ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน ✦
ความปลอดภัย ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด ✦
กีฬา ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว ✦
เหตุการณ์ Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570 ✦
กฎหมาย ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์ ✦
กีฬา ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
เศรษฐกิจ

ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ยูเออีเพื่อเร่งจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรอบด้าน (CEPA)

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ณ สำนักงานผู้แทนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำสหประชาชาติ ตามรายงานของ Khaosod Online การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความคืบหน้าของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรอบด้าน (CEPA) ระหว่างไทยและยูเออี รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

วัตถุประสงค์หลักของการหารือคือการขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรของไทยและดึงดูดการลงทุนจากยูเออีให้มากขึ้น ทั้งสองประเทศแสดงความมุ่งมั่นร่วมกันในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน กระทรวงพาณิชย์ของไทยระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการสรุปกรอบความตกลง CEPA เพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางเศรษฐกิจเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ ความคืบหน้านี้เป็นสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มกิจกรรมทางการค้าระหว่างสองประเทศและการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม้ว่าการหารือจะสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของความสัมพันธ์ทางการค้า แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการลงนามและการบังคับใช้ CEPA นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าหรือกฎระเบียบด้านการลงทุนอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด

สภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน

ตามรายงานจาก Thai Post ดร.เสรี ศุภราทิตย์ จากมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉุกเฉิน โดยเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัดใกล้เคียง ให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอยู่ในระดับความเสี่ยงสีเหลืองและสีส้ม ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงจังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ สุพรรณบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากความรุนแรงของปริมาณน้ำฝนที่คาดการณ์ไว้

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนการเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ เหตุการณ์สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้ง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตสภาพอากาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมช่วงเวลาที่กำหนด แต่ระยะเวลาและผลกระทบที่แน่ชัดของฝนยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมพร้อมสำหรับความล่าช้าในการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:57 UTC

กีฬา

ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026

ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลจากรูปลักษณ์ของเธอ คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันฟันดาบเอเป้ทีมหญิง ในเอเชียนเกมส์ 2026

ตามรายงานจาก Khaosod Online ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่จัดขึ้น ณ เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยยัง ซึงฮเย ซึ่งลงแข่งขันในประเภทเอเป้ทีมหญิงร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ลิม แตฮี, ซง เซรา และ อี ฮเยอิน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่สุดท้ายพ่ายให้กับทีมชาติจีน

ก่อนหน้านี้ ยัง ซึงฮเย กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้งานหลายคนตั้งข้อสงสัยว่ารูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเธอนั้นเกิดจากการสร้างด้วย AI หรือไม่ ผลงานของเธอในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถทางกีฬาที่แท้จริงของเธอ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นในเมืองไอจิ-นาโกยา

แม้ความสำเร็จด้านกีฬาของเธอจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการแข่งขันในอนาคตหรือการปรากฏตัวในรายการต่างๆ ยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนๆ ที่สนใจติดตามอาชีพของเธอสามารถติดตามได้ทาง Instagram ที่ชื่อผู้ใช้ @yang_seunghye_

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:55 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว

ศาลจังหวัดกระบี่ตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารโรงเรียนและครูรวม 7 คน โดยให้รอลงอาญา ในคดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูไปใช้จ่ายส่วนตัว

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลแขวงกระบี่ได้พิพากษาลงโทษอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและครูรวม 7 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าจำเลยทั้ง 7 คนมีความผิดฐานนำเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดกระบี่ไปใช้ในทางที่ผิด

หลักฐานที่นำเสนอต่อศาลเผยว่า กลุ่มจำเลยได้นำเงินจำนวน 10,820 บาท จากงบประมาณ 40,000 บาท ซึ่งเดิมจัดสรรไว้สำหรับการอบรมสัมมนาและศึกษาดูงาน ไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าสุรา และค่าจ้างคนขับรถ ในระหว่างการจัดเลี้ยงส่วนตัวของกลุ่มคนประมาณ 10 กว่าคนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนสหกรณ์และสวัสดิการอย่างเข้มงวด แม้คดีความในส่วนของศาลจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางสมาคมฯ จะมีการดำเนินการทางวินัยภายในหรือฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกคืนเงินดังกล่าวหรือไม่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เคร่งครัดในการบริหารจัดการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและสวัสดิการในประเทศ โดยรายละเอียดทั้งหมดได้รับการยืนยันจากนายชุมพล พิศาล ผู้ตรวจสอบกิจการของสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้มอบสำเนาคำพิพากษาให้แก่สื่อมวลชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:55 UTC

เหตุการณ์

Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

แหล่งข่าวเดียว
Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

แบรนด์ชาจากจีน Heytea เข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิด 'Heytea Lab' แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แบรนด์ชาจากจีน Heytea ได้เปิดสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ สถานที่แห่งใหม่นี้ถูกกำหนดให้เป็น 'Heytea Lab' ซึ่งถือเป็นร้านรูปแบบทดลองแห่งแรกของแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสาขาที่ 3 นอกประเทศจีน

ภายในร้านมีพื้นที่ที่รวมเอาห้องแล็บชา เบเกอรี่ และเจลาโต้เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถชมกระบวนการเตรียมเมนูต่างๆ ได้ในพื้นที่ครัวแบบเปิด เมนูมีให้เลือกหลากหลายทั้งเครื่องดื่มชา เบเกอรี่ และเจลาโต้ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 90 ถึง 195 บาท

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดเครื่องดื่มชงสดที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย Heytea ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2555 เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้บุกเบิกเทรนด์ 'New-Style Tea' รวมถึงการทำให้ชาชีสเป็นที่นิยม แม้ว่าร้านจะเปิดให้บริการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าความนิยมของแบรนด์อาจทำให้มีผู้ใช้บริการจำนวนมากในช่วงเปิดตัวนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายสาขาในอนาคตหรือการปรับเปลี่ยนเมนูนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:55 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าไทยอาจเผชิญกับปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ในปี 2570 ซึ่งอาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงตามด้วยน้ำท่วมหนัก โดยคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.271 แสนล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทยกำลังเตรียมรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศที่สำคัญในปี 2570 โดยองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ได้เตือนถึงปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ซึ่งคาดว่าจะสร้างสถานการณ์ 'สองเด้ง' ให้กับประเทศ คือภาวะแล้งจัดในช่วงครึ่งปีแรก ตามด้วยอุทกภัยรุนแรงเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะลานีญาในช่วงปลายปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น ศูนย์วิจัยกรุงศรีประเมินว่าน้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 5.2 ล้านไร่ โดยคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 1.271 แสนล้านบาท ซึ่งอาจฉุดจีดีพีของไทยลดลง 0.65%

แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ช่วงเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของเหตุการณ์สภาพอากาศเหล่านี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่สภาพอากาศโลกยังคงแสดงสัญญาณของความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางในปี 2570 ควรติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในท้องถิ่นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยายังคงประเมินขอบเขตของความท้าทายทางสภาพอากาศเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

กฎหมาย

ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมชายวัย 28 ปี ในจังหวัดสระบุรี หลังพบพฤติการณ์เผยแพร่คลิปอนาจารเด็กชายผ่านกลุ่มลับบนโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้เข้าจับกุมนายมงคล อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ณ บ้านพักในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนที่ได้รับเบาะแสจากองค์กร LIFT by Hagar เกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อการค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์โพสต์โฆษณาเชิญชวนให้ผู้สนใจโอนเงินจำนวน 300 บาท เพื่อเข้ากลุ่มลับที่มีคลิปวิดีโออนาจารของเด็กชายอายุ 16 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนล่อซื้อและแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มดังกล่าวเพื่อตรวจสอบหลักฐาน ก่อนจะสืบสวนจนทราบตัวผู้ต้องหาจากหลักฐานทางดิจิทัล รวมถึงรอยสักที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งปรากฏในคลิปวิดีโอ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามการแสวงหาผลประโยชน์ทางดิจิทัลและการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กอย่างจริงจัง แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบว่ามีบัญชีหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้ทราบว่าการเผยแพร่และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

กีฬา

ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026

ไทยยืนยันรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโด 4 คนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ–นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโด 4 คนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–24 ตุลาคม 2569 ณ เมืองไอจิ–นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ร้อยโท ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้แสดงความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมของทีม โดยระบุว่านักกีฬาจากทั้ง 18 ชนิดกีฬาได้เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ทัพนักกีฬาไทยนำโดย “ขวัญ” ขวัญสุดา พวงกิจจา เจ้าของเหรียญทองในรุ่น K44 น้ำหนักไม่เกิน 47 กิโลกรัม ซึ่งเคยคว้าเหรียญทองมาแล้วในการแข่งขันที่หางโจวเมื่อปี 2022 นอกจากนี้ยังมี ธันวา แก่นคำ เจ้าของเหรียญทองแดงจากการแข่งขันครั้งก่อน ร่วมด้วย ธนพันธุ์ โสตถิเศรษฐ์ และ อภิวิภา พัวพัน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการพาราลิมปิกในระดับภูมิภาค แม้ทางคณะกรรมการจะมีความคาดหวังสูงต่อการคว้าเหรียญรางวัลโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ระดับนานาชาติของนักกีฬา แต่ผลการแข่งขันที่แท้จริงยังคงต้องรอติดตามระหว่างการแข่งขัน ผลงานของทีมจะเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดในขณะที่พวกเขาพยายามต่อยอดความสำเร็จจากเวทีระดับโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตตารางการแข่งขันและรายละเอียดการถ่ายทอดสดเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันจนเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณโป่งต้นไทรที่มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานภายในอุทยานได้รับความเสียหาย รวมถึงเกิดดินสไลด์ใกล้บริเวณน้ำตกน้อยและมีต้นไม้ล้มโค่นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟฟ้าดับและสัญญาณสื่อสารขัดข้องต่อเนื่องมานานกว่า 48 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งหมด อาทิ น้ำตกสาริกา น้ำตกตะคร้อ และแก่งหินเพิง จึงไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงด่านตรวจทางขึ้นอุทยานฯ ทุกจุด เช่น ด่านเนินหอม ก็ถูกปิดเช่นกัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าการเดินทางเข้าชมอุทยานฯ ทั้งหมดจะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและเคลียร์พื้นที่ แต่ยังไม่มีการยืนยันกำหนดการเปิดให้บริการอุทยานฯ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ โดยอุทยานฯ จะยังคงปิดทำการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

นิทรรศการ 'Arts to Collect' จัดแสดงผลงานผู้ชนะจากการประกวดศิลปกรรม PTT
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นิทรรศการ 'Arts to Collect' จัดแสดงผลงานผู้ชนะจากการประกวดศิลปกรรม PTT

นิทรรศการ 'Arts to Collect' รวบรวมผลงานกว่า 170 ชิ้นจากการประกวดศิลปกรรม PTT ประจำปี 2569 โดยเน้นผลงานจากศิลปินทุกช่วงวัย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นิทรรศการ 'Arts to Collect' จัดแสดงผลงานผู้ชนะจากการประกวดศิลปกรรม PTT

แหล่งข่าวเดียว
นิทรรศการ 'Arts to Collect' จัดแสดงผลงานผู้ชนะจากการประกวดศิลปกรรม PTT

นิทรรศการ 'Arts to Collect' รวบรวมผลงานกว่า 170 ชิ้นจากการประกวดศิลปกรรม PTT ประจำปี 2569 โดยเน้นผลงานจากศิลปินทุกช่วงวัย

ตามรายงานจาก Thai Post นิทรรศการ 'Arts to Collect' กำลังจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่หลากหลาย โดยงานนี้รวบรวมผลงานกว่า 170 ชิ้นที่คัดเลือกมาจากการประกวดศิลปกรรม PTT ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นโครงการประจำปีที่ส่งเสริมการแสดงออกทางศิลปะในกลุ่มประชากรต่างๆ

จุดเด่นที่น่าสนใจของนิทรรศการนี้คือความครอบคลุม เนื่องจากมีการรวบรวมผลงานจากศิลปินหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีไปจนถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันของแต่ละรุ่นในการตีความหัวข้อทางศิลปะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงศิลปะร่วมสมัยของไทย นิทรรศการนี้ถือเป็นโอกาสในการรับชมและเลือกซื้อผลงานจากทั้งศิลปินหน้าใหม่และศิลปินที่มีชื่อเสียง โดยทำหน้าที่เป็นเวทีในการค้นพบศิลปินรุ่นใหม่ในชุมชนศิลปะท้องถิ่น และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มปัจจุบันที่ได้รับการสนับสนุนจากการประกวดขององค์กรใหญ่ๆ

แม้ว่านิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมอยู่ในขณะนี้ แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าชมควรตรวจสอบรายละเอียดสถานที่และวันปิดนิทรรศการอีกครั้ง เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น ผู้ที่สนใจซื้อผลงานหรือผู้ที่ชื่นชอบศิลปะควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของ PTT หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดแสดงและความพร้อมของผลงานแต่ละชิ้นสำหรับการจำหน่าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 09:18 UTC

จับกุมเด็กวัดย่านนนทบุรี ปมปลอมโปรไฟล์ TikTok ล่อลวงเด็ก 7 ขวบ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จับกุมเด็กวัดย่านนนทบุรี ปมปลอมโปรไฟล์ TikTok ล่อลวงเด็ก 7 ขวบ

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนนทบุรีได้จับกุมเด็กวัดรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้โปรไฟล์ TikTok ปลอมเพื่อล่อลวงเด็กวัย 7 ขวบให้กระทำอนาจารโดยแลกกับเงินในเกม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จับกุมเด็กวัดย่านนนทบุรี ปมปลอมโปรไฟล์ TikTok ล่อลวงเด็ก 7 ขวบ

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมเด็กวัดย่านนนทบุรี ปมปลอมโปรไฟล์ TikTok ล่อลวงเด็ก 7 ขวบ

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดนนทบุรีได้จับกุมเด็กวัดรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้โปรไฟล์ TikTok ปลอมเพื่อล่อลวงเด็กวัย 7 ขวบให้กระทำอนาจารโดยแลกกับเงินในเกม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนนทบุรีได้ควบคุมตัวเด็กวัดรายหนึ่งหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าสร้างโปรไฟล์ TikTok ปลอมเพื่อติดต่อกับเด็กวัย 7 ขวบ พนักงานสอบสวนระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้บังคับให้เด็กกระทำอนาจารโดยสัญญาว่าจะให้เงินในเกมเป็นรางวัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการโต้ตอบทางออนไลน์ โดยเฉพาะสำหรับผู้เยาว์ที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แม้ว่าผู้ต้องหาจะอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และยังต้องยืนยันว่ามีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติมหรือมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่

ในขณะที่คดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ปกครองคอยดูแลกิจกรรมทางดิจิทัลของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด SawaLife จะยังคงติดตามรายงานในท้องถิ่นเพื่ออัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ณ ขณะนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้ต้องหาหรือช่วงเวลาที่แน่ชัดของการกระทำดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 09:15 UTC

สุพรรณบุรีจัดงานเทศกาลอิทธิพลทางวัฒนธรรม TNSU
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สุพรรณบุรีจัดงานเทศกาลอิทธิพลทางวัฒนธรรม TNSU

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) จัดกิจกรรมเทศกาลกีฬาและวัฒนธรรมไทยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นประมาณ 3 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สุพรรณบุรีจัดงานเทศกาลอิทธิพลทางวัฒนธรรม TNSU

แหล่งข่าวเดียว
สุพรรณบุรีจัดงานเทศกาลอิทธิพลทางวัฒนธรรม TNSU

มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) จัดกิจกรรมเทศกาลกีฬาและวัฒนธรรมไทยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นประมาณ 3 ล้านบาท

ตามรายงานของ Khaosod Online มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) ได้จัดงาน 'TNSU Cultural Influence Thai Fighting Food & Festival' ระหว่างวันที่ 2 ถึง 8 กันยายน 2569 โดยจัดขึ้นที่สวนเฉลิมภัทรราชินีและหอคอยบรรหาร-แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี

ตลอดระยะเวลา 7 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 10,000 คน ซึ่งรวมถึงประชาชนในพื้นที่ นักศึกษา และนักท่องเที่ยว โดยภายในงานมีการจัดการแข่งขันมวยไทยและมวยสากลสมัครเล่น ซึ่งมีนักกีฬาจากวิทยาเขตต่าง ๆ ของ มกช. เข้าร่วมแสดงทักษะความสามารถ ผู้จัดงานรายงานว่ากิจกรรมดังกล่าวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 3 ล้านบาท

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการบูรณาการกีฬาประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เทศกาลนี้เป็นเวทีให้นักศึกษาที่เป็นนักกีฬาได้แสดงทักษะจากการฝึกซ้อมในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจจะถูกรายงานโดยผู้จัดงาน แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความยั่งยืนในระยะยาวของรูปแบบเทศกาลนี้ หรือแผนการจัดงานในอนาคตในจังหวัดอื่น ๆ ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:57 UTC

รัฐมนตรีสุชาติเดินหน้าโครงการพระราชดำริในเพชรบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีสุชาติเดินหน้าโครงการพระราชดำริในเพชรบุรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุชาติ ชมกลิ่น เร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าและระบบจัดการน้ำในโครงการพระราชดำริห้วยทรายใต้และหุบกะพง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐมนตรีสุชาติเดินหน้าโครงการพระราชดำริในเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีสุชาติเดินหน้าโครงการพระราชดำริในเพชรบุรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุชาติ ชมกลิ่น เร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าและระบบจัดการน้ำในโครงการพระราชดำริห้วยทรายใต้และหุบกะพง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริหุบกะพงและห้วยทรายใต้ ในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตามรายงานของมติชนออนไลน์ รัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ในท้องถิ่นและการปรับปรุงระบบจัดการน้ำภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โครงการเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนสุขภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาวของภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพการเกษตรในท้องถิ่นและการอนุรักษ์ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่ผู้เดินทางผ่านจังหวัดมักจะชื่นชม

แม้ว่ารัฐมนตรีจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดโครงการเหล่านี้ แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำใหม่และขอบเขตที่แน่ชัดของเป้าหมายการปลูกป่ายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการการพัฒนานี้เข้ากับยุทธศาสตร์การใช้ที่ดินระดับภูมิภาคในวงกว้าง เนื่องจากโครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพระราชดำริที่กำลังดำเนินอยู่ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาชนบทและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:35 UTC

อดีตพระโชติลาสิกขาหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

อดีตพระโชติลาสิกขาหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย

อดีตพระภิกษุที่รู้จักกันในชื่อ 'หลวงพ่อโชติ' ได้ลาสิกขาอย่างเป็นทางการหลังถูกสังคมจับตามอง พร้อมทิ้งท้ายข้อความถึงสถานการณ์ของศาสนา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

อดีตพระโชติลาสิกขาหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตพระโชติลาสิกขาหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย

อดีตพระภิกษุที่รู้จักกันในชื่อ 'หลวงพ่อโชติ' ได้ลาสิกขาอย่างเป็นทางการหลังถูกสังคมจับตามอง พร้อมทิ้งท้ายข้อความถึงสถานการณ์ของศาสนา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 อดีตพระภิกษุที่รู้จักกันในชื่อ 'หลวงพ่อโชติ' ได้ลาสิกขาอย่างเป็นทางการแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่พฤติกรรมและสถานะของเขาในชุมชนสงฆ์ตกเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย

ในการลาสิกขาครั้งนี้ อดีตพระภิกษุได้ยอมรับในความผิดพลาดและยอมรับการตัดสินใจที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เขาได้ทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่มุ่งเน้นไปยังพระผู้ใหญ่ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของศาสนา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลทางศาสนาและการกำกับดูแลชุมชนสงฆ์ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะที่นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียจะไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทสำคัญของโซเชียลมีเดียในการติดตามและส่งผลกระทบต่อสถาบันทางศาสนาในประเทศ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานทางศาสนาระดับสูงจะมีท่าทีอย่างไรต่อความคิดเห็นทิ้งท้ายของเขา หรือจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเฉพาะที่นำไปสู่การลาสิกขาหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ากรณีนี้จะนำไปสู่การอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับวินัยสงฆ์หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:16 UTC

ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวที่โรงเรียนสอนศาสนาในปัตตานี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวที่โรงเรียนสอนศาสนาในปัตตานี

ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่อย่างสันติที่โรงเรียนสอนศาสนาในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หลังผ่านการเจรจา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวที่โรงเรียนสอนศาสนาในปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวที่โรงเรียนสอนศาสนาในปัตตานี

ผู้ต้องหาตามหมายจับยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่อย่างสันติที่โรงเรียนสอนศาสนาในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี หลังผ่านการเจรจา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 หน่วยปฏิบัติการพิเศษในจังหวัดปัตตานีได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ออกเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าบุคคลดังกล่าวคือนายมูฮัมหมัดฮาฟิก ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงเรียนสอนศาสนา 'ปอเนาะกาหยี' ในอำเภอหนองจิก

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี โดยก่อนเริ่มปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับผู้ดูแลโรงเรียน ผู้นำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนและผู้พักอาศัยเป็นหลัก ผู้นำชุมชนได้ช่วยเจรจากับผู้ต้องหาโดยเน้นแนวทางสันติวิธีและหลักมนุษยธรรม ส่งผลให้นายมูฮัมหมัดฮาฟิกยอมออกมามอบตัวโดยสมัครใจโดยไม่มีการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยไม่มีเหตุรุนแรง แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามบุคคลอีก 4 คนที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหาที่หลบซ่อนให้แก่ผู้ต้องหา ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันความเชื่อมโยงของบุคคลเหล่านี้กับสถานการณ์ความมั่นคงในภาพรวม นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อเดินทางมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:57 UTC

หลวงพ่อโชติขอเวลาทำใจก่อนลาสิกขา ท่ามกลางความสนใจจากสาธารณชน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

หลวงพ่อโชติขอเวลาทำใจก่อนลาสิกขา ท่ามกลางความสนใจจากสาธารณชน

หลวงพ่อโชติ พระเถระชื่อดัง ได้ขอเวลาเพื่อเตรียมตัวก่อนลาสิกขา โดยแสดงความห่วงใยต่อพระพุทธศาสนาและเหล่าลูกศิษย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

หลวงพ่อโชติขอเวลาทำใจก่อนลาสิกขา ท่ามกลางความสนใจจากสาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
หลวงพ่อโชติขอเวลาทำใจก่อนลาสิกขา ท่ามกลางความสนใจจากสาธารณชน

หลวงพ่อโชติ พระเถระชื่อดัง ได้ขอเวลาเพื่อเตรียมตัวก่อนลาสิกขา โดยแสดงความห่วงใยต่อพระพุทธศาสนาและเหล่าลูกศิษย์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 หลวงพ่อโชติได้ขอเวลาเพื่อเตรียมสภาพจิตใจก่อนที่จะลาสิกขาอย่างเป็นทางการ โดยท่านได้แสดงความห่วงใยอย่างลึกซึ้งต่ออนาคตของพระพุทธศาสนาและความเป็นอยู่ของเหล่าลูกศิษย์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้

รายงานระบุว่ามีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเข้าพบหลวงพ่อโชติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่เดินทางมาเพื่อกราบสักการะ สถานการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและบทบาทสำคัญที่ท่านมีต่อชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและสังคมของสถาบันสงฆ์ในประเทศ แม้ว่าหลวงพ่อโชติจะแสดงเจตจำนงที่จะลาสิกขาแล้ว แต่กำหนดการที่แน่ชัดยังคงไม่มีการยืนยัน ผู้ติดตามสถานการณ์กำลังรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อชุมชนท้องถิ่นและเหล่าลูกศิษย์ที่มารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนท่าน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นส่วนตัวและทางศาสนาที่กำลังดำเนินอยู่ คาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะอย่างเป็นทางการของท่านและอนาคตของกิจกรรมภายในวัดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:56 UTC

กรมชลประทานคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลในเขต EEC
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลในเขต EEC

กรมชลประทานของไทยคาดการณ์ว่าการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะทำให้ความต้องการใช้น้ำต่อปีเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านลูกบาศก์เมตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมชลประทานคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลในเขต EEC

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลในเขต EEC

กรมชลประทานของไทยคาดการณ์ว่าการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะทำให้ความต้องการใช้น้ำต่อปีเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านลูกบาศก์เมตร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมชลประทานได้ดำเนินการประเมินผลกระทบจากการเติบโตของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย โดยหน่วยงานประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะผลักดันให้ความต้องการใช้น้ำต่อปีเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาค EEC การคาดการณ์นี้เน้นย้ำถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องที่จำเป็นเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย เนื่องจากศูนย์ข้อมูลเป็นผู้ใช้น้ำจำนวนมากสำหรับระบบทำความเย็น กรมชลประทานจึงกำลังจัดทำแผนการจัดการเชิงรุกเพื่อให้แน่ใจว่าความต้องการทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดหาน้ำสำหรับชุมชนท้องถิ่นหรือภาคเกษตรกรรม

แม้ว่ากรมชลประทานจะระบุตัวเลขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินในอนาคต แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาที่จะถึงระดับการบริโภคสูงสุดนี้และสถานที่เฉพาะสำหรับโครงสร้างพื้นฐานการจัดการน้ำแห่งใหม่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่รัฐบาลตั้งใจจะสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของภาคเทคโนโลยีกับความต้องการทรัพยากรของประชากรที่มีอยู่ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงความมั่นคงทางน้ำในระยะยาวในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:35 UTC

การบริหารจังหวัดนนทบุรี: 3 โมเดลเพื่ออนาคต
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การบริหารจังหวัดนนทบุรี: 3 โมเดลเพื่ออนาคต

ในขณะที่นนทบุรีเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ มีผู้สมัคร 3 ราย ได้แก่ นฤพนธ์ เดชรัตน์ และ ดร.ปราบ ซึ่งแต่ละคนนำเสนอวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันสำหรับการพัฒนาจังหวัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การบริหารจังหวัดนนทบุรี: 3 โมเดลเพื่ออนาคต

แหล่งข่าวเดียว
การบริหารจังหวัดนนทบุรี: 3 โมเดลเพื่ออนาคต

ในขณะที่นนทบุรีเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ มีผู้สมัคร 3 ราย ได้แก่ นฤพนธ์ เดชรัตน์ และ ดร.ปราบ ซึ่งแต่ละคนนำเสนอวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันสำหรับการพัฒนาจังหวัด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 จังหวัดนนทบุรีกำลังประเมินโมเดลการบริหารงาน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการบริหารที่สำคัญ โดยผู้สมัครที่ระบุชื่อคือ นฤพนธ์, เดชรัตน์ และ ดร.ปราบ กำลังนำเสนอกลยุทธ์ที่แตกต่างกันสำหรับอนาคตของจังหวัดต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การวางผังเมือง และบริการสาธารณะ ผู้สมัครแต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน และผลลัพธ์ที่ได้น่าจะมีอิทธิพลต่อวิธีการที่จังหวัดจัดการกับการเติบโตอย่างรวดเร็วและการบูรณาการเข้ากับเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร

แม้ว่าผู้สมัครจะได้สรุปนโยบายของตนแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของนโยบายและผลกระทบสุดท้ายต่อการบริหารท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังพิจารณาโมเดลทั้ง 3 รูปแบบเพื่อตัดสินใจว่าแนวทางการบริหารแบบใดที่เหมาะสมกับความต้องการของชุมชนนนทบุรีมากที่สุด ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำที่อาจเกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อกฎระเบียบท้องถิ่นและโครงการพัฒนาชุมชนอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กระทรวงวัฒนธรรมมอบรางวัลเยาวชนจากโครงการสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงวัฒนธรรมมอบรางวัลเยาวชนจากโครงการสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบรางวัลแก่เยาวชนผู้สร้างสรรค์ผลงานในกิจกรรมประกวดสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรมมอบรางวัลเยาวชนจากโครงการสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงวัฒนธรรมมอบรางวัลเยาวชนจากโครงการสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบรางวัลแก่เยาวชนผู้สร้างสรรค์ผลงานในกิจกรรมประกวดสื่อ 'ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน'

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดพิธีมอบรางวัลกิจกรรมการประกวดการผลิตสื่อคุณธรรมในหัวข้อ “ชุมชนคุณธรรมบ้านฉัน” ณ โรงแรมเอส รัชดา เลเชอร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เพื่อยกย่องเด็กและเยาวชนที่ผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมคุณค่าของชุมชนท้องถิ่น

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล “คุณธรรม เราจะทำ (Moral NextGen Model)” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมกับชุมชนผ่านสื่อสร้างสรรค์ โดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง วินัย ความสุจริต จิตอาสา และความกตัญญู การส่งเสริมค่านิยมเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่คนรุ่นใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการส่งเสริมการศึกษาด้านวัฒนธรรมและศีลธรรมในกลุ่มเยาวชนไทย แม้พิธีมอบรางวัลจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของโครงการสื่อเหล่านี้ต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานที่ได้รับรางวัลหรือแผนการดำเนินงานในอนาคตของโครงการ 'Moral NextGen Model' แต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:17 UTC

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริ 'หุบกะพง-ห้วยทรายใต้' โดยเน้นการฟื้นฟูป่าและการจัดการระบบน้ำ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี

รัฐมนตรีสุชาติลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริ 'หุบกะพง-ห้วยทรายใต้' โดยเน้นการฟื้นฟูป่าและการจัดการระบบน้ำ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า รัฐมนตรีสุชาติได้นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการพระราชดำริ 'หุบกะพง-ห้วยทรายใต้' โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ในท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำ

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักของโครงการเหล่านี้คือเพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์จากการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานจะส่งถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนและการจัดการทรัพยากรน้ำ รัฐบาลตั้งเป้าที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการเหล่านี้ถือเป็นความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคและการสนับสนุนด้านการเกษตรในจังหวัดเพชรบุรี แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลมีต่อโครงการเหล่านี้ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไปของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่สาธารณะผ่านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:55 UTC

เจาะลึกเครื่องรางของขลังอันเป็นที่เคารพในไทย: หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อต่วน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจาะลึกเครื่องรางของขลังอันเป็นที่เคารพในไทย: หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อต่วน

Khaosod Online นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และลักษณะเฉพาะของเครื่องรางหายากจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสองรูป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจาะลึกเครื่องรางของขลังอันเป็นที่เคารพในไทย: หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อต่วน

แหล่งข่าวเดียว
เจาะลึกเครื่องรางของขลังอันเป็นที่เคารพในไทย: หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อต่วน

Khaosod Online นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และลักษณะเฉพาะของเครื่องรางหายากจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสองรูป

ตามรายงานจาก Khaosod Online วัฒนธรรมเครื่องรางของขลังอันศักดิ์สิทธิ์ของไทยยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลงานของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสองรูป ได้แก่ หลวงพ่อกวย ชุตินธโร และหลวงพ่อต่วน อินทปัญโญ

หลวงพ่อกวย แห่งวัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท มีชื่อเสียงจากเหรียญรุ่นแรกที่จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยทำจากทองฝาบาตรและผลิตออกมาประมาณ 5,000 เหรียญ เหรียญนี้มีรูปหลวงพ่อเต็มองค์ที่ด้านหน้า และบรรจุยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ด้านหลัง รวมถึงยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า แม้ในสมัยนั้นจะให้ทำบุญเพียงเหรียญละ 20 บาท แต่ปัจจุบันถือว่าหายากมาก โดยเฉพาะเหรียญที่มีรอยจารของหลวงพ่อ

นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงเหรียญปี พ.ศ. 2525 ของหลวงพ่อต่วน อินทปัญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดกล้วย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเหรียญทองแดงทรงรูปไข่ที่ได้รับความนิยมสูง โดยมีการจัดทำขึ้นเพียง 2,000 เหรียญเท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เครื่องรางเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญของมรดกทางจิตวิญญาณของไทย การเข้าใจประวัติและความหายากของวัตถุมงคลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในศิลปวัตถุทางศาสนาของไทย แม้ข้อมูลเหล่านี้จะให้ภาพรวมทางประวัติศาสตร์ของการผลิต แต่นักสะสมควรทราบว่าความพร้อมในการจำหน่ายและความแท้จริงของวัตถุมงคลหายากเหล่านี้ยังคงต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความหายากมักทำให้เกิดความต้องการสูงในตลาดรอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:57 UTC

เจ้าหน้าที่คุมตัวสีกาคนสนิทอดีตพระราชาคณะสอบปากคำ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่คุมตัวสีกาคนสนิทอดีตพระราชาคณะสอบปากคำ

ตำรวจคุมตัวสีกาคนสนิทของอดีตพระราชาคณะเพื่อสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจ้าหน้าที่คุมตัวสีกาคนสนิทอดีตพระราชาคณะสอบปากคำ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่คุมตัวสีกาคนสนิทอดีตพระราชาคณะสอบปากคำ

ตำรวจคุมตัวสีกาคนสนิทของอดีตพระราชาคณะเพื่อสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสีกาคนสนิทของอดีตพระราชาคณะ ซึ่งระบุชื่อว่า 'ทิดโชติ' โดยบุคคลดังกล่าวถูกนำตัวไปยังกองบังคับการปราบปรามเพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับคดีที่กำลังดำเนินการอยู่

ในระหว่างการเคลื่อนย้าย สีกาคนสนิทรายนี้ยังคงปิดปากเงียบและไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่สื่อมวลชน ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าเธอสวมเหรียญ 'เหนือดวง' ในระหว่างกระบวนการดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลทางศาสนาและผู้ใกล้ชิด แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็มักได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นการสอบสวนที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยธรรมชาติของข้อกล่าวหาหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอดีตพระรูปดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของตำรวจ ทั้งนี้ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนเมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:56 UTC

ฮันฮวา โอเชียน เตรียมหารือรายละเอียดหลังคว้าสัญญาจัดหาเรือฟริเกตให้กองทัพเรือไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ฮันฮวา โอเชียน เตรียมหารือรายละเอียดหลังคว้าสัญญาจัดหาเรือฟริเกตให้กองทัพเรือไทย

บริษัทต่อเรือฮันฮวา โอเชียน จากเกาหลีใต้ เตรียมเริ่มการเจรจารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือฟริเกตให้กับกองทัพเรือไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ฮันฮวา โอเชียน เตรียมหารือรายละเอียดหลังคว้าสัญญาจัดหาเรือฟริเกตให้กองทัพเรือไทย

แหล่งข่าวเดียว
ฮันฮวา โอเชียน เตรียมหารือรายละเอียดหลังคว้าสัญญาจัดหาเรือฟริเกตให้กองทัพเรือไทย

บริษัทต่อเรือฮันฮวา โอเชียน จากเกาหลีใต้ เตรียมเริ่มการเจรจารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการจัดหาเรือฟริเกตให้กับกองทัพเรือไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บริษัทฮันฮวา โอเชียน ผู้รับเหมาด้านกลาโหมจากเกาหลีใต้ ได้ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าสู่การหารืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญาในการจัดหาเรือฟริเกตให้กับกองทัพเรือไทย ความคืบหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทประสบความสำเร็จในการประมูลโครงการจัดหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงกองเรือป้องกันทางทะเลของไทยให้ทันสมัย แม้ว่าการจัดหาเรือรบจะเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายกลาโหมเป็นหลัก แต่สัญญาทางทหารขนาดใหญ่เช่นนี้มักส่งผลต่อโลจิสติกส์ทางทะเลในระดับภูมิภาคและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระยะยาวระหว่างประเทศไทยและเกาหลีใต้

ในขณะนี้ โครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเบื้องต้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการก่อสร้าง มูลค่ารวมของสัญญา และคุณสมบัติทางเทคนิคของเรือฟริเกตยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากทั้งกองทัพเรือไทยและฮันฮวา โอเชียน เพื่อชี้แจงขอบเขตของข้อตกลงและกำหนดการส่งมอบที่คาดการณ์ไว้ เมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามข้อมูลอัปเดตว่าความร่วมมือนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลในท้องถิ่นหรือความร่วมมือด้านกลาโหมในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:57 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามโครงการพระราชดำริ
วัฒนธรรม ได้รับการยืนยัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามโครงการพระราชดำริ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริหุบกะพงและห้วยทรายใต้ โดยเน้นการฟื้นฟูป่าและการจัดการน้ำ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามโครงการพระราชดำริ

ได้รับการยืนยัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามโครงการพระราชดำริ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริหุบกะพงและห้วยทรายใต้ โดยเน้นการฟื้นฟูป่าและการจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการพระราชดำริ “หุบกะพง-ห้วยทรายใต้” โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ค่ายนเรศวร

ในที่ประชุม ดร.รวีวรรณ ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการสำคัญ รวมถึงโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกรมป่าไม้และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบการจัดการน้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ในพื้นที่ เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในระยะยาว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการเหล่านี้ถือเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงานในระยะต่อไปของโครงการจัดการน้ำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:38 UTC

ลีน่า-หมิว ร่วมโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม'
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ลีน่า-หมิว ร่วมโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม'

นักแสดงสาว ลีน่า ลลินา และ หมิว ณัชชา จัดพิธีบวงสรวงสำหรับซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม' ซึ่งมีกำหนดออกอากาศทางช่อง 3 ในวันที่ 11 กันยายนนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ลีน่า-หมิว ร่วมโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม'

แหล่งข่าวเดียว
ลีน่า-หมิว ร่วมโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม'

นักแสดงสาว ลีน่า ลลินา และ หมิว ณัชชา จัดพิธีบวงสรวงสำหรับซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม' ซึ่งมีกำหนดออกอากาศทางช่อง 3 ในวันที่ 11 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นักแสดงสาว ลีน่า ลลินา ชูเอ็ทท์ และ หมิว ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ ได้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงตามประเพณีที่สตูดิโอช่อง 3 หนองแขม เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ 'PLS Love รักได้ไหม' งานดังกล่าวมีแฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของทั้งคู่ โดยนักแสดงทั้งสองได้กล่าวขอบคุณฐานแฟนคลับที่คอยสนับสนุนมาตั้งแต่ผลงานก่อนหน้านี้

ในระหว่างงาน ทั้งคู่ได้พูดคุยถึงบทบาทในซีรีส์เรื่องใหม่นี้ โดยระบุว่าพวกเธอได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่และฉีกบทบาทเดิมๆ โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนที่ทั้งคู่เผยว่ามีความเข้มข้นและจัดเต็มเป็นพิเศษ ทั้งนี้ 'PLS Love รักได้ไหม' มีกำหนดออกอากาศตอนแรกในวันที่ 11 กันยายน 2569 ทางช่อง 3 (กด 33)

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการบันเทิงไทย ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองในภูมิทัศน์สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของซีรีส์แนว 'ยูริ' (GL) ในสื่อกระแสหลัก แม้นักแสดงจะยืนยันถึงความเข้มข้นของฉากเลิฟซีนแล้ว แต่ผู้ชมคงต้องรอชมการออกอากาศจริงเพื่อติดตามเนื้อเรื่องต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนตอนทั้งหมดหรือช่องทางการรับชมผ่านสตรีมมิ่งในต่างประเทศอย่างเป็นทางการในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:37 UTC

โครงการพระราชดำริในเพชรบุรีมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

โครงการพระราชดำริในเพชรบุรีมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ทางการไทยกำลังเดินหน้าโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

โครงการพระราชดำริในเพชรบุรีมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

แหล่งข่าวเดียว
โครงการพระราชดำริในเพชรบุรีมุ่งเน้นการฟื้นฟูป่าและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ทางการไทยกำลังเดินหน้าโครงการพระราชดำริในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมที่ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพระราชดำริ 'หุบกะพง-ห้วยทรายใต้' โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุม

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand จุดเน้นสำคัญของโครงการคือการพัฒนาพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ โดยกรมป่าไม้ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าและปรับปรุงภูมิทัศน์ท้องถิ่น ส่วนประกอบสำคัญของความพยายามนี้คือการปลูกไม้ป่าหลากสีสัน 12 ชนิด เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ยั่งยืน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในจังหวัดเพชรบุรีในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างยั่งยืน แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์ระยะยาวแก่ประชาชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ ความสะดวกในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน และขอบเขตของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนันทนาการทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่งานฟื้นฟูยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:17 UTC

พระสงฆ์ถูกจับสึกหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พระสงฆ์ถูกจับสึกหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสม

พระสงฆ์รูปหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'หลวงพ่อโชติ' ถูกจับสึกและควบคุมตัวโดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พระสงฆ์ถูกจับสึกหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสม

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกจับสึกหลังมีข้อกล่าวหาเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสม

พระสงฆ์รูปหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ 'หลวงพ่อโชติ' ถูกจับสึกและควบคุมตัวโดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ระบุชื่อว่า 'หลวงพ่อโชติ' ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับสึกแล้ว โดยพระรูปดังกล่าวถูกควบคุมตัวโดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศ

รายงานระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. โดยมีการกล่าวอ้างว่าพระรูปนี้ได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมในช่วงเช้ามืดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็นโดยศิษย์คนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความบริสุทธิ์ของสถาบันทางศาสนา แม้ว่าข่าวนี้จะเน้นไปที่กรณีเฉพาะของการประพฤติตนไม่เหมาะสมของบุคคล แต่ก็ไม่ได้สะท้อนถึงแนวปฏิบัติโดยรวมของคณะสงฆ์ในประเทศ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาที่แน่ชัดและกระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมานั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงขอบเขตของข้อกล่าวหาและกระบวนการยุติธรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:56 UTC