบในปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการทางธุรการ ซึ่งอาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทั้งผู้ประกอบการในท้องถิ่นและนักลงทุนต่างชาติ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการปรับปรุงขั้นตอนทางราชการให้มีความคล่องตัวมากขึ้นเมื่อต้องติดต่อขอใบอนุญาตหรือดำเนินการตามข้อกำหนดต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ผลกระทบในระยะสั้นจะมีน้อย แต่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมักจะส่งผลดีต่อมาตรฐานการบริการและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยรวม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ประเด็นทั้ง 7 ข้อนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเสนอแนะเท่านั้น โดยคณะอนุกรรมการมีแผนที่จะนำเสนอข้อเสนอแนะเหล่านี้ต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ณ ขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของการปรับปรุงกฎระเบียบทั้ง 7 ประการยังไม่มีการสรุปหรือประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรีเพื่อทำความเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมทางธุรกิจหรือการติดต่อหน่วยงานราชการในชีวิตประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:20 UTC

เปิดฉากงาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ มุ่งยกระดับการเติบโตของผู้ประกอบการไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เปิดฉากงาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ มุ่งยกระดับการเติบโตของผู้ประกอบการไทย

งาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ เปิดฉากอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและการขยายโอกาสสู่ตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เปิดฉากงาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ มุ่งยกระดับการเติบโตของผู้ประกอบการไทย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดฉากงาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ มุ่งยกระดับการเติบโตของผู้ประกอบการไทย

งาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ เปิดฉากอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและการขยายโอกาสสู่ตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการไทย

งาน ‘Trade Exponential Fest 2026’ ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด ‘โตไว โตไกล ยั่งยืน’ ตามรายงานของ Thai Post งานนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นเวทีแห่งอนาคตที่มุ่งเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ งานนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเสริมสร้างภาคการพาณิชย์และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม การมุ่งเน้นไปที่การเติบโตที่รวดเร็วและยั่งยืนทำให้งานนี้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับการสร้างเครือข่ายและการพัฒนาวิชาชีพภายในเศรษฐกิจไทย ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการบูรณาการธุรกิจท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

แม้ว่างานจะเปิดตัวไปแล้วอย่างประสบความสำเร็จ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อราคาสินค้าในตลาดท้องถิ่นหรือความพร้อมของสินค้าอุปโภคบริโภคใหม่ๆ นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้เข้าร่วมงานและผู้สังเกตการณ์ควรติดตามผลลัพธ์ของงานเพื่อดูว่าความคิดริเริ่มเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้อย่างไร ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในงานในระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:05 UTC

บสย. เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' ช่วยเหลือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บสย. เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' ช่วยเหลือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บสย. เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' ช่วยเหลือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี

แหล่งข่าวเดียว
บสย. เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' ช่วยเหลือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดตัวโครงการ 'นาโนพลัส' เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ประกาศเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 'นาโนพลัส' (Nano Plus) โดยอ้างอิงจากข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี (Micro SMEs) พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเนื่องจากสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่องมาเป็นเวลา 16 ไตรมาส

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาค ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว การค้ำประกันสินเชื่อนี้จะช่วยให้สถาบันการเงินต่างๆ ทั้งธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ นอนแบงก์ และธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) สามารถปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจฐานรากและสนับสนุนการอยู่รอดของธุรกิจขนาดเล็กที่เป็นหัวใจสำคัญของชุมชน แม้ว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดต่อสถาบันการเงินที่ใช้บริการเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าการค้ำประกันของ บสย. จะครอบคลุมความต้องการทางธุรกิจของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:22 UTC

คัดเลือก SMEs ไทยร่วมจับคู่ธุรกิจที่สวิตเซอร์แลนด์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คัดเลือก SMEs ไทยร่วมจับคู่ธุรกิจที่สวิตเซอร์แลนด์

กระทรวงพาณิชย์และ สสว. มอบเกียรติบัตรแก่ SMEs ต้นแบบ 64 ราย รวมถึง ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป เพื่อเข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คัดเลือก SMEs ไทยร่วมจับคู่ธุรกิจที่สวิตเซอร์แลนด์

แหล่งข่าวเดียว
คัดเลือก SMEs ไทยร่วมจับคู่ธุรกิจที่สวิตเซอร์แลนด์

กระทรวงพาณิชย์และ สสว. มอบเกียรติบัตรแก่ SMEs ต้นแบบ 64 ราย รวมถึง ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป เพื่อเข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มอบเกียรติบัตรอย่างเป็นทางการแก่ SMEs ต้นแบบจำนวน 64 ราย ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่นในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

หนึ่งในบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกคือ ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป โดยกลุ่ม SMEs เหล่านี้มีกำหนดการเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าไทยในยุโรป โดยใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยในการบูรณาการธุรกิจท้องถิ่นที่ยั่งยืนและภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในภาคการรีไซเคิลและการผลิต แม้ว่ากระบวนการคัดเลือกจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการจับคู่ธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์และผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะยาวต่อบริษัทที่เข้าร่วมนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่คณะผู้แทนดำเนินภารกิจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:26 UTC

ยอดการชำระเงินดิจิทัลผ่าน PromptPay ในไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ยอดการชำระเงินดิจิทัลผ่าน PromptPay ในไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม 2569

National ITMX รายงานยอดธุรกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 โดย PromptPay มียอดธุรกรรมรวม 2.53 พันล้านรายการ และทำสถิติสูงสุดในวันเดียว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ยอดการชำระเงินดิจิทัลผ่าน PromptPay ในไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ยอดการชำระเงินดิจิทัลผ่าน PromptPay ในไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม 2569

National ITMX รายงานยอดธุรกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2569 โดย PromptPay มียอดธุรกรรมรวม 2.53 พันล้านรายการ และทำสถิติสูงสุดในวันเดียว

ข้อมูลจากบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ระบุว่าระบบการชำระเงินดิจิทัล PromptPay ของไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในเดือนสิงหาคม 2569 โดยมีปริมาณธุรกรรมรวมทั้งสิ้น 2.53 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีมูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.37 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโต 3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

จุดที่น่าสนใจคือในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบบสามารถประมวลผลธุรกรรมได้สูงถึง 101.13 ล้านรายการภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด ทั้งนี้ ณ เดือนสิงหาคม ระบบมีบัญชีที่ลงทะเบียนรวม 83.44 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นผู้ใช้งานทั่วไป 83.02 ล้านเลขหมาย และภาคธุรกิจ 0.42 ล้านเลขหมาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำถึงการบูรณาการการชำระเงินดิจิทัลเข้ากับชีวิตประจำวันทั่วประเทศไทย การใช้จ่ายผ่าน QR Code ที่แพร่หลายทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีความพร้อมในการรองรับธุรกรรมดิจิทัล ทำให้การพกเงินสดมีความจำเป็นน้อยลง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลจะมีความแข็งแกร่ง แต่การพกเงินสดติดตัวไว้บ้างยังคงเป็นข้อควรระวังที่เหมาะสมสำหรับร้านค้าขนาดเล็กหรือในพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจำกัด

แม้สถิติเหล่านี้จะยืนยันถึงปริมาณกิจกรรมทางการเงินดิจิทัลที่สูง แต่ผลกระทบระยะยาวต่อบริการธนาคารแบบดั้งเดิมและการแบ่งสัดส่วนการเติบโตระหว่างธุรกรรมระหว่างประเทศและในประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:46 UTC

GPSC จับมือ KHNP ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GPSC จับมือ KHNP ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในไทย

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) มาใช้ในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GPSC จับมือ KHNP ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
GPSC จับมือ KHNP ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในไทย

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) มาใช้ในประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ GPSC ได้เข้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากเกาหลีใต้ โดยทั้งสองบริษัทได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) มาใช้ในประเทศไทย

ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจศักยภาพในการบูรณาการโซลูชันพลังงานนิวเคลียร์ขั้นสูงเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าของไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในวงกว้าง นอกเหนือจากการศึกษาความเป็นไปได้ในเบื้องต้นแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวยังครอบคลุมถึงความร่วมมือในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นในด้านโอกาสการลงทุนและบริการด้านการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดองค์ความรู้และยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับภาคพลังงานในประเทศสำหรับการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของไทยในระยะยาว แม้ว่าขณะนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยเบื้องต้นเท่านั้น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า MOU นี้เป็นเพียงข้อตกลงในการศึกษาเท่านั้น ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างหรือการติดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้จะก้าวข้ามขั้นตอนการวิจัยไปสู่การนำมาใช้จริงในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:26 UTC

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยมอบเงินสนับสนุน 1,000 บาท สำหรับเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยมอบเงินสนับสนุน 1,000 บาท สำหรับเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod English คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้ขยายระยะเวลาโครงการลดภาระค่าครองชีพ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 โดยการขยายเวลาครั้งนี้จะมอบเงินสนับสนุนการใช้จ่ายจำนวน 1,000 บาท ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือสำหรับเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569

การจัดหาเงินทุนสำหรับมาตรการนี้มาจากพระราชกำหนดฉบับปี 2569 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้ยืมเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้ดำเนินการฟื้นฟูสิทธิ์สวัสดิการสำหรับนักเรียน เพื่อมุ่งหวังที่จะลดภาระทางการเงินของครัวเรือนในช่วงเวลานี้

สำหรับประชาชน การขยายโครงการนี้ถือเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงขึ้น แม้ว่าโครงการจะให้ความช่วยเหลือในทันที แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเกณฑ์เฉพาะสำหรับสิทธิ์สวัสดิการนักเรียนและผลกระทบในวงกว้างของพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฉุกเฉินยังคงขึ้นอยู่กับแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของรัฐบาล นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนเหล่านี้ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับขอบเขตของโครงการตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:01 UTC

ตัวแทนการค้าไทยพบ USTR ที่นิวยอร์กช่วงการประชุม UNGA81
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตัวแทนการค้าไทยพบ USTR ที่นิวยอร์กช่วงการประชุม UNGA81

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หารือกับ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตัวแทนการค้าไทยพบ USTR ที่นิวยอร์กช่วงการประชุม UNGA81

แหล่งข่าวเดียว
ตัวแทนการค้าไทยพบ USTR ที่นิวยอร์กช่วงการประชุม UNGA81

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หารือกับ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ที่นครนิวยอร์ก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในฐานะตัวแทนคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการหารือระดับสูงกับ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ตามรายงานของ Prachachat Business การพบปะครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลไทยในการสร้างความร่วมมือกับผู้นำระดับนานาชาติในช่วงการประชุมระดับโลกดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ การพบปะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการให้ความสำคัญกับทูตเศรษฐกิจและการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา การหารือในลักษณะนี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อกฎระเบียบการนำเข้า-ส่งออก การเข้าถึงตลาด หรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยในอนาคต

แม้ว่าการพบปะครั้งนี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทวิภาคี แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับผลการหารือหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเจรจาดังกล่าวจะนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้าอย่างเป็นทางการหรือการปรับเปลี่ยนกรอบเศรษฐกิจที่มีอยู่หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:27 UTC

บทบาทของ AI ในกลยุทธ์การตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บทบาทของ AI ในกลยุทธ์การตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคล

Matichon Online รายงานถึงการที่ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้มากขึ้นในการปรับราคาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับโปรไฟล์ของผู้บริโภคแต่ละราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บทบาทของ AI ในกลยุทธ์การตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทของ AI ในกลยุทธ์การตั้งราคาแบบเฉพาะบุคคล

Matichon Online รายงานถึงการที่ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้มากขึ้นในการปรับราคาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับโปรไฟล์ของผู้บริโภคแต่ละราย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การตั้งราคาค้าปลีกที่ขับเคลื่อนโดยการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอดีต ผู้บริโภคมักใช้วิธีการแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่ในปัจจุบัน อัลกอริทึมสมัยใหม่จะวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของแต่ละบุคคลเพื่อกำหนดราคาที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ

วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีนี้หมายความว่าลูกค้าสองรายอาจเห็นราคาที่แตกต่างกันสำหรับผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆ เช่น ประวัติการเข้าชม ความถี่ในการซื้อ และความเต็มใจที่จะจ่าย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งนี้บ่งชี้ว่าประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์กำลังมีความเฉพาะตัวมากขึ้น แม้ว่าสิ่งนี้อาจนำไปสู่ส่วนลดที่ปรับแต่งได้ แต่ก็ยังสร้างระดับความไม่โปร่งใสของราคาที่ทำให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ยากว่าตนได้รับราคามาตรฐานของตลาดหรือไม่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโมเดลการตั้งราคาแบบไดนามิกเหล่านี้แพร่หลายเพียงใดในภาคส่วนต่างๆ ของตลาดค้าปลีกในไทย และจะมีกรอบการกำกับดูแลใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสำหรับผู้บริโภค ในขณะที่ AI ยังคงพัฒนาความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อควรใช้ความระมัดระวังและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ รายงานฉบับนี้เน้นย้ำว่า 'ราคาที่ดีที่สุด' ไม่ใช่ตัวเลขที่คงที่อีกต่อไป แต่เป็นตัวแปรที่ถูกกำหนดโดยการทำโปรไฟล์ดิจิทัลที่ซับซ้อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:41 UTC

การอนุรักษ์มรดกการทำนาเกลือสมุทรในสมุทรสาคร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การอนุรักษ์มรดกการทำนาเกลือสมุทรในสมุทรสาคร

เกษตรกรผู้ทำนาเกลือแบบดั้งเดิมในจังหวัดสมุทรสาครกำลังพยายามรักษาอาชีพสืบทอดจากบรรพบุรุษท่ามกลางการขยายตัวของสังคมเมืองและความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การอนุรักษ์มรดกการทำนาเกลือสมุทรในสมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
การอนุรักษ์มรดกการทำนาเกลือสมุทรในสมุทรสาคร

เกษตรกรผู้ทำนาเกลือแบบดั้งเดิมในจังหวัดสมุทรสาครกำลังพยายามรักษาอาชีพสืบทอดจากบรรพบุรุษท่ามกลางการขยายตัวของสังคมเมืองและความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ จังหวัดสมุทรสาครซึ่งในอดีตเป็นแหล่งผลิตนาเกลือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กำลังเผชิญกับจำนวนนาเกลือที่ลดลงเนื่องจากการขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว พื้นที่ที่เคยเป็นนาเกลือตลอดแนวถนนพระราม 2 กำลังถูกเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นมากขึ้น

แม้จะมีความกดดันดังกล่าว ตำบลนาโคกยังคงเป็นพื้นที่หลักของอุตสาหกรรมนี้ คุณทนง เพ็ชรพุ่ม เกษตรกรชาวนาเกลือรุ่นที่ 3 ได้เปิดเผยถึงความยากลำบากในการรักษาอาชีพนี้ไว้ โดยระบุว่าแม้จะเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี แต่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการทำนาเกลือรายย่อยนั้นทำได้ยาก เพื่อให้ยังคงผลิตต่อไปได้ หลายครอบครัวจึงได้รวมที่ดินเข้าด้วยกันและเปลี่ยนจากการทำนาเกลือแยกแปลงมาเป็นการทำนาเวรร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงานและการลงทุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ภูมิภาคนี้ยังคงเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่กำลังเลือนหายไป แม้นาเกลือตลอดเส้นทางถนนพระราม 2 จะเป็นจุดหมายตาทางวัฒนธรรม แต่อนาคตของพื้นที่เหล่านี้ยังคงไม่แน่นอนเนื่องจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่สนใจด้านเกษตรกรรมท้องถิ่นยังคงสามารถพบร้านขายเกลือแบบดั้งเดิม เช่น ร้านของครอบครัวคุณทนง ซึ่งยังคงอนุรักษ์เทคนิคการผลิตทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ไว้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านาเกลือที่เหลืออยู่จะสามารถต้านทานการรุกคืบของการขยายตัวของเมืองได้นานเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:25 UTC