ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดการประชุมวางแผน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดการประชุมวางแผน

กรมทรัพยากรน้ำได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดการประชุมวางแผน

แหล่งข่าวเดียว
คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดการประชุมวางแผน

กรมทรัพยากรน้ำได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประสานงานความพยายามในการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน การประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น แม้ว่าผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการประชุมเกี่ยวกับการใช้น้ำในทันทีหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานจะไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในการประกาศเบื้องต้น แต่การประชุมคณะอนุกรรมการดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดวิธีการจัดสรรและบริหารจัดการน้ำทั่วทั้งจังหวัด

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใดที่จะเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงน้ำในระดับภูมิภาค ควรติดตามการอัปเดตจากกรมทรัพยากรน้ำต่อไปเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคณะอนุกรรมการและแผนการดำเนินงานในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การพัฒนาแหล่งน้ำที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การพัฒนาแหล่งน้ำที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มโครงการเพื่อจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การพัฒนาแหล่งน้ำที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ

แหล่งข่าวเดียว
การพัฒนาแหล่งน้ำที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มโครงการเพื่อจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้ประกาศโครงการใหม่เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การจัดหาแหล่งน้ำดิบที่เชื่อถือได้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชนของศูนย์ฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในภูมิภาคนี้ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในการเข้าถึงน้ำในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมักได้รับผลกระทบจากความผันผวนตามฤดูกาล การปรับปรุงการจัดหาน้ำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับประกันความยั่งยืนในระยะยาวของโครงการต่างๆ ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับนวัตกรรมทางการเกษตรในท้องถิ่นและการสนับสนุนชุมชน

แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะยืนยันการเริ่มต้นโครงการสนับสนุนนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค เช่น ความจุที่แน่นอนของแหล่งน้ำใหม่หรือวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตจากกรมทรัพยากรน้ำเกี่ยวกับสถานะการดำเนินงานของระบบน้ำใหม่เหล่านี้ ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานรัฐบาลไทยในการปรับปรุงการจัดการทรัพยากรในพื้นที่สูง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความยั่งยืนให้กับโครงการในท้องถิ่นที่มีส่วนช่วยในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:37 UTC

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

ศิลปินไทย เก่ง ธชย ได้เปิดตัวผลงานเพลงล่าสุด 'หัวใจนนทก' ซึ่งถือเป็นกระบวนการบันทึกเสียงที่ยาวนานที่สุดในอาชีพของเขา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

แหล่งข่าวเดียว
เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

ศิลปินไทย เก่ง ธชย ได้เปิดตัวผลงานเพลงล่าสุด 'หัวใจนนทก' ซึ่งถือเป็นกระบวนการบันทึกเสียงที่ยาวนานที่สุดในอาชีพของเขา

เก่ง ธชย ศิลปินไทยผู้เป็นที่รู้จักจากการอุทิศตนเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านตัวตน 'หัวใจยักษ์' ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก' (Before Tossakan) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจาก Thai Post เพลงนี้ทำหน้าที่เป็นภาคก่อนของเพลงฮิตก่อนหน้านี้ของเขาอย่าง 'หัวใจทศกัณฐ์'

เพลงนี้เขียนโดย เจนจิรา เฉียงนอก โดยสำรวจมุมมองของ 'ยักษ์' หรือตัวละครที่มักถูกมองว่าเป็นตัวร้าย เก่ง ธชย ระบุว่าโปรเจกต์นี้มีความท้าทายอย่างยิ่ง โดยใช้เวลาในห้องบันทึกเสียงนานที่สุดเท่าที่เคยทำมาในอาชีพการงานของเขาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจดนตรีไทยร่วมสมัย การเปิดตัวครั้งนี้มอบมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการผสมผสานระหว่างธีมตำนานดั้งเดิมกับศิลปะป๊อปสมัยใหม่ ผลงานของเก่ง ธชย มักจะเน้นองค์ประกอบของนิทานพื้นบ้านไทย ทำให้เพลงนี้เป็นผลงานที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามวิวัฒนาการของศิลปะการแสดงในท้องถิ่น

แม้ว่าเพลงจะเปิดให้รับฟังต่อสาธารณะแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงสดในอนาคตหรือการปล่อยอัลบั้มเต็มที่มีเพลงนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แฟนๆ ของการแสดงออกทางวัฒนธรรมไทยอาจพบว่าการเปิดตัวครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าศิลปินสมัยใหม่ยังคงตีความตัวละครวรรณกรรมคลาสสิกสำหรับผู้ชมร่วมสมัยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:17 UTC

สำนักพุทธฯ นครราชสีมา จวกยับคอนเทนต์ล้อเลียนพระสงฆ์บนโลกออนไลน์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำนักพุทธฯ นครราชสีมา จวกยับคอนเทนต์ล้อเลียนพระสงฆ์บนโลกออนไลน์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในคอนเทนต์โซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม หลังเกิดการแสดงที่เป็นประเด็นในงานเทศกาลท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำนักพุทธฯ นครราชสีมา จวกยับคอนเทนต์ล้อเลียนพระสงฆ์บนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
สำนักพุทธฯ นครราชสีมา จวกยับคอนเทนต์ล้อเลียนพระสงฆ์บนโลกออนไลน์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในคอนเทนต์โซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม หลังเกิดการแสดงที่เป็นประเด็นในงานเทศกาลท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพบุคคลแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์กำลังเต้นในลักษณะไม่เหมาะสมบนเวที โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงานเทศกาลส้มโอในอำเภอสูงเนิน

ตามรายงานของ Khaosod Online ดร.พรพนา ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งหลังจากได้รับคลิปดังกล่าวจากภาคีเครือข่ายหลายฝ่าย โดยระบุว่าการนำเครื่องแต่งกายและภาพลักษณ์ของพระสงฆ์มาใช้เพื่อความตลกขบขันหรือเพื่อเรียกยอดวิวบนโซเชียลมีเดียนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งและสร้างความเสื่อมเสียต่อศาสนา ดร.พรพนา กล่าวว่าตนเคยนำประเด็นการแสดงล้อเลียนพระสงฆ์เข้าหารือในคณะกรรมาธิการด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมมาแล้ว และย้ำว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับสัญลักษณ์ทางศาสนาในประเทศไทย แม้ว่างานเทศกาลจะเป็นเรื่องปกติ แต่การใช้จีวรพระสงฆ์ในทางที่ผิดเพื่อความบันเทิงอาจนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมและการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาได้ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ยุติพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อป้องกันการเลียนแบบ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อผู้แสดงในงานที่อำเภอสูงเนินหรือไม่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการกำหนดแนวทางที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการแสดงบนเวทีในงานเทศกาลท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:36 UTC

นิคมสหกรณ์พนาส่งเสริมการปลูกผักสร้างรายได้ตลอดปี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นิคมสหกรณ์พนาส่งเสริมการปลูกผักสร้างรายได้ตลอดปี

นิคมสหกรณ์พนาในจังหวัดอำนาจเจริญสนับสนุนให้สมาชิกสร้างรายได้เสริมจากการปลูกผักปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นิคมสหกรณ์พนาส่งเสริมการปลูกผักสร้างรายได้ตลอดปี

แหล่งข่าวเดียว
นิคมสหกรณ์พนาส่งเสริมการปลูกผักสร้างรายได้ตลอดปี

นิคมสหกรณ์พนาในจังหวัดอำนาจเจริญสนับสนุนให้สมาชิกสร้างรายได้เสริมจากการปลูกผักปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นิคมสหกรณ์พนาในจังหวัดอำนาจเจริญกำลังเร่งแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางการเงินของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประมาณ 45,000 ไร่ ซึ่งจัดสรรให้สมาชิกทำกินประมาณ 30,000 ไร่ ในแปลงละไม่เกิน 50 ไร่ โดยที่ผ่านมาสมาชิกส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการทำนาและทำไร่ตามฤดูกาลเป็นหลัก

คุณวาสนา คำบุตร ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์พนา ระบุว่าการพึ่งพาผลผลิตตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียวทำให้ครอบครัวเกษตรกรมีความเสี่ยงต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนและขาดรายได้ในช่วงระหว่างรอบการเก็บเกี่ยว เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับครัวเรือน ทางนิคมฯ จึงได้ส่งเสริมให้สมาชิกหันมาปลูกผักปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างรายได้รายวันหรือรายสัปดาห์ แทนการรอรายได้จากผลผลิตประจำปีเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการพัฒนาเกษตรกรรมในระดับภูมิภาคที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มความหลากหลายของพืชผลมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็งขึ้น แม้ว่าทางนิคมฯ จะให้คำแนะนำและสนับสนุนแนวทางปฏิบัติใหม่เหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ผลกระทบระยะยาวต่อรายได้รวมของครัวเรือนและช่องทางการตลาดสำหรับผักเหล่านี้ยังคงต้องติดตามและยืนยันผลต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:55 UTC

ไทยอาลัยคุณยายทวด 5 แผ่นดิน สิริอายุ 103 ปี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยอาลัยคุณยายทวด 5 แผ่นดิน สิริอายุ 103 ปี

คุณยายปุ๊ก พยัคฆ์กูล หญิงชราวัย 103 ปี ผู้มีชีวิตผ่าน 5 รัชกาลแห่งราชวงศ์ไทย ได้เสียชีวิตลงแล้วที่จังหวัดบุรีรัมย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยอาลัยคุณยายทวด 5 แผ่นดิน สิริอายุ 103 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ไทยอาลัยคุณยายทวด 5 แผ่นดิน สิริอายุ 103 ปี

คุณยายปุ๊ก พยัคฆ์กูล หญิงชราวัย 103 ปี ผู้มีชีวิตผ่าน 5 รัชกาลแห่งราชวงศ์ไทย ได้เสียชีวิตลงแล้วที่จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานการเสียชีวิตของคุณยายปุ๊ก พยัคฆ์กูล หญิงชราวัย 103 ปี จากจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นคุณยายทวด 5 แผ่นดิน โดยคุณยายเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2466 และมีชีวิตผ่านช่วงเวลาของพระมหากษัตริย์ไทยถึง 5 รัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลที่ 10

ขณะนี้ครอบครัวกำลังจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่วัดป่าทุ่งสามัคคีธรรม ในอำเภอนางรอง ก่อนที่จะจากไปอย่างสงบ คุณยายปุ๊กเป็นที่รู้จักจากการอุทิศที่ดินจำนวน 1 ไร่ 2 งาน เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีในปัจจุบัน ชีวิตของคุณยายได้รับการยกย่องจากลูกหลานว่าเป็นแบบอย่างของประวัติศาสตร์ไทยตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งในเรื่องอายุยืนและการสืบทอดมรดกของชุมชนในพื้นที่ชนบทของไทย วัดป่าทุ่งสามัคคีธรรมถือเป็นศูนย์กลางของประเพณีท้องถิ่นและการรักษาประวัติศาสตร์ของครอบครัว แม้ว่าพิธีศพกำลังดำเนินอยู่ ผู้ที่สนใจในธรรมเนียมท้องถิ่นสามารถสังเกตเห็นความเคารพที่ชุมชนมีต่อผู้อาวุโสได้ แต่ผู้มาเยือนควรตระหนักถึงความสำรวมเนื่องจากเป็นพิธีกรรมทางศาสนา ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันฌาปนกิจยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการในรายงานเบื้องต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:55 UTC

มรดกแห่งหลวงปู่ผ่าน: ย้อนรอยเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2521
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มรดกแห่งหลวงปู่ผ่าน: ย้อนรอยเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2521

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรายละเอียดการออกแบบของเหรียญที่ระลึกหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป ปี พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มรดกแห่งหลวงปู่ผ่าน: ย้อนรอยเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2521

แหล่งข่าวเดียว
มรดกแห่งหลวงปู่ผ่าน: ย้อนรอยเหรียญที่ระลึกปี พ.ศ. 2521

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรายละเอียดการออกแบบของเหรียญที่ระลึกหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป ปี พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหรียญที่ระลึกหลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป ปี พ.ศ. 2521 ยังคงเป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสม หลวงปู่ผ่าน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าปทีปปุญญาราม จ.สกลนคร เป็นพระนักปฏิบัติที่ได้รับความเคารพ ซึ่งมรดกของท่านยังคงดึงดูดความสนใจจากผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมพุทธศาสนาของไทย

เหรียญปี พ.ศ. 2521 นี้ จัดสร้างโดยนายเซียมฮ้อ หรือ “เจ๊กฮ้อ” เพื่อถวายไว้แจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่มาทำบุญ โดยมีการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,200 เหรียญ วัตถุมงคลนี้ทำจากทองแดงรมดำ มีลักษณะเป็นทรงรูปไข่พร้อมหูห่วง ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่ในท่าขัดสมาธิเต็มองค์ ล้อมรอบด้วยลวดลายและอักขระศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงยันต์ตัว “นะ” ส่วนด้านหลังมีชื่อวัดและตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่บรรจุอักขระศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจประวัติของวัตถุมงคลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของประเพณีการทำบุญและการเคารพพระสงฆ์ในท้องถิ่นที่หยั่งรากลึก แม้ว่าเหรียญดังกล่าวจะมีการบันทึกข้อมูลทางกายภาพและที่มาไว้อย่างชัดเจน แต่นักสะสมควรตระหนักว่าตลาดวัตถุมงคลเก่าแก่มีความซับซ้อน ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าเหรียญต้นฉบับจำนวน 4,200 เหรียญนั้นยังคงเหลือหมุนเวียนอยู่เท่าใดในปัจจุบัน เนื่องจากความแท้และสภาพของวัตถุมงคลเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:56 UTC

รำลึกถึงเกียรติคุณของพระครูนิภาวิหารกิจแห่งนราธิวาส
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกถึงเกียรติคุณของพระครูนิภาวิหารกิจแห่งนราธิวาส

Khaosod Online นำเสนอเรื่องราวชีวิตและคุณูปการทางจิตวิญญาณของอดีตพระครูนิภาวิหารกิจ พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาในจังหวัดนราธิวาส

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกถึงเกียรติคุณของพระครูนิภาวิหารกิจแห่งนราธิวาส

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกถึงเกียรติคุณของพระครูนิภาวิหารกิจแห่งนราธิวาส

Khaosod Online นำเสนอเรื่องราวชีวิตและคุณูปการทางจิตวิญญาณของอดีตพระครูนิภาวิหารกิจ พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาในจังหวัดนราธิวาส

ตามรายงานจาก Khaosod Online พุทธศาสนิกชนกำลังร่วมรำลึกถึงชีวิตของ 'พระครูนิภาวิหารกิจ' หรืออดีตพระอาจารย์ดำ จันทสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดนภาราม (วัดใหม่) ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ท่านเกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2484 ในตำบลพร่อน โดยมีนามเดิมว่า ดำ พูลเทพ ท่านเป็นที่รู้จักในด้านอัธยาศัยที่สมถะ การเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และความเมตตาธรรม ซึ่งทำให้ท่านได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากคนในพื้นที่อย่างมาก

เส้นทางในร่มกาสาวพัสตร์ของท่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ขณะมีอายุครบ 20 ปี โดยได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดใหม่นภาราม พิธีอุปสมบทมีพระครูนิภัทรการัญญูจากวัดประชุมชลธาดาเป็นพระอุปัชฌาย์ โดยมีพระสมุห์พ่วงและพระอธิการนุ้ยเป็นพระคู่สวดและพระอาจารย์ผู้ดูแล

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจชีวิตของพระเถระในท้องถิ่นช่วยให้เห็นภาพรวมของรากฐานทางจิตวิญญาณในพื้นที่ภาคใต้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เกียรติคุณของพระสงฆ์อย่างพระครูนิภาวิหารกิจยังคงเป็นจุดสนใจสำหรับผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ศาสนาในภูมิภาคและความสำคัญของวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับวัดในท้องถิ่น แม้รายงานจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและพิธีอุปสมบทของท่าน แต่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมรำลึกหรือสถานะปัจจุบันของวัตถุมงคลภายในวัดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:35 UTC

กองทัพบกชี้แจงกรณีดราม่าแม่ค้าตลาดช่องจอม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองทัพบกชี้แจงกรณีดราม่าแม่ค้าตลาดช่องจอม

กองทัพบกได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงแม่ค้าต่างชาติในตลาดชายแดนช่องจอม โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบไม่พบผู้ประกอบการต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองทัพบกชี้แจงกรณีดราม่าแม่ค้าตลาดช่องจอม

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพบกชี้แจงกรณีดราม่าแม่ค้าตลาดช่องจอม

กองทัพบกได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับกรณีที่มีการกล่าวอ้างถึงแม่ค้าต่างชาติในตลาดชายแดนช่องจอม โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบไม่พบผู้ประกอบการต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย

กองทัพบกได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของทีมโฆษกกองทัพบก เพื่อตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับรายงานที่มีการกล่าวอ้างว่ามีแม่ค้าชาวกัมพูชาเข้ามาตั้งแผงขายสินค้าในตลาดช่องจอม โดยประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดน

ตามข้อมูลจากกองทัพบก เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ตลาดอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสัญชาติและสถานะทางกฎหมายของผู้ค้า ผลการตรวจสอบสรุปได้ว่าแผงค้าที่ถูกกล่าวถึงนั้นดำเนินการโดยคนไทย กองทัพบกเน้นย้ำว่าไม่พบผู้ค้าต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในระหว่างการตรวจสอบพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบของตลาดท้องถิ่นและการค้าในพื้นที่ชายแดน ตลาดช่องจอมถือเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการค้าข้ามพรมแดน และรายงานในลักษณะนี้มักดึงดูดความสนใจไปที่การบังคับใช้กฎหมายแรงงานและกฎหมายธุรกิจในจังหวัดชายแดน แม้ว่ากองทัพจะให้ข้อมูลจากการตรวจสอบล่าสุดแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์อาจยังคงติดตามรายงานในพื้นที่ต่อไปเพื่อดูความคืบหน้าเกี่ยวกับการบริหารจัดการตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในอนาคต ณ ปัจจุบัน จุดยืนอย่างเป็นทางการของกองทัพบกยังคงยืนยันว่าตลาดดังกล่าวปฏิบัติตามกฎระเบียบปัจจุบันว่าด้วยสัญชาติของผู้ค้าอย่างถูกต้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:16 UTC

บอล เชิญยิ้ม เผยเลขเด็ดก่อนวันหวยออก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

บอล เชิญยิ้ม เผยเลขเด็ดก่อนวันหวยออก

บอล เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง เผยเลขเด็ดที่ตนชื่นชอบและผลจากธูปเสี่ยงทายหลังทำพิธีขอโชคลาภ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

บอล เชิญยิ้ม เผยเลขเด็ดก่อนวันหวยออก

แหล่งข่าวเดียว
บอล เชิญยิ้ม เผยเลขเด็ดก่อนวันหวยออก

บอล เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง เผยเลขเด็ดที่ตนชื่นชอบและผลจากธูปเสี่ยงทายหลังทำพิธีขอโชคลาภ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 บอล เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง ได้โพสต์แบ่งปันเลขเด็ดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากที่เขาได้ทำพิธีไหว้ขอโชคลาภจากปู่ฤาษีนารอดและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ

ในการอัปเดตดังกล่าว บอล เชิญยิ้ม ได้เปิดเผยเลขเด็ด 5 คู่ที่ตนชื่นชอบ ได้แก่ 17, 18, 19, 73 และ 82 นอกจากนี้ยังได้เผยผลจากการจุดธูปเสี่ยงทาย โดยระบุว่าการตีความตัวเลขนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล นักแสดงตลกยังได้อวยพรให้ผู้ติดตามทุกคนมีความร่ำรวยและสุขภาพแข็งแรงในวันหวยออก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมความเชื่อในการแสวงหาเลขมงคลจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และบุคคลสาธารณะก่อนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นที่นิยมในหมู่แฟนคลับ แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าผลการออกรางวัลนั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาโดยสิ้นเชิง ไม่มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีที่ผ่านการตรวจสอบใดๆ ที่สามารถทำนายเลขที่จะถูกรางวัลได้ เช่นเดียวกับการพนันทุกรูปแบบ ผู้เข้าร่วมควรใช้ความระมัดระวังและมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ตัวเลขที่นักแสดงตลกแบ่งปันนั้นเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น และผลการออกรางวัลจริงจะถูกกำหนดโดยกระบวนการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเป็นทางการเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 04:35 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) เข้าร่วมการประชุมบริหารงานระดับจังหวัดที่อุดรธานีเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานี

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) เข้าร่วมการประชุมบริหารงานระดับจังหวัดที่อุดรธานีเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการน้ำในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การประสานงานด้านการบริหารและการจัดการทรัพยากรน้ำภายในจังหวัด

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและทรัพยากรในภูมิภาค แม้ว่าการประชุมจะเป็นไปในเชิงบริหารจัดการ แต่การหารือในลักษณะนี้มักนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการใช้น้ำ การชลประทาน หรือกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและบริการสาธารณะในอนาคต

สถานะและแนวโน้ม

จนถึงขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมครั้งนี้ ประชาชนกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่าจะมีการดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลต่อการเข้าถึงน้ำหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าใดๆ ที่อาจส่งผลต่อบริการด้านน้ำในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 02:57 UTC

นายกรัฐมนตรีส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของสงขลา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของสงขลา

นายกรัฐมนตรีไทยลงพื้นที่สงขลาเพื่อเน้นย้ำถึงสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมือง เพื่อสนับสนุนการเสนอชื่อเข้าสู่มรดกโลกของ UNESCO

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นายกรัฐมนตรีส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของสงขลา

นายกรัฐมนตรีไทยลงพื้นที่สงขลาเพื่อเน้นย้ำถึงสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมือง เพื่อสนับสนุนการเสนอชื่อเข้าสู่มรดกโลกของ UNESCO

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนเมืองเก่าสงขลา ในระหว่างการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับประชาชนในพื้นที่และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตดั้งเดิมของสงขลา การส่งเสริมสินทรัพย์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการสนับสนุนการเสนอชื่อสงขลาเข้าสู่สถานะมรดกโลกของ UNESCO ซึ่งอาจช่วยเพิ่มชื่อเสียงในระดับนานาชาติและความน่าสนใจด้านการท่องเที่ยวของเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงการสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อกลยุทธ์การอนุรักษ์วัฒนธรรมนี้ แต่กำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับกระบวนการสมัครเข้าสู่มรดกโลกของ UNESCO และนโยบายทางเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจงเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากรัฐบาลในอนาคตเพื่อดูรายละเอียดว่าโครงการทางวัฒนธรรมเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแผนการพัฒนาภูมิภาคในวงกว้างอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 02:10 UTC

ไทยศึกษาแนวทาง 'Resale Right' เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้ศิลปิน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยศึกษาแนวทาง 'Resale Right' เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้ศิลปิน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ระหว่างการศึกษาการนำกลไก 'Resale Right' มาใช้เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้กับศิลปินไทย หลังความสำเร็จจากงาน 'ART UNIVERSE'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยศึกษาแนวทาง 'Resale Right' เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้ศิลปิน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยศึกษาแนวทาง 'Resale Right' เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้ศิลปิน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ระหว่างการศึกษาการนำกลไก 'Resale Right' มาใช้เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้กับศิลปินไทย หลังความสำเร็จจากงาน 'ART UNIVERSE'

ตามรายงานจาก Thai Post กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กำลังประเมินความเป็นไปได้ของกลไก 'Resale Right' (สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งจากการขายต่อ) ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นหลังจากความสำเร็จของงาน 'ART UNIVERSE' ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศไทย

กลไก 'Resale Right' ที่นำเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ศิลปินได้รับส่วนแบ่งจากกำไรทุกครั้งที่มีการขายผลงานต้นฉบับในตลาดรอง การกำหนดกรอบการทำงานนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ยั่งยืนมากขึ้นสำหรับศิลปิน เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าผลงานของตนเองในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการศิลปะที่กำลังเติบโตของไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็งขึ้น ระบบสนับสนุนที่แข็งแกร่งสำหรับศิลปินท้องถิ่นอาจนำไปสู่ตลาดศิลปะที่มีชีวิตชีวาและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มคุณภาพและความพร้อมของผลงานศิลปะระดับสูงสำหรับนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงสร้างของกลไกนี้ อัตราส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงดำเนินการศึกษา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของกฎระเบียบเหล่านี้ต่อแกลเลอรี โรงประมูล และการซื้อขายงานศิลปะส่วนบุคคลภายในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 01:36 UTC

นักเคลื่อนไหวเสนอไอเดียจ้างคนไร้บ้านย่านราชดำเนินทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวเสนอไอเดียจ้างคนไร้บ้านย่านราชดำเนินทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม

สมบัติ บุญงามอนงค์ เสนอให้รัฐบาลจ้างคนไร้บ้านบนถนนราชดำเนินมาแต่งชุดไทยและทำกิจกรรมตามวิถีวัฒนธรรมไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นักเคลื่อนไหวเสนอไอเดียจ้างคนไร้บ้านย่านราชดำเนินทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวเสนอไอเดียจ้างคนไร้บ้านย่านราชดำเนินทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม

สมบัติ บุญงามอนงค์ เสนอให้รัฐบาลจ้างคนไร้บ้านบนถนนราชดำเนินมาแต่งชุดไทยและทำกิจกรรมตามวิถีวัฒนธรรมไทย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา ได้เสนอแนวคิดสำหรับพื้นที่ย่านราชดำเนิน โดยเสนอให้รัฐบาลจ้างงานคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ดังกล่าว ให้แต่งกายด้วยชุดไทย ถือตะกร้า และเคี้ยวหมาก

ตามคำกล่าวของนักเคลื่อนไหวรายนี้ ข้อเสนอดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการบุคคลเหล่านี้เข้ากับบรรยากาศท้องถิ่น โดยให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ การจ้างงานนี้มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนมุมมองของสาธารณชนที่มีต่อคนไร้บ้าน พร้อมทั้งส่งเสริมความสวยงามทางประวัติศาสตร์ของถนนราชดำเนินให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่มาเยือน ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดการเมืองและสวัสดิการสังคมในย่านประวัติศาสตร์ แม้ว่าแนวคิดนี้จะถูกเผยแพร่โดยนักเคลื่อนไหว แต่ก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคลไม่ใช่แนวนโยบายอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าหน่วยงานรัฐใดกำลังพิจารณาข้อเสนอนี้ หรือมีกรอบการทำงานเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเพียงแนวคิดเชิงมโนทัศน์ และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการพื้นที่ราชดำเนินจากทางหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 01:36 UTC

ประเพณีท้องถิ่นและความสนใจเรื่องหวยที่ศาลเจ้าพ่อทองคำ สุพรรณบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ประเพณีท้องถิ่นและความสนใจเรื่องหวยที่ศาลเจ้าพ่อทองคำ สุพรรณบุรี

ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นรวมตัวกันที่ศาลเจ้าพ่อทองคำในจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อประกอบพิธีทำบุญเลี้ยงศาล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ติดตามความเชื่อเรื่องตัวเลขและสลากกินแบ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ประเพณีท้องถิ่นและความสนใจเรื่องหวยที่ศาลเจ้าพ่อทองคำ สุพรรณบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ประเพณีท้องถิ่นและความสนใจเรื่องหวยที่ศาลเจ้าพ่อทองคำ สุพรรณบุรี

ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นรวมตัวกันที่ศาลเจ้าพ่อทองคำในจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อประกอบพิธีทำบุญเลี้ยงศาล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ติดตามความเชื่อเรื่องตัวเลขและสลากกินแบ่ง

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ได้มีการจัดพิธีทำบุญบ้านและเลี้ยงศาลเจ้าพ่อทองคำ ณ บ้านดอนไฟไหม้ จังหวัดสุพรรณบุรี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โดยมีนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นและชาวไทยทรงดำในพื้นที่เข้าร่วมงาน

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีวิถีไทยทรงดำ โดยมีการไหว้ศาลเจ้าพ่อทองคำและจุดประทัดเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชุมชน กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวบ้านและนักเสี่ยงโชค เนื่องจากตัวเลขที่ปรากฏบนหางประทัดมักถูกนำไปตีความเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคสำหรับงวดวันที่ 1 กันยายน 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างการบริหารงานท้องถิ่น มรดกทางวัฒนธรรม และความเชื่อเรื่องโชคลาภของชาวไทย แม้ว่างานจะเป็นการรวมตัวกันอย่างสงบสุข แต่ผู้ที่สนใจในประเพณีท้องถิ่นควรทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้มีรากฐานมาจากความเชื่อและคติชนในภูมิภาค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรมในลักษณะนี้จะมีผลต่อการจราจรหรือจำนวนผู้คนในพื้นที่ในช่วงที่มีการจัดงานในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 01:15 UTC

พบต้นกล้วยประหลาดออกปลีกลางลำต้น ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดที่กำแพงเพชร
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบต้นกล้วยประหลาดออกปลีกลางลำต้น ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดที่กำแพงเพชร

ชาวบ้านในจังหวัดกำแพงเพชรแห่ไปที่วัดบ้านไร่เก่าเพื่อชมต้นกล้วยหายากที่มีหัวปลีโผล่ออกมาจากกลางลำต้น โดยหลายคนหวังว่าจะได้เลขเด็ดไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบต้นกล้วยประหลาดออกปลีกลางลำต้น ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
พบต้นกล้วยประหลาดออกปลีกลางลำต้น ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดที่กำแพงเพชร

ชาวบ้านในจังหวัดกำแพงเพชรแห่ไปที่วัดบ้านไร่เก่าเพื่อชมต้นกล้วยหายากที่มีหัวปลีโผล่ออกมาจากกลางลำต้น โดยหลายคนหวังว่าจะได้เลขเด็ดไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้รายงานการพบต้นกล้วยที่มีลักษณะแปลกตาภายในวัดบ้านไร่เก่า (จำปาทอง) โดยต้นกล้วยดังกล่าวเคยถูกตัดทิ้งไปในช่วงปรับปรุงพื้นที่วัด แต่กลับงอกขึ้นมาใหม่และมีลักษณะพิเศษคือมีหัวปลีโผล่ออกมาจากกลางลำต้นแทนที่จะเป็นยอด พร้อมทั้งมีใบปลีกางออกจำนวน 3 ใบ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมาชมต้นกล้วยดังกล่าว โดยบางคนเชื่อว่าเป็น 'กล้วยผา' ซึ่งเป็นพันธุ์หายากและถือเป็นไม้มงคล ตามความเชื่อท้องถิ่น ชาวบ้านได้นำผ้า 3 สีมาผูกรอบต้นและจุดธูปเสี่ยงทายเพื่อขอเลขเด็ด โดยธูปเสี่ยงทายปรากฏเป็นเลข 212 ในขณะที่บางคนตีความจากจำนวนใบปลี 3 ใบและหัวปลี 1 หัวเป็นเลข 13 ทั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมขอโชคลาภได้ตั้งใจว่าจะนำเงินรางวัลหากถูกรางวัลไปร่วมสมทบทุนสร้างอุโบสถภายในวัดที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมความเชื่อในการแสวงหาโชคลาภจากธรรมชาติในชุมชนชนบทของไทย แม้ว่าลักษณะของต้นกล้วยจะดูแปลกตา แต่ยังคงต้องมีการยืนยันทางพฤกษศาสตร์ว่าเป็นพันธุ์หายากจริงหรือเป็นเพียงการกลายพันธุ์ของกล้วยทั่วไป ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ที่สนใจเข้าชมให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและให้ความเคารพต่อสถานที่ภายในวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 14:55 UTC

พบตะพาบยักษ์สีทองที่เพชรบูรณ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบตะพาบยักษ์สีทองที่เพชรบูรณ์

พบตะพาบน้ำสีทองหายากในทุ่งนาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านและเกิดการคาดเดาถึงที่มาของมัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบตะพาบยักษ์สีทองที่เพชรบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
พบตะพาบยักษ์สีทองที่เพชรบูรณ์

พบตะพาบน้ำสีทองหายากในทุ่งนาที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านและเกิดการคาดเดาถึงที่มาของมัน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านในตำบลหนองไขว่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รายงานการพบตะพาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีสีทองผิดปกติในทุ่งนาหลังบ้าน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าของบ้านคือ ร.ต.ท.ประเสริฐ โพธิ์เส็ง กล่าวว่าตอนแรกเข้าใจว่าเป็นปลา ก่อนจะพบว่าเป็นตะพาบน้ำ

สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้เป็นที่น่าสนใจคือสีทองที่ชัดเจนของตะพาบและพฤติกรรมที่เชื่อง โดยเจ้าของบ้านระบุว่าสามารถใช้สวิงช้อนจับได้ง่ายโดยที่มันไม่พยายามหลบหนี กระดองของตะพาบมีขนาดประมาณ 22 คูณ 15 เซนติเมตร สำหรับชาวบ้านและผู้มาเยือน การพบเห็นเช่นนี้มักมีความหมายทางวัฒนธรรม โดยชาวบ้านต่างตีความเหตุการณ์นี้ว่าเป็นลางบอกเหตุแห่งโชคลาภและนำไปคาดเดาเลขเด็ด

แม้เจ้าของบ้านจะแสดงความประหลาดใจต่อลักษณะของสัตว์ตัวนี้และระบุว่าไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ที่มาทางชีวภาพของสีตะพาบตัวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมตามธรรมชาติหรือหลุดมาจากแหล่งเลี้ยงส่วนบุคคล ขณะนี้ตะพาบยังคงอยู่ในการดูแลของเจ้าของบ้าน สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในคติชนวิทยาของไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อดั้งเดิมในการมองหาความหมายทางจิตวิญญาณหรือความเป็นสิริมงคลจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกประหลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 14:55 UTC

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยก่อนวันชาติมาเลเซีย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยก่อนวันชาติมาเลเซีย

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยกำลังเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ในช่วงวันชาติมาเลเซีย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยก่อนวันชาติมาเลเซีย

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทยก่อนวันชาติมาเลเซีย

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยกำลังเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ในช่วงวันชาติมาเลเซีย

ตามรายงานจาก Thai Post พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยืนยันว่ามีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

การเฝ้าระวังที่เข้มงวดขึ้นนี้มีกำหนดการให้สอดคล้องกับวันชาติมาเลเซียที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าหน้าที่แสดงความกังวลว่าอาจมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลพยายามก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ประกาศนี้มีขึ้นหลังจากการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งนี้หมายถึงการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและการปรับเปลี่ยนมาตรการรักษาความปลอดภัยในท้องถิ่น แม้ว่าทางการจะยังไม่ได้รายงานถึงภัยคุกคามที่เฉพาะเจาะจง แต่การเฝ้าระวังเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันเหตุความไม่สงบ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อจำกัดในการเดินทางหรือไม่ หรือสถานะการเฝ้าระวังจะขยายออกไปเกินช่วงวันหยุดหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและการเดินทางในจังหวัดเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 12:56 UTC