ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ

ย้อนรอยชีวิตและเส้นทางธรรมของหลวงพ่อรุ่ง พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาและมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ทางศาสนาของจังหวัดสมุทรสาคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ

แหล่งข่าวเดียว
เชิดชูเกียรติหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ

ย้อนรอยชีวิตและเส้นทางธรรมของหลวงพ่อรุ่ง พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาและมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ทางศาสนาของจังหวัดสมุทรสาคร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หลวงพ่อรุ่ง ติสสโร หรือพระไพโรจน์วุฒาจารย์ ยังคงเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2416 ที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ใฝ่รู้ที่ศึกษาภาษาไทย ขอม และบาลี ภายใต้การดูแลของพระอุปัชฌาย์ทับที่กรุงเทพฯ ท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ในปี พ.ศ. 2437 และย้ายไปจำพรรษาที่วัดท่ากระบือ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ

ตลอดชีวิตของท่าน หลวงพ่อรุ่งเป็นที่รู้จักในด้านความมุ่งมั่นในการพัฒนาจิตใจ ศึกษาพุทธาคมกับอาจารย์หลายสำนัก และออกเดินธุดงค์ไปยังภาคเหนือของไทยรวมถึงบางส่วนของพม่า เรื่องราวชีวิตของท่านมักถูกกล่าวถึงในการสนทนาเกี่ยวกับพระเครื่องไทยและการอนุรักษ์มรดกทางศาสนาในท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย วัดท่ากระบือในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ แม้วัดจะเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ แต่ผู้ที่มาเยี่ยมชมเพื่อศึกษาประวัติของหลวงพ่อควรปฏิบัติตามธรรมเนียมท้องถิ่นและรักษาความสงบภายในเขตวัด ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดแสดงวัตถุโบราณหรือกิจกรรมรำลึกต่างๆ ภายในวัด ขึ้นอยู่กับการประกาศของทางวัดเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทศกาลภาพยนตร์พัทยามุ่งสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เทศกาลภาพยนตร์พัทยามุ่งสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO

พัทยาจัดเทศกาลภาพยนตร์ประจำปีครั้งที่ 4 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสมัครเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ภายในปี 2027

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เทศกาลภาพยนตร์พัทยามุ่งสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO

แหล่งข่าวเดียว
เทศกาลภาพยนตร์พัทยามุ่งสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO

พัทยาจัดเทศกาลภาพยนตร์ประจำปีครั้งที่ 4 ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสมัครเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ภายในปี 2027

ตามรายงานของ Khaosod English เมืองพัทยากำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อผลักดันให้ได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของ UNESCO โดยความคิดริเริ่มนี้ถูกเน้นย้ำในระหว่างงานเทศกาลภาพยนตร์พัทยาครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2026 งานดังกล่าวมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ณ ชายหาดพัทยากลาง ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมของเมืองสำหรับการยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการต่อเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ที่มีกำหนดการในปี 2027

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของเมือง หากประสบความสำเร็จ สถานะจาก UNESCO อาจนำไปสู่การเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศิลปะในท้องถิ่น การจัดโปรแกรมทางวัฒนธรรมที่บ่อยขึ้น และการยกระดับภาพลักษณ์ของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการผลิตภาพยนตร์ระดับนานาชาติและการท่องเที่ยว

แม้ว่าเทศกาลจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เส้นทางสู่การได้รับการยอมรับจาก UNESCO ยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือกระบวนการสมัครยังคงอยู่ในอนาคต และสถานะอย่างเป็นทางการของเมืองในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ยังไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการพัฒนาภาคส่วนสร้างสรรค์ของเมืองอย่างไรต่อไปก่อนถึงกำหนดเส้นตายในการยื่นใบสมัครในปี 2027

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 06:30 UTC

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทย

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ได้เปิดตัวแคมเปญ 'The Story from the Sea' ในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารทะเลและความยั่งยืนของนอร์เวย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทย

แหล่งข่าวเดียว
สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทย

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ได้เปิดตัวแคมเปญ 'The Story from the Sea' ในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารทะเลและความยั่งยืนของนอร์เวย์

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญการตลาดล่าสุดภายใต้ชื่อ 'The Story from the Sea' ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ตลาดประเทศไทย โดยนายอัสบียอร์น วาร์วิค รอร์ตเวต ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าแคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างผู้บริโภคชาวไทยกับอาหารทะเลนอร์เวย์ นอกเหนือไปจากเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

ในขณะที่ความพยายามก่อนหน้านี้เน้นไปที่สินค้าพรีเมียม เช่น แซลมอน ฟยอร์ดเทราต์ และนอร์วีเจียนซาบะ แต่แคมเปญใหม่นี้ใช้การเล่าเรื่องเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของอาหารทะเลในนอร์เวย์ โดยเน้นถึงงานฝีมือ ค่านิยมของชุมชน และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมนอร์เวย์ เพื่อสนับสนุนความพยายามนี้ NSC ยังได้เปิดตัวโปรโมชั่น 'Salmon Passport' เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการเข้าถึงอาหารทะเลนอร์เวย์ในตลาดและร้านอาหารท้องถิ่น อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความพยายามของอุตสาหกรรมในการวางตำแหน่งให้นอร์เวย์เป็นแหล่งหลักของผลิตภัณฑ์ทางทะเลคุณภาพสูงและยั่งยืน ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาของโปรโมชั่น 'Salmon Passport' และรายชื่อพันธมิตรค้าปลีกที่เข้าร่วมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจาก NSC ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:15 UTC

นครพนมเตรียมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟประจำปี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นครพนมเตรียมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟประจำปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเน้นย้ำถึงเทศกาล 'ไหลเรือไฟ' ที่กำลังจะมาถึงในจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดเทศกาลเข้าพรรษา

Tourism Authority of Thailand Newsroom ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นครพนมเตรียมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟประจำปี

แหล่งข่าวเดียว
นครพนมเตรียมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟประจำปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเน้นย้ำถึงเทศกาล 'ไหลเรือไฟ' ที่กำลังจะมาถึงในจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดเทศกาลเข้าพรรษา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศการกลับมาของประเพณี 'ไหลเรือไฟ' ในจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิจกรรมดั้งเดิมนี้จัดขึ้นในช่วงสิ้นสุดเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีการปล่อยเรือที่ประดับประดาด้วยไฟส่องสว่างให้ล่องไปตามลำน้ำโขง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เทศกาลนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสัมผัสประเพณีทางจิตวิญญาณที่สำคัญ พร้อมกับการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขงในจังหวัดนครพนม นอกจากขบวนเรือไฟแล้ว ททท. ยังระบุว่าจังหวัดนี้เป็นประตูสู่ประเทศลาวเพื่อนบ้าน และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอาหารอีสานที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึงสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมได้ตลอดทั้งปี

แม้ว่า ททท. จะได้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและความงดงามของเรือไฟแล้ว แต่รายละเอียดด้านโลจิสติกส์ที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันจัดงานที่แน่นอนและจุดชมวิวที่แนะนำสำหรับปีนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกำหนดการและคำแนะนำด้านการเดินทางสำหรับพื้นที่ชายแดน กิจกรรมนี้ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในประเพณีทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:10 UTC

ซีพีแรมเดินหน้าโครงการ CSR “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องปีที่ 7 ที่สุราษฎร์ธานี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ซีพีแรมเดินหน้าโครงการ CSR “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องปีที่ 7 ที่สุราษฎร์ธานี

ซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานรายใหญ่ของไทย เริ่มต้นปีที่ 7 ของโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม “ซีพีแรม ปันสุข” โดยล่าสุดได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ซีพีแรมเดินหน้าโครงการ CSR “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องปีที่ 7 ที่สุราษฎร์ธานี

แหล่งข่าวเดียว
ซีพีแรมเดินหน้าโครงการ CSR “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องปีที่ 7 ที่สุราษฎร์ธานี

ซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานรายใหญ่ของไทย เริ่มต้นปีที่ 7 ของโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม “ซีพีแรม ปันสุข” โดยล่าสุดได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานรายใหญ่ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม “ซีพีแรม ปันสุข” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารพร้อมรับประทานชนิดอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดประชาวงศาราม ตำบลขลุก อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเน้นรูปแบบความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และภาคเอกชน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกขององค์กรขนาดใหญ่ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ห่างไกล

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการส่งมอบอาหารให้แก่โรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้สำเร็จ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตการขยายโครงการในช่วงที่เหลือของปี หรือจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ทั้งหมดในรอบปีที่ 7 นี้ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โครงการนี้ยังคงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยภาคเอกชนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:17 UTC

สัมผัสวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ผ่านวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สัมผัสวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ผ่านวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิม

จังหวัดสุรินทร์ส่งเสริมประสบการณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมดั้งเดิม เช่น การนุ่งผ้าไทยเข้าวัดและการใส่บาตรกับช้าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สัมผัสวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ผ่านวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิม

แหล่งข่าวเดียว
สัมผัสวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ผ่านวิถีปฏิบัติแบบดั้งเดิม

จังหวัดสุรินทร์ส่งเสริมประสบการณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมดั้งเดิม เช่น การนุ่งผ้าไทยเข้าวัดและการใส่บาตรกับช้าง

ตามรายงานจาก Thai Post จังหวัดสุรินทร์กำลังเน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นโดยการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในขนบธรรมเนียมท้องถิ่นแบบดั้งเดิม ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำซึ่งเชื่อมโยงผู้มาเยือนเข้ากับมรดกที่หยั่งรากลึกของภูมิภาค โดยเน้นเป็นพิเศษที่ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่างชุมชนท้องถิ่นและช้าง

นักท่องเที่ยวได้รับเชิญให้เยี่ยมชมวัดในท้องถิ่นโดยสวมชุดไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดความซาบซึ้งในบรรยากาศทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของภูมิภาคมากขึ้น จุดเด่นที่น่าสนใจของการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมนี้คือโอกาสในการใส่บาตรกับช้าง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่เหมือนใครที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของสัตว์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์และชีวิตประจำวันของชาวสุรินทร์

สำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมเหล่านี้เป็นช่องทางในการสนับสนุนประเพณีท้องถิ่นและได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวสุรินทร์ แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงเสน่ห์ของการมีปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโลจิสติกส์ของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับช้าง เช่น สถานที่ที่อนุญาตให้ใส่บาตรหรือแนวทางปฏิบัติทางจริยธรรมเฉพาะที่ควบคุมการมีปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อยืนยันความพร้อมและรูปแบบของประสบการณ์เหล่านี้ก่อนวางแผนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 05:56 UTC

เพลงลูกทุ่งขึ้นเวทีในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เพลงลูกทุ่งขึ้นเวทีในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”

รายการประกวดร้องเพลงยอดนิยมของไทย “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” นำเสนอเพลงลูกทุ่งสุดคลาสสิก “ไก่นาตาฟาง” ในตอนล่าสุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เพลงลูกทุ่งขึ้นเวทีในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”

แหล่งข่าวเดียว
เพลงลูกทุ่งขึ้นเวทีในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม”

รายการประกวดร้องเพลงยอดนิยมของไทย “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” นำเสนอเพลงลูกทุ่งสุดคลาสสิก “ไก่นาตาฟาง” ในตอนล่าสุด

รายการโทรทัศน์ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เตรียมเฉลิมฉลองมรดกอันล้ำค่าของเพลงลูกทุ่งไทยในตอนที่จะถึงนี้ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รายการจะมุ่งเน้นไปที่เพลงฮิตอมตะ “ไก่นาตาฟาง” ซึ่งขับร้องโดย จีรพันธ์ วีระพงษ์

ในตอนนี้มีผู้เข้าแข่งขันรุ่นเยาว์ 3 คน ได้แก่ สไปร์ท, ไข่ตุ๋น และเจแปน ที่จะมาถ่ายทอดเพลงคลาสสิกนี้ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการ คณะกรรมการประกอบด้วยศิลปินไทยชื่อดังอย่าง กุ้ง สุทธิราช, ไอซ์ ศรัณยู และหลิว อาจารียา ซึ่งจะมาให้คำแนะนำระดับมืออาชีพและเทคนิคต่างๆ แก่ผู้เข้าแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีการแสดงพิเศษจากนักเรียนโรงเรียนวัดห้วยจรเข้วิทยาคมเพื่อสร้างความบันเทิงก่อนเริ่มการแข่งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย รายการนี้เปิดโอกาสให้เห็นถึงความนิยมที่ยั่งยืนของเพลงลูกทุ่ง ซึ่งเป็นแนวเพลงที่มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมชนบทของประเทศ การรับชมการแข่งขันเช่นนี้อาจช่วยให้เข้าใจถึงประเพณีทางดนตรีท้องถิ่นและสไตล์ที่กำลังพัฒนาของคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่ารายการจะเน้นย้ำถึงความสามารถของผู้เข้าแข่งขันรุ่นเยาว์เหล่านี้ แต่ผลการแข่งขันประจำสัปดาห์ยังคงต้องรอการตัดสินจากคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 05:55 UTC

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์

พบปลาหมอคางดำสายพันธุ์รุกรานในเขื่อนลำปาว ซึ่งยืนยันการแพร่ระบาดใน 22 จังหวัดของไทยแล้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์

แหล่งข่าวเดียว
พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์

พบปลาหมอคางดำสายพันธุ์รุกรานในเขื่อนลำปาว ซึ่งยืนยันการแพร่ระบาดใน 22 จังหวัดของไทยแล้ว

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 มีการตรวจพบปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกรานในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ เหตุการณ์นี้ยืนยันว่าปลาชนิดนี้ได้แพร่กระจายไปแล้วใน 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การขยายตัวของปลาชนิดนี้เข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ปลาหมอคางดำขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการรบกวนระบบนิเวศท้องถิ่นและคุกคามประชากรปลาพื้นเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตของผู้ที่พึ่งพาการประมงน้ำจืด แม้ว่าจะมีการยืนยันการพบปลาในเขื่อนแล้ว แต่ผลกระทบทางนิเวศวิทยาในระยะยาวต่ออ่างเก็บน้ำลำปาวนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

ณ เวลาที่รายงานข่าว ยังไม่มีการประกาศแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหรือแผนปฏิบัติการจากกรมประมงหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับการจัดการการระบาดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงกลยุทธ์ในการรับมือกับการแพร่กระจายของสายพันธุ์นี้ในพื้นที่ใหม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวควรทราบว่ากฎระเบียบการประมงในท้องถิ่นหรือคำแนะนำด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 05:36 UTC

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

เก่ง ธชย ศิลปินวัฒนธรรมไทยชื่อดัง ได้ปล่อยซิงเกิลล่าสุด 'หัวใจนนทก' ซึ่งสำรวจต้นกำเนิดของวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

แหล่งข่าวเดียว
เก่ง ธชย ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'หัวใจนนทก'

เก่ง ธชย ศิลปินวัฒนธรรมไทยชื่อดัง ได้ปล่อยซิงเกิลล่าสุด 'หัวใจนนทก' ซึ่งสำรวจต้นกำเนิดของวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์

เก่ง ธชย ศิลปินไทยที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการอุทิศตนในการนำวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมมาผสมผสานกับดนตรีสมัยใหม่ ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ในชื่อ 'หัวใจนนทก' (Before Tossakan) ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เพลงนี้ทำหน้าที่เป็นภาคก่อนของผลงานก่อนหน้าของเขาอย่าง 'หัวใจทศกัณฐ์' โดยมุ่งเน้นไปที่ตัวละครนนทก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์

เก่ง ธชย กล่าวว่าโปรเจกต์นี้เป็นกระบวนการบันทึกเสียงที่ใช้เวลานานที่สุดในอาชีพของเขา เพลงนี้เขียนโดย เจนจิรา เฉียงนอก และได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ 'บ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์' ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ศิลปินผู้นี้ซึ่งมักถูกแฟนคลับแซวเรื่องการแสดงเป็น 'ยักษ์' อยู่บ่อยครั้ง กล่าวว่าชื่อเพลงนี้ถูกเลือกมาเพื่อเน้นย้ำถึงความลึกซึ้งทางอารมณ์ของตัวละครก่อนที่จะกลายเป็นตัวร้ายที่เป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การปล่อยเพลงนี้ถือเป็นมุมมองร่วมสมัยต่อมรดกทางตำนานอันรุ่มรวยของประเทศ แม้ว่าเพลงจะพร้อมให้รับฟังแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสำรวจเรื่องราวนี้จะส่งผลต่อการแสดงในอนาคตของเก่ง ธชย หรือการดัดแปลงรามเกียรติ์ในรูปแบบการแสดงอื่นๆ อย่างไร การปล่อยเพลงนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของวรรณคดีไทยคลาสสิกที่ยังคงมีอยู่ในวงการบันเทิงสมัยใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 05:36 UTC

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ฉลองครบรอบ 110 ปี เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ไฟฟ้าแห่งใหม่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ฉลองครบรอบ 110 ปี เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ไฟฟ้าแห่งใหม่

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ MEA SPARK เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปี โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ด้านไฟฟ้าของประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ฉลองครบรอบ 110 ปี เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ไฟฟ้าแห่งใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ฉลองครบรอบ 110 ปี เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ไฟฟ้าแห่งใหม่

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ MEA SPARK เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 110 ปี โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ด้านไฟฟ้าของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ 'MEA SPARK' ซึ่งเป็นศูนย์แห่งใหม่ที่อุทิศให้กับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ด้านไฟฟ้าของประเทศไทย พิธีดังกล่าวมีนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA เป็นประธานในพิธีทำบุญและสักการะอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ขององค์กร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมงาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานที่แห่งใหม่นี้ถือเป็นแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตของโครงสร้างพื้นฐานในเมือง การจัดแสดงวิวัฒนาการของการจ่ายพลังงานในเมืองหลวงช่วยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่าไฟฟ้ามีบทบาทในการหล่อหลอมสังคมไทยสมัยใหม่อย่างไร อีกทั้งยังเป็นโอกาสทางการศึกษาที่ช่วยให้เข้าใจถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครตลอดศตวรรษที่ผ่านมา

แม้ว่าพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้บริการเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาทำการสำหรับบุคคลทั่วไป ค่าเข้าชม หรือการให้บริการนำชมนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเข้าชมควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ MEA เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าใช้บริการและนิทรรศการที่เปิดให้เข้าชมในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 04:16 UTC

นายอำเภอสูงเนินขออภัยหลังเกิดเหตุแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในงานเทศกาลที่นครราชสีมา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นายอำเภอสูงเนินขออภัยหลังเกิดเหตุแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในงานเทศกาลที่นครราชสีมา

นายอำเภอสูงเนินได้ออกมาขออภัยหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปวิดีโอไวรัลที่แสดงให้เห็นผู้แสดงแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เต้นในงานเทศกาลท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นายอำเภอสูงเนินขออภัยหลังเกิดเหตุแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในงานเทศกาลที่นครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
นายอำเภอสูงเนินขออภัยหลังเกิดเหตุแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ในงานเทศกาลที่นครราชสีมา

นายอำเภอสูงเนินได้ออกมาขออภัยหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปวิดีโอไวรัลที่แสดงให้เห็นผู้แสดงแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เต้นในงานเทศกาลท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายวีรกุล หวังวีระ นายอำเภอสูงเนิน ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์การแสดงที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงในงานเทศกาลส้มโอ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา หลังจากมีคลิปวิดีโอไวรัลปรากฏภาพบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์กำลังเต้นรำ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

นายอำเภอสูงเนินชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประกวดร้องเพลงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง โดยผู้แสดงที่แต่งกายเป็นพระสงฆ์สำหรับการแสดงชุดหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนชุดหลังจากลงจากเวทีเพื่อไปให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีม นายอำเภอยอมรับว่าผู้จัดงานขาดมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลที่เพียงพอ โดยยืนยันว่าผู้แสดงไม่มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสีย แต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ นายอำเภอได้น้อมรับความผิดพลาดและให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความรอบคอบในการคัดกรองกิจกรรมต่างๆ ในอนาคต

ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมาได้เรียกร้องให้ผู้จัดงานงดเว้นการนำภาพลักษณ์ของพระสงฆ์มาใช้เพื่อความบันเทิงหรือสร้างยอดวิว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความละเอียดอ่อนในเรื่องสัญลักษณ์ทางศาสนาในประเทศไทย แม้ว่าทางอำเภอจะยอมรับความผิดพลาดแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการหรือระเบียบปฏิบัติใหม่ๆ อย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในงานเทศกาลชุมชนครั้งต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุสลด 3 ศพในอุบลราชธานี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลด 3 ศพในอุบลราชธานี

ความขัดแย้งเรื่องที่ดินมรดกในจังหวัดอุบลราชธานีนำไปสู่การเสียชีวิตของบุคคล 3 ราย รวมถึงอดีตผู้ใหญ่บ้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เหตุสลด 3 ศพในอุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลด 3 ศพในอุบลราชธานี

ความขัดแย้งเรื่องที่ดินมรดกในจังหวัดอุบลราชธานีนำไปสู่การเสียชีวิตของบุคคล 3 ราย รวมถึงอดีตผู้ใหญ่บ้าน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ในอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนายไพบูลย์ อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านโพนเมือง เสียชีวิตอยู่ใกล้ที่นาของตนเองโดยมีบาดแผลถูกยิง

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยหลักคือ นายเกรียงศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นหลานของผู้ตาย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยที่ขับรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ หลบหนีไป เหตุการณ์จบลงอย่างน่าสลดเมื่อพบว่าผู้ต้องสงสัยและหญิงสาวคนสนิทเสียชีวิตอยู่ภายในรถคันดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องที่ดินมรดก แม้ว่าตำรวจจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อยืนยันรายละเอียดและสถานการณ์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยและหญิงสาวคนดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งส่วนบุคคลในระดับท้องถิ่น แม้จะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ชนบทซึ่งความขัดแย้งส่วนตัวอาจบานปลายได้โดยไม่คาดคิด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานีดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 14:16 UTC

ผู้โชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่แห่แก้บนที่วัดห้วยสูบ จ.ชลบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้โชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่แห่แก้บนที่วัดห้วยสูบ จ.ชลบุรี

กลุ่มผู้โชคดีจากการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมตัวกันที่วัดในจังหวัดชลบุรีเพื่อทำพิธีแก้บน หลังจากได้รับโชคจากการออกรางวัลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้โชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่แห่แก้บนที่วัดห้วยสูบ จ.ชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ผู้โชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่แห่แก้บนที่วัดห้วยสูบ จ.ชลบุรี

กลุ่มผู้โชคดีจากการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมตัวกันที่วัดในจังหวัดชลบุรีเพื่อทำพิธีแก้บน หลังจากได้รับโชคจากการออกรางวัลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 บรรยากาศที่วัดห้วยสูบ ต.นามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านกว่า 20 คนได้เดินทางมารวมตัวกันที่วัดเพื่อแก้บนต่อหน้าหลวงพ่อใหญ่ หลังจากได้รับโชคจากการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดล่าสุด

กลุ่มผู้โชคดีซึ่งถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมายเลข 136 ได้นำดอกไม้ ธูป เทียน และประทัดจำนวน 20,000 นัด มาประกอบพิธีแก้บนตามความเชื่อ น.ส.แหม่ม อายุ 40 ปี หนึ่งในผู้โชคดีระบุว่า หลายคนได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลคนละ 10 ใบ ทำให้ได้รับเงินรางวัลคนละ 40,000 บาท

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของความเชื่อเรื่องโชคลาภในประเทศไทย ซึ่งวัดในท้องถิ่นมักเป็นศูนย์รวมจิตใจสำหรับการเฉลิมฉลองของชุมชนและการแสดงความขอบคุณหลังจากประสบความสำเร็จส่วนบุคคล แม้บรรยากาศจะเป็นไปอย่างรื่นเริง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการรวมตัวในลักษณะนี้จะดึงดูดผู้คนให้มาที่วัดมากขึ้นในสัปดาห์ต่อๆ ไปหรือไม่ ผู้ที่สนใจในประเพณีท้องถิ่นควรทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นการแสดงออกของชุมชนโดยธรรมชาติ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 12:55 UTC

เชียงใหม่เปิดตัว 'Cosmo Local CNX 2026' ปลุกย่านประวัติศาสตร์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เชียงใหม่เปิดตัว 'Cosmo Local CNX 2026' ปลุกย่านประวัติศาสตร์

เชียงใหม่เปิดตัวโครงการ 'Cosmo Local CNX 2026' ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเปลี่ยนย่านสันป่าข่อยและวัดเกตให้เป็นต้นแบบ 'ย่านที่เป็นมิตรต่อกลุ่มคนทำงานทางไกล'

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เชียงใหม่เปิดตัว 'Cosmo Local CNX 2026' ปลุกย่านประวัติศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
เชียงใหม่เปิดตัว 'Cosmo Local CNX 2026' ปลุกย่านประวัติศาสตร์

เชียงใหม่เปิดตัวโครงการ 'Cosmo Local CNX 2026' ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเปลี่ยนย่านสันป่าข่อยและวัดเกตให้เป็นต้นแบบ 'ย่านที่เป็นมิตรต่อกลุ่มคนทำงานทางไกล'

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดตัวโครงการ 'Cosmo Local CNX 2026' อย่างเป็นทางการ โดยจะดำเนินกิจกรรมตลอดเดือนกันยายน 2569 โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับสถานะของเมืองให้เป็นศูนย์กลางระดับสากลด้านการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์สันป่าข่อยและวัดเกต โดยการมุ่งเน้นไปที่พื้นที่เหล่านี้ หน่วยงานท้องถิ่นตั้งเป้าที่จะสร้างต้นแบบ 'ย่านที่เป็นมิตรต่อกลุ่มคนทำงานทางไกล' (Nomad Friendly District) เพื่อรองรับชุมชนดิจิทัลโนแมดและกลุ่มคนทำงานทางไกลที่กำลังเติบโต นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำว่าโครงการนี้ทำหน้าที่เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาเมืองที่สร้างสมดุลระหว่างมรดกท้องถิ่นและความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้อาจหมายถึงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางภายในย่านดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายและใช้งานได้จริงมากขึ้นสำหรับผู้ที่ทำงานทางไกล

แม้ว่าโครงการนี้จะดำเนินการตลอดเดือนกันยายน 2569 แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าโมเดล 'ย่านที่เป็นมิตรต่อกลุ่มคนทำงานทางไกล' จะถูกขยายไปยังพื้นที่อื่นของเชียงใหม่หลังจากสิ้นสุดโครงการนำร่องระยะเวลา 1 เดือนนี้หรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวอย่างไรเพื่อสนับสนุนการกำหนดสถานะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 12:56 UTC

เปิดสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสปล่อยเณรทิ้งในป่าช้าให้เดินกลับวัดเอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เปิดสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสปล่อยเณรทิ้งในป่าช้าให้เดินกลับวัดเอง

สามเณรรูปหนึ่งถูกเจ้าอาวาสปล่อยทิ้งไว้ในป่าช้าเพื่อเป็นการทำโทษ ทำให้ต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 56 กิโลเมตรเพื่อกลับวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เปิดสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสปล่อยเณรทิ้งในป่าช้าให้เดินกลับวัดเอง

แหล่งข่าวเดียว
เปิดสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสปล่อยเณรทิ้งในป่าช้าให้เดินกลับวัดเอง

สามเณรรูปหนึ่งถูกเจ้าอาวาสปล่อยทิ้งไว้ในป่าช้าเพื่อเป็นการทำโทษ ทำให้ต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 56 กิโลเมตรเพื่อกลับวัด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สามเณรรูปหนึ่งซึ่งเป็นชาว สปป.ลาว ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านหลังจากถูกปล่อยทิ้งไว้ในป่าช้าในเขตอำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร สามเณรรูปดังกล่าวซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่าเจ้าอาวาสที่ตนอาศัยอยู่ด้วยได้นำมาปล่อยทิ้งไว้เพื่อทำโทษ โดยสั่งให้เดินเท้ากลับวัดเป็นระยะทางถึง 56 กิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่สามเณรรูปนี้ถูกลงโทษด้วยวิธีดังกล่าว

ชาวบ้านได้พบสามเณรและนำตัวไปฝากไว้ที่วัดป่าบ้านซ่ง จังหวัดมุกดาหาร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยอยู่ในความดูแลของเจ้าอาวาสในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของสามเณรที่อยู่ภายใต้การดูแลของพระผู้ใหญ่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับวินัยสงฆ์และการกำกับดูแลสถาบันทางศาสนาในพื้นที่ชนบทของไทย แม้ว่าข้อมูลจากสามเณรและการโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียของ “อัญญาครู บาอ้อนน้อย” จะทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจของสาธารณชน แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานคณะสงฆ์หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสในจังหวัดกาฬสินธุ์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์และความคาดหวังในการคุ้มครองเยาวชนภายในสถาบันเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:56 UTC

ผู้มาทำบุญที่วัดถูกรางวัลที่ 1 ลอตเตอรี่ 12 ล้านบาทที่กำแพงเพชร
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้มาทำบุญที่วัดถูกรางวัลที่ 1 ลอตเตอรี่ 12 ล้านบาทที่กำแพงเพชร

หญิงรายหนึ่งที่มาฟังเทศน์ที่วัดในจังหวัดกำแพงเพชรถูกรางวัลลอตเตอรี่ 12 ล้านบาท โดยแบ่งรางวัลกับผู้ที่มาฟังเทศน์ด้วยกันอีกคนละใบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้มาทำบุญที่วัดถูกรางวัลที่ 1 ลอตเตอรี่ 12 ล้านบาทที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
ผู้มาทำบุญที่วัดถูกรางวัลที่ 1 ลอตเตอรี่ 12 ล้านบาทที่กำแพงเพชร

หญิงรายหนึ่งที่มาฟังเทศน์ที่วัดในจังหวัดกำแพงเพชรถูกรางวัลลอตเตอรี่ 12 ล้านบาท โดยแบ่งรางวัลกับผู้ที่มาฟังเทศน์ด้วยกันอีกคนละใบ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยรางวัลที่ 1 คือหมายเลข 417212 หลังจากประกาศผล หลวงพี่โจ้จากวัดสว่างอารมณ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความยินดีกับโยมป้าแจ่ว ชาวหนองหัวเวียน ซึ่งเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โยมป้าแจ่วได้มาฟังเทศน์ที่วังชะโอนและได้ซื้อลอตเตอรี่ โดยได้แบ่งซื้อกับอีกคนที่มาฟังเทศน์ด้วยกันคนละใบ สลากใบที่ถูกรางวัลทำให้ได้รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองคนได้แบ่งกันคนละ 6 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการซื้อลอตเตอรี่จากพ่อค้าแม่ค้าที่มักจะมาขายตามวัดและงานบุญต่างๆ แม้เหตุการณ์นี้จะได้รับความสนใจอย่างมากในพื้นที่และบนโซเชียลมีเดีย แต่ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ถูกรางวัล ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของผู้ถูกรางวัลอีกคนหรือการนำเงินรางวัลไปใช้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความนิยมอย่างแพร่หลายของสลากกินแบ่งรัฐบาลในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 10:56 UTC

รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร กับการสืบสานมรดกผืนป่าห้วยขาแข้ง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร กับการสืบสานมรดกผืนป่าห้วยขาแข้ง

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและกรมอุทยานฯ จัดงานรำลึกครบรอบ 36 ปี การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร โดยมุ่งเน้นไปที่อนาคตของการอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร กับการสืบสานมรดกผืนป่าห้วยขาแข้ง

แหล่งข่าวเดียว
รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร กับการสืบสานมรดกผืนป่าห้วยขาแข้ง

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและกรมอุทยานฯ จัดงานรำลึกครบรอบ 36 ปี การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร โดยมุ่งเน้นไปที่อนาคตของการอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลก

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดงานรำลึกครบรอบ 36 ปี การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร บุคคลสำคัญระดับตำนานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของไทย ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ภายในงาน นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงลำพัง โดยทางองค์กรได้ชู 5 วัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับยุทธศาสตร์การปกป้องผืนป่า ซึ่งรวมถึงการยกระดับสถานะและการสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ตลอดจนการดึงชุมชนท้องถิ่นและคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในงานอนุรักษ์มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในฐานะพื้นที่มรดกโลกที่สำคัญ แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะยังคงเป็นเขตคุ้มครอง แต่ความพยายามของมูลนิธิในการผลักดันยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ที่ทันสมัยสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายเฉพาะเจาะจงหรือการสนับสนุนทางกฎหมายใหม่สำหรับวัตถุประสงค์ทั้ง 5 ประการนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป งานนี้ถือเป็นการย้ำเตือนถึงอิทธิพลที่ยั่งยืนจากผลงานของ สืบ นาคะเสถียร ที่มีต่อนโยบายสิ่งแวดล้อมของไทยและความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 10:57 UTC

พบเซียนพระชื่อดังเมืองโคราชเสียชีวิตข้างห้องน้ำ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบเซียนพระชื่อดังเมืองโคราชเสียชีวิตข้างห้องน้ำ

นายนะพร อายุ 54 ปี เซียนพระชื่อดังในพื้นที่นครราชสีมา ถูกพบเสียชีวิตบริเวณใกล้ห้องน้ำภายในศูนย์พระเครื่องหัวทะเล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบเซียนพระชื่อดังเมืองโคราชเสียชีวิตข้างห้องน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
พบเซียนพระชื่อดังเมืองโคราชเสียชีวิตข้างห้องน้ำ

นายนะพร อายุ 54 ปี เซียนพระชื่อดังในพื้นที่นครราชสีมา ถูกพบเสียชีวิตบริเวณใกล้ห้องน้ำภายในศูนย์พระเครื่องหัวทะเล

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมาได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในศูนย์พระเครื่องหัวทะเล จ.นครราชสีมา ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายนะพร อายุ 54 ปี หรือฉายา 'เสือ' เซียนพระชื่อดังในพื้นที่ ถูกพบเสียชีวิตอยู่บนพื้นใกล้กับห้องน้ำ ห่างจากแผงพระของตนเองประมาณ 500 เมตร

ญาติของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์แจ้งว่ารู้สึกเหมือนจะเป็นลมและขอให้มารับ แม้ว่าคนในตลาดและครอบครัวจะช่วยกันออกตามหา แต่ก็ไม่พบตัวจนกระทั่งมีผู้มาใช้บริการห้องน้ำและพบว่าเขานอนหมดสติอยู่ เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายนะพรมีโรคประจำตัวคือเบาหวานและความดันโลหิตสูง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายขณะอยู่ในที่สาธารณะ แม้เหตุการณ์จะบ่งชี้ว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ แต่การยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังคงต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากคนในพื้นที่และผู้ที่มาใช้บริการตลาดพระเครื่องแห่งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:55 UTC