ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

เสร็จสิ้นภารกิจตัดไม้จันทน์หอมสำหรับพระราชพิธีพระศพที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เสร็จสิ้นภารกิจตัดไม้จันทน์หอมสำหรับพระราชพิธีพระศพที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อใช้ในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์สำหรับงานพระราชพิธีพระศพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เสร็จสิ้นภารกิจตัดไม้จันทน์หอมสำหรับพระราชพิธีพระศพที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เสร็จสิ้นภารกิจตัดไม้จันทน์หอมสำหรับพระราชพิธีพระศพที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อใช้ในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์สำหรับงานพระราชพิธีพระศพ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ภารกิจการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว โดยไม้ดังกล่าวจะนำไปใช้ในการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ สำหรับงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ตามข้อมูลจากกระทรวงฯ ภารกิจนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการคัดเลือก ตัด ขนย้าย และแปรรูปไม้ด้วยความละเอียดรอบคอบและประณีต เพื่อให้ได้ไม้ที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับงานพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจด้านโลจิสติกส์ภายในอุทยานแห่งชาติ แม้ว่าขั้นตอนการตัดไม้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ขอให้ทราบว่าขณะนี้ภารกิจได้เข้าสู่ขั้นตอนการจัดสร้างงานฝีมือ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการจัดสร้างพระโกศและพระหีบ รวมถึงโอกาสที่สาธารณชนจะได้เข้าชมชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพระราชสำนักต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเกาะยอในฐานะ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของสงขลา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเกาะยอในฐานะ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของสงขลา

รองโฆษกรัฐบาลไทยได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เกาะยอเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเน้นย้ำถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมของเกาะ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเกาะยอในฐานะ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเกาะยอในฐานะ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของสงขลา

รองโฆษกรัฐบาลไทยได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เกาะยอเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเน้นย้ำถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมของเกาะ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 รองโฆษกรัฐบาลไทยได้จัดกิจกรรมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่เกาะยอ จังหวัดสงขลา เพื่อแสดงศักยภาพของเกาะในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนา โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสถานที่สำคัญในท้องถิ่นให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับการเน้นย้ำระหว่างการลงพื้นที่ ได้แก่ วัดพระนอนแหลมพ้อ ซึ่งมีชื่อเสียงจากพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์สำคัญ และผ้าทอพื้นเมืองเกาะยอ โดยรองโฆษกฯ หรือที่รู้จักในชื่อ 'พลอยทะเล' ได้เน้นย้ำว่าเกาะยอมีมากกว่าแค่ทัศนียภาพทางธรรมชาติ โดยระบุว่าพื้นที่นี้เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่ตอบโจทย์ผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณหรือ 'มูเตลู'

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การส่งเสริมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการบูรณาการงานฝีมือท้องถิ่นและสถานที่ทางศาสนาเข้ากับเรื่องราวการท่องเที่ยวในภาพรวมของภาคใต้ของไทย การชูจุดเด่นทางวัฒนธรรมเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสำรวจมรดกอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะนอกเหนือไปจากวิวทิวทัศน์ชายฝั่ง

แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังผลักดันสถานที่เหล่านี้ให้เป็นเสาหลักทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามว่าความพยายามในการส่งเสริมนี้จะนำไปสู่การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวหรือการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างไร นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางควรตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าถึงสถานที่ทางศาสนาเหล่านี้ในปัจจุบันอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 10:25 UTC

การก้าวขึ้นมาของ 'เนเน่ รอยัล': ดาวรุ่งไทยบนเวทีระดับโลก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การก้าวขึ้นมาของ 'เนเน่ รอยัล': ดาวรุ่งไทยบนเวทีระดับโลก

รัตติกานต์ 'เนเน่ รอยัล' อำลอย วัย 16 ปี จากภูเก็ต กำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากสำหรับเยาวชนไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การก้าวขึ้นมาของ 'เนเน่ รอยัล': ดาวรุ่งไทยบนเวทีระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
การก้าวขึ้นมาของ 'เนเน่ รอยัล': ดาวรุ่งไทยบนเวทีระดับโลก

รัตติกานต์ 'เนเน่ รอยัล' อำลอย วัย 16 ปี จากภูเก็ต กำลังได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากสำหรับเยาวชนไทย

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ รัตติกานต์ อำลอย วัย 16 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ 'เนเน่ รอยัล' กำลังสร้างปรากฏการณ์บนเวทีระดับนานาชาติ สาวน้อยจากภูเก็ตผู้นี้กำลังถูกจับตามอง โดยมีการเปรียบเทียบถึงความสำเร็จระดับโลกที่หาได้ยาก ซึ่งมักจะเห็นได้จากนักกีฬากอล์ฟหญิงไทย เช่น 'จีโน่' อาฒยา ฐิติกุล ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เนื่องจากศิลปินรุ่นใหม่ของไทยพยายามที่จะก้าวข้ามช่องว่างระหว่างการได้รับการยอมรับในประเทศไปสู่การมีชื่อเสียงในระดับสากล แม้ว่ารายละเอียดที่แน่ชัดของ 'ความสำเร็จครั้งใหญ่' ของเธอยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่สื่อท้องถิ่นกำลังติดตามเส้นทางของเธออย่างใกล้ชิดในฐานะตัวบ่งชี้ถึงคลื่นลูกใหม่ของเยาวชนไทยที่มีอิทธิพลในต่างแดน

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเนเน่ รอยัล กำลังมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มหรืออุตสาหกรรมระดับนานาชาติใดสำหรับอาชีพในระยะยาวของเธอ ในขณะที่เธอยังคงสร้างโปรไฟล์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่าแรงผลักดันของเธอจะนำไปสู่การยอมรับในระดับโลกอย่างยั่งยืนหรือไม่ สำหรับผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของไทย เส้นทางของเธอถือเป็นเรื่องราวที่น่าติดตามในขณะที่เธอเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

วัดในอุดรธานีประกาศจัดทำวัตถุมงคลรูปอดีตแม่ทัพภาคที่ 2
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดในอุดรธานีประกาศจัดทำวัตถุมงคลรูปอดีตแม่ทัพภาคที่ 2

วัดป่าศรีคุณารามในจังหวัดอุดรธานีเตรียมออกวัตถุมงคลชุดใหม่เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเจ้าอาวาสและอดีตแม่ทัพภาคที่ 2

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดในอุดรธานีประกาศจัดทำวัตถุมงคลรูปอดีตแม่ทัพภาคที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
วัดในอุดรธานีประกาศจัดทำวัตถุมงคลรูปอดีตแม่ทัพภาคที่ 2

วัดป่าศรีคุณารามในจังหวัดอุดรธานีเตรียมออกวัตถุมงคลชุดใหม่เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเจ้าอาวาสและอดีตแม่ทัพภาคที่ 2

วัดป่าศรีคุณารามในจังหวัดอุดรธานีได้ประกาศแผนการจัดทำวัตถุมงคลรุ่น “หลวงพ่อประจักษ์–หลวงพ่อบุญสิน รุ่นที่ 1” ตามรายงานของ Khaosod English วัตถุมงคลดังกล่าวมีการออกแบบโดยนำรูปของพระอาจารย์ประจักษ์ ภูริปัญโญ เจ้าอาวาสวัด และพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 มาไว้ด้วยกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางศาสนาในท้องถิ่นกับบุคคลสำคัญทางทหารในการสร้างสรรค์วัตถุมงคล วัตถุมงคลถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมพุทธศาสนาในไทย ซึ่งมักถูกเก็บสะสมเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจหรือเพื่อแสดงความเคารพต่อบุคคลที่นับถือ การนำรูปของนายทหารระดับสูงมาปรากฏบนวัตถุมงคลของวัดสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกระหว่างชุมชนสงฆ์และกองทัพในพื้นที่

แม้ว่าทางวัดกำลังเตรียมวัตถุมงคลเหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึกสำหรับผู้ศรัทธา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเปิดให้บูชาอย่างเป็นทางการ จำนวนการผลิต และเงื่อนไขในการได้รับวัตถุมงคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่วางแผนจะไปเยือนวัดหรือต้องการครอบครองวัตถุมงคลดังกล่าวควรติดตามประกาศจากทางวัดป่าศรีคุณารามเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมและขั้นตอนการแจกจ่ายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:35 UTC

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของขลังในไทย: มรดกของหลวงพ่อพิธและหลวงปู่แสง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของขลังในไทย: มรดกของหลวงพ่อพิธและหลวงปู่แสง

เจาะลึกความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตะกรุด 'คู่ชีวิต' ของหลวงพ่อพิธ และเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2522 ของหลวงปู่แสง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของขลังในไทย: มรดกของหลวงพ่อพิธและหลวงปู่แสง

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของขลังในไทย: มรดกของหลวงพ่อพิธและหลวงปู่แสง

เจาะลึกความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตะกรุด 'คู่ชีวิต' ของหลวงพ่อพิธ และเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2522 ของหลวงปู่แสง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ วัฒนธรรมเครื่องรางของขลังในประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องผ่านมรดกทางประวัติศาสตร์ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง หลวงพ่อพิธ แห่งวัดฆะมัง จ.พิจิตร มีชื่อเสียงจากการสร้าง 'ตะกรุดคู่ชีวิต' ซึ่งอ้างอิงจากตำราพิชัยสงครามสมัยกรุงศรีอยุธยา ตะกรุดเหล่านี้มักทำจากตะกั่วน้ำนมมีไส้กลางเป็นทองเหลือง ลงยันต์ตาราง และพอกด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ก่อนถักเชือกด้วยลายจระเข้ขบฟัน ซึ่งในอดีตเชื่อว่ามีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัยจากศาสตราวุธ

นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงหลวงปู่แสง ธัมมสโร แห่งวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) จ.ตรัง โดยวัตถุมงคลที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดคือเหรียญรุ่นแรกที่จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2522 โดยนายอำเภอห้วยยอดในขณะนั้น ซึ่งเป็นเหรียญโลหะรูปไข่ที่มีรูปเหมือนครึ่งองค์ของหลวงปู่สวมแว่นตา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย วัตถุมงคลเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางจิตวิญญาณของไทย แม้ว่าเครื่องรางเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการของนักสะสม แต่รายงานระบุว่าของแท้นั้นหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และตลาดเต็มไปด้วยของเลียนแบบ ผู้ที่สนใจเครื่องรางไทยควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากความยากในการตรวจสอบความแท้จริงของวัตถุโบราณเหล่านี้ยังคงเป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของวัตถุเฉพาะชิ้นจากผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นที่เชื่อถือได้หรือหอจดหมายเหตุของวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

มรดกของหลวงพ่อน้อยและเครื่องรางวัดศีรษะทอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มรดกของหลวงพ่อน้อยและเครื่องรางวัดศีรษะทอง

สำรวจความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดศีรษะทองในจังหวัดนครปฐม และเครื่องรางอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นโดยอดีตเจ้าอาวาส หลวงพ่อน้อย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มรดกของหลวงพ่อน้อยและเครื่องรางวัดศีรษะทอง

แหล่งข่าวเดียว
มรดกของหลวงพ่อน้อยและเครื่องรางวัดศีรษะทอง

สำรวจความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดศีรษะทองในจังหวัดนครปฐม และเครื่องรางอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นโดยอดีตเจ้าอาวาส หลวงพ่อน้อย

วัดศีรษะทอง ตั้งอยู่ในตำบลห้วยตะโก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ยังคงเป็นสถานที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของไทย ข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะต้นตำรับของเครื่องราง 'พระราหูอมจันทร์' ซึ่งเป็นที่นิยมในการบูชาเพื่อเสริมดวงชะตาและโชคลาภ

ในยุคของอดีตเจ้าอาวาส หลวงพ่อน้อย คันธโชโต วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการสร้างเครื่องรางจากกะลาตาเดียว จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 'เบญจภาคี' เครื่องรางของขลังที่ทรงคุณค่าที่สุดของไทย นอกจากพระราหูแล้ว หลวงพ่อน้อยยังมีชื่อเสียงในการสร้าง 'วัวธนู' และเหรียญ 'พระปิดตา' ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหรียญพระปิดตาซึ่งจัดสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2487 มีลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่ที่มีพุทธศิลป์เป็นรูปองค์พระยกมือปิดหน้า ซึ่งถือเป็นปริศนาธรรมที่สะท้อนถึงการสำรวมอินทรีย์

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การเยี่ยมชมวัดศีรษะทองช่วยให้เห็นถึงรากฐานอันลึกซึ้งของงานพุทธศิลป์ไทย แม้ว่าวัตถุมงคลเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม แต่ผู้ที่สนใจครอบครองของแท้ควรทราบว่าที่มาทางประวัติศาสตร์และความแตกต่างทางศิลปะของเครื่องรางเหล่านี้ยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการศึกษาค้นคว้าอยู่อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

Artstory by Autistic Thai: ส่งเสริมศักยภาพเด็กพิเศษผ่านความคิดสร้างสรรค์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

Artstory by Autistic Thai: ส่งเสริมศักยภาพเด็กพิเศษผ่านความคิดสร้างสรรค์

วรัท จันทยานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Artstory by Autistic Thai เน้นย้ำถึงความสำคัญของศิลปะในการสนับสนุนพัฒนาการและการแสดงออกของบุคคลที่มีภาวะออทิสติก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

Artstory by Autistic Thai: ส่งเสริมศักยภาพเด็กพิเศษผ่านความคิดสร้างสรรค์

แหล่งข่าวเดียว
Artstory by Autistic Thai: ส่งเสริมศักยภาพเด็กพิเศษผ่านความคิดสร้างสรรค์

วรัท จันทยานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Artstory by Autistic Thai เน้นย้ำถึงความสำคัญของศิลปะในการสนับสนุนพัฒนาการและการแสดงออกของบุคคลที่มีภาวะออทิสติก

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ วรัท จันทยานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Artstory by Autistic Thai ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับพันธกิจขององค์กร โดยวรัทเน้นย้ำว่าออทิสติกไม่ใช่ภาวะทางจิต แต่เป็นสภาวะที่บุคคลอาจมีพัฒนาการที่ช้ากว่าคนอื่น รวมถึงอาจมีความไวต่อแสง เสียง หรือความท้าทายด้านกล้ามเนื้อ

Artstory by Autistic Thai ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ถ่ายทอดมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ผ่านการแสดงออกทางศิลปะ โดยมุ่งเน้นไปที่ความสามารถเชิงสร้างสรรค์ของเด็กพิเศษ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเป็นสื่อกลางในการสื่อสารที่ก้าวข้ามอุปสรรคแบบเดิมๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นช่องทางที่มีความหมายในการมีส่วนร่วมกับวิสาหกิจเพื่อสังคมในท้องถิ่น การสนับสนุนแบรนด์เหล่านี้เปิดโอกาสให้ได้ชื่นชมผลงานศิลปะจากกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางระบบประสาท (neurodivergent) พร้อมทั้งมีส่วนช่วยในการบูรณาการทางสังคมของพวกเขา

ในขณะที่องค์กรยังคงรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่มากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแพลตฟอร์มสร้างสรรค์เหล่านี้จะขยายขอบเขตเพื่อสนับสนุนการฝึกอาชีพระยะยาวให้กับศิลปินเหล่านี้อย่างไร ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างศิลปะและผลกระทบทางสังคมอาจพบคุณค่าในการสำรวจผลงานที่สร้างสรรค์โดยบุคคลที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ ซึ่งมักจะถูกจัดแสดงในพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ ทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

ไทยผลักดันชุดไทยพระราชนิยมสู่การรับรองจากยูเนสโก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยผลักดันชุดไทยพระราชนิยมสู่การรับรองจากยูเนสโก

รมว.วัฒนธรรม 'ซาบีดา ไทยเศรษฐ์' ประกาศความพร้อมในการเสนอชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยผลักดันชุดไทยพระราชนิยมสู่การรับรองจากยูเนสโก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยผลักดันชุดไทยพระราชนิยมสู่การรับรองจากยูเนสโก

รมว.วัฒนธรรม 'ซาบีดา ไทยเศรษฐ์' ประกาศความพร้อมในการเสนอชุดไทยพระราชนิยมขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการผลักดัน 'ชุดไทยพระราชนิยม' ให้ได้รับการรับรองในระดับสากล โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทย ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกในเดือนธันวาคมนี้

รัฐมนตรีซาบีดาเน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของเครื่องแต่งกายดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเอกลักษณ์มรดกไทยที่โดดเด่น เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนี้ กระทรวงวัฒนธรรมกำลังดำเนินโครงการ '1 จังหวัด 1 ต้นแบบเช่าชุดไทย' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงชุดไทยสำหรับทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว โดยส่งเสริมให้มีการสวมใส่ผ้าไทยทั่วประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติ หากการเสนอชื่อต่อยูเนสโกประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่การสร้างความตระหนักรู้ในระดับโลกและการส่งเสริมชุดไทยที่เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น แม้ว่ากระทรวงจะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการประชุมในเดือนธันวาคม แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการของยูเนสโก ผู้ที่สนใจควรติดตามผลการประชุมในเดือนธันวาคมเพื่อดูว่าการรับรองนี้จะมีผลต่อการท่องเที่ยวและนโยบายด้านวัฒนธรรมเกี่ยวกับการเช่าชุดไทยอย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 08:10 UTC

กรมทรัพยากรน้ำร่วมฉลอง 10 ปี โครงการพระราชดำริฯ ด้านการจัดการน้ำ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำร่วมฉลอง 10 ปี โครงการพระราชดำริฯ ด้านการจัดการน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกถึงความสำเร็จตลอดทศวรรษของโครงการจัดการน้ำภายใต้แนวพระราชดำริ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำร่วมฉลอง 10 ปี โครงการพระราชดำริฯ ด้านการจัดการน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำร่วมฉลอง 10 ปี โครงการพระราชดำริฯ ด้านการจัดการน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกถึงความสำเร็จตลอดทศวรรษของโครงการจัดการน้ำภายใต้แนวพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โครงการพระราชดำริ 'สายน้ำแห่งชีวิต' ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศไทยอย่างยั่งยืน เพื่อสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างความมั่นคงทางน้ำและส่งเสริมสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและการอนุรักษ์ แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะเน้นไปที่ความมั่นคงทางนิเวศวิทยาในระยะยาวและการสนับสนุนภาคเกษตรกรรม แต่บ่อยครั้งที่โครงการเกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาอ่างเก็บน้ำและระบบแม่น้ำลำคลองที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิทัศน์ไทย การทำความเข้าใจโครงการเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงน้ำในท้องถิ่นหรือสภาพแวดล้อมในบางพื้นที่ได้

ในขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้ยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการน้ำที่จะเกิดขึ้นจากวาระครบรอบนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้กิจกรรมนี้จะเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบสำหรับสาธารณชนในทันที ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตในอนาคตของโครงการพระราชดำริเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

คณะสงฆ์ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คณะสงฆ์ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

พระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและโครงการ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คณะสงฆ์ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
คณะสงฆ์ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองเกาะรัตนโกสินทร์เพื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

พระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ร่วมล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและโครงการ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต'

ตามรายงานของ Thai Post กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการตามพระราชดำริ โดยอาราธนาพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป ล่องเรือศึกษาคูคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อเรียนรู้คุณค่าของสายน้ำและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ '10 ปี แห่งการพัฒนาสายน้ำแห่งชีวิต' ซึ่งมุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการทรงงาน 'เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา' เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างชุมชนกับการอนุรักษ์เครือข่ายทางน้ำอันเป็นประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความสะอาดและมรดกทางวัฒนธรรมของระบบคูคลองในกรุงเทพฯ แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้เชิงสัญลักษณ์และให้ความรู้เกี่ยวกับคุณภาพน้ำ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการทัศนศึกษาเชิงการเรียนรู้เหล่านี้จะนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการขยะตามเส้นทางประวัติศาสตร์เหล่านี้อย่างไร ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ อาจมองว่าเครือข่ายคูคลองเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ของเมือง แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดให้สาธารณชนเข้าร่วมทัวร์ที่เน้นการฟื้นฟูเหล่านี้จะยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

วัดค้างคาวจัดพิธีบวงสรวงฉลองครบรอบ 50 ปี เหรียญหลวงพ่อเก้า
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดค้างคาวจัดพิธีบวงสรวงฉลองครบรอบ 50 ปี เหรียญหลวงพ่อเก้า

วัดค้างคาว จ.นนทบุรี จัดพิธีบวงสรวงเหรียญหลวงพ่อเก้ารุ่นที่ 9 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดค้างคาวจัดพิธีบวงสรวงฉลองครบรอบ 50 ปี เหรียญหลวงพ่อเก้า

แหล่งข่าวเดียว
วัดค้างคาวจัดพิธีบวงสรวงฉลองครบรอบ 50 ปี เหรียญหลวงพ่อเก้า

วัดค้างคาว จ.นนทบุรี จัดพิธีบวงสรวงเหรียญหลวงพ่อเก้ารุ่นที่ 9 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรก

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในชุมชนได้รวมตัวกันที่วัดค้างคาว ต.บางไผ่ จ.นนทบุรี เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงเหรียญหลวงพ่อเก้ารุ่นที่ 9 โดยมีนายชาญวิทย์ พรหมพันธ์ใจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบางไผ่ เป็นประธานในพิธีต่อหน้าหลวงพ่อเก้า พระพุทธรูปปางยืนห้ามญาติที่มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง

พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 50 ปี นับตั้งแต่มีการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อเก้ารุ่นแรกเมื่อปี 2519 การจัดสร้างเหรียญรุ่นใหม่นี้เป็นความร่วมมือระหว่างทางวัดและชุมชนบางไผ่เพื่อเป็นการเชิดชูพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ รวมถึงการส่องเลขเด็ดจากธูปเสี่ยงทาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่แสวงหาโชคลาภในประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผูกพันกับเครื่องรางของขลังและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดค้างคาว ทั้งนี้ ทางวัดได้กำหนดจัดพิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 09.39 น. ผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการแจกจ่ายเหรียญหรือกิจกรรมฉลองครบรอบของทางวัด ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:25 UTC

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันควบคุมเพลิงไหม้คลองถมได้แล้ว
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันควบคุมเพลิงไหม้คลองถมได้แล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รายงานว่าเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์สามารถควบคุมได้แล้ว คาดว่าจะดับสนิทภายใน 2 วัน และไม่พบก๊าซพิษในอากาศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันควบคุมเพลิงไหม้คลองถมได้แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันควบคุมเพลิงไหม้คลองถมได้แล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รายงานว่าเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์สามารถควบคุมได้แล้ว คาดว่าจะดับสนิทภายใน 2 วัน และไม่พบก๊าซพิษในอากาศ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์เพื่อติดตามความคืบหน้าการควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ผู้ว่าฯ ยืนยันว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แม้ว่าจะยังมีจุดความร้อนหลงเหลืออยู่ใต้คานเหล็ก แต่เจ้าหน้าที่กำลังใช้เครื่องจักรหนัก เช่น รถแบ็คโฮและอุปกรณ์ตัดเหล็กเพื่อเคลียร์พื้นที่และเข้าถึงจุดดังกล่าวโดยใช้โดรนตรวจจับความร้อนช่วยในการตรวจสอบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วกรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่พบก๊าซพิษที่เป็นอันตรายในบรรยากาศ แม้เพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่เจ้าของร้านค้ายังคงถูกห้ามเข้าพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังเตรียมการตรวจสอบหาสาเหตุ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้

ขณะนี้มีผู้ค้าประมาณ 200 รายที่ได้รับผลกระทบกำลังได้รับความช่วยเหลือในการจัดหาพื้นที่ขายชั่วคราว ผู้ว่าฯ คาดการณ์ว่าเพลิงจะดับสนิทภายใน 1-2 วันนี้ แม้ภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชนในระยะสั้นดูเหมือนจะลดลงแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้และขอบเขตความเสียหายของโครงสร้างอาคารยังคงต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรเตรียมรับมือกับกิจกรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในระหว่างการเคลียร์พื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:25 UTC

ชาวบ้านจัดพิธีบวงสรวง 'พ่อปู่แสนตอง' พญานาคราชแห่งถ้ำน้ำแสนตอง จ.แพร่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านจัดพิธีบวงสรวง 'พ่อปู่แสนตอง' พญานาคราชแห่งถ้ำน้ำแสนตอง จ.แพร่

ชาวบ้านในจังหวัดแพร่รวมตัวกันจัดพิธีบวงสรวงครั้งที่ 2 ที่วัดพระพุทธมงคล เพื่อสักการะพ่อปู่แสนตอง พญานาคราช

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ชาวบ้านจัดพิธีบวงสรวง 'พ่อปู่แสนตอง' พญานาคราชแห่งถ้ำน้ำแสนตอง จ.แพร่

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านจัดพิธีบวงสรวง 'พ่อปู่แสนตอง' พญานาคราชแห่งถ้ำน้ำแสนตอง จ.แพร่

ชาวบ้านในจังหวัดแพร่รวมตัวกันจัดพิธีบวงสรวงครั้งที่ 2 ที่วัดพระพุทธมงคล เพื่อสักการะพ่อปู่แสนตอง พญานาคราช

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านตอนิมิตร ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ ได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวง 'พ่อปู่แสนตอง' พญานาคราชแห่งถ้ำน้ำแสนตอง เป็นครั้งที่ 2 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โดยพิธีจัดขึ้นที่หน้าวัดพระพุทธมงคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านกำลังร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณให้กลายเป็นสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ในพิธีมีการนำผลไม้หลากหลายชนิดและไข่ต้ม 99 ฟองมาถวาย พร้อมจุดประทัดเพื่อบอกกล่าวและขอพรตามความเชื่อของชาวบ้าน หลังจากสิ้นเสียงประทัด ผู้ที่มาร่วมงานได้เข้าไปดูเลขหางประทัด ซึ่งปรากฏเป็นเลข 834 และ 69 เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคตามความเชื่อท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หยั่งรากลึกและความพยายามของชุมชนในการอนุรักษ์แหล่งน้ำทางประวัติศาสตร์ในภาคเหนือของไทย แม้ว่าสถานที่นี้จะเริ่มเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบตำนานท้องถิ่นและการพัฒนาโดยชุมชน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการบริหารจัดการพื้นที่ในฐานะสวนสาธารณะจะเป็นอย่างไรในอนาคต ผู้มาเยือนควรทราบว่าพิธีกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของคนในพื้นที่และสะท้อนถึงความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 06:10 UTC

คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยสุดา ม้าไว คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับเกียรติเป็นศิษย์เก่าดีเด่นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ม.รังสิต รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยสุดา ม้าไว คณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับเกียรติเป็นศิษย์เก่าดีเด่นจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2569

ตามรายงานจาก Thai Post ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยสุดา ม้าไว ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการด้วย 'รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2569' จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รางวัลนี้เป็นการเน้นย้ำถึงผลงานทางวิชาการและวิชาชีพของ ดร.ปิยสุดา ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของสถาบันธรรมศาสตร์อันทรงเกียรติ รางวัลดังกล่าวถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงอิทธิพลที่ต่อเนื่องของเธอในภาคการศึกษาระดับสูงของประเทศไทยและบทบาทความเป็นผู้นำที่มหาวิทยาลัยรังสิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงวิชาการของไทย การยอมรับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายวิชาชีพที่แข็งแกร่งและจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเอกชนและมหาวิทยาลัยรัฐที่โดดเด่นสองแห่งของไทย รางวัลประเภทนี้มักบ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญระดับสูงในสาขามนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางวิชาการในอนาคตหรือการอภิปรายสาธารณะในภูมิภาค

แม้ว่าพิธีมอบรางวัลจะยืนยันสถานะศิษย์เก่าดีเด่นของเธอ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะหรือผลงานวิจัยที่นำไปสู่การคัดเลือกในปีนี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะในประกาศเบื้องต้น จนถึงขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้แบ่งปันข่าวนี้เพื่อเป็นหมุดหมายแห่งความสำเร็จสำหรับอาจารย์และสถาบัน ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับหน้าที่บริหารของเธอที่มหาวิทยาลัยรังสิตอันเนื่องมาจากเกียรติยศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

รวบพระลูกวัดพร้อมเด็กวัดค้ายาเคตามีนในพื้นที่ชลบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รวบพระลูกวัดพร้อมเด็กวัดค้ายาเคตามีนในพื้นที่ชลบุรี

ตำรวจบางละมุง จ.ชลบุรี จับกุมพระลูกวัดและเด็กวัดหลังล่อซื้อยาเคตามีนผ่านอินสตาแกรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รวบพระลูกวัดพร้อมเด็กวัดค้ายาเคตามีนในพื้นที่ชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รวบพระลูกวัดพร้อมเด็กวัดค้ายาเคตามีนในพื้นที่ชลบุรี

ตำรวจบางละมุง จ.ชลบุรี จับกุมพระลูกวัดและเด็กวัดหลังล่อซื้อยาเคตามีนผ่านอินสตาแกรม

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้ดำเนินการจับกุมพระลูกวัดแห่งหนึ่งและเด็กวัด หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดภายในวัดย่านตำบลนาเกลือ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับปลอมตัวเป็นพระสงฆ์เข้าทำการล่อซื้อยาเคตามีนผ่านทางแอปพลิเคชันอินสตาแกรม โดยตกลงซื้อขายในราคา 300 บาท หลังจากที่สายลับได้โอนเงินชำระค่ายาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตรวจค้นกุฏิของพระรูปดังกล่าวและทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวและดำเนินการสึกเพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายการจำหน่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อีกหรือไม่ และจะมีหลักฐานเพิ่มเติมปรากฏขึ้นในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

ความตึงเครียดด้านความมั่นคงเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดด้านความมั่นคงเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

หลังจากเกิดเหตุการณ์ประสานงานหลายจุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทางการกำลังปรับเปลี่ยนยุทธวิธีด้านความมั่นคงเพื่อรับมือกับความไม่สงบที่กลับมาปะทุอีกครั้งในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ความตึงเครียดด้านความมั่นคงเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดด้านความมั่นคงเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย

หลังจากเกิดเหตุการณ์ประสานงานหลายจุดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ทางการกำลังปรับเปลี่ยนยุทธวิธีด้านความมั่นคงเพื่อรับมือกับความไม่สงบที่กลับมาปะทุอีกครั้งในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ตามรายงานจาก Thai Post พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ได้เผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2026 โดยมีการรายงานเหตุการณ์ที่ประสานงานกันหลายสิบจุดทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนาน เพื่อตอบโต้ต่อการกลับมาของความรุนแรงนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังอยู่ในระหว่างการทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทางยุทธวิธีเพื่อจัดการและรับมือกับกิจกรรมของกลุ่มสุดโต่งในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของความไม่มั่นคงที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะจำกัดอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังหรือผ่านภูมิภาคนี้ควรเพิ่มความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารในท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ในขณะที่มีการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่รัฐบาลกำลังดำเนินการนั้นยังอยู่ในขั้นตอนการสรุป รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของระเบียบการรักษาความปลอดภัยใหม่เหล่านี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตประจำวันในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 17:10 UTC

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการสำรวจและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายและพะเยา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการสำรวจและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายและพะเยา

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินการวัดปริมาณน้ำและเก็บตัวอย่างตะกอนแขวนลอยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการสำรวจและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายและพะเยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการสำรวจและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เชียงรายและพะเยา

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินการวัดปริมาณน้ำและเก็บตัวอย่างตะกอนแขวนลอยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย ได้ประกาศเริ่มปฏิบัติการภาคสนามในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการวัดปริมาณน้ำและเก็บตัวอย่างตะกอนแขวนลอยในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์ทางอุทกวิทยาตามปกติ เพื่อประเมินคุณภาพน้ำและพลวัตของการไหลของน้ำ แม้ว่าการดำเนินงานเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนทางธุรการตามมาตรฐาน แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาข้อมูลที่แม่นยำเกี่ยวกับระบบน้ำในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดการชลประทานและการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค

ในขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับคุณภาพน้ำหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดจากอุทกภัยจากการวัดค่าในครั้งนี้ ผู้ที่สนใจสถานะปัจจุบันของแหล่งน้ำในท้องถิ่นควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำสำหรับรายงานหรือการเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่ ผลกระทบระยะยาวต่อการจัดการน้ำในท้องถิ่นจึงยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นแสดงจุดยืนสนับสนุนเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นแสดงจุดยืนสนับสนุนเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ออกมาปกป้องชื่อเสียงของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับวัดผ่านสื่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นแสดงจุดยืนสนับสนุนเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นแสดงจุดยืนสนับสนุนเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้ออกมาปกป้องชื่อเสียงของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับวัดผ่านสื่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้เดินทางไปที่วัดป่าอดุลยารามเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัด โดยการเข้าพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประวัติและการดำเนินงานของวัดผ่านสื่อมวลชน

นายธีระศักดิ์กล่าวว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีและนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ตนได้ทำงานร่วมกับทางวัดในโครงการด้านสาธารณสุขและการพัฒนาพื้นที่มาโดยตลอด เขาบรรยายถึงเจ้าอาวาสว่าเป็นผู้ที่มีความทุ่มเทในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือชุมชนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการจัดหารถเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายศพผู้เสียชีวิต นายธีระศักดิ์มองว่าข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีมูลความจริง และตั้งข้อสังเกตว่าคู่ขัดแย้งอาจพยายามใช้สถานการณ์นี้เพื่อโจมตีเจ้าอาวาส

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในระดับท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการและชื่อเสียงของศาสนสถานในจังหวัดขอนแก่น แม้อดีตนายกเทศมนตรีจะยืนยันถึงความประพฤติและประวัติการทำงานเพื่อสังคมของเจ้าอาวาส แต่รายละเอียดของข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินทางกฎหมายหรือคำแถลงอย่างเป็นทางการจากทางวัดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารในพื้นที่ต่อไปเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 12:10 UTC