ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

การจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ

ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ราชบัณฑิตและอดีตหัวหน้าภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ถึงแก่กรรมแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ

แหล่งข่าวเดียว
การจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ

ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ราชบัณฑิตและอดีตหัวหน้าภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ถึงแก่กรรมแล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ดร.สิริวัฒน์ เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการของไทยที่ได้รับความเคารพอย่างสูง โดยเป็นที่รู้จักในฐานะราชบัณฑิตและมีผลงานสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์ในฐานะอดีตหัวหน้าภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและผู้ที่สนใจในแวดวงวิชาการไทย ผลงานของ ดร.สิริวัฒน์ ในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพถือเป็นมรดกทางปัญญาที่ส่งอิทธิพลต่อคนรุ่นหลัง ทั้งนักศึกษาและนักวิจัยในสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ การจากไปของท่านถือเป็นการสูญเสียปัญญาชนคนสำคัญผู้มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานการวิจัยทางชีววิทยาในประเทศไทย

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตหรือข้อมูลเกี่ยวกับพิธีการทางศาสนาจากทางครอบครัวหรือมหาวิทยาลัย ผู้ที่ประสงค์จะแสดงความอาลัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการพิธีศพ ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือราชบัณฑิตยสภา เนื่องจากคาดว่าหน่วยงานเหล่านี้จะมีการแจ้งข้อมูลให้ทราบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 12:35 UTC

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธีฌาปนกิจ คุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธีฌาปนกิจ คุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช

สมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป เมตตาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจคุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช มารดาของบุคคลสำคัญ ในงานพิธีทางศาสนาที่สำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พระเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธีฌาปนกิจ คุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช

แหล่งข่าวเดียว
พระเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมพิธีฌาปนกิจ คุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช

สมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป เมตตาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจคุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช มารดาของบุคคลสำคัญ ในงานพิธีทางศาสนาที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สมเด็จพระราชาคณะ 3 รูป ได้เมตตาเข้าร่วมในพิธีฌาปนกิจคุณแม่ฟองจันทร์ ณพลเดช โดยภายในงานมีการแจกหนังสือที่ระลึกชื่อ 'พระจันทร์ที่คงอยู่' เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้เข้าร่วมงานและผู้ให้การสนับสนุนทุกฝ่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างวิถีชีวิตสังคมไทยและประเพณีทางพุทธศาสนา การปรากฏตัวของสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 3 รูป แสดงถึงความเคารพและสถานะทางสังคมที่สูงส่ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของพิธีกรรมงานศพในประเทศ แม้ว่าพิธีเหล่านี้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัว แต่บ่อยครั้งมักเกี่ยวข้องกับการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือการเข้าถึงพื้นที่วัดบางแห่งเป็นครั้งคราว

ในขณะนี้ สถานที่จัดพิธีที่แน่ชัดและผลกระทบในวงกว้างของเหตุการณ์ยังคงจำกัดอยู่เพียงรายละเอียดที่ครอบครัวได้ให้ไว้เท่านั้น ยังไม่มีการประกาศสาธารณะเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมในอนาคตของครอบครัวหรือพิธีรำลึกเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจในแนวปฏิบัติทางวัฒนธรรมไทยสามารถสังเกตเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของระเบียบพิธีการที่เป็นทางการซึ่งปฏิบัติในงานพิธีทางศาสนาชั้นสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กองทัพไทยปฏิเสธการรุกล้ำน่านฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองทัพไทยปฏิเสธการรุกล้ำน่านฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชา

กองทัพไทยได้ชี้แจงกรณีอากาศยานปฏิบัติภารกิจใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่ามีการบินเข้าใกล้จริงแต่ไม่ได้รุกล้ำอธิปไตยทางอากาศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองทัพไทยปฏิเสธการรุกล้ำน่านฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชา

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยปฏิเสธการรุกล้ำน่านฟ้าใกล้ชายแดนกัมพูชา

กองทัพไทยได้ชี้แจงกรณีอากาศยานปฏิบัติภารกิจใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่ามีการบินเข้าใกล้จริงแต่ไม่ได้รุกล้ำอธิปไตยทางอากาศ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กองบัญชาการกองทัพไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานกรณีอากาศยานปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกองทัพชี้แจงว่าแม้จะมีอากาศยานลำหนึ่งบินเข้าใกล้ชายแดนในระยะ 200 เมตร แต่ไม่ได้มีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด

การชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลหรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเส้นทางการบินของอากาศยานในระหว่างปฏิบัติภารกิจ โดยกองทัพยืนยันว่าการปฏิบัติการยังคงอยู่ในเขตแดนของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด แม้จะอยู่ใกล้กับเส้นเขตแดนระหว่างประเทศก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดน กิจกรรมทางทหารเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่อาจนำไปสู่ความอ่อนไหวทางการทูตหรือการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชั่วคราว ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องของการสื่อสารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการจำกัดการเดินทางหรือความกังวลด้านความปลอดภัยสำหรับพลเรือนในพื้นที่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของภารกิจหรือการตอบสนองทางการทูตจากฝ่ายกัมพูชายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ชายแดนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 11:56 UTC

กยท. เปิดตัวโครงการ 'เกษตรอารยเกษตร' มุ่งเป้า 100,000 ไร่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กยท. เปิดตัวโครงการ 'เกษตรอารยเกษตร' มุ่งเป้า 100,000 ไร่

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กำลังส่งเสริมรูปแบบการเกษตรใหม่สำหรับสวนยางพารา โดยตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 100,000 ไร่ ภายในปี 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กยท. เปิดตัวโครงการ 'เกษตรอารยเกษตร' มุ่งเป้า 100,000 ไร่

แหล่งข่าวเดียว
กยท. เปิดตัวโครงการ 'เกษตรอารยเกษตร' มุ่งเป้า 100,000 ไร่

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กำลังส่งเสริมรูปแบบการเกษตรใหม่สำหรับสวนยางพารา โดยตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 100,000 ไร่ ภายในปี 2570

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริม 'เกษตรอารยเกษตร' ในสวนยางพารา โดยมีเป้าหมายที่จะครอบคลุมพื้นที่ 100,000 ไร่ ภายในปี 2570

เพื่อเริ่มต้นความพยายามนี้ กยท. ได้จัดตั้งสวนยางพารานำร่องจำนวน 33 แห่งใน 10 จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการสร้างแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับเกษตรกรชาวสวนยางโดยการกระจายความหลากหลายของแนวทางการจัดการทางการเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางการเกษตรของประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวิธีการใช้และจัดการพื้นที่ผลิตยางพารา การบูรณาการหลักการ 'เกษตรอารยเกษตร' เข้ามานั้น โครงการมุ่งหวังที่จะปรับปรุงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของชุมชนเกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แม้ว่า กยท. จะแสดงความมั่นใจในความสามารถของโครงการที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวให้กับเกษตรกร แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและความสำเร็จของพื้นที่นำร่องยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการดำเนินไปสู่เป้าหมายในปี 2570 คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายแนวทางปฏิบัติเหล่านี้เกินกว่าพื้นที่นำร่อง 33 แห่งแรกเมื่อโครงการมีความคืบหน้ามากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 11:56 UTC

การดำเนินงานบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การดำเนินงานบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มกิจกรรมบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหนในจังหวัดเชียงใหม่

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การดำเนินงานบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การดำเนินงานบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มกิจกรรมบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำแม่ผาแหนในจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ประกาศว่าส่วนบำรุงรักษาแหล่งน้ำได้ส่งทีมงานลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่ผาแหน จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การดำเนินงานนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลรักษาและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของอ่างเก็บน้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพและการใช้งานของแหล่งกักเก็บน้ำในภูมิภาค แม้ว่าทางกรมฯ จะยืนยันการมีอยู่ของทีมบำรุงรักษาในพื้นที่ แต่ขอบเขตที่แน่ชัดของการซ่อมแซมและระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการยังไม่ได้ระบุรายละเอียดในการประกาศเบื้องต้น

ผู้ที่มาเยือนพื้นที่ควรทราบว่างานบำรุงรักษาอาจเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องจักรหนักหรืออาจมีการจำกัดพื้นที่ชั่วคราวใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากิจกรรมเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงน้ำในท้องถิ่นหรือการใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่โดยรอบหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำในพื้นที่น่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าของงานบำรุงรักษาเหล่านี้ต่อไปในขณะที่การดำเนินงานยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 12:56 UTC

คนดังไทยร่วมแคมเปญ “E.P.T.Q. The Reflection Ritual”
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คนดังไทยร่วมแคมเปญ “E.P.T.Q. The Reflection Ritual”

นักแสดง มาสุ จรรยางค์ดีกุล และ ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ ร่วมมือกับ E.P.T.Q. เพื่อส่งเสริมการดูแลตัวเองและความมั่นใจผ่านกิจกรรม “Reflection Ritual”

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คนดังไทยร่วมแคมเปญ “E.P.T.Q. The Reflection Ritual”

แหล่งข่าวเดียว
คนดังไทยร่วมแคมเปญ “E.P.T.Q. The Reflection Ritual”

นักแสดง มาสุ จรรยางค์ดีกุล และ ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ ร่วมมือกับ E.P.T.Q. เพื่อส่งเสริมการดูแลตัวเองและความมั่นใจผ่านกิจกรรม “Reflection Ritual”

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 นักแสดงชาวไทย มาสุ จรรยางค์ดีกุล และ ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ ได้เข้าร่วมแคมเปญ “E.P.T.Q. The Reflection Ritual” โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่แนวคิดของการดูแลตัวเองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพในภาคส่วนบันเทิงและไลฟ์สไตล์ในท้องถิ่น แคมเปญนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพิธีกรรมในการดูแลและบำรุงรักษาตนเอง ซึ่งมักได้รับการส่งเสริมโดยบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อไทยอยู่บ่อยครั้ง

แม้ว่าแคมเปญนี้จะเน้นย้ำถึงจุดยืนของแบรนด์ในการดูแลตัวเอง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตระยะยาวของความร่วมมือนี้หรือกิจกรรมสาธารณะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ “Reflection Ritual” นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ E.P.T.Q. ควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของแบรนด์ เนื่องจากรายงานนี้จำกัดอยู่เพียงการมีส่วนร่วมของนักแสดงในการเปิดตัวแคมเปญเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:36 UTC

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ครั้งที่ 1/2569
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ครั้งที่ 1/2569

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ครั้งแรกของปี 2569

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ครั้งที่ 1/2569

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน อพ.สธ. ครั้งที่ 1/2569

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ครั้งแรกของปี 2569

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำได้จัดการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ 'อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี' (อพ.สธ.) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569

เกิดอะไรขึ้น

การประชุมมุ่งเน้นไปที่การวางแผนการดำเนินงานและการประสานงานของโครงการ อพ.สธ. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และจัดการทรัพยากรพันธุกรรมพืชทั่วประเทศไทย คณะกรรมการได้ทบทวนความคืบหน้าในปัจจุบันและกำหนดแนวทางสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุประสงค์ของโครงการจะบรรลุผลตามแนวพระราชดำริ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศและภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่หลากหลายของประเทศไทย การมีส่วนร่วมของกรมทรัพยากรน้ำบ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในกลยุทธ์การจัดการน้ำที่สนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์เหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครองหรือสถานที่วิจัยด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าการประชุมจะเป็นการเริ่มต้นรอบการดำเนินงานปี 2569 อย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเขตอนุรักษ์ใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงของสาธารณะในพื้นที่ที่โครงการดูแลอยู่ การประกาศเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำจะช่วยให้มีความชัดเจนว่าการตัดสินใจทางบริหารเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:40 UTC

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระพรหมวชิรมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี ประจำวัดสุทัศนเทพวราราม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม

แหล่งข่าวเดียว
แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใหม่ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาพระพรหมวชิรมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี ประจำวัดสุทัศนเทพวราราม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์พระพรหมวชิรมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการยืนยันสถานะของท่านในฐานะสมเด็จพระราชาคณะที่สถิต ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี (นามเดิม เชิด จิตตคุตโต) ปัจจุบันมีสิริอายุ 85 ปี พรรษา 65 นอกเหนือจากสมณศักดิ์ใหม่แล้ว ท่านยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4 และกรรมการมหาเถรสมาคม ทั้งนี้ พระบรมราชโองการยังระบุให้ท่านมีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว วัดสุทัศนเทพวรารามยังคงเป็นหนึ่งในพระอารามหลวงที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ ซึ่งมีชื่อเสียงจากเสาชิงช้าและสถาปัตยกรรมอันวิจิตรบรรจง การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการปกครองคณะสงฆ์ไทย แม้ว่าสมณศักดิ์และบทบาทการบริหารจะได้รับการยืนยันผ่านราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาหรือตรวจสอบกำหนดการพิธีการต่างๆ ควรติดต่อสอบถามทางวัดโดยตรง เนื่องจากกิจกรรมภายในวัดและการเข้าชมของสาธารณชนในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางศาสนาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ

ผู้บัญชาการทหารบกเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการจัดซื้อระบบปืนใหญ่ HIMARS และ M777

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ

ผู้บัญชาการทหารบกเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการจัดซื้อระบบปืนใหญ่ HIMARS และ M777

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการทหารบกของไทยกำลังอยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการหารือด้านการป้องกันประเทศระดับสูง โดยประเด็นหลักของการเจรจาเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารขั้นสูง ได้แก่ ระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS และปืนใหญ่ M777

ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้ลงนามในข้อตกลง "วิสัยทัศน์ร่วม" (joint vision) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการพัฒนากองทัพไทยและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางทหารที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องของนโยบายการป้องกันประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าการหารือเรื่องการจัดซื้อดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อพลวัตความมั่นคงในภูมิภาค แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือความปลอดภัยสาธารณะ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเจรจาดังกล่าวจะนำไปสู่ข้อตกลงการซื้อขายที่เสร็จสมบูรณ์หรือไม่ รวมถึงกรอบเวลาสำหรับการส่งมอบระบบปืนใหญ่ที่กล่าวถึงนั้นจะเป็นอย่างไร โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของข้อตกลงวิสัยทัศน์ร่วมและประเด็นด้านงบประมาณของการจัดซื้อที่เสนอนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:56 UTC

‘เนเน่ รอยัล’ ขึ้นแท่นเต็ง 1 คว้าแชมป์ AGT 2026
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

‘เนเน่ รอยัล’ ขึ้นแท่นเต็ง 1 คว้าแชมป์ AGT 2026

ตลาดพยากรณ์ Kalshi ระบุว่า เนเน่ รอยัล มีโอกาสสูงถึง 73% ที่จะคว้าแชมป์รายการ America's Got Talent ประจำปี 2026

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

‘เนเน่ รอยัล’ ขึ้นแท่นเต็ง 1 คว้าแชมป์ AGT 2026

แหล่งข่าวเดียว
‘เนเน่ รอยัล’ ขึ้นแท่นเต็ง 1 คว้าแชมป์ AGT 2026

ตลาดพยากรณ์ Kalshi ระบุว่า เนเน่ รอยัล มีโอกาสสูงถึง 73% ที่จะคว้าแชมป์รายการ America's Got Talent ประจำปี 2026

ตามรายงานจาก Matichon Online เนเน่ รอยัล ได้กลายเป็นตัวเก็งอันดับ 1 ที่จะคว้าแชมป์รายการ America's Got Talent (AGT) ประจำปี 2026 โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์ Kalshi ระบุว่าโอกาสที่เธอจะคว้าแชมป์นั้นอยู่ที่ประมาณ 73% ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นในการแข่งขันอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากผลงานของเนเน่ รอยัล บนเวทีระดับนานาชาติถือเป็นเรื่องที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ การปรับตัวของอัตราต่อรองสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อความสามารถและศักยภาพของเธอในการประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันระดับโลกนี้

แม้ว่าตัวเลขจาก Kalshi จะเป็นเพียงภาพรวมทางสถิติของกระแสความนิยมและความคาดหวังของตลาดในปัจจุบัน แต่ข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ผลลัพธ์สุดท้ายของการแข่งขันยังไม่ถูกตัดสิน และผลการแข่งขันจริงจะขึ้นอยู่กับกระบวนการตัดสินและการโหวตของผู้ชมอย่างเป็นทางการเมื่อฤดูกาลดำเนินต่อไป แฟนๆ และผู้ติดตามควรทราบว่าข้อมูลจากตลาดพยากรณ์แม้จะชี้ให้เห็นถึงสถานะตัวเก็งของเธอ แต่ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันชัยชนะแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:55 UTC

Fortune Town จัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีประจำปี ครั้งที่ 5
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

Fortune Town จัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีประจำปี ครั้งที่ 5

ศูนย์การค้า Fortune Town ในกรุงเทพฯ เตรียมจัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่างวันที่ 9-18 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

Fortune Town จัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีประจำปี ครั้งที่ 5

แหล่งข่าวเดียว
Fortune Town จัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีประจำปี ครั้งที่ 5

ศูนย์การค้า Fortune Town ในกรุงเทพฯ เตรียมจัดงานเทศกาลคเณศจตุรถีต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่างวันที่ 9-18 กันยายน 2569

ตามรายงานของ Thai Post ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ Fortune Town ภายใต้การบริหารของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดงานเทศกาล 'Ganesh Chaturthi 2569' ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองพระพิฆเนศ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ถึง 18 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้า Fortune Town ย่านรัชดา-พระราม 9

นับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่สถานที่แห่งนี้ได้จัดงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมดังกล่าว เทศกาลนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่มีความสนใจในความเชื่อและประเพณีทางจิตวิญญาณ โดยมีการผสมผสานระหว่างพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อทางวัฒนธรรม และงานศิลปะ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสกับเทศกาลทางวัฒนธรรมที่สำคัญในพื้นที่ใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก

แม้ว่าวันและสถานที่จัดงานจะได้รับการยืนยันจากผู้จัดงานแล้ว แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรตรวจสอบช่องทางโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Fortune Town อีกครั้งใกล้ถึงวันงาน เพื่อดูตารางกิจกรรมรายวัน เวลาการแสดง หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นงานสาธารณะที่จัดขึ้นในศูนย์การค้า ผู้เข้าชมควรเตรียมพร้อมรับมือกับจำนวนผู้คนที่อาจหนาแน่นในช่วงระยะเวลา 10 วันดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:38 UTC

พระนอนทรงเทริดมโนราห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่วัดภูเขาทอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พระนอนทรงเทริดมโนราห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่วัดภูเขาทอง

นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมายังจังหวัดตรังเพื่อชมพระพุทธไสยาสน์อายุกว่า 1,000 ปี ที่ประดับด้วยเทริดมโนราห์อันหาชมได้ยาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พระนอนทรงเทริดมโนราห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่วัดภูเขาทอง

แหล่งข่าวเดียว
พระนอนทรงเทริดมโนราห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่วัดภูเขาทอง

นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมายังจังหวัดตรังเพื่อชมพระพุทธไสยาสน์อายุกว่า 1,000 ปี ที่ประดับด้วยเทริดมโนราห์อันหาชมได้ยาก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ วัดภูเขาทองในตำบลน้ำผุด จังหวัดตรัง ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทย ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีอายุประมาณ 1,000 ปี ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยการสวม 'เทริดมโนราห์' ซึ่งเป็นลักษณะที่รายงานว่าไม่พบที่อื่นในประเทศไทย

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย (ประมาณ พ.ศ. 1200-1300) โดยเจ้าหน่อและพระนางเลือดขาว ตำนานเล่าว่าหลังจากทราบข่าวว่าการบูรณะพระบรมธาตุที่นครศรีธรรมราชเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองจึงนำทรัพย์สินไปบรรจุไว้ในถ้ำและสร้างพระพุทธรูปไม้ขึ้นเพื่อปิดปากถ้ำ ต่อมาไม้เดิมได้ผุกร่อนไปตามกาลเวลา กรมศิลปากรจึงได้บูรณะขึ้นใหม่โดยใช้ทองเหลืองและเสริมโครงเหล็กด้านใน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน 1 ใน 20 แห่งของจังหวัดตรัง

สำหรับนักท่องเที่ยว วัดแห่งนี้เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับความเชื่อท้องถิ่นโบราณ โดยเฉพาะผู้ที่มีความผูกพันกับสายเลือดมโนราห์ที่เชื่อว่าการได้มากราบไหว้ถือเป็นสิริมงคล นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะคล้ายเจ้าแม่กวนอิม และโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่มีอายุมากกว่า 3,000 ปี แม้ว่าสถานที่นี้จะเปิดให้เข้าชมได้ แต่ระเบียบปฏิบัติทางจิตวิญญาณสำหรับผู้ที่มาขอพรยังคงเป็นเรื่องของประเพณีท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อกำหนดอย่างเป็นทางการของทางวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:37 UTC

รำลึกถึงหลวงพ่อเงิน: มรดกแห่งวัดโมลีโลกยาราม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกถึงหลวงพ่อเงิน: มรดกแห่งวัดโมลีโลกยาราม

Khaosod Online สำรวจความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อเงิน อดีตเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามผู้เป็นที่เคารพศรัทธา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกถึงหลวงพ่อเงิน: มรดกแห่งวัดโมลีโลกยาราม

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกถึงหลวงพ่อเงิน: มรดกแห่งวัดโมลีโลกยาราม

Khaosod Online สำรวจความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อเงิน อดีตเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามผู้เป็นที่เคารพศรัทธา

Khaosod Online ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตและคุณูปการของหลวงพ่อเงิน ธัมมปัญโญ พระเกจิอาจารย์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ท่านเกิดที่เมืองพระตะบองในปี พ.ศ. 2396 ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ หลังจากไทยคืนเมืองพระตะบองและเสียมราฐให้แก่กัมพูชา ท่านเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงจากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านพระปริยัติธรรมและวิชาแพทย์แผนโบราณที่ใช้รักษาชาวบ้านในสมัยนั้น

ในระหว่างที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานและพัฒนาวัดจนมีความเจริญรุ่งเรือง ท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2463 สิริอายุรวม 68 ปี นอกจากผลงานด้านการบริหารและงานแพทย์แล้ว ท่านยังเป็นที่จดจำจากการสร้างวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะ 'พระนาคปรกใบมะขาม'

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของวัดท้องถิ่นอย่างวัดโมลีโลกยารามช่วยให้เห็นภาพมรดกทางจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้วัดจะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ผู้เยี่ยมชมควรทราบว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการมีอยู่จริงหรือการตรวจสอบความแท้ของวัตถุมงคลรุ่นดั้งเดิมของท่านนั้น มักขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มนักสะสมท้องถิ่น การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหอจดหมายเหตุของวัดอาจให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานด้านสถาปัตยกรรมของท่านได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:38 UTC

น้อมรำลึกครบ 104 ปี ชาตกาล หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

น้อมรำลึกครบ 104 ปี ชาตกาล หลวงปู่ลี กุสลธโร

วันที่ 5 กันยายน 2569 เป็นวันครบรอบ 104 ปี ชาตกาลของหลวงปู่ลี กุสลธโร พระป่าผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดอุดรธานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

น้อมรำลึกครบ 104 ปี ชาตกาล หลวงปู่ลี กุสลธโร

แหล่งข่าวเดียว
น้อมรำลึกครบ 104 ปี ชาตกาล หลวงปู่ลี กุสลธโร

วันที่ 5 กันยายน 2569 เป็นวันครบรอบ 104 ปี ชาตกาลของหลวงปู่ลี กุสลธโร พระป่าผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดอุดรธานี

ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 พุทธศาสนิกชนร่วมกันน้อมรำลึกถึงวันครบรอบ 104 ปี ชาตกาลของหลวงปู่ลี กุสลธโร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พระเถระรูปนี้เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ณ วัดป่าเกสรศีลคุณ ธรรมเจดีย์ (ภูผาแดง) อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

หลวงปู่ลีเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสายวิปัสสนากรรมฐานและเป็นศิษย์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2465 ใน จ.เพชรบูรณ์ โดยมีครอบครัวที่มีเชื้อสายจากเวียงจันทน์ สปป.ลาว ก่อนจะมาตั้งรกรากในภาคอีสานและกลายเป็นที่พึ่งทางใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ด้วยความที่ท่านยึดมั่นในหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและวิถีปฏิบัติของพระป่า

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอุดรธานี การรำลึกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่หยั่งรากลึกในภูมิภาค แม้ว่างานครบรอบนี้จะเป็นกิจกรรมสำคัญในท้องถิ่น แต่ผู้ที่สนใจจะเดินทางไปเยี่ยมชมวัดหรือเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกควรตรวจสอบกำหนดการกับทางวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรมสาธารณะหรือการเข้าถึงพื้นที่วัดในช่วงเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับระเบียบปฏิบัติของทางวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:17 UTC

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการปรับปรุงระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการปรับปรุงระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย

ผู้บัญชาการทหารบกไทยเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจาจัดหาและพัฒนาเทคนิคระบบปืนใหญ่ขั้นสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการปรับปรุงระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ทบ. เยือนสหรัฐฯ หารือการปรับปรุงระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย

ผู้บัญชาการทหารบกไทยเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจาจัดหาและพัฒนาเทคนิคระบบปืนใหญ่ขั้นสูง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการทหารบกไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม 'บิ๊กปู' ได้เดินทางถึงสหรัฐอเมริกาเพื่อหารือด้านการป้องกันประเทศระดับสูง วัตถุประสงค์หลักของการเยือนครั้งนี้คือการเจรจาจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่และสำรวจความร่วมมือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของคลังอาวุธปืนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันของกองทัพบกไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหารือมุ่งเน้นไปที่การบำรุงรักษาและการพัฒนาปืนใหญ่ M777 และระบบจรวด HIMARS (High Mobility Artillery Rocket System) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกลยุทธ์การป้องกันประเทศทางบกที่ทันสมัย การพยายามอัปเกรดแพลตฟอร์มเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมในการปฏิบัติการและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของกองทัพไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การมีส่วนร่วมทางการทูตและการทหารนี้เป็นเรื่องของนโยบายการป้องกันประเทศและไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของพลเรือน การท่องเที่ยว หรือความปลอดภัยสาธารณะ การเยือนครั้งนี้เน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนอุปกรณ์ที่จะจัดหา เงื่อนไขทางการเงินของข้อตกลง และกรอบเวลาสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 04:35 UTC

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบคำร้องขอโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเพชรบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบคำร้องขอโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเพชรบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดเพชรบุรีหลังจากมีการร้องขอโครงการพัฒนาในท้องถิ่น

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบคำร้องขอโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบคำร้องขอโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเพชรบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในจังหวัดเพชรบุรีหลังจากมีการร้องขอโครงการพัฒนาในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.7) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในตำบลท่าแลงและตำบลวังไคร้ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี การตรวจสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกำนันตำบลท่าแลงได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐสำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรี การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่อาจเกิดขึ้นเพื่อจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น โครงการลักษณะนี้มักมุ่งเน้นไปที่การชลประทาน การป้องกันอุทกภัย หรือการกักเก็บน้ำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเกษตรและความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมโดยรวมของภูมิภาค

ในขณะนี้ ลักษณะเฉพาะของโครงการที่ร้องขอและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยัน กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อเสนอหรือการจัดสรรงบประมาณ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาในอำเภอท่ายางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าโครงการเหล่านี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนหรือการก่อสร้างหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:38 UTC

ลิซ่าปล่อยซิงเกิลใหม่ 'Sawadika' พร้อมโชว์ไอคอนทางวัฒนธรรมไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ลิซ่าปล่อยซิงเกิลใหม่ 'Sawadika' พร้อมโชว์ไอคอนทางวัฒนธรรมไทย

ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ลิซ่า ได้เปิดตัวมิวสิกวิดีโอเพลงล่าสุด 'Sawadika' ซึ่งนำเสนอองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยอย่างโดดเด่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ลิซ่าปล่อยซิงเกิลใหม่ 'Sawadika' พร้อมโชว์ไอคอนทางวัฒนธรรมไทย

แหล่งข่าวเดียว
ลิซ่าปล่อยซิงเกิลใหม่ 'Sawadika' พร้อมโชว์ไอคอนทางวัฒนธรรมไทย

ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ลิซ่า ได้เปิดตัวมิวสิกวิดีโอเพลงล่าสุด 'Sawadika' ซึ่งนำเสนอองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยอย่างโดดเด่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ลิซ่า ศิลปินระดับโลกได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ในชื่อ 'Sawadika' โดยมิวสิกวิดีโอดังกล่าวมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและเน้นย้ำสัญลักษณ์สำคัญของประเทศไทย รวมถึงรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมและกีฬามวยไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นในระดับสากล การรวมสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ในผลงานเพลงป๊อปขนาดใหญ่มักจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการท่องเที่ยวไทยและกีฬาพื้นบ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มการมองเห็นประสบการณ์เหล่านี้ให้กับผู้มาเยือน

แม้ว่าองค์ประกอบทางภาพในมิวสิกวิดีโอจะมีความชัดเจน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการโปรโมตทั้งหมดหรือการแสดงสดในประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนๆ และผู้ติดตามกำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากต้นสังกัดของศิลปินว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะมีกิจกรรมหรือโครงการทางวัฒนธรรมเฉพาะเจาะจงภายในประเทศร่วมด้วยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:35 UTC

คุณตาวัยชราเผชิญวิกฤตการเงินหลังถูกลูกบุญธรรมหักหลัง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คุณตาวัยชราเผชิญวิกฤตการเงินหลังถูกลูกบุญธรรมหักหลัง

อดีตนักธุรกิจผู้มั่งคั่งต้องกลายเป็นคนหมดตัวหลังจากลูกบุญธรรมยึดและขายบ้านของเขาไป ทำให้เขาต้องนำทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายออกมาขายเพื่อประทังชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คุณตาวัยชราเผชิญวิกฤตการเงินหลังถูกลูกบุญธรรมหักหลัง

แหล่งข่าวเดียว
คุณตาวัยชราเผชิญวิกฤตการเงินหลังถูกลูกบุญธรรมหักหลัง

อดีตนักธุรกิจผู้มั่งคั่งต้องกลายเป็นคนหมดตัวหลังจากลูกบุญธรรมยึดและขายบ้านของเขาไป ทำให้เขาต้องนำทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายออกมาขายเพื่อประทังชีวิต

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คุณตาวัยชราท่านหนึ่งได้เปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับการสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดเนื่องจากถูกลูกบุญธรรมหักหลัง คุณตาซึ่งเคยประกอบธุรกิจขายรถหรูและอู่ซ่อมรถที่ประสบความสำเร็จในช่วงปลายทศวรรษ 2540 กล่าวว่าได้รับอุปการะเด็กคนนี้มาจากวัดด้วยความหวังว่าจะได้พึ่งพาในยามแก่เฒ่า

หลังจากภรรยาที่ป่วยเป็นมะเร็งเสียชีวิต คุณตาอ้างว่าลูกบุญธรรมได้หลอกลวงและยึดบ้านไปขายในราคา 8.5 ล้านบาท ทำให้คุณตาต้องกลายเป็นคนหมดตัว ล่าสุดคุณตาได้นำเข็มขัดทองคำซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไปขอความช่วยเหลือจากร้านทองเพื่อขายนำเงินมาประทังชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบไม่เป็นทางการและความเปราะบางของผู้สูงวัยในประเทศไทย แม้เรื่องราวของคุณตาจะได้รับความเห็นใจจากสาธารณชนอย่างมาก แต่รายละเอียดทางกฎหมายเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและการกระทำของลูกบุญธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการสอบสวนหรือการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการทำสัญญาหรือการคุ้มครองทางกฎหมายและการเงินสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพาการดูแลจากครอบครัว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 15:35 UTC