ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

แนวโน้มราคาทองคำ: บทวิเคราะห์จาก YLG Bullion ประจำวันที่ 25 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มราคาทองคำ: บทวิเคราะห์จาก YLG Bullion ประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มขาลงของราคาทองคำในวันนี้ พร้อมเตือนถึงแรงขายที่อาจเกิดขึ้นหากราคาไม่สามารถผ่านระดับแนวต้านสำคัญไปได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มราคาทองคำ: บทวิเคราะห์จาก YLG Bullion ประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มราคาทองคำ: บทวิเคราะห์จาก YLG Bullion ประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มขาลงของราคาทองคำในวันนี้ พร้อมเตือนถึงแรงขายที่อาจเกิดขึ้นหากราคาไม่สามารถผ่านระดับแนวต้านสำคัญไปได้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ประจำวันเกี่ยวกับตลาดทองคำ โดยรายงานระบุว่าตลาดกำลังเผชิญกับแรงขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้มุมมองเชิงบวกที่มีต่อโลหะมีค่าลดน้อยลง

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ YLG Bullion แนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง บทวิเคราะห์ระบุว่าหากราคาทองคำไม่สามารถดีดตัวผ่านระดับ 4,373 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ จะมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่จะเกิดแรงขายต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงระดับแนวรับสำคัญที่ 4,234 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ อาจส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงต่อไปได้อีก

ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดตามเสถียรภาพทางการเงินหรือพิจารณาการลงทุนในทองคำในประเทศไทย เนื่องจากสภาวะตลาดมีความผันผวน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่อ้างอิงจากข้อมูลตลาดในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อระดับแนวต้านและแนวรับดังกล่าวตลอดช่วงการซื้อขายของวัน ผู้อ่านควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากความผันผวนของตลาดสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่อยู่นอกเหนือจากบทวิเคราะห์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในนิวยอร์ก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในนิวยอร์ก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับผู้นำทางการเงินระดับโลกและนักลงทุนสหรัฐฯ เพื่อตอกย้ำความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคงและน่าสนใจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในนิวยอร์ก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับผู้นำทางการเงินระดับโลกและนักลงทุนสหรัฐฯ เพื่อตอกย้ำความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการลงทุนที่มั่นคงและน่าสนใจ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับตัวแทนจาก Jefferies Group LLC และกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ณ Lever House นครนิวยอร์ก โดยมุ่งเน้นการนำเสนอเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยและศักยภาพในการเป็นฐานยุทธศาสตร์สำหรับเงินทุนระหว่างประเทศ

ตามรายงานจาก Khaosod Online นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย การหารือร่วมกับ Jefferies Group ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านตลาดทุน การซื้อขายหลักทรัพย์ และการบริหารสินทรัพย์ มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติเข้ากับโอกาสทางธุรกิจในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้สถาบันการเงินเหล่านี้เข้ามาเพิ่มการลงทุนในตลาดไทยอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณถึงโอกาสในการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อพลวัตของตลาดในท้องถิ่นและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ภาคส่วนเฉพาะที่จะได้รับการลงทุนและข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมจากการหารือครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่รัฐบาลยังคงเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินระดับโลก ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเจรจาระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายหรือโครงการทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

รัฐบาลไทยชี้แจงมาตรการคุ้มครองเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยชี้แจงมาตรการคุ้มครองเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งกลไกใหม่เพื่อจัดการกับส่วนต่างของเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยยืนยันว่าผู้ซื้อรถยนต์รายบุคคลจะไม่ต้องคืนส่วนลดที่ได้รับไปแล้ว

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงมาตรการคุ้มครองเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงมาตรการคุ้มครองเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค

รัฐบาลไทยได้จัดตั้งกลไกใหม่เพื่อจัดการกับส่วนต่างของเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยยืนยันว่าผู้ซื้อรถยนต์รายบุคคลจะไม่ต้องคืนส่วนลดที่ได้รับไปแล้ว

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลได้ดำเนินกลไกเชิงนโยบายใหม่เพื่อจัดการกับกรณีที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่สามารถดำเนินการผลิตชดเชยได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ภายใต้นโยบายใหม่นี้ รัฐบาลจะดำเนินการจัดการส่วนต่างของเงินอุดหนุนเป็นรายกรณี ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภครายบุคคลที่ได้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการอุดหนุนของรัฐบาลไปแล้ว จะไม่ได้รับผลกระทบหรือต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของผู้ผลิต โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกคืนส่วนลดหรือเงินอุดหนุนที่ได้มอบให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์ไปก่อนหน้านี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของโครงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า โดยระบุชัดเจนว่าภาระทางการเงินที่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ผลิตจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องจัดการกับบริษัทผู้ผลิตโดยตรง ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานปลายทาง

แม้ว่ารัฐบาลจะจัดตั้งกลไกคุ้มครองนี้ขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับบทลงโทษหรือกระบวนการเรียกคืนเงินจากผู้ผลิตที่ไม่สามารถทำตามโควตาการผลิตได้นั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับความยั่งยืนของโครงการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:35 UTC

ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 3% หลังเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธในซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะปรับตัวลดลงท่ามกลางข่าวการหารือระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 3% หลังเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธในซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะปรับตัวลดลงท่ามกลางข่าวการหารือระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ

ตามรายงานจาก Matichon Online ตลาดน้ำมันโลกมีความผันผวนอย่างมากในวันที่ 25 กันยายน 2026 โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 3% ในช่วงแรกหลังจากเกิดเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตีต่อซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นนี้เป็นไปเพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากมูลค่าตลาดลดลงในเวลาต่อมาหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับการหารือทางการทูตที่เป็นไปได้ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกี่ยวกับความปลอดภัยและการดำเนินงานของช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความอ่อนไหวของประเทศต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลก แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอาจไม่ปรากฏให้เห็นในทันที แต่ความไม่มั่นคงของราคาน้ำมันที่ยืดเยื้อมักส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารขนส่ง และราคาสินค้าและบริการโดยรวม

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเจรจาทางการทูตเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไร และจะนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพของอุปทานพลังงานในภูมิภาคหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าการลดระดับความตึงเครียดจะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ หรือจะมีเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดความผันผวนของราคาเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาน้ำมันและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลต่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลต่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตี

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทานตึงตัวที่เกิดจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลต่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตี

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลต่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮูตี

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังจากตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทานตึงตัวที่เกิดจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบโลกทั้งเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนต์ (Brent) ได้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3% โดยแนวโน้มขาขึ้นนี้ได้รับแรงกดดันจากความกังวลของตลาดเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากมักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงภายในประเทศ ในอดีตเมื่อราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น ราคาขายปลีกน้ำมันตามสถานีบริการมักจะปรับตัวตาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง โลจิสติกส์ และค่าครองชีพโดยรวม

แม้ว่าปฏิกิริยาของตลาดในทันทีจะเป็นการปรับตัวขึ้นของราคาอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลกระทบในระยะยาวยังคงต้องติดตามต่อไป นักวิเคราะห์ตลาดกำลังเฝ้าดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินว่าความกังวลด้านอุปทานเหล่านี้จะยืดเยื้อหรือไม่ หรือตลาดจะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศราคาเชื้อเพลิงจากผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 400 บาทในวันนี้ ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 400 บาทในวันนี้ ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศราคาซื้อขายทองคำในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อเวลา 09.06 น. ระบุว่าราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 400 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้าคือวันที่ 24 กันยายน

ตามประกาศครั้งที่ 1 ของวัน ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,700 บาท และขายออกที่บาทละ 67,900 บาท สำหรับทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% ราคาซื้ออยู่ที่บาทละ 66,340.16 บาท และราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 68,700 บาท ในขณะที่ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,291.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรติดตามเนื่องจากสะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำเพื่อการลงทุน แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของตลาดในปัจจุบัน แต่ราคาทองคำมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการตามสภาวะตลาดโลก ผู้ที่สนใจทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตก่อนตัดสินใจทางการเงิน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีความเสถียรหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรตามสภาวะตลาดโลกที่จะพัฒนาไปในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 400 บาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 400 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 400 บาท

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 400 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 400 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดย ณ เวลา 09.06 น. ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,700 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนนี้สะท้อนถึงแนวโน้มในตลาดโลหะมีค่าภายในประเทศ ทองคำมักถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและเป็นสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของราคาที่สำคัญอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในท้องถิ่นและกิจกรรมในตลาดเครื่องประดับ นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อทองคำควรทราบว่าราคาเหล่านี้มีความผันผวนตามตลาดรายวันและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละร้านค้า

แม้ว่าสมาคมค้าทองคำจะให้ตัวเลขราคาอ้างอิงเหล่านี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาจะมีความเสถียรอย่างไรในช่วงเวลาที่เหลือของวัน ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาล่าสุดกับร้านทองที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ก่อนทำธุรกรรมใดๆ เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

นายกฯ ไทยชูไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center ดึงดูดนักลงทุนสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยชูไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center ดึงดูดนักลงทุนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในงานของ Jefferies Group LLC เพื่อเน้นย้ำความพร้อมของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยชูไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center ดึงดูดนักลงทุนสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยชูไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center ดึงดูดนักลงทุนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในงานของ Jefferies Group LLC เพื่อเน้นย้ำความพร้อมของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับนักลงทุนชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาในงานที่จัดโดยบริษัทการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอระบบนิเวศที่กำลังพัฒนาของประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศในการสนับสนุนภาคธุรกิจใหม่ๆ

ประเด็นสำคัญของการหารือคือความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ของไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยนายกรัฐมนตรีได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่จำเป็นในการรองรับการลงทุนด้านดิจิทัลขนาดใหญ่ การวางตำแหน่งให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่พร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่บูรณาการทางดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการบริการทางเทคนิคเฉพาะทางและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของการลงทุนเหล่านี้ สถานที่ตั้งที่ชัดเจนสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล และมาตรการจูงใจที่เสนอให้กับบริษัทสหรัฐฯ เหล่านั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบกฎระเบียบหรือการอนุมัติโครงการเฉพาะเจาะจงตามมาในระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจับมือ NYSE ปูทางสู่การทำ Dual Listing
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจับมือ NYSE ปูทางสู่การทำ Dual Listing

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำ Dual Listing และ ETF ข้ามตลาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจับมือ NYSE ปูทางสู่การทำ Dual Listing

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจับมือ NYSE ปูทางสู่การทำ Dual Listing

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำ Dual Listing และ ETF ข้ามตลาด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เข้าทำข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดยความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างตลาดทุนไทยและสหรัฐฯ ผ่านการเปิดทางให้มีการทำ Dual Listing และการนำกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) ข้ามตลาดมาใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงนักลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนระดับโลกได้มากขึ้น นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเชื่อมโยงกับโครงการ 'BOI to IPO' ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดเงินทุนต่างชาติเข้ามาในสินทรัพย์ของไทย การปรับปรุงกระบวนการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับธุรกิจไทยในเวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับตลาดทุนไทยสู่สากล แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกรอบเวลาสำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนแบบ Dual Listing รายแรกๆ รวมถึงกรอบกฎระเบียบเฉพาะที่กำกับดูแลธุรกรรมข้ามพรมแดนเหล่านี้ที่ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน สำหรับชาวต่างชาติหรือเจ้าของธุรกิจที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่น แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการธนาคารรายย่อยหรือบริการทางการเงินส่วนบุคคลในทันที ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจาก SET ในขณะที่ขั้นตอนการดำเนินงานมีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

นายกฯ หารือกลุ่มนักลงทุนระดับโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ หารือกลุ่มนักลงทุนระดับโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับตัวแทนจาก Jefferies Group LLC และนักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการลงทุนที่มีเสถียรภาพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ หารือกลุ่มนักลงทุนระดับโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ หารือกลุ่มนักลงทุนระดับโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับตัวแทนจาก Jefferies Group LLC และนักลงทุนรายใหญ่จากสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการลงทุนที่มีเสถียรภาพ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้หารือกับผู้บริหารจาก Jefferies Group LLC และนักลงทุนชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาหลายราย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและรักษาบรรยากาศทางธุรกิจที่ดี เศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมักจะส่งผลดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องและภาคบริการที่เชื่อถือได้ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งผู้ที่พำนักระยะยาวและผู้ที่เดินทางมาเยือนประเทศ

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงการลงทุนใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการประชุมระดับสูงเหล่านี้จะนำไปสู่โครงการทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การทำงานเชิงรุกของรัฐบาลในการเข้าถึงสถาบันการเงินระดับโลกเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:00 UTC

เสนาฯ เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลมาตรฐานการติดตั้งโซลาร์เซลล์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เสนาฯ เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลมาตรฐานการติดตั้งโซลาร์เซลล์

กรรมการผู้จัดการบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เน้นย้ำถึงความท้าทายในนโยบาย 'ล้านหลังคา' ของรัฐบาล โดยอ้างถึงข้อจำกัดของตลาดและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เสนาฯ เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลมาตรฐานการติดตั้งโซลาร์เซลล์

แหล่งข่าวเดียว
เสนาฯ เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลมาตรฐานการติดตั้งโซลาร์เซลล์

กรรมการผู้จัดการบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เน้นย้ำถึงความท้าทายในนโยบาย 'ล้านหลังคา' ของรัฐบาล โดยอ้างถึงข้อจำกัดของตลาดและอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงการสนับสนุนให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมมาตรฐานการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ในขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินนโยบายโซลาร์ 'ล้านหลังคา' ผู้นำในอุตสาหกรรมต่างเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นางสาวเกษราตั้งข้อสังเกตว่าภาคธุรกิจโซลาร์เซลล์กำลังเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยระบุว่าธุรกิจจำเป็นต้องสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งยังคงเป็นเรื่องยากภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน ข้อกังวลหลักของอุตสาหกรรมคืออำนาจซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง เนื่องจากสถาบันการเงินมีการปฏิเสธคำขอสินเชื่อสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสัดส่วนที่สูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าแม้รัฐบาลจะผลักดันให้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างกว้างขวาง แต่การนำไปปฏิบัติจริงอาจล่าช้าเนื่องจากอุปสรรคทางการเงิน ผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนในโซลาร์เซลล์ควรทราบว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายครัวเรือน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีเงินอุดหนุนเฉพาะเจาะจงเพื่อสนับสนุนนโยบาย 'ล้านหลังคา' หรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตนโยบายในอนาคตเกี่ยวกับกลไกการสนับสนุนทางการเงินสำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ในที่อยู่อาศัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:01 UTC

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 กันยายน 2569 สะท้อนถึงการอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาระดับแนวรับและแนวต้าน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 กันยายน 2569 สะท้อนถึงการอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาระดับแนวรับและแนวต้าน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เงินบาทเปิดตลาดในวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ระบุว่าค่าเงินบาทกำลังเผชิญกับช่วงที่อ่อนค่าในช่วงเปิดตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้านำเข้าและอำนาจซื้อของเงินตราต่างประเทศ นักวิเคราะห์ได้กำหนดระดับแนวรับของเงินบาทไว้ที่ 33.20 บาท ในขณะที่ระดับแนวต้านคาดการณ์ไว้ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของสภาวะตลาดในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามว่าค่าเงินจะมีทิศทางอย่างไรในช่วงที่เหลือของวันทำการ ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรติดตามข่าวสารทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้า เนื่องจากค่าเงินมีความผันผวนตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและสภาวะตลาดในประเทศ ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการรับทราบทั่วไปและไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 02:06 UTC

รองนายกฯ อนุทิน ลั่นระฆังเปิดตลาดหุ้น NYSE หวังกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน ลั่นระฆังเปิดตลาดหุ้น NYSE หวังกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐฯ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมโอกาสการลงทุนและกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน ลั่นระฆังเปิดตลาดหุ้น NYSE หวังกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน ลั่นระฆังเปิดตลาดหุ้น NYSE หวังกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐฯ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมโอกาสการลงทุนและกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การเยือนครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจของไทยและสหรัฐอเมริกาเข้าด้วยกัน

ในระหว่างงาน รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดประตูสู่ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งทางการหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและอำนวยความสะดวกในการสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ให้กับแรงงานไทย การเข้าถึงหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่โดดเด่นที่สุดของโลกนี้ รัฐบาลไทยมุ่งหวังที่จะยกระดับโปรไฟล์ทางเศรษฐกิจในระดับโลกและส่งเสริมความร่วมมือระยะยาวกับองค์กรต่างๆ ในสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเชื่อมั่นอย่างมากเกี่ยวกับศักยภาพในการสร้างงานและการไหลเข้าของเงินทุน แต่ผลกระทบระยะยาวที่เฉพาะเจาะจงต่อตลาดแรงงานในท้องถิ่นและกรอบเวลาสำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการดำเนินงานทางการทูตและการเงินระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับประเทศไทยอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 00:40 UTC

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569

บิตคอยน์มีมูลค่าลดลงเล็กน้อยโดยซื้อขายอยู่ที่ 84,427 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ มีผลการดำเนินงานที่หลากหลาย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569

บิตคอยน์มีมูลค่าลดลงเล็กน้อยโดยซื้อขายอยู่ที่ 84,427 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ มีผลการดำเนินงานที่หลากหลาย

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.06% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 07.18 น. สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวซื้อขายอยู่ที่ 84,427 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,827,502.44 บาท แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงรายวันเช่นนี้ แต่สินทรัพย์ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลง 10.54% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีส่วนร่วมกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความผันผวนที่เกิดขึ้นในภาคส่วนของสกุลเงินดิจิทัล ในขณะที่บิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เช่น อีเธอเรียม (ETH) กลับมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.12% ในช่วงเวลาเดียวกัน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตลาดสกุลเงินดิจิทัลมีความเคลื่อนไหวสูงและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว รายงานนี้สะท้อนถึงภาพรวมเฉพาะช่วงเวลาตามข้อมูลตลาดที่มีอยู่ ณ เช้าวันที่ 25 กันยายน นักลงทุนและผู้ติดตามควรตระหนักว่าสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน พัฒนาการเพิ่มเติมในภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ผู้เข้าร่วมตลาดตอบสนองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:02 UTC

อัปเดตผังเมืองกรุงเทพฯ และจุดยืนด้านนโยบายอสังหาริมทรัพย์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตผังเมืองกรุงเทพฯ และจุดยืนด้านนโยบายอสังหาริมทรัพย์

กรมที่ดินได้ระงับข้อเสนอในการลดขนาดบ้านขั้นต่ำและเพิ่มโควตาการถือครองของชาวต่างชาติ ในขณะที่ผังเมืองใหม่ของกรุงเทพฯ คาดว่าจะเริ่มใช้ในช่วงกลางปี 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตผังเมืองกรุงเทพฯ และจุดยืนด้านนโยบายอสังหาริมทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตผังเมืองกรุงเทพฯ และจุดยืนด้านนโยบายอสังหาริมทรัพย์

กรมที่ดินได้ระงับข้อเสนอในการลดขนาดบ้านขั้นต่ำและเพิ่มโควตาการถือครองของชาวต่างชาติ ในขณะที่ผังเมืองใหม่ของกรุงเทพฯ คาดว่าจะเริ่มใช้ในช่วงกลางปี 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมที่ดินได้ระงับโครงการที่มุ่งลดข้อกำหนดขนาดบ้านขั้นต่ำและขยายโควตาการถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อมาตรฐานที่อยู่อาศัยและความมั่นคงของชาติเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจครั้งนี้

ในขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครกำลังเตรียมแผนพัฒนาเมืองฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในช่วงกลางปี 2570 แผนนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการขยายตัวของเมือง ซึ่งอาจสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ในทำเลทอง ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยมียอดการโอนเพิ่มขึ้น 20.8% ปัจจุบันตลาดกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงในความต้องการของผู้บริโภค โดยมี "บ้านแฝด" และ "คอนโดมิเนียมสไตล์แคมปัส" กลายเป็นเทรนด์ใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของความมั่นคงทางกฎระเบียบเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการแบ่งเขตผังเมืองซึ่งอาจเปลี่ยนภูมิทัศน์ของพื้นที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ แม้ว่าผังเมืองใหม่จะให้คำมั่นถึงการเติบโต แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการใช้พื้นที่โซนใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเมื่อใกล้ถึงกำหนดการบังคับใช้ในปี 2570 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับแผนผังการแบ่งเขตขั้นสุดท้ายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:02 UTC

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 25 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 25 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 0.75 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 ตามข้อมูลจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 25 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น 0.75 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 ตามข้อมูลจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ราคาน้ำมันทั่วประเทศไทยมีการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยข้อมูลจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่าราคาน้ำมันประเภทหลักมีการปรับขึ้น 0.75 บาทต่อลิตรเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

ณ ปัจจุบัน แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายอยู่ที่ราคา 39.94 บาทต่อลิตร ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ 91 มีราคาอยู่ที่ 39.57 บาทต่อลิตร สำหรับผู้ใช้ดีเซล ราคาดีเซล B7 อยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 จำหน่ายอยู่ที่ 36.44 บาทต่อลิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางส่วนบุคคล และอาจส่งผลต่อราคาค่าขนส่งสาธารณะและบริการด้านโลจิสติกส์ การติดตามการอัปเดตรายวันเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่บริหารจัดการงบประมาณการเดินทางหรือใช้ยานพาหนะภายในประเทศ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์ของสถานีบริการและภูมิภาค นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบป้ายแสดงราคาที่สถานีบริการในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลราคาที่แม่นยำที่สุด ณ ตำแหน่งที่ท่านอยู่ ทั้งนี้ การปรับราคาน้ำมันในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มของตลาดโลกและนโยบายการกำกับดูแลในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:02 UTC

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

Prachachat Business + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

ได้รับการยืนยัน
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC