ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

จัดตั้งเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จัดตั้งเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการ 'โรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ' แห่งใหม่ที่โรงเรียนวัดใหม่ประเวศ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จัดตั้งเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
จัดตั้งเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการ 'โรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ' แห่งใหม่ที่โรงเรียนวัดใหม่ประเวศ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) โดยสำนักงานในพื้นที่ ได้จัดตั้งเครือข่าย 'โรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ' อย่างเป็นทางการที่โรงเรียนวัดใหม่ประเวศ (ศิริประชาบำรุง) ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลคลองประเวศ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่กรอบการศึกษาในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการอนุรักษ์ระบบนิเวศในภูมิภาคฉะเชิงเทรา แม้ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสาธารณะ แต่การจัดตั้งเครือข่ายดังกล่าวถือเป็นสัญญาณของความพยายามจากชุมชนในการปกป้องทางน้ำและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสถานที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสมดุลที่เปราะบางของระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิศาสตร์ของจังหวัด

ณ วันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำได้ยืนยันการจัดตั้งเครือข่ายนี้แล้ว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างไร หรือสถานที่นี้จะเปิดให้มีการทัศนศึกษาเชิงการศึกษาหรือโครงการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่สนใจในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมทรัพยากรน้ำเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวและโอกาสในการมีส่วนร่วมของสาธารณชนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 09:38 UTC

จังหวัดชลบุรีจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดชลบุรีจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมระดับจังหวัดที่มุ่งเน้นด้านนโยบายที่ดิน การพัฒนาอาชีพ และการตลาดในจังหวัดชลบุรี

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จังหวัดชลบุรีจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชลบุรีจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมระดับจังหวัดที่มุ่งเน้นด้านนโยบายที่ดิน การพัฒนาอาชีพ และการตลาดในจังหวัดชลบุรี

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2569 ของคณะทำงานด้านส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ซึ่งอยู่ภายใต้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดชลบุรี (คทช.จังหวัดชลบุรี)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาของภูมิภาค การประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องในการจัดการการใช้ที่ดินและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นภายในจังหวัดชลบุรี คณะอนุกรรมการมีหน้าที่ประสานงานนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรที่ดินและโอกาสทางอาชีพสำหรับชุมชนท้องถิ่น การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานที่กว้างขึ้นสำหรับการจัดการที่ดินระดับจังหวัด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรฐานนโยบายที่ดินแห่งชาติ

แม้ว่าการประชุมจะยืนยันว่าหน่วยงานระดับจังหวัดกำลังหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การใช้ที่ดินและการสนับสนุนด้านการตลาดสำหรับอาชีพในท้องถิ่นอย่างจริงจัง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงต่อการแบ่งเขตที่ดินหรือโครงการอาชีพใหม่ๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป สาธารณชนยังไม่ได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สรุปผลได้ในระหว่างการประชุมนี้ จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดชลบุรี เพื่อทำความเข้าใจว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมสำหรับประชากรในท้องถิ่นและการจัดการที่ดินระดับภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย

ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ในจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย

ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ในจังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จ.) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดเลย โดยคณะอนุกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประสานงานนโยบายการจัดการที่ดินในระดับท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามด้านการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องในการดูแลการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แม้ว่าการหารือเหล่านี้จะเน้นไปที่นโยบายทางราชการและการจัดสรรที่ดินเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการกำกับดูแลของรัฐบาลในการพัฒนาภูมิภาคและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงจากการประชุม รวมถึงกฎระเบียบการใช้ที่ดินใหม่หรือโครงการจัดการน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะบางแห่งนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เผยแพร่บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่หารือในระหว่างการประชุมดังกล่าว ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาภูมิภาคหรือการวางแผนการใช้ที่ดินในจังหวัดเหล่านี้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าการหารือเชิงนโยบายเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นโครงการในท้องถิ่นอย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:57 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคและประทับตราเครื่องมือวัดปริมาณน้ำที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบเครื่องมือวัดปริมาณน้ำ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคและประทับตราเครื่องมือวัดปริมาณน้ำที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการร้อยลวดและประทับตราเม็ดตะกั่วกับเครื่องมือวัดปริมาณน้ำของโรงงาน

ขั้นตอนดังกล่าวเป็นมาตรการกำกับดูแลตามมาตรฐานเพื่อรับรองความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ตรวจสอบการใช้น้ำ การประทับตราอุปกรณ์ช่วยป้องกันการดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลการใช้น้ำที่จัดเก็บได้นั้นมีความแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการทรัพยากรของประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย แม้ว่าการดำเนินการนี้จะเป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการติดตามทรัพยากรน้ำในเขตอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้น้ำสูง มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาแนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณูปโภคในท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำประปาไม่ไหลหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการน้ำแก่ชุมชนโดยรอบ และกรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบหรือมาตรการกำกับดูแลอื่นๆ ที่อาจตามมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:57 UTC

จังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาคำขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาคำขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเพื่อประเมินคำขอโครงการก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาคำขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดปราจีนบุรีพิจารณาคำขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเพื่อประเมินคำขอโครงการก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่ 3 ของปีของคณะกรรมการจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพิจารณาและรับรองคำขออนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำสาธารณะภายในจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กระบวนการทางปกครองนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลของรัฐบาลท้องถิ่นในการจัดการริมฝั่งแม่น้ำและทางน้ำ คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการก่อสร้างใหม่ใดๆ ไม่ว่าจะเพื่อการใช้งานส่วนบุคคลหรือเชิงพาณิชย์ จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย เพื่อป้องกันการกีดขวางทางน้ำหรือความเสียหายต่อระบบนิเวศริมฝั่ง

แม้ว่าการประชุมจะยืนยันว่าหน่วยงานระดับจังหวัดกำลังดำเนินการพิจารณาคำขอก่อสร้างอย่างจริงจัง แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าโครงการใดได้รับการอนุมัติหรือปฏิเสธนั้นยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าใบอนุญาตที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเหล่านี้อาจส่งผลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ท้องถิ่นตามแนวแม่น้ำของปราจีนบุรีอย่างไร ผู้ที่สนใจโครงการก่อสร้างเฉพาะหรือกฎระเบียบการใช้ที่ดินในพื้นที่ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานจังหวัดปราจีนบุรีหรือกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:57 UTC

จัดประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จัดประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราด

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทน.6) เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราดเพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการระดับภูมิภาค

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จัดประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราด

แหล่งข่าวเดียว
จัดประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราด

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทน.6) เข้าร่วมการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตราดเพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจัดขึ้นที่โรงแรมตราดซิตี้ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด

ตามข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคในการประสานงานด้านการบริหารจัดการ แม้ว่ารายละเอียดวาระการประชุมเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการจัดการน้ำหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นจะไม่ได้ระบุไว้ในประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การประชุมลักษณะนี้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานในการปรับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราด การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามด้านการบริหารจัดการทรัพยากรในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แต่การหารือเหล่านี้มักเป็นขั้นตอนก่อนการดำเนินนโยบายหรือการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้น้ำในท้องถิ่นหรือการจัดการสิ่งแวดล้อม

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการหารือและโครงการระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานทรัพยากรน้ำเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการจัดการน้ำในภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:58 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ประสานงานโรงเรียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ประสานงานโรงเรียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว จังหวัดนครนายก เพื่อประสานความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ประสานงานโรงเรียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ประสานงานโรงเรียนในพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว จังหวัดนครนายก เพื่อประสานความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 (สทน.6) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

ตามข้อมูลจากกรมทรัพยากรน้ำ วัตถุประสงค์หลักของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือการประสานงานกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ การสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาตินี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาความสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยาของพื้นที่ทุ่งใหญ่นกเหยี่ยว แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะแสดงถึงแนวทางเชิงรุกในการจัดการสิ่งแวดล้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการการศึกษาในระยะยาวหรือนโยบายการอนุรักษ์ที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ยังไม่มีการระบุแน่ชัด ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของความร่วมมือกับโรงเรียนเหล่านี้ต่อการเข้าถึงของสาธารณะหรือโครงการสิ่งแวดล้อมในอนาคตในอำเภอปากพลีนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางหน่วยงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:58 UTC

ติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในจังหวัดนครนายก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในจังหวัดนครนายก

กรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูและระบบกระจายน้ำหนองบัวขอน ในจังหวัดนครนายก

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในจังหวัดนครนายก

แหล่งข่าวเดียว
ติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในจังหวัดนครนายก

กรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการฟื้นฟูและระบบกระจายน้ำหนองบัวขอน ในจังหวัดนครนายก

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองบัวขอน โครงการนี้ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยรวมถึงการติดตั้งระบบกระจายน้ำที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพทางการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ปากพลี โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ดีขึ้นมักช่วยสนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวของภูมิทัศน์ชนบทและระบบนิเวศในท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเสน่ห์ทางธรรมชาติของภูมิภาคนี้

แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะยืนยันการลงพื้นที่ตรวจสอบและสถานะการดำเนินงานของโครงการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแล้วเสร็จของระบบกระจายน้ำและกำลังการผลิตรวมของแหล่งน้ำที่ได้รับการฟื้นฟูนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจผลกระทบของโครงการต่อความมั่นคงด้านน้ำในท้องถิ่นหรือขั้นตอนการพัฒนาในอนาคต สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:37 UTC

มาตรการจัดการน้ำในจังหวัดจันทบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มาตรการจัดการน้ำในจังหวัดจันทบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วเครื่องใหม่ในจังหวัดจันทบุรีเพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในพื้นที่

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มาตรการจัดการน้ำในจังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
มาตรการจัดการน้ำในจังหวัดจันทบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วเครื่องใหม่ในจังหวัดจันทบุรีเพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในพื้นที่

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้วจำนวน 1 เครื่องในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเรียบร้อยแล้ว การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของกรมฯ ในการบริหารจัดการการไหลของน้ำและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงมาตรการเชิงรุกในการรับมือกับความผันผวนของระดับน้ำตามฤดูกาล แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยติดตามสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่อยู่เสมอ

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของจังหวัดหรือไม่ หรือเครื่องสูบน้ำนี้มีไว้สำหรับการใช้งานระยะยาวหรือเพื่อบรรเทาสาธารณภัยชั่วคราวในช่วงฤดูกาลนี้ ผู้ที่วางแผนเดินทางมายังจังหวัดจันทบุรีควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำหรือการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของระบบจัดการน้ำเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:37 UTC

ชาวชลบุรีแก้บนด้วยไข่ไก่ 8,900 ฟอง หลังอ้างถูกรางวัลลอตเตอรี่ 10 งวดติด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ชาวชลบุรีแก้บนด้วยไข่ไก่ 8,900 ฟอง หลังอ้างถูกรางวัลลอตเตอรี่ 10 งวดติด

ชายวัย 44 ปีในจังหวัดชลบุรีนำไข่ไก่ 8,900 ฟองไปถวายวัดท้องถิ่น หลังจากอ้างว่าถูกรางวัลลอตเตอรี่ติดต่อกันถึง 10 งวด

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ชาวชลบุรีแก้บนด้วยไข่ไก่ 8,900 ฟอง หลังอ้างถูกรางวัลลอตเตอรี่ 10 งวดติด

แหล่งข่าวเดียว
ชาวชลบุรีแก้บนด้วยไข่ไก่ 8,900 ฟอง หลังอ้างถูกรางวัลลอตเตอรี่ 10 งวดติด

ชายวัย 44 ปีในจังหวัดชลบุรีนำไข่ไก่ 8,900 ฟองไปถวายวัดท้องถิ่น หลังจากอ้างว่าถูกรางวัลลอตเตอรี่ติดต่อกันถึง 10 งวด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 นายดำรง ชาวอำเภอศรีราชา วัย 44 ปี ได้เดินทางไปยังวัดวรพรตสังฆาวาส ในตำบลบางนาง จังหวัดชลบุรี เพื่อแก้บนตามความเชื่อทางศาสนา ตามรายงานของ Khaosod English นายดำรงได้นำไข่ไก่กว่า 8,900 ฟองมาถวายที่วัดดังกล่าว

นายดำรงระบุว่าเขาได้นำไข่มาถวายหลังจากอ้างว่าตนถูกรางวัลลอตเตอรี่ติดต่อกันประมาณ 10 งวด ในวัฒนธรรมไทย การทำบุญหรือการแก้บนที่วัดหลังจากประสบโชคลาภส่วนตัวเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการถวายอาหารหรือการบริจาคให้กับสถานที่ทางศาสนาในท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของการทำบุญและบทบาทของวัดในชุมชน แม้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับโชคลาภส่วนตัวเช่นนี้จะถูกนำเสนอในสื่อท้องถิ่นอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการถูกรางวัลลอตเตอรี่นั้นยังคงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างส่วนบุคคลเท่านั้น ยังไม่มีการตรวจสอบผลลอตเตอรี่หรือความถี่ของการถูกรางวัลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ผู้ที่มาเยือนพื้นที่อาจพบว่าการแสดงความกตัญญูเช่นนี้เป็นแง่มุมที่เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:35 UTC

จังหวัดจันทบุรีจัดทำร่างแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดจันทบุรีจัดทำร่างแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจันทบุรีในอีก 5 ปีข้างหน้า

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จังหวัดจันทบุรีจัดทำร่างแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดจันทบุรีจัดทำร่างแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2571–2575

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจันทบุรีในอีก 5 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6) ได้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างแผนพัฒนาจังหวัดจันทบุรี ซึ่งครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2571 ถึง 2575 การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เสนอสำหรับภูมิภาคนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว แผนพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการกำหนดลำดับความสำคัญระยะยาวสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการทรัพยากร และการเติบโตของภูมิภาคในหนึ่งในศูนย์กลางทางการเกษตรและการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในช่วงการวางแผนเหล่านี้มักส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคต โครงการจัดการน้ำ และการปรับปรุงบริการสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและการเข้าถึงสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังจังหวัด

ในขั้นตอนนี้ ร่างแผนดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงการขั้นสุดท้าย การจัดสรรงบประมาณ หรือกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการดำเนินการยังไม่ได้รับการยืนยัน กระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนที่แผนจะเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าหน่วยงานระดับจังหวัดจะมีการเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเฉพาะที่รวมอยู่ในกรอบปี 2571–2575 ต่อไปในขณะที่กระบวนการวางแผนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:16 UTC

การประชุมวางแผนระดับภูมิภาคสำหรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2571
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การประชุมวางแผนระดับภูมิภาคสำหรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2571

กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาจังหวัดและการจัดสรรงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2571

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การประชุมวางแผนระดับภูมิภาคสำหรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2571

แหล่งข่าวเดียว
การประชุมวางแผนระดับภูมิภาคสำหรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2571

กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาจังหวัดและการจัดสรรงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2571

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการที่มุ่งเน้นการบูรณาการโครงการเชิงพื้นที่และการวางแผนงบประมาณ ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับแนวทางโครงการระดับภูมิภาคให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2571

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมนี้ถือเป็นขั้นตอนการบริหารงานเบื้องต้นในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากร แม้ว่าการหารือเหล่านี้จะเป็นกระบวนการภายในของภาครัฐ แต่ก็ถือเป็นรากฐานสำหรับงานสาธารณูปโภคในอนาคต รวมถึงการจัดการน้ำและโครงการพัฒนาภูมิภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ท้องถิ่นหรือบริการสาธารณะในภายหลัง

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าโครงการใดบ้างที่ได้รับการอนุมัติ หรือการจัดสรรงบประมาณเหล่านี้จะมีอิทธิพลโดยตรงต่อเขตพื้นที่ใดบ้างนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การประชุมทำหน้าที่เป็นความพยายามในการประสานงานเพื่อให้แน่ใจว่าเป้าหมายของจังหวัดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรของชาติ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนเหล่านี้เมื่อใกล้ถึงรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนการวางแผนเบื้องต้น และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการสาธารณะในท้องถิ่นใดๆ ที่มีผลบังคับใช้ในทันทีจากการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:16 UTC

กรมทรัพยากรน้ำร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกัน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้ร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกัน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้ประกาศถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับตัวแทนจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ ความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการความเชี่ยวชาญระหว่างทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเชื่อมโยงการจัดการสิ่งแวดล้อมเข้ากับการให้ความรู้แก่สาธารณะและการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่และวัตถุประสงค์หลักของการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในประกาศเบื้องต้น แต่ความร่วมมือในลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณของการพัฒนาในอนาคตเกี่ยวกับวิธีการนำเสนอแหล่งทรัพยากรน้ำต่อสาธารณะ หรือวิธีการตีความข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการลงพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงของสาธารณะหรือโปรแกรมการศึกษาในพื้นที่ทรัพยากรน้ำนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำหรือองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของความร่วมมือนี้ รวมถึงโครงการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันเป็นผลมาจากความร่วมมือดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:17 UTC

เปิดตัวโครงการทรัพยากรน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวโครงการทรัพยากรน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินโครงการในจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในท้องถิ่น

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เปิดตัวโครงการทรัพยากรน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวโครงการทรัพยากรน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินโครงการในจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในท้องถิ่น

ตามรายงานจากกรมทรัพยากรน้ำเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ สทน.6 เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ประชาชนในหมู่ที่ 10 ตำบลหาดนางแก้ว อำเภอกบินทร์บุรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การดำเนินการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนชนบทแห่งนี้ แต่ยังไม่มีการระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการทางเทคนิคที่แน่ชัดในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของโครงการนี้ต่อการจัดหาน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังอำเภอกบินทร์บุรีควรทราบว่าอาจมีการดำเนินโครงการจัดการน้ำในพื้นที่ แม้ว่าโครงการเหล่านี้มักจะเป็นโครงการเฉพาะจุดและไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวหลัก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าของโครงการ สทน.6 ผ่านช่องทางราชการอย่างเป็นทางการต่อไปเมื่อการดำเนินงานมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:57 UTC

หารือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

หารือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง ในจังหวัดปราจีนบุรี

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

หารือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง

แหล่งข่าวเดียว
หารือแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง ในจังหวัดปราจีนบุรี

แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (สทน.6) ได้เข้าร่วมประชุมหารือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยง ซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานกบินทร์เฉลิมราชย์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการและการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ในอนาคต

ความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี พื้นที่ชุ่มน้ำหนองปลาแขยงถือเป็นแหล่งนิเวศวิทยาที่สำคัญ การหารือของกรมทรัพยากรน้ำสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาหรือปรับปรุงสุขภาพสิ่งแวดล้อมของอุทยาน แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่กรอบการบริหารจัดการ แต่ความคิดริเริ่มดังกล่าวอาจส่งผลต่อการเข้าถึงของสาธารณะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายในอุทยานในอนาคต

สถานะปัจจุบัน

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการหารือดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างหลังจากการหารือครั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยือนอุทยานกบินทร์เฉลิมราชย์ควรติดตามประกาศในท้องถิ่นสำหรับการอัปเดตที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการเข้าถึงอุทยานหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือทางปกครองเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:57 UTC

ลูกสาวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังอดีต ผอ.โรงเรียนขับรถชนพ่อแม่ขณะมึนเมาที่สระบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ลูกสาวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังอดีต ผอ.โรงเรียนขับรถชนพ่อแม่ขณะมึนเมาที่สระบุรี

หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม 'สายไหมต้องรอด' หลังจากอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนขับรถชนรถของพ่อแม่เธอขณะอยู่ในอาการมึนเมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ลูกสาวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังอดีต ผอ.โรงเรียนขับรถชนพ่อแม่ขณะมึนเมาที่สระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ลูกสาวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังอดีต ผอ.โรงเรียนขับรถชนพ่อแม่ขณะมึนเมาที่สระบุรี

หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่ม 'สายไหมต้องรอด' หลังจากอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนขับรถชนรถของพ่อแม่เธอขณะอยู่ในอาการมึนเมา

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 หญิงวัย 44 ปี ชื่อ 'อ้อ' ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มสายไหมต้องรอดเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่สูงอายุของเธอ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 บริเวณทางแยกในตำบลหนองปลาหมอ จังหวัดสระบุรี

คุณอ้อกล่าวหาว่าอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่งได้ขับรถชนท้ายรถของพ่อแม่เธอ โดยเธอยืนยันว่าเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีอาการคล้ายคนเมาและไม่ยอมลงจากรถ หลังจากมีการโต้เถียงกัน ผู้ก่อเหตุได้ขับรถชนรถของพ่อแม่เธอซ้ำอีกครั้ง ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ก่อเหตุพบว่าสูงถึง 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

คุณอ้อแสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่แนะนำให้ยุติคดีเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีเส้นสาย เธอจึงเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบันทึกหลักฐานอุบัติเหตุทางถนนอย่างละเอียด รวมถึงการใช้กล้องหน้ารถซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในเหตุการณ์นี้ แม้ว่าคุณอ้อจะได้นำเสนอเรื่องราวและหลักฐานต่อกลุ่มสายไหมต้องรอดแล้ว แต่การตอบสนองอย่างเป็นทางการจากตำรวจและสถานะทางกฎหมายของคดีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของตำรวจหรือความคืบหน้าทางคดีต่ออดีตผู้อำนวยการโรงเรียนรายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:16 UTC

พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี

คนงานวัย 56 ปี ซึ่งรับจ้างถางป่าในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์กระจัดกระจายเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พบโครงกระดูกมนุษย์ในป่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี

คนงานวัย 56 ปี ซึ่งรับจ้างถางป่าในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์กระจัดกระจายเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดชลบุรีได้รับแจ้งเหตุการพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในพื้นที่ป่ารกทึบในตำบลเกษตรสุวรรณ อำเภอบ่อทอง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าผู้พบเห็นคือ นายวรรณศรี แก่นจันทร์ อายุ 56 ปี ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของที่ดินให้เข้ามาถางหญ้าและเคลียร์พื้นที่ป่าดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ่อทองและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเหตุเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นหญ้า นอกจากนี้ยังพบเสื้อผ้าที่คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิตตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันค้นหาชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติมในพื้นที่โดยรอบเพื่อรวบรวมส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลโดยการตรวจสอบประวัติคนหายและดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุรวมถึงช่วงเวลาการเสียชีวิต เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสืบสวน จึงยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเกิดอาชญากรรมหรือระยะเวลาที่ศพถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:56 UTC

กำหนดราคาชดใช้ใหม่สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กำหนดราคาชดใช้ใหม่สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้

รัฐบาลไทยได้ปรับปรุงราคาชดใช้สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กำหนดราคาชดใช้ใหม่สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้

แหล่งข่าวเดียว
กำหนดราคาชดใช้ใหม่สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้

รัฐบาลไทยได้ปรับปรุงราคาชดใช้สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืนได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เรื่องการกำหนดราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชการที่ไม่สามารถส่งคืนได้ตามกฎหมาย โดยการปรับปรุงนี้ครอบคลุมปีงบประมาณ 2570–2572 และรวมรายการเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งหมด 67 รายการ

ภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบัน ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มีหน้าที่ต้องส่งคืนชั้นรองเมื่อได้รับพระราชทานชั้นตราที่สูงขึ้น หรือในกรณีที่ผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์ ทายาทมีหน้าที่ต้องส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดังกล่าว หากไม่สามารถส่งคืนได้ ผู้ถือครองหรือตัวแทนมีหน้าที่ตามกฎหมายในการชดใช้เป็นเงินตามราคาที่กำหนด ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อปี 2533 ให้มีการปรับราคาชดใช้ทุก 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับมูลค่าปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การปรับปรุงทางปกครองนี้เป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของรัฐ และไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเครื่องเตือนใจถึงกรอบกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการดูแลรักษาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศไทย แม้ว่าราคาใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป แต่รายละเอียดมูลค่าเงินสำหรับแต่ละรายการจากทั้งหมด 67 รายการนั้นระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศของราชกิจจานุเบกษา ผู้ที่ถือครองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ควรตรวจสอบขั้นตอนปฏิบัติที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางของทางราชการโดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:56 UTC