ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา ✦
การเมือง การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์ ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ ✦
เศรษฐกิจ กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ✦
กีฬา สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
การขนส่ง ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม ✦
กีฬา

XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

แหล่งข่าวเดียว
XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

XSpring เปิดตัวโครงการร่วมมือกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและทักษะการใช้ชีวิตแก่เหล่านักกีฬาพาราลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 บริษัท XSpring ได้เข้าเป็นพันธมิตรกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการจัดฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการวางแผนการเงินและทักษะการจัดการชีวิตให้แก่นักกีฬาพาราลิมปิกภายใต้สังกัดของสมาคม

โครงการนี้มุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับนักกีฬา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีความพร้อมในการจัดการการเงินควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพนักกีฬา การมุ่งเน้นไปที่ความรู้ทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามในการสร้างรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับชุมชนกีฬาคนพิการในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการที่ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสวัสดิภาพของนักกีฬานอกเหนือจากสนามแข่งขัน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสนับสนุนแบบองค์รวมสำหรับผู้พิการในประเทศไทย

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจในการจัดหาทรัพยากรทางการศึกษาเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตรระยะยาว จำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วม และระยะเวลาของโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการผนึกกำลังระหว่างภาคธุรกิจและวงการกีฬานี้จะส่งผลต่อการพัฒนาและความมั่นคงทางการเงินของนักกีฬาที่เกี่ยวข้องอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การเมือง

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นความสนใจอย่างมากของสาธารณชนต่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยมีประเด็น 'เงินของเรา' เป็นหัวข้อสำคัญ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่าการสนทนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้มียอดการมีส่วนร่วมสูงถึงประมาณ 6.5 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนในระดับสูงต่อการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม

วลี 'เงินของเรา' ได้กลายเป็นประเด็นหลักในการสนทนาออนไลน์ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้ประกันตนเกี่ยวกับความโปร่งใสและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางดิจิทัลนี้บ่งชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญมากขึ้นว่าเงินสมทบของพวกเขาถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร และการตัดสินใจของคณะกรรมการจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ในอนาคตของพวกเขาอย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย การมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในการกำหนดการกำกับดูแลทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ แม้ว่าข้อมูลจะยืนยันถึงกระแสความรู้สึกของสาธารณชนและการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลที่สูง แต่แพลตฟอร์มนโยบายเฉพาะของผู้สมัครและผลกระทบสุดท้ายของการมีส่วนร่วมนี้ต่อผลการเลือกตั้งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าแรงขับเคลื่อนออนไลน์นี้จะเปลี่ยนไปสู่การใช้สิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบริหารงานของคณะกรรมการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

ฝนตกหนักและปัญหาทางเทคนิคส่งผลให้มีการปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้า BTS ในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นวันที่ 25 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระบบรถไฟฟ้า BTS ในกรุงเทพมหานครประสบปัญหาในการให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วเมือง ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องปรับรูปแบบการเดินรถเพื่อรองรับสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการมักส่งผลให้ระยะเวลารอคอยนานขึ้น ความหนาแน่นบนสถานีเพิ่มขึ้น และอาจเกิดความล่าช้าในการเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ให้บริการ BTS มักแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อรองรับความเร็วในการเดินรถที่ลดลง

แม้ว่าจะมีการรายงานสาเหตุเบื้องต้นของความขัดข้องทางเทคนิคควบคู่ไปกับสภาพอากาศ แต่ลักษณะเฉพาะของความเสียหายของอุปกรณ์ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ให้บริการ ผู้โดยสารควรตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ BTS หรือป้ายข้อมูลภายในสถานีเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ตามรายงานล่าสุด ผู้ให้บริการกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้การบริการกลับสู่สภาวะปกติ แต่ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางจนกว่าระบบจะกลับมาให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ความปลอดภัย

ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19 ได้รับการระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสระแก้วในการอพยพฉุกเฉินและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มณฑลทหารบกที่ 19 ได้ระดมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยปฏิบัติการทางทหารมุ่งเน้นไปที่การอพยพประชาชนอย่างรวดเร็วและการขนย้ายสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมได้ถึงระดับที่ต้องอาศัยการเข้าช่วยเหลือจากภาครัฐ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดสระแก้วหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนอาจได้รับความเสียหาย และการเข้าถึงบางพื้นที่อาจถูกจำกัดโดยเจ้าหน้าที่ทหารหรือหน่วยกู้ภัย ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง

แม้ว่ากองทัพจะกำลังดำเนินการช่วยเหลืออย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากอุทกภัยและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเส้นทางคมนาคมในจังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสายในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและต้องเร่งระบายน้ำเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรปราการเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรงหลังจากมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงบ่าย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ปริมาณน้ำที่สะสมส่งผลกระทบอย่างมากต่อถนนสายหลัก ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก

พื้นที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถนนเทพารักษ์ ซึ่งมีน้ำท่วมขังหลายช่องทางตั้งแต่แยกศรีเทพา นอกจากนี้ยังพบสถานการณ์เดียวกันบนถนนศรีนครินทร์ โดยเฉพาะช่องทางซ้ายและช่องทางกลาง รวมถึงถนนสุขุมวิทบริเวณใกล้โรงเรียนนายเรือที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ถนนแพรกษายังมีน้ำท่วมขังในหลายช่วง ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

สถานการณ์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นจากน้ำทะเลหนุนในช่วงเย็น ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นและอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำหลายแห่ง รวมถึงสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนนและพื้นที่ชุมชน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าและเสี่ยงต่อความเสียหายของยานพาหนะ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำทะเล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจากอยุธยาออกมาปกป้องการกระทำของตนหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแจกโฟม โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ใจและมองว่าเป็นเกมการเมือง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการแจกโฟม โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส.ส. ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เบียร์' ยืนยันว่าเจตนาของเขานั้นบริสุทธิ์และต้องการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ประเด็นดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีภาพหรือรายงานเกี่ยวกับการแจกสิ่งของดังกล่าวเผยแพร่ออกไป จนนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะ ส.ส. รายนี้ได้ขอให้ผู้ที่วิจารณ์หยุดการเสียดสี โดยมองว่าความสนใจในเชิงลบนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกคำนวณมาแล้วในบริบทของเกมการเมือง เขายืนยันว่าการกระทำของเขาเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือความขัดแย้งใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการเมืองท้องถิ่นที่มักมีความเข้มข้นและการตรวจสอบบุคคลสาธารณะในกิจกรรมต่างๆ แม้ว่า ส.ส. จะได้ชี้แจงจุดยืนของตนแล้ว แต่บริบทเฉพาะของการแจกโฟมและรายละเอียดของข้อร้องเรียนจากประชาชนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และสถานการณ์ดูเหมือนจะยังคงอยู่ในขอบเขตของวาทกรรมทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าข้อพิพาทลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในการเมืองท้องถิ่นของไทย และแทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยของผู้มาเยือนหรือผู้อยู่อาศัยระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืม กยศ. จำนวน 14,000 ราย โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงการคลังกำลังเตรียมเสนอของบประมาณกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประมาณ 14,000 ราย ที่กำลังประสบปัญหาค้างชำระหนี้ โดยข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในวันที่ 29 กันยายน 2569

ส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือที่นำเสนอ รัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล 'เป๋าตัง' เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดสรรเงินค่าครองชีพให้แก่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของผู้กู้ยืมที่ประสบปัญหาในการปฏิบัติตามตารางการชำระหนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการหนี้ครัวเรือนและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่บัญชีเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ แต่ก็สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจในวงกว้างเกี่ยวกับการจัดการหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณตามจำนวนที่ร้องขอทั้งหมดหรือไม่ และจะมีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์อย่างไร นอกจากนี้ การเชื่อมต่อทางเทคนิคของแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' สำหรับกระบวนการจ่ายเงินนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลและรายละเอียดการดำเนินงาน ผู้ที่สนใจควรติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน เพื่อยืนยันขอบเขตและกรอบเวลาของโครงการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

กีฬา

สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาสาวไทย สุกานดา และ จิราพัชร ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในค่ำวันนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online นักกรีฑาสาวไทยสองคนคือ สุกานดา และ จิราพัชร สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยนักกีฬาทั้งสองทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ วันที่ 25 กันยายน 2026 เวลา 20.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเมืองเจ้าภาพ เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในปฏิทินกีฬาของภูมิภาค ซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมากต่อพื้นที่บริเวณสนามแข่งขันและช่องทางการถ่ายทอดสดในท้องถิ่น

แม้ว่าการผ่านเข้ารอบของนักกีฬาทั้งสองจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและตารางเหรียญรางวัลยังคงต้องรอสรุปหลังจากการแข่งขันในค่ำคืนนี้ ผู้ชมที่วางแผนจะเข้าร่วมหรือติดตามการแข่งขันควรเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นใกล้สถานที่จัดงาน รวมถึงความต้องการในการรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่อาจมีจำนวนมาก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีการอัปเดตให้ทราบหลังจากจบการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

การขนส่ง

ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรลุข้อตกลงกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ให้เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีก 4 เดือน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศขยายเวลาการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์เป็นการชั่วคราว หลังจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดย ร.ฟ.ท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ในเครือบริษัท ซี.พี.) ได้ตกลงขยายเวลาการเดินรถออกไปอีก 4 เดือน

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ซึ่งมีกำหนดลงนามในวันที่ 28 กันยายน 2569 บริษัท เอเชีย เอรา วัน จะยังคงบริหารจัดการการเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยผู้ประกอบการจะต้องวางหลักประกันมูลค่า 533 ล้านบาท เงื่อนไขการขยายเวลาดังกล่าวยังคงยึดตามรูปแบบการดำเนินงานเดิม ซึ่งรายได้จากค่าโดยสารจะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยไม่มีการจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมจาก ร.ฟ.ท.

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป การขยายเวลาครั้งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการหยุดชะงักของบริการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ แม้ว่าความต่อเนื่องของบริการในระยะสั้นจะได้รับการรับรองแล้ว แต่แผนการบริหารจัดการระยะยาวหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 4 เดือนนี้ยังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. ระบุว่าหลังจากวันที่ 31 มกราคม 2570 ความรับผิดชอบในการเดินรถจะถูกโอนไปยังบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีดราม่าบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยยืนยันว่าเป็นของ อบจ. ไม่ใช่ของตนเอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดย Khaosod Online รายงานว่า ส.ส.ทรงพลยืนยันว่าแผ่นโฟมดังกล่าวเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไม่ใช่ของตนเอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบคลองกระด้วงตามคำร้องเรียนของชาวบ้านและบังเอิญพบทีมงาน อบจ. กำลังแจกจ่ายสิ่งของ จึงได้แวะเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่าทีมงานได้ระบุที่มาของสิ่งของไว้อย่างชัดเจนในโพสต์โซเชียลมีเดีย

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบาล นายทรงพลระบุว่าแม้ระดับน้ำจะยังน้อยกว่าปี 2568 แต่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการปล่อยน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการแจ้งเตือนที่กระชั้นชิด ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน ทั้งนี้ ตนกำลังประสานงานกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวควบคู่ไปกับการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อยุธยา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการจัดการน้ำและประเด็นทางการเมืองในช่วงฤดูมรสุม แม้ ส.ส. จะปฏิเสธความผิด แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบแหล่งที่มาของความช่วยเหลือและติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะปรับปรุงระเบียบการแจ้งเตือนการปล่อยน้ำเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของตัวแทนในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

ศิษยานุศิษย์รวมตัวที่วัดถ้ำเสือเพื่อรับสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อจำเนียร’
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ศิษยานุศิษย์รวมตัวที่วัดถ้ำเสือเพื่อรับสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อจำเนียร’

สรีระสังขารของหลวงพ่อจำเนียร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพ ได้ถูกอัญเชิญกลับมายังวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่มาร่วมไว้อาลัย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ศิษยานุศิษย์รวมตัวที่วัดถ้ำเสือเพื่อรับสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อจำเนียร’

แหล่งข่าวเดียว
ศิษยานุศิษย์รวมตัวที่วัดถ้ำเสือเพื่อรับสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อจำเนียร’

สรีระสังขารของหลวงพ่อจำเนียร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพ ได้ถูกอัญเชิญกลับมายังวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่มาร่วมไว้อาลัย

ตามรายงานจาก Thai Post สรีระสังขารของหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏฺโฐ ได้ถูกอัญเชิญจากประเทศมาเลเซียกลับมายังวัดถ้ำเสือ จังหวัดกระบี่ โดยมีพระสงฆ์ แม่ชี และพุทธศาสนิกชนนับพันคนมารอรับและแสดงความอาลัยต่อการจากไปของท่าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยครั้งสำคัญ ณ หนึ่งในสถานที่ทางจิตวิญญาณที่โดดเด่นที่สุดของภูมิภาค วัดถ้ำเสือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และการที่มีผู้คนจำนวนมากมาร่วมพิธีอาจส่งผลให้การจราจรหนาแน่นขึ้น รวมถึงอาจมีการจำกัดพื้นที่เข้าชมบางส่วนภายในวัดในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้ ทางวัดได้กำหนดพิธีสรงน้ำสรีระสังขารในวันที่ 22 สิงหาคม 2569

แม้ว่าจะมีการยืนยันการอัญเชิญสรีระสังขารกลับมาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศลทั้งหมดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าชมของนักท่องเที่ยวในพื้นที่วัดนั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากทางวัด ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามประกาศจากทางท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าถึงวัดและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 00:15 UTC

ข้อพิพาทที่ดินวัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์นำไปสู่การรวมตัวประท้วงของชาวบ้าน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทที่ดินวัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์นำไปสู่การรวมตัวประท้วงของชาวบ้าน

ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์รวมตัวกันปกป้องที่ดินของวัด หลังจากทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมออกมาทวงคืนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ข้อพิพาทที่ดินวัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์นำไปสู่การรวมตัวประท้วงของชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทที่ดินวัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์นำไปสู่การรวมตัวประท้วงของชาวบ้าน

ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์รวมตัวกันปกป้องที่ดินของวัด หลังจากทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมออกมาทวงคืนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่วัดเขาโต๊ะ ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันประท้วงหลังจากทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมที่เสียชีวิตไปแล้วพยายามทวงคืนที่ดินขนาดประมาณ 21 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัด

ชาวบ้านระบุว่าเจ้าของที่ดินเดิมได้ขายที่ดินให้กับคนรู้จัก ซึ่งต่อมาได้ขายต่อให้กับวัดในปี พ.ศ. 2541 ในราคา 180,000 บาท โดยชุมชนอ้างว่าได้ร่วมกันระดมทุนผ่านกิจกรรมทำบุญประเพณี เช่น กฐินและผ้าป่า เพื่อทยอยจ่ายเงินซื้อที่ดินผืนนี้ให้กับวัด ความขัดแย้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมออกมาทักท้วงกรรมสิทธิ์ของวัด โดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของบิดาตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการถือครองที่ดินในพื้นที่ชนบทของไทย โดยเฉพาะที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แม้ว่าวัดจะใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมานานถึง 28 ปี แต่สถานะทางกฎหมายของการโอนที่ดินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกัน ทั้งนี้ ทายาทดังกล่าวยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของตน ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะมีแนวทางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนี้อย่างไร และการครอบครองที่ดินของวัดมาอย่างยาวนานจะได้รับการรับรองทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการทวงคืนของทายาทหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 18:10 UTC

นักโบราณคดีเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณจากแหล่งขุดค้นดอนยายทอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นักโบราณคดีเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณจากแหล่งขุดค้นดอนยายทอง

กรมศิลปากรดำเนินการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 2 ชุดสุดท้ายออกจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ได้สำเร็จ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นักโบราณคดีเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณจากแหล่งขุดค้นดอนยายทอง

แหล่งข่าวเดียว
นักโบราณคดีเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณจากแหล่งขุดค้นดอนยายทอง

กรมศิลปากรดำเนินการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 2 ชุดสุดท้ายออกจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี ได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 2 ชุดสุดท้ายออกจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ในตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ใช้รถเครนขนาด 10 ตันในการยกแท่นฐานที่รองรับโครงกระดูก ซึ่งมีอายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี

โครงกระดูกชุดแรกประกอบด้วยโครงกระดูกหมายเลข 5–8 (จำนวน 4 โครง) และชุดที่สองประกอบด้วยโครงกระดูกหมายเลข 9–11 (จำนวน 3 โครง) โดยทั้งหมดถูกส่งไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการอนุรักษ์และศึกษาวิจัยในเชิงลึกต่อไป

สำหรับการค้นพบครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงมรดกทางประวัติศาสตร์อันยาวนานของจังหวัดเพชรบุรี แม้ว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้จะให้ข้อมูลที่มีคุณค่าเกี่ยวกับพิธีกรรมการฝังศพในอดีต แต่รายละเอียดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติความเป็นมาของบุคคลที่พบยังคงอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากโครงกระดูกอยู่ในขั้นตอนการอนุรักษ์ในห้องปฏิบัติการ จึงยังไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมหลังจากกระบวนการอนุรักษ์ที่ศูนย์ปทุมธานีเสร็จสิ้นลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 17:50 UTC

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโต้ข่าวลือเรื่องเงิน 10 ล้าน ยืนยันสถานะวัดถูกต้องตามกฎหมาย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโต้ข่าวลือเรื่องเงิน 10 ล้าน ยืนยันสถานะวัดถูกต้องตามกฎหมาย

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ปฏิเสธข่าวลือเรื่องข้อเสนอเงิน 10 ล้านบาท และยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายในการจัดตั้งวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโต้ข่าวลือเรื่องเงิน 10 ล้าน ยืนยันสถานะวัดถูกต้องตามกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโต้ข่าวลือเรื่องเงิน 10 ล้าน ยืนยันสถานะวัดถูกต้องตามกฎหมาย

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ปฏิเสธข่าวลือเรื่องข้อเสนอเงิน 10 ล้านบาท และยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายในการจัดตั้งวัด

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ได้ชี้แจงต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความกังวลเรื่องความถูกต้องของวัดและข่าวลือเรื่องผลประโยชน์ทางการเงิน โดยเจ้าอาวาสยืนยันว่าการจัดตั้งวัดป่าอดุลยารามได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามขั้นตอนของกฎหมายคณะสงฆ์และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างถูกต้องแล้ว

ในส่วนของกรณีที่มีข่าวลือเรื่องข้อเสนอเงิน 10 ล้านบาท เจ้าอาวาสได้ปฏิเสธว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น และยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะย้ายออกจากวัดแม้จะมีข้อเสนอเงินถึงพันล้านบาทก็ตาม ทั้งนี้ เจ้าอาวาสได้ขอให้ผู้ที่ยังสงสัยในสถานะของวัดไปศึกษากฎหมายและขั้นตอนการจัดตั้งวัดให้เข้าใจ โดยระบุว่าการประกาศในราชกิจจานุเบกษาถือเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการ นอกจากนี้ ตัวแทนของวัดยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากรรมการวัดพยายามแสวงหาผลประโยชน์จากที่ดินของวัด พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเจ้าอาวาส

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาเยือน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะอย่างเป็นทางการของสถานที่ทางศาสนาผ่านช่องทางของรัฐ แม้เจ้าอาวาสจะยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว แต่การตรวจสอบจากสาธารณชนยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งบ่งชี้ว่าสมาชิกในชุมชนบางส่วนยังคงมีความสงสัย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีท่าทีอย่างไรต่อการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ของวัด เนื่องจากมีรายงานว่าเอกสารบางส่วนที่มีอายุกว่า 30 ปีได้สูญหายไปตามกาลเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 16:30 UTC

สิ้น พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สิ้น พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

พล.อ.พรชัย กรานเลิศ บุคคลสำคัญในกองทัพไทยและเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สิ้น พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

แหล่งข่าวเดียว
สิ้น พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

พล.อ.พรชัย กรานเลิศ บุคคลสำคัญในกองทัพไทยและเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ได้ถึงแก่อนิจกรรม พล.อ.พรชัย เป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงและเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกของกองทัพบกไทย

นอกเหนือจากอาชีพทางทหารแล้ว พล.อ.พรชัย ยังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร การจากไปของท่านถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในกลุ่มผู้นำทางทหารรุ่นนั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นบันทึกสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองและการทหารของประเทศ การจากไปของนายทหารระดับสูงมักได้รับความสนใจเนื่องจากความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ระหว่างกองทัพกับภูมิทัศน์ทางการเมืองของชาติ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตหรือกำหนดการพิธีศพยังไม่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในรายงานฉบับแรก ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าหรือรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นของไทยเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไปเมื่อมีการประกาศออกมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 15:50 UTC

สืบสานวัฒนธรรม: เด็กๆ เรียนโขนที่วัดไผ่ล้อม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สืบสานวัฒนธรรม: เด็กๆ เรียนโขนที่วัดไผ่ล้อม

นักเรียนรุ่นเยาว์รวมตัวกันทุกวันอาทิตย์ที่วัดในจังหวัดนครปฐมเพื่อฝึกฝนศิลปะการแสดงโขนและนาฏศิลป์ไทยอันประณีต

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สืบสานวัฒนธรรม: เด็กๆ เรียนโขนที่วัดไผ่ล้อม

แหล่งข่าวเดียว
สืบสานวัฒนธรรม: เด็กๆ เรียนโขนที่วัดไผ่ล้อม

นักเรียนรุ่นเยาว์รวมตัวกันทุกวันอาทิตย์ที่วัดในจังหวัดนครปฐมเพื่อฝึกฝนศิลปะการแสดงโขนและนาฏศิลป์ไทยอันประณีต

ตามรายงานของ Khaosod English วัดไผ่ล้อมในจังหวัดนครปฐมได้เปิดโครงการชุมชนที่เปิดสอนโขนและนาฏศิลป์ไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกเช้าวันอาทิตย์ เด็กๆ ในพื้นที่มารวมตัวกันที่บริเวณวัดเพื่อฝึกฝนท่ารำที่มีความอ่อนช้อยและเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะการแสดงชั้นสูงนี้

ผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมในชุดเรียบง่าย คือเสื้อยืดสีขาวสวมคู่กับโจงกระเบนสีแดงสด โดยมีดนตรีไทยบรรเลงประกอบในพื้นหลัง โครงการนี้ถือเป็นความพยายามระดับรากหญ้าในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทยโดยการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกฝนศิลปะอย่างมีวินัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทที่จำเป็นในการรักษาศิลปะการแสดงของไทย การได้สังเกตการณ์การฝึกซ้อมนี้ช่วยให้เห็นภาพที่แท้จริงว่าวัดในท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์วัฒนธรรมนอกเหนือไปจากบทบาททางศาสนา แม้ว่าชั้นเรียนจะเปิดดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน แต่ผู้ที่สนใจเข้าชมหรือสังเกตการณ์ควรทราบว่าทางวัดยังไม่ได้ระบุถึงนโยบายการเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมหรือการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาในระยะยาว ผู้มาเยือนควรให้ความเคารพต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของนักเรียนและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่วัด เนื่องจากเป็นโครงการการศึกษาที่นำโดยชุมชน ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าชั้นเรียนเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมหรือไม่ก่อนวางแผนเดินทางไปจังหวัดนครปฐม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:35 UTC

คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินและข้อพิพาทเรื่องที่ดิน โดยยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินและข้อพิพาทเรื่องที่ดิน โดยยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใส

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 คณะกรรมการวัดป่าอดุลยารามได้ชี้แจงเกี่ยวกับข่าวลือในที่สาธารณะเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัด โดยไวยาวัจกรของวัดได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าสมาชิกคณะกรรมการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพยายามแบ่งที่ดินของวัดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอย่างชัดเจน

พระครูอดุลสารนิเทศ พระเถระของวัด เน้นย้ำว่าการก่อตั้งวัดป่าอดุลยารามได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายที่จำเป็นทั้งหมดและมีการประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สำหรับข่าวลือเรื่องเงินจำนวน 10 ล้านบาท พระครูปฏิเสธว่าไม่มีมูลความจริง โดยยืนยันว่าไม่มีเงินส่วนใดสูญหายและท่านตั้งใจจะจำวัดอยู่ที่เดิมต่อไป นอกจากนี้ยังชี้แจงว่าไม่ได้รับแรงกดดันจากภายนอกหรือการโทรศัพท์ข่มขู่แต่อย่างใด โดยระบุว่ารายงานที่เผยแพร่ออกไปเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การชี้แจงนี้มีจุดประสงค์เพื่อตอบข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของวัด แม้ว่าคณะกรรมการจะปฏิเสธอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนาในท้องถิ่น ในขณะนี้ทางวัดยืนยันว่าการดำเนินงานของวัดมีความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าคำแถลงเหล่านี้เป็นการตอบโต้ของคณะกรรมการต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในปัจจุบัน และยังไม่มีการยืนยันการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่และประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่และประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการและเข้าตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ในจังหวัดเชียงใหม่ ข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำระบุว่าวัตถุประสงค์หลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือเพื่อติดตามการดำเนินงานที่กำลังดำเนินการอยู่และประเมินสถานะปัจจุบันของโครงการด้านน้ำที่บริหารจัดการภายในสถานี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ถือเป็นจุดหมายสำคัญภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการวิจัยพืชเขตหนาวและแนวทางการเกษตรที่ยั่งยืน แม้ว่าการเยี่ยมชมครั้งนี้จะเน้นไปที่การกำกับดูแลด้านการบริหารและปฏิบัติการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างต่อเนื่องของภาครัฐที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำในพื้นที่สูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาขีดความสามารถในการวิจัยของสถานีและระบบนิเวศโดยรอบ

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงจากการประชุมติดตามงานและโครงการริเริ่มใหม่ๆ ด้านการจัดการน้ำที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีการหยุดชะงักของกิจกรรมการท่องเที่ยวหรือการเข้าถึงสถานี เนื่องจากดูเหมือนจะเป็นเพียงการประสานงานตามปกติระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้ กรมฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของการประเมินทรัพยากรน้ำในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 13:16 UTC

เรือฟริเกต HMAS Perth ของออสเตรเลียเทียบท่าในไทยเพื่อฝึกซ้อมร่วม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เรือฟริเกต HMAS Perth ของออสเตรเลียเทียบท่าในไทยเพื่อฝึกซ้อมร่วม

เรือฟริเกต HMAS Perth ของกองทัพเรือออสเตรเลียเดินทางถึงสัตหีบเพื่อเยือนไทยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์และเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับกองทัพเรือไทย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เรือฟริเกต HMAS Perth ของออสเตรเลียเทียบท่าในไทยเพื่อฝึกซ้อมร่วม

แหล่งข่าวเดียว
เรือฟริเกต HMAS Perth ของออสเตรเลียเทียบท่าในไทยเพื่อฝึกซ้อมร่วม

เรือฟริเกต HMAS Perth ของกองทัพเรือออสเตรเลียเดินทางถึงสัตหีบเพื่อเยือนไทยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์และเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับกองทัพเรือไทย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เรือฟริเกต HMAS Perth ของกองทัพเรือออสเตรเลียได้เทียบท่าที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English การมาเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังพลเพื่อแสดงบทบาทในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของออสเตรเลีย โดยเรือฟริเกตชั้น Anzac ลำนี้มีกำลังพลประจำการประมาณ 190 นาย

ในระหว่างการเยือนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ลูกเรือมีกำหนดเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมและกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ กับกองทัพเรือไทย นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการบนเรืออีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่สัตหีบ การเยือนของกองทัพเรือครั้งนี้ถือเป็นภารกิจทางการทูตและการทหารตามปกติ แม้ว่าการปรากฏตัวของเรือและลูกเรืออาจนำไปสู่กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นใกล้ฐานทัพเรือ แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของพลเรือนหรือการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการฝึกซ้อมร่วมทั้งหมดหรือลักษณะที่แน่ชัดของกิจกรรมที่วางแผนไว้ระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศยังคงต้องรอการยืนยัน การเยือนครั้งนี้เน้นย้ำถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องระหว่างออสเตรเลียและไทย แม้ว่าผลกระทบระยะยาวของการส่งกำลังพลครั้งนี้ต่อความมั่นคงในภูมิภาคยังคงเป็นเรื่องที่ต้องรอการประเมินอย่างเป็นทางการจากฝ่ายทหาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:55 UTC

ปทุมธานีเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านรางวัลประกวดภาพถ่าย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ปทุมธานีเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านรางวัลประกวดภาพถ่าย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะ 10 ผลงานจากโครงการประกวดภาพถ่าย 'ปทุมธานีเมืองน่าเที่ยว' เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ด้านอาหารและวิถีชีวิตของจังหวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ปทุมธานีเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านรางวัลประกวดภาพถ่าย

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีเชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านรางวัลประกวดภาพถ่าย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะ 10 ผลงานจากโครงการประกวดภาพถ่าย 'ปทุมธานีเมืองน่าเที่ยว' เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ด้านอาหารและวิถีชีวิตของจังหวัด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี ได้จัดพิธีมอบรางวัล ณ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้แก่ผู้ชนะโครงการประกวดภาพถ่ายประจำปี 2569 ในหัวข้อ 'ปทุมธานีเมืองน่าเที่ยว' โดยมี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ. ปทุมธานี เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูผลงานภาพถ่าย 10 รางวัลที่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของจังหวัดได้อย่างโดดเด่น

การประกวดภายใต้ธีม 'ทุกจานมีเรื่องเล่า คือเรื่องราวของชาวปทุมฯ' มีผู้เข้าร่วมส่งผลงานถึง 670 คน โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 หัวข้อ ได้แก่ 'อร่อยริมคลองสองฝั่งเจ้าพระยา' ซึ่งเน้นนำเสนออาหารพื้นถิ่นและวัตถุดิบจากแม่น้ำ และ 'รสชาติที่ใช่กับบรรยากาศที่ชอบ' ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตริมน้ำและวัฒนธรรมการกินของชาวปทุมธานี

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลภาพที่ช่วยแนะนำแหล่งอาหารและวิถีชีวิตริมน้ำที่น่าสนใจ ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลสะท้อนถึงอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด แม้จะมีการมอบรางวัลไปแล้ว แต่ทาง อบจ. ยังไม่ได้ประกาศว่าจะมีการนำภาพเหล่านี้ไปใช้ในแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือจัดนิทรรศการสาธารณะหรือไม่ ผู้ที่สนใจสำรวจจังหวัดปทุมธานีสามารถใช้มุมมองจากภาพถ่ายเหล่านี้เป็นแนวทางในการค้นหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:51 UTC

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ประจำวัดสระเกศ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ประจำวัดสระเกศ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระพรหมสิทธิ ขึ้นเป็น สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ ประจำวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ประจำวัดสระเกศ

แหล่งข่าวเดียว
แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ประจำวัดสระเกศ

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระพรหมสิทธิ ขึ้นเป็น สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ ประจำวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ประกาศสถาปนาพระพรหมสิทธิ ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะในราชทินนามว่า สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 และให้สถิต ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ ปัจจุบันมีสิริอายุ 70 พรรษา 42 เป็นที่รู้จักจากการอุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศและอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยได้สนองงานด้านการปกครอง การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาโดยตลอด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งสำคัญในหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของกรุงเทพฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ภูเขาทอง" แม้ว่าการแต่งตั้งจะเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบต่อการดำเนินงานของวัดหรือพิธีกรรมต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางวัดต่อไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยือนวัดสระเกศอาจพบเห็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้ อย่างไรก็ตาม วัดยังคงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและศาสนาเช่นเดิม การแต่งตั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของคณะสงฆ์ไทยที่ยังคงความต่อเนื่องและหยั่งรากลึกในวัฒนธรรมของชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:33 UTC

อดีตประธาน กมธ. ทหาร แจงปัญหาเครื่องยนต์ รล.ภูมิพลอดุลยเดช
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

อดีตประธาน กมธ. ทหาร แจงปัญหาเครื่องยนต์ รล.ภูมิพลอดุลยเดช

อดีตประธานคณะกรรมาธิการทหารได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของกองทัพเรือไทยในการจัดหาเรือฟริเกตเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

อดีตประธาน กมธ. ทหาร แจงปัญหาเครื่องยนต์ รล.ภูมิพลอดุลยเดช

แหล่งข่าวเดียว
อดีตประธาน กมธ. ทหาร แจงปัญหาเครื่องยนต์ รล.ภูมิพลอดุลยเดช

อดีตประธานคณะกรรมาธิการทหารได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของกองทัพเรือไทยในการจัดหาเรือฟริเกตเพิ่มเติม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 อดีตประธานคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทางกลไกที่ส่งผลกระทบต่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช แม้ว่าเรือลำดังกล่าวจะยังมีอายุการใช้งานไม่นาน แต่ก็ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง ซึ่งดึงดูดความสนใจของสาธารณชนต่อการบำรุงรักษาและสถานะการปฏิบัติงานของกองเรือกองทัพเรือไทย

อดีตประธานคณะกรรมาธิการเน้นย้ำว่าความยากลำบากทางเทคนิคเหล่านี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่กองทัพเรือไทยจะต้องจัดหาเรือฟริเกตเพิ่มเติมเพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเลและความพร้อมในการปฏิบัติงาน การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอายุการใช้งานและความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ทางเรือที่ทันสมัยภายในกองเรือปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร แม้ว่าคำอธิบายอย่างเป็นทางการสำหรับปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องเฉพาะจุดจะถูกหยิบยกมาหารือโดยบุคคลทางการเมือง แต่รายงานทางเทคนิคฉบับสมบูรณ์จากกองทัพเรือเกี่ยวกับขอบเขตของความเสียหายและกำหนดการซ่อมแซมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากกองทัพเรือไทยเพื่อชี้แจงว่าความท้าทายด้านการบำรุงรักษาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขในระยะยาวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

เกิดข้อพิพาทที่ดินที่วัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาทที่ดินที่วัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์

ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์รวมตัวประท้วงหลังจากทายาทของอดีตเจ้าของที่ดินพยายามทวงคืนที่ดินที่วัดเขาโต๊ะใช้ประโยชน์อยู่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เกิดข้อพิพาทที่ดินที่วัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาทที่ดินที่วัดเขาโต๊ะในจังหวัดสุรินทร์

ชาวบ้านในจังหวัดสุรินทร์รวมตัวประท้วงหลังจากทายาทของอดีตเจ้าของที่ดินพยายามทวงคืนที่ดินที่วัดเขาโต๊ะใช้ประโยชน์อยู่

ตามรายงานของ Thai Post เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่วัดเขาโต๊ะ ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับทายาทของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งอ้างว่าบิดาเคยขายที่ดินให้กับคนรู้จักก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับวัดในปี 2541 หลังจากที่วัดใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมานานถึง 28 ปี ทายาทคนดังกล่าวได้ออกมาทักท้วงกรรมสิทธิ์และมีรายงานว่าได้นำรถแบ็กโฮเข้ามาในพื้นที่เพื่อปรับหน้าดิน

การกระทำดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันประท้วงเพื่อปกป้องสิทธิ์ในที่ดินของวัด โดยที่ดินดังกล่าวจัดเป็นที่ดิน ส.ป.ก. (ที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม) สถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียดในขณะที่ชุมชนพยายามปกป้องพื้นที่วัดจากการบุกรุก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อพิพาทนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการถือครองที่ดินในพื้นที่ชนบทของไทย โดยเฉพาะในส่วนของที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม แม้ว่าวัดจะใช้ประโยชน์ในที่ดินมาเกือบสามทศวรรษ แต่สถานะทางกฎหมายของที่ดินและความถูกต้องของการอ้างสิทธิ์ของทายาทกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนี้อย่างไร และทายาทมีหลักฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะทวงคืนที่ดินหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรทราบว่าอาจมีความตึงเครียดในท้องถิ่นเกิดขึ้นในระหว่างที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

คนไทย 44 คนเดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คนไทย 44 คนเดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไทยรับตัวคนไทย 44 คนที่เดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยพบว่ามี 5 คนที่มีหมายจับติดตัว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คนไทย 44 คนเดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

แหล่งข่าวเดียว
คนไทย 44 คนเดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไทยรับตัวคนไทย 44 คนที่เดินทางกลับจากกัมพูชาหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยพบว่ามี 5 คนที่มีหมายจับติดตัว

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ฝ่ายความมั่นคงของไทยได้เปิดจุดตรวจชั่วคราวที่บ้านคลองลึกเพื่ออำนวยความสะดวกในการรับตัวคนไทย 44 คน ซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในกัมพูชาหลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ

ภายหลังการเดินทางมาถึงและผ่านการคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่ไทย พบว่า 5 ในจำนวนผู้ที่เดินทางกลับมีหมายจับติดตัวรวมทั้งสิ้น 11 หมาย โดยบุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการประสานงานที่เข้มงวดระหว่างเจ้าหน้าที่ชายแดนไทยและกัมพูชาในการส่งตัวคนไทยกลับประเทศ แม้ว่าจุดผ่านแดนดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นจุดผ่านสำหรับผู้ที่เดินทางกลับ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าบุคคลที่เดินทางเข้าหรือกลับเข้ามาในประเทศไทยจะต้องผ่านการตรวจสอบการเข้าเมืองและประวัติอาชญากรรมตามมาตรฐาน

รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะความผิดเดิมที่เกิดขึ้นในกัมพูชาหรือรายละเอียดของหมายจับในประเทศไทยยังคงมีจำกัด ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ากระบวนการทางกฎหมายสำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 5 คนจะเป็นอย่างไร หรือจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จุดตรวจบ้านคลองลึกเพิ่มเติมหรือไม่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามรายงานของ Thai Post ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อให้การส่งตัวคนไทยกลับประเทศเป็นไปอย่างเรียบร้อย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

แพนเค้ก เขมนิจ เปิดตัวโครงการ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์”
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

แพนเค้ก เขมนิจ เปิดตัวโครงการ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์”

นักแสดงสาว แพนเค้ก เขมนิจ นำทีมเปิดตัวโครงการทางวัฒนธรรมใหม่ในชื่อ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” เพื่อเชิดชูพระราชกรณียกิจและพระราชปณิธาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

แพนเค้ก เขมนิจ เปิดตัวโครงการ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์”

แหล่งข่าวเดียว
แพนเค้ก เขมนิจ เปิดตัวโครงการ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์”

นักแสดงสาว แพนเค้ก เขมนิจ นำทีมเปิดตัวโครงการทางวัฒนธรรมใหม่ในชื่อ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” เพื่อเชิดชูพระราชกรณียกิจและพระราชปณิธาน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงและคนดังชื่อดังของไทย ได้นำทีมเปิดตัวโครงการทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญในชื่อ “พระราชกรณียกิจอันเป็นนิรันดร์” อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อรำลึกและเชิดชูผลกระทบอันยั่งยืนของพระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานต่างๆ ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นส่วนเสริมที่น่าสนใจในภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของไทย กิจกรรมหรือนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้อาจมอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอิทธิพลทางประวัติศาสตร์และสังคมของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ที่สนใจในศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ไทยอาจพบว่ากิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของโครงการนี้มีความน่าสนใจสำหรับการศึกษาหรือการท่องเที่ยว

แม้ว่างานเปิดตัวจะจัดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการระยะยาวของโครงการ วันที่จัดนิทรรศการสาธารณะ หรือสถานที่จัดแสดงถาวรนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้จัดงานเพื่อดูว่าโครงการนี้จะถูกนำเสนอสู่สาธารณชนอย่างไร เนื่องจากเป็นโครงการทางวัฒนธรรมที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่สาธารณชนจะมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

ข้อพิพาทเรื่องเอกสารการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องเอกสารการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

ชาวบ้านรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ถูกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปฏิเสธการเข้าถึงเอกสารทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ข้อพิพาทเรื่องเอกสารการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องเอกสารการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

ชาวบ้านรายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ถูกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปฏิเสธการเข้าถึงเอกสารทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ชาวบ้านรายหนึ่งที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' ได้เดินทางไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอตรวจสอบเอกสารทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม ตามรายงานของมติชนออนไลน์ คำขอดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเอกสารที่ร้องขอถูกจัดเป็นข้อมูลลับ

เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานได้แจ้งให้ชาวบ้านรายดังกล่าวทราบว่าไม่สามารถเปิดเผยเอกสารได้ และแนะนำว่าหากต้องการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติม ควรดำเนินการผ่านกระบวนการอุทธรณ์ที่สำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในกิจการทางศาสนาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนทางธุรการที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการและการกำกับดูแลศาสนสถานในประเทศไทย แม้ว่าการจัดตั้งวัดจะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของไทย แต่ความโปร่งใสของกระบวนการทางปกครองยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการอุทธรณ์ต่อสำนักนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ หรือเอกสารดังกล่าวจะถูกเปิดเผยให้สาธารณชนตรวจสอบในที่สุดหรือไม่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการผ่านช่องทางราชการอย่างเป็นทางการเมื่อต้องการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของสถาบันในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:11 UTC

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดครั้งประวัติศาสตร์ ประจำปี 2569
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดครั้งประวัติศาสตร์ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเริ่มประเพณี 'ทิ้งกระจาด' ประจำปี 2569 โดยแจกจ่ายชุดเครื่องอุปโภคบริโภค 3,000 ชุด ให้แก่ผู้ยากไร้ใน 6 เขตของกรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดครั้งประวัติศาสตร์ ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดงานประเพณีทิ้งกระจาดครั้งประวัติศาสตร์ ประจำปี 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเริ่มประเพณี 'ทิ้งกระจาด' ประจำปี 2569 โดยแจกจ่ายชุดเครื่องอุปโภคบริโภค 3,000 ชุด ให้แก่ผู้ยากไร้ใน 6 เขตของกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดกิจกรรมการกุศลครั้งสำคัญภายใต้ประเพณี 'ทิ้งกระจาด' ประจำปี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พิธีในปีนี้ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่จัดขึ้น ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี โดยมีคณะผู้บริหารมูลนิธิ นำโดยนายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ และนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นผู้ดูแลการปล่อยคาราวานชุดเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 3,000 ชุด

ภายในชุดประกอบด้วยสิ่งของจำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา น้ำมันพืช ขนม และเสื้อผ้าบริจาค สิ่งของเหล่านี้กำลังถูกนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ใน 6 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตสาทร ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองจอก และเขตอื่นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกุศลที่หยั่งรากลึกในประเทศไทย ซึ่งมูลนิธิที่มีประวัติยาวนานมีบทบาทสำคัญต่อสวัสดิการสังคม ประเพณีทิ้งกระจาดถือเป็นแนวปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งแสดงถึงการสนับสนุนชุมชน แม้ว่าทางมูลนิธิจะยืนยันการปล่อยชุดเครื่องอุปโภคบริโภคทั้ง 3,000 ชุดแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการแจกจ่ายในเขตที่เหลือและจำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

สำรวจวรรณกรรมพุทธศาสนา: สูตรของเว่ยหล่าง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำรวจวรรณกรรมพุทธศาสนา: สูตรของเว่ยหล่าง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอการตีพิมพ์หนังสือ 'สูตรของเว่ยหล่าง' ซึ่งเป็นงานเขียนเชิงปรัชญาที่แนะนำสำหรับผู้อ่านที่มีใจกว้างและต้องการเข้าถึงความเข้าใจในพุทธศาสนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำรวจวรรณกรรมพุทธศาสนา: สูตรของเว่ยหล่าง

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจวรรณกรรมพุทธศาสนา: สูตรของเว่ยหล่าง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอการตีพิมพ์หนังสือ 'สูตรของเว่ยหล่าง' ซึ่งเป็นงานเขียนเชิงปรัชญาที่แนะนำสำหรับผู้อ่านที่มีใจกว้างและต้องการเข้าถึงความเข้าใจในพุทธศาสนาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ตามรายงานล่าสุดจากข่าวสดออนไลน์ หนังสือ 'สูตรของเว่ยหล่าง' (หรือที่รู้จักในชื่อสูตรของฮุ่ยเล้ง) ได้รับการแนะนำว่าเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีความสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในปรัชญาพุทธศาสนา หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจในราคา 195 บาท โดยถูกอธิบายว่าเป็นหนังสือที่ท้าทายสำหรับปัญญาชนที่พร้อมจะวางอคติเดิมๆ ลง

เนื้อหาในหนังสือสนับสนุนให้ผู้อ่านเปิดใจรับคำสอน โดยเสนอว่าแม้เนื้อหาจะขัดกับความเชื่อเดิมของตน แต่ก็คุ้มค่าที่จะสำรวจมุมมองของผู้เขียนก่อนที่จะตัดสิน รายงานระบุว่าหนังสือเล่มนี้นำเสนอแนวทางที่ไม่เหมือนใครในการอภิปรายทางพุทธศาสนา ซึ่งแตกต่างจากวิธีการสอนแบบดั้งเดิม โดยแนะนำว่างานเขียนนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเดินบนเส้นทางจิตวิญญาณของตนเองโดยมีการชี้นำเพียงเล็กน้อย แทนที่จะปฏิบัติตามคำสอนแบบดั้งเดิมที่กำหนดไว้ตายตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งพิมพ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผูกพันอันลึกซึ้งของประเทศที่มีต่อประเพณีทางพุทธศาสนาที่หลากหลาย แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะมีวางจำหน่ายทั่วไป แต่ความเหมาะสมในการอ่านขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้อ่านในการไตร่ตรองอย่างมีวิจารณญาณ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าฉบับพิมพ์นี้มีการกระจายตัวในร้านหนังสือทั่วประเทศมากน้อยเพียงใด แต่ก็นับเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจรากฐานทางปรัชญาของพุทธศาสนาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนอกเหนือไปจากป้ายกำกับทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:32 UTC