ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนำเสนอโครงการมรดกทางวัฒนธรรมในงาน Thailand Talent Summit 2026 ✦
ความปลอดภัย ตำรวจไทยยืนยันความพร้อมด้านความปลอดภัยสำหรับการประชุม IMF-World Bank ที่กำลังจะมาถึง ✦
ความปลอดภัย สองพี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุเรือล่มที่สมุทรปราการ ✦
กีฬา ไทยเสียแชมป์เซปักตะกร้อชายในรอบ 28 ปี ✦
ความปลอดภัย นายกฯ เนปาลออกคำเตือนระดับโลกหลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ✦
กีฬา นักชกไทยฟอร์มดุ ทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เหตุการณ์ ดิว อริสรา ประกาศหมั้นกับ ไฮโซวู้ดดี้ ล่ำซำ ✦
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ทั่วไป ความกังวลเรื่องขยะพิษในเมืองพระคเณศโบราณ ✦
เศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานขีดเส้นตาย 30 วันให้โรงงานเซรามิกจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ✦
วัฒนธรรม

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนำเสนอโครงการมรดกทางวัฒนธรรมในงาน Thailand Talent Summit 2026

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนำเสนอโครงการมรดกทางวัฒนธรรมในงาน Thailand Talent Summit 2026

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้นำเสนอโครงการที่เชิดชูพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงาน Thailand Talent Summit 2026 เมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เข้าร่วมงาน Thailand Talent Summit 2026 เพื่อจัดแสดงโครงการทางวัฒนธรรมในหัวข้อ 'เส้นทางสายไหม: สายใยรักจากพระพันปีหลวง' ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การนำเสนอดังกล่าวเน้นไปที่การอนุรักษ์และส่งเสริมงานหัตถกรรมไทยแบบดั้งเดิม รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ในการบันทึกและเชิดชูโครงการทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้พระราชดำริ นิทรรศการลักษณะนี้มักจะช่วยให้เห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของผ้าไหมไทยและทักษะงานฝีมือท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ

แม้ว่าการนำเสนอในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจต่อความพยายามในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในช่วงการประชุม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการสาธารณะในอนาคตหรือการจัดแสดงถาวรของโครงการ 'สายใยรัก' นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทยสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางมหาวิทยาลัย เพื่อตรวจสอบโอกาสในการเข้าชมผลงานหรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ความปลอดภัย

ตำรวจไทยยืนยันความพร้อมด้านความปลอดภัยสำหรับการประชุม IMF-World Bank ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยยืนยันความพร้อมด้านความปลอดภัยสำหรับการประชุม IMF-World Bank ที่กำลังจะมาถึง

ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของไทยประกาศเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่สำหรับการประชุม IMF-World Bank ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่กำลังจะมาถึง โดยงานประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้มีกำหนดจัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 และจะมีตัวแทนจาก 191 ประเทศเข้าร่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสาธารณะและการประสานงานด้านโลจิสติกส์ตลอดสัปดาห์ของการประชุม แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการปิดถนนหรือผลกระทบต่อการจราจร แต่ทางตำรวจได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้แทนจากนานาชาติ

ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่จัดงานควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการตั้งจุดตรวจความปลอดภัยหรือการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อใกล้ถึงวันงาน ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบคำแนะนำการเดินทางหรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดเส้นทางของเขตควบคุมพิเศษ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ความปลอดภัย

สองพี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุเรือล่มที่สมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
สองพี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุเรือล่มที่สมุทรปราการ

เกิดเหตุเรือล่มน่าสลดใจในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้พี่น้องสองคนเสียชีวิตหลังจากเรือที่บรรทุกกระสอบทรายมาเต็มลำจมลงในคลองสำโรง

ตามรายงานจาก Thai Post เกิดเหตุสลดในคลองสำโรง ใกล้กับวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ โดยพี่น้องสองคนอายุ 17 และ 20 ปี เสียชีวิตหลังจากเรือที่พวกเขาขับขี่จมลง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับทีมกู้ภัยและนักประดาน้ำเพื่อดำเนินการค้นหา ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย คือ นายกรภพ และนายศุภกร ถูกพบหลังจากเริ่มการค้นหาประมาณหนึ่งชั่วโมง รายงานเบื้องต้นระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกใช้เพื่อขนส่งกระสอบทรายสำหรับป้องกันน้ำท่วมและบรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้หัวเรือจมและเรือล่มในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือบรรทุกน้ำหนักมากเกินไปหรือสัญจรในช่วงที่มีกิจกรรมป้องกันน้ำท่วม แม้ว่าสาเหตุเบื้องต้นดูเหมือนจะเป็นการบรรทุกน้ำหนักเกิน แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะมีการดำเนินการทางกฎระเบียบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เรือขนส่งขนาดเล็กในช่วงฤดูป้องกันน้ำท่วมนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:57 UTC

กีฬา

ไทยเสียแชมป์เซปักตะกร้อชายในรอบ 28 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสียแชมป์เซปักตะกร้อชายในรอบ 28 ปี

ทีมเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทยพ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์ให้กับมาเลเซีย ยุติสถิติครองแชมป์ยาวนาน 28 ปีในเอเชียนเกมส์

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ทีมเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทยได้เสียแชมป์ให้กับมาเลเซียด้วยคะแนน 0-2 ทีม ในประเภททีมชุด ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดการครองแชมป์ยาวนานถึง 28 ปี นับตั้งแต่การแข่งขันที่กรุงเทพฯ ในปี 1998 สำหรับมาเลเซีย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นเหรียญทองแรกในประเภทนี้ในรอบ 36 ปี นับตั้งแต่เอเชียนเกมส์ที่ปักกิ่งในปี 1990

นายกมล ตันกิมหงษ์ ผู้จัดการทีมตะกร้อชายไทย ยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่มีข้อแก้ตัว โดยระบุว่ามาเลเซียทำผลงานได้เหนือกว่าในทุกด้าน ทั้งการเสิร์ฟ การเปิด และการชงทำ โดยกล่าวว่าทีมต้องนำจุดอ่อนเหล่านี้กลับไปปรับปรุงแก้ไข

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรม เนื่องจากเซปักตะกร้อเป็นกีฬาที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติอย่างมาก ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับอนาคตของทีมชาติ แม้จะเสียแชมป์ในประเภททีมชุดไปแล้ว แต่ทัพนักกีฬาไทยยังคงมุ่งมั่นในการแข่งขันประเภททีมเดี่ยวที่กำลังจะมาถึง โดยตั้งเป้าคว้าเหรียญทองให้ได้ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าทีมงานผู้ฝึกสอนจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไรในการแข่งขันที่เหลือเพื่อทวงคืนความได้เปรียบในการแข่งขันกลับมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:56 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ เนปาลออกคำเตือนระดับโลกหลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เนปาลออกคำเตือนระดับโลกหลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่

นายกรัฐมนตรีเนปาลระบุว่าเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นคำเตือนถึงชาวโลกเรื่องภาวะโลกร้อน พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติบริจาคเงินช่วยเหลือ

ตามรายงานจาก Matichon Online นายกรัฐมนตรีเนปาลได้กล่าวต่อประชาคมระหว่างประเทศหลังจากเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประเทศ โดยผู้นำเนปาลได้อธิบายว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้เป็นคำเตือนที่ชัดเจนถึงประชากรโลกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง รัฐบาลเนปาลได้ออกคำร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนความพยายามในการฟื้นฟูและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาค สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศในเอเชียใต้ที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังเนปาลหรือพื้นที่ภูเขาโดยรอบควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและดินถล่มอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายทางเศรษฐกิจและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยัน องค์กรระหว่างประเทศกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดระดับความช่วยเหลือที่จำเป็น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยล่าสุดจากสถานทูตและหน่วยงานท้องถิ่นก่อนตัดสินใจสรุปแผนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักชกไทยฟอร์มดุ ทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักชกไทยฟอร์มดุ ทะลุเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026

ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง และ ศักดิ์ดา รวมธรรม สองนักชกไทยโชว์ฟอร์มเยี่ยมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในการแข่งขันมวยสากลเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณ นิชิโอะ ยิมเนเซียม ประเทศญี่ปุ่น นักชกชาวไทยสองรายสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันมวยสากลเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ

ในรุ่น 54 กิโลกรัมหญิง ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง เจ้าของเหรียญทองมวยสากลเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย 2025 ขึ้นสังเวียนพบกับ ปูซาอิต ริซา นักชกจากฟิลิปปินส์ แม้คู่ต่อสู้จะพยายามบุกเข้าใส่ แต่ณัฐนิชาอาศัยจังหวะดักต่อยสวนกลับได้อย่างแม่นยำ จนเอาชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ 5-0 เสียง หลังครบ 3 ยก

ในขณะที่รุ่น 60 กิโลกรัมชาย ส.ต.อ.ศักดิ์ดา รวมธรรม นักชกจากจังหวัดหนองบัวลำภูและเจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้จากอิหร่านในรอบ 16 คนสุดท้าย ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน ผลงานดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของทีมมวยสากลทีมชาติไทยในเวทีระดับนานาชาติ การผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายถือเป็นก้าวสำคัญสู่การลุ้นเหรียญรางวัล ทั้งนี้ แฟนกีฬาควรติดตามตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบวันและเวลาของรอบถัดไป โดย Khaosod Online Thailand รายงานว่านักกีฬาทั้งสองยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นเหรียญรางวัลท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:56 UTC

เหตุการณ์

ดิว อริสรา ประกาศหมั้นกับ ไฮโซวู้ดดี้ ล่ำซำ

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศหมั้นกับ ไฮโซวู้ดดี้ ล่ำซำ

ดาราสาว ดิว อริสรา ตอบรับคำขอแต่งงานจากไฮโซ วู้ดดี้ ล่ำซำ ท่ามกลางความยินดีจากเพื่อนสนิท

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ดาราสาว ดิว อริสรา ได้ตอบรับคำขอแต่งงานจากแฟนหนุ่ม ไฮโซ วู้ดดี้ ล่ำซำ (หรือคุณพุฒิพงศ์ ล่ำซำ) อย่างเป็นทางการ โดยข่าวการหมั้นครั้งนี้ได้รับคำอวยพรจากคนในวงการบันเทิงอย่างอบอุ่น

หนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความยินดีคือเพื่อนสนิทอย่าง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ซึ่งได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกุ๊บกิ๊บแสดงความรู้สึกโล่งใจและดีใจที่เพื่อนได้พบคนดีๆ มาคอยดูแล พร้อมระบุว่ารู้สึกสบายใจที่เห็นเพื่อนอยู่ในมือที่ดี นอกจากนี้ยังได้แท็กถึง วู้ดดี้ ล่ำซำ ในสตอรี่โซเชียลมีเดียเพื่อฝากฝังให้ช่วยดูแลเพื่อนรักของเธอด้วย

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย การหมั้นครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของดาราสาวชื่อดัง แม้ว่าทั้งคู่จะประกาศข่าวการหมั้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันแต่งงานหรือแผนการในอนาคตยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีการหรือประกาศอย่างเป็นทางการน่าจะมีการเปิดเผยโดยทั้งคู่ผ่านช่องทางส่วนตัวในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:56 UTC

การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ทั่วไป

ความกังวลเรื่องขยะพิษในเมืองพระคเณศโบราณ

แหล่งข่าวเดียว
ความกังวลเรื่องขยะพิษในเมืองพระคเณศโบราณ

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมลพิษจากขยะอุตสาหกรรมที่คุกคามความสมบูรณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองพระคเณศโบราณ

ตามรายงานจาก Matichon Online มีความตื่นตระหนกเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของขยะอุตสาหกรรมที่มีต่อเมืองพระคเณศโบราณ บทความระบุว่าวัสดุอันตรายจากแหล่งอุตสาหกรรมกำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกของพื้นที่ในระยะยาวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณโดยรอบ การมีอยู่ของมลพิษทางอุตสาหกรรมใกล้กับสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องแหล่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ในขั้นตอนนี้ ขนาดที่แน่ชัดของการปนเปื้อนและแหล่งที่มาทางอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบยังคงต้องได้รับการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังวางแผนมาตรการบรรเทาผลกระทบเร่งด่วนใดๆ หรือไม่ เพื่อจัดการกับภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ผู้ที่สนใจสถานะของสถานที่ดังกล่าวควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและกรมศิลปากรเพื่อขอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:55 UTC

เศรษฐกิจ

กระทรวงแรงงานขีดเส้นตาย 30 วันให้โรงงานเซรามิกจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงแรงงานขีดเส้นตาย 30 วันให้โรงงานเซรามิกจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย

กระทรวงแรงงานไทยสั่งให้โรงงานเซรามิกแห่งหนึ่งจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายและเงินชดเชยรวมกว่า 2 ล้านบาทให้แก่แรงงาน 252 คนภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงแรงงานได้เข้าแทรกแซงข้อพิพาทแรงงานที่เกิดขึ้นในโรงงานผลิตเซรามิกแห่งหนึ่ง โดยนายพิพัฒน์ชัย โฆษกกระทรวงแรงงานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายบริหารของโรงงานจ่ายเงินค่าจ้างค้างจ่ายและเงินชดเชยรวมกว่า 2 ล้านบาทให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจำนวน 252 คน

กระทรวงแรงงานได้กำหนดเส้นตายที่เข้มงวดภายใน 30 วันเพื่อให้บริษัทปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงินดังกล่าว โดยตัวแทนจากกระทรวงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบให้แน่ใจว่าแรงงานจะได้รับค่าชดเชยตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของรัฐบาลในการบังคับใช้มาตรฐานแรงงานและปกป้องสิทธิของลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรม แม้ว่าขณะนี้กระทรวงจะอยู่ระหว่างการกำกับดูแลกระบวนการดังกล่าว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 30 วันของทางโรงงาน ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทจะสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนดเวลาหรือไม่ หรือจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงาน ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสิทธิแรงงานหรือความสัมพันธ์ทางอุตสาหกรรมในประเทศไทยควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับทราบความคืบหน้าของกรณีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:56 UTC

สุนัขทรงเลี้ยง “MI6-นาตาชา” ฝึกฝนทักษะพิเศษเตรียมสอบมาตรฐานสากล
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สุนัขทรงเลี้ยง “MI6-นาตาชา” ฝึกฝนทักษะพิเศษเตรียมสอบมาตรฐานสากล

เจเศรษฐ์ ผู้ดูแลสุนัขทรงเลี้ยง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการฝึกฝนของ “MI6” และ “นาตาชา” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบมาตรฐานสากล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สุนัขทรงเลี้ยง “MI6-นาตาชา” ฝึกฝนทักษะพิเศษเตรียมสอบมาตรฐานสากล

แหล่งข่าวเดียว
สุนัขทรงเลี้ยง “MI6-นาตาชา” ฝึกฝนทักษะพิเศษเตรียมสอบมาตรฐานสากล

เจเศรษฐ์ ผู้ดูแลสุนัขทรงเลี้ยง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการฝึกฝนของ “MI6” และ “นาตาชา” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบมาตรฐานสากล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เจเศรษฐ์ได้เปิดเผยถึงการฝึกฝนสุนัขทรงเลี้ยง “MI6” และ “นาตาชา” โดยเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สุนัขผ่านเกณฑ์มาตรฐานขององค์การสุนัขกู้ภัยนานาชาติ (IRO)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมีระเบียบวินัยและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในการฝึกสุนัขที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้รายงานจะยืนยันว่าสุนัขทั้งสองตัวกำลังอยู่ในระหว่างการฝึกฝน แต่ยังไม่มีการระบุตารางเวลาที่แน่ชัดสำหรับการสอบวัดระดับหรือบทบาทหน้าที่เฉพาะที่จะได้รับมอบหมายหลังจบการฝึก เนื่องจากสุนัขเหล่านี้เป็นที่สนใจของสาธารณชน ความคืบหน้าของพวกมันจึงถือเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในระดับชาติ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการประเมินของ IRO ยังคงต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:11 UTC

เปิดตำนาน 'หลวงพ่ออิฏฐ์' ผู้อยู่เบื้องหลังความศรัทธา 'ท้าวเวสสุวรรณ' แห่งอัมพวา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เปิดตำนาน 'หลวงพ่ออิฏฐ์' ผู้อยู่เบื้องหลังความศรัทธา 'ท้าวเวสสุวรรณ' แห่งอัมพวา

Matichon Online นำเสนอประวัติของหลวงพ่ออิฏฐ์ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความศรัทธาต่อท้าวเวสสุวรรณในจังหวัดสมุทรสงคราม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เปิดตำนาน 'หลวงพ่ออิฏฐ์' ผู้อยู่เบื้องหลังความศรัทธา 'ท้าวเวสสุวรรณ' แห่งอัมพวา

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตำนาน 'หลวงพ่ออิฏฐ์' ผู้อยู่เบื้องหลังความศรัทธา 'ท้าวเวสสุวรรณ' แห่งอัมพวา

Matichon Online นำเสนอประวัติของหลวงพ่ออิฏฐ์ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความศรัทธาต่อท้าวเวสสุวรรณในจังหวัดสมุทรสงคราม

สัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณแห่งสมุทรสงคราม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ได้มีการนำเสนอเรื่องราวชีวิตและผลงานของหลวงพ่ออิฏฐ์ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บทความดังกล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของท่านในฐานะบุคคลสำคัญในการพัฒนาวัดและอิทธิพลที่มีต่อการแพร่หลายของการบูชาท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเป็นเทพแห่งความมั่งคั่งและการปกป้องคุ้มครอง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย วัดจุฬามณีได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่สำคัญ ความพยายามของหลวงพ่ออิฏฐ์ได้เปลี่ยนวัดให้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้ที่แสวงหาความเป็นสิริมงคลและความมั่นคงทางจิตใจ การเข้าใจประวัติความเป็นมาของผู้นำวัดช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับบริบทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเมื่อได้ชมพิธีกรรมอันวิจิตรและรูปปั้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกำหนดชื่อเสียงของสถานที่แห่งนี้ในฐานะศูนย์รวมศรัทธาในปัจจุบัน

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ารายงานดังกล่าวจะให้ภาพรวมทางชีวประวัติของหลวงพ่ออิฏฐ์ตั้งแต่สมัยเป็นศิษย์จนถึงการเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน แต่เนื้อหาทำหน้าที่เป็นเพียงข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น ผู้อ่านควรทราบว่าบทความมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จในอดีตและการสร้างสถานะปัจจุบันของวัด รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวัดหรือการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากวัดจุฬามณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:11 UTC

บาริสต้าจากมาเลเซียคว้าแชมป์ CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

บาริสต้าจากมาเลเซียคว้าแชมป์ CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026

บาริสต้าจากประเทศมาเลเซียคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขัน CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship ครบรอบ 10 ปี ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

บาริสต้าจากมาเลเซียคว้าแชมป์ CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026

แหล่งข่าวเดียว
บาริสต้าจากมาเลเซียคว้าแชมป์ CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026

บาริสต้าจากประเทศมาเลเซียคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขัน CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship ครบรอบ 10 ปี ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online การแข่งขัน CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยเป็นการฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษของการแข่งขันระดับโลกรายการนี้ ซึ่งเน้นย้ำถึงความแม่นยำและความรวดเร็วของบาริสต้ามืออาชีพ โดยผู้เข้าแข่งขันจากประเทศมาเลเซียสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของประเทศในฐานะศูนย์กลางของวัฒนธรรมกาแฟระดับนานาชาติและการฝึกอบรมบาริสต้ามืออาชีพ การแข่งขันนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีในการแสดงทักษะระดับสูงทั้งในด้านศิลปะบนฟองนม (Latte Art) และการเตรียมกาแฟที่เน้นความรวดเร็ว ซึ่งดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วโลกให้เข้ามาในภูมิภาคนี้

แม้ว่างานจะประสบความสำเร็จในการฉลองครบรอบ 10 ปี แต่รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอันดับของผู้เข้าแข่งขันท่านอื่นหรือจำนวนผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศทั้งหมด ผู้ที่สนใจในวงการกาแฟมืออาชีพสามารถรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจาก CP-Meiji เกี่ยวกับเทคนิคเฉพาะที่ผู้ชนะนำเสนอ รวมถึงผลกระทบของการแข่งขันในปีนี้ที่มีต่ออุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่น ในขณะนี้การแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว และความสนใจกำลังเปลี่ยนไปสู่การดูว่ามาตรฐานระดับโลกเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อร้านกาแฟและโปรแกรมการฝึกอบรมในท้องถิ่นทั่วประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 12:10 UTC

กระทรวงทรัพยากรฯ ส่งมอบไม้จันทน์หอมเพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงทรัพยากรฯ ส่งมอบไม้จันทน์หอมเพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ส่งมอบไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้แก่กระทรวงวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กระทรวงทรัพยากรฯ ส่งมอบไม้จันทน์หอมเพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ส่งมอบไม้จันทน์หอมเพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ส่งมอบไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้แก่กระทรวงวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมที่เก็บเกี่ยวจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม ตามรายงานของ Thai Post ไม้จันทน์หอมนี้มีไว้สำหรับการจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมการสำหรับพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้น การใช้ไม้จันทน์หอมจากกุยบุรีเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สงวนไว้สำหรับพระราชพิธีพระศพชั้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง ผู้มาเยือนควรทราบว่าในขณะที่ประเทศกำลังเตรียมการสำหรับพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ อาจมีช่วงเวลาของการไว้ทุกข์ระดับชาติหรือการปรับเปลี่ยนตารางเวลาของสถานที่สาธารณะ แม้ว่าการส่งมอบวัสดุจะเป็นขั้นตอนที่ได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศกำหนดการพระราชพิธีหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการปิดสถานที่หรือระเบียบปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางหรือกิจกรรมสาธารณะต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:35 UTC

องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในนราธิวาสและปัตตานี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในนราธิวาสและปัตตานี

องคมนตรีได้มอบถุงพระราชทานให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในนราธิวาสและปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในนราธิวาสและปัตตานี

องคมนตรีได้มอบถุงพระราชทานให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 องคมนตรีได้เดินทางไปยังจังหวัดนราธิวาสและปัตตานีเพื่อเชิญถุงพระราชทานไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ แม้การมอบความช่วยเหลือจะเป็นการแสดงออกทางมนุษยธรรม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าภูมิภาคนี้ยังคงมีความไม่สงบเกิดขึ้นเป็นระยะ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดนราธิวาสหรือปัตตานีควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ รายงานดังกล่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้รับความช่วยเหลือที่แน่ชัด หรือเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงที่เป็นสาเหตุของการมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวของความท้าทายด้านความมั่นคงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางในพื้นที่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหมั่นสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ชายแดนภาคใต้เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:30 UTC

กรมศิลปากรรับมอบไม้จันทน์หอมเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมศิลปากรรับมอบไม้จันทน์หอมเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

กรมศิลปากรได้รับมอบไม้จันทน์หอมอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปใช้ในการจัดสร้างพระโกศสำหรับงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมศิลปากรรับมอบไม้จันทน์หอมเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

แหล่งข่าวเดียว
กรมศิลปากรรับมอบไม้จันทน์หอมเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

กรมศิลปากรได้รับมอบไม้จันทน์หอมอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปใช้ในการจัดสร้างพระโกศสำหรับงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการรับมอบไม้จันทน์หอมอย่างเป็นทางการ โดยไม้จันทน์หอมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการจัดสร้างพระโกศเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมการสำหรับงานพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ประเทศกำลังเตรียมการสำหรับพิธีดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรทราบว่าอาจมีช่วงเวลาที่มีกิจกรรมหนาแน่นหรือมีการปรับเปลี่ยนตารางเวลาสาธารณะชั่วคราวในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่สำคัญหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการ ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นด้วยความเคารพ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่เฉพาะในช่วงเวลานี้

แม้ว่าการรับมอบไม้จันทน์หอมจะเป็นการยืนยันว่าขั้นตอนการจัดสร้างพระโกศกำลังดำเนินไป แต่รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพนั้น ยังไม่มีการสรุปหรือประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบกำหนดการที่ยืนยันแล้ว รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจกรรมสาธารณะหรือการเดินทางในระหว่างที่การเตรียมการพระราชพิธียังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:30 UTC

การสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์แก่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
วัฒนธรรม ได้รับการยืนยัน

การสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์แก่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้แทนพระองค์เชิญอาหารและอุปกรณ์กีฬาพระราชทานมอบแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์แก่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ได้รับการยืนยัน
การสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์แก่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้แทนพระองค์เชิญอาหารและอุปกรณ์กีฬาพระราชทานมอบแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นประธานในพิธีเชิญอาหารและอุปกรณ์กีฬาพระราชทานมอบให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการภายใต้พระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กิจกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างต่อเนื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการสนับสนุนสถาบันการศึกษาและส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านการกีฬา แม้ว่ากิจกรรมนี้จะมุ่งเน้นไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการสนับสนุนของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มุ่งเน้นสวัสดิภาพของชุมชนท้องถิ่นและการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหมู่นักเรียน

เนื่องจากเป็นการส่งมอบในพิธีการเฉพาะกิจ จึงยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของการบริจาคครั้งนี้ต่อหลักสูตรหรือโครงการกีฬาในอนาคตของโรงเรียน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้กิจกรรมนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนชุมชนในภูมิภาค แต่ก็ยังคงเป็นโครงการเฉพาะพื้นที่ ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์ในเขตพื้นที่อื่นในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:16 UTC

ละครเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' ออกอากาศต่อเนื่องทางช่องวัน31
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ละครเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' ออกอากาศต่อเนื่องทางช่องวัน31

ละครไทยเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง โดยนำเสนอเรื่องราวลึกลับในวัดท้องถิ่นและความท้าทายของทีมวอลเลย์บอลประจำหมู่บ้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ละครเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' ออกอากาศต่อเนื่องทางช่องวัน31

แหล่งข่าวเดียว
ละครเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' ออกอากาศต่อเนื่องทางช่องวัน31

ละครไทยเรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง โดยนำเสนอเรื่องราวลึกลับในวัดท้องถิ่นและความท้าทายของทีมวอลเลย์บอลประจำหมู่บ้าน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ละครโทรทัศน์เรื่อง 'นักตบวัดโคกปัง' ยังคงออกอากาศต่อเนื่องทางช่องวัน31 ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 17 กันยายน 2569 เนื้อเรื่องเน้นไปที่หมู่บ้านโคกปัง ซึ่งตัวละครกำนันแมน (รับบทโดย ต้น อธิวัฒน์) เริ่มเข้ามาวนเวียนที่วัดในท้องถิ่นบ่อยครั้ง พฤติกรรมนี้ทำให้ครูใหญ่สันติ (แท่ง ศักดิ์สิทธิ์) และหลวงพ่อศร (รอง เค้ามูลคดี) มั่นใจว่าเขากำลังตามหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมสื่อไทย ละครเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของชุมชนชนบทและความขัดแย้งระหว่างบุคคล นอกเหนือจากความลึกลับในวัดแล้ว เนื้อเรื่องยังติดตาม 'ทีมนักตบบ้านโคกปัง' ที่กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่ไม่คาดคิดระหว่างการฝึกซ้อม ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดส่วนตัวก็เพิ่มขึ้นเมื่อตัวละครพาฝัน (จีจี้ ณัฐกุล) แสดงความไม่พอใจต่อการมาถึงของครูแนะแนวคนใหม่ ลิน (พิม พิมพ์ลภัส) ซึ่งเริ่มตีสนิทกับตัวละครสายฟ้า (ก้อง วิทยา)

เมื่อละครดำเนินต่อไป ผู้ชมจะได้ทราบถึงธรรมชาติของสิ่งที่กำนันแมนกำลังตามหา และอุปสรรคเฉพาะที่ทีมวอลเลย์บอลต้องเอาชนะ โดยละครจะออกอากาศทุกวันเวลา 19.00 น. ความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนาคตของทีมและความลับของวัดยังคงต้องติดตามในการออกอากาศตอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:13 UTC

บอย ท่าพระจันทร์ ชี้แจงประเด็นดราม่าหลังโซเชียลโยงคลิปไลฟ์สดกับวัดดัง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

บอย ท่าพระจันทร์ ชี้แจงประเด็นดราม่าหลังโซเชียลโยงคลิปไลฟ์สดกับวัดดัง

บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันไม่เคยขอสร้างวัตถุมงคลกับวัดที่เป็นประเด็นในขณะนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

บอย ท่าพระจันทร์ ชี้แจงประเด็นดราม่าหลังโซเชียลโยงคลิปไลฟ์สดกับวัดดัง

แหล่งข่าวเดียว
บอย ท่าพระจันทร์ ชี้แจงประเด็นดราม่าหลังโซเชียลโยงคลิปไลฟ์สดกับวัดดัง

บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันไม่เคยขอสร้างวัตถุมงคลกับวัดที่เป็นประเด็นในขณะนี้

ชี้แจงกรณีคลิปไวรัล

นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ 'บอย ท่าพระจันทร์' เซียนพระชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากมีคลิปวิดีโอจากการไลฟ์สดของเขาถูกนำไปแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย โดยในคลิปดังกล่าว บอยได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการไปเยือนวัดแห่งหนึ่งเพียงครั้งเดียวและจะไม่กลับไปอีก พร้อมเปรียบเทียบเหตุการณ์กับบุคคลที่ชื่อ 'โชติ'

การตอบรับจากสาธารณะ

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตได้พยายามเชื่อมโยงคำพูดของเขากับวัดหลายแห่งที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ บอยจึงได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า เขาไม่ได้ระบุชื่อวัดหรือหลวงพ่อท่านใดในการไลฟ์สด และขอความกรุณาอย่าเชื่อมโยงคำพูดของเขากับประเด็นดราม่าที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าตนไม่เคยไปขอสร้างวัตถุมงคลกับวัดที่กำลังถูกพูดถึงในสื่อแต่อย่างใด

ข้อแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมไทยและวงการพระเครื่อง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสังคมต่อกิจกรรมภายในวัดและอิทธิพลของบุคคลในโซเชียลมีเดียที่มีต่อความคิดเห็นของสาธารณชน แม้ว่าตลาดพระเครื่องจะเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ในขณะนี้มีความอ่อนไหวสูง ทั้งนี้ ยังคงต้องรอความชัดเจนว่าเหตุการณ์หรือสถานที่ที่บอยกล่าวถึงนั้นคือที่ใด เนื่องจากเจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการด่วนสรุป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:16 UTC

5 มหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับ กทม. จัดงานเทศกาลวัฒนธรรม “วิถีเสน่ห์ วัง คลอง ตลาด”
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

5 มหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับ กทม. จัดงานเทศกาลวัฒนธรรม “วิถีเสน่ห์ วัง คลอง ตลาด”

กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้น ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อนำเสนอมรดกริมน้ำของกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

5 มหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับ กทม. จัดงานเทศกาลวัฒนธรรม “วิถีเสน่ห์ วัง คลอง ตลาด”

แหล่งข่าวเดียว
5 มหาวิทยาลัยราชภัฏร่วมกับ กทม. จัดงานเทศกาลวัฒนธรรม “วิถีเสน่ห์ วัง คลอง ตลาด”

กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้น ณ วัดกัลยาณมิตร เพื่อนำเสนอมรดกริมน้ำของกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 12-13 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏ 5 แห่ง ได้แก่ จันทรเกษม, บ้านสมเด็จเจ้าพระยา, สวนสุนันทา, พระนคร และธนบุรี ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมในชื่อ “วิถีเสน่ห์ วัง คลอง ตลาด” ณ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand งานเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมริมฝั่งน้ำของกรุงเทพฯ โดยเน้นย้ำถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อาหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวัง คลอง และตลาด เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตั้งถิ่นฐานของเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพรรณี ปลัดศรีช่วย คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่าเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือนี้คือการอนุรักษ์และเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานนี้ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างทางน้ำของกรุงเทพฯ กับการพัฒนาเมือง แม้ว่าเทศกาลนี้จะเป็นเวทีสำหรับการชื่นชมวัฒนธรรมและการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสถาบันการศึกษาเหล่านี้จะมีแนวทางในการรักษาความต่อเนื่องของโครงการอนุรักษ์นี้อย่างไรในระยะยาว หรือจะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกันนี้ในย่านประวัติศาสตร์อื่นๆ ของเมืองหลวงอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:32 UTC

เคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากกุยบุรีเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระศพ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากกุยบุรีเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระศพ

เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมแปรรูปจากกุยบุรีไปยังสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากกุยบุรีเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระศพ

แหล่งข่าวเดียว
เคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมจากกุยบุรีเพื่อเตรียมการพระราชพิธีพระศพ

เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมแปรรูปจากกุยบุรีไปยังสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายไม้จันทน์หอมแปรรูปจากอำเภอกุยบุรีไปยังสำนักช่างสิบหมู่ จังหวัดนครปฐม โดยไม้ดังกล่าวถูกจัดเตรียมไว้สำหรับใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมการสำหรับพระราชพิธีระดับชาติ แม้ว่ากระบวนการขนส่งจะกำลังดำเนินการอยู่ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ากำหนดการที่แน่ชัดสำหรับพระราชพิธี รวมถึงการปิดพื้นที่สาธารณะหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรที่เกี่ยวข้องนั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นด้วยความเคารพ และติดตามประกาศจากทางราชการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเส้นทางหรือการเข้าถึงพื้นที่จัดงานในขณะที่การเตรียมการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ กำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการเสร็จสิ้นการเตรียมการพระราชพิธีและวันเวลาสำหรับพิธีการสุดท้ายนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากสำนักพระราชวัง ผู้ที่อยู่ในประเทศควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าเหตุการณ์สำคัญระดับชาตินี้อาจส่งผลต่อกิจกรรมในท้องถิ่นหรือการเดินทางในภูมิภาคอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาในสองจังหวัดชายฝั่งทะเล

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาในสองจังหวัดชายฝั่งทะเล

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาสถานีอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สถานีเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำในภูมิภาค การตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือเหล่านี้ทำงานได้อย่างถูกต้องเป็นเป้าหมายของกรมฯ เพื่อรักษาความแม่นยำในการเก็บข้อมูล ซึ่งจำเป็นต่อการบริหารจัดการน้ำและการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชายฝั่งเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานบำรุงรักษานี้ถือเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานตามปกติ แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แต่ความน่าเชื่อถือของสถานีเหล่านี้มีความสำคัญต่อความแม่นยำในระยะยาวของการพยากรณ์อากาศและระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมในภูมิภาคอ่าวไทย ข้อมูลที่แม่นยำจากสถานีเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศได้อย่างทันท่วงที ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่ง

ในขณะนี้ กรมฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการอัปเกรดอุปกรณ์หรือการเปลี่ยนแปลงตารางการรายงานข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบเหล่านี้ ทั้งนี้ การอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของสถานีเหล่านี้หรือผลกระทบในวงกว้างต่อการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:58 UTC

ต้นสนยักษ์โค่นล้มที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ต้นสนยักษ์โค่นล้มที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ต้นสนอายุ 61 ปีล้มลงบริเวณเชิงบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ต้นสนยักษ์โค่นล้มที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

แหล่งข่าวเดียว
ต้นสนยักษ์โค่นล้มที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ต้นสนอายุ 61 ปีล้มลงบริเวณเชิงบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 ต้นสนขนาดใหญ่ที่มีอายุประมาณ 61 ปี ได้หักโค่นลงอย่างกะทันหันบริเวณเชิงบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับทางเข้า ส่งผลให้กิ่งไม้และเศษไม้กระจายไปทั่วบริเวณ แม้ว่าต้นไม้จะล้มเฉียดร้านค้าริมทางไปอย่างหวุดหวิด แต่มีรถสี่ล้อแดงในพื้นที่ได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น คนงานของวัด และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เร่งเข้าเคลียร์พื้นที่และเปิดทางให้ประชาชนสามารถสัญจรขึ้นลงบันไดวัดได้ตามปกติ ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยแจ้งความกังวลเกี่ยวกับสภาพของต้นไม้ดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นของคนในพื้นที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของต้นไม้ขนาดใหญ่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธรรมชาติในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการเคลียร์เพื่อเปิดทางแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ได้นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของต้นไม้ขนาดใหญ่รอบแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานระดับจังหวัดจะมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระเบียบการดูแลรักษาต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:15 UTC

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดทำคอนเทนต์ล้อเลียน ‘สมีโชติ’ ชี้ศรัทธาชาวพุทธไม่ใช่ต้นทุนความบันเทิง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดทำคอนเทนต์ล้อเลียน ‘สมีโชติ’ ชี้ศรัทธาชาวพุทธไม่ใช่ต้นทุนความบันเทิง

คณะกรรมาธิการการศาสนาของไทยได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการนำอดีตพระสงฆ์ที่เป็นประเด็นฉาวอย่าง 'สมีโชติ' มาใช้เพื่อความบันเทิงบนสื่อสังคมออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดทำคอนเทนต์ล้อเลียน ‘สมีโชติ’ ชี้ศรัทธาชาวพุทธไม่ใช่ต้นทุนความบันเทิง

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ศาสนา เตือนหยุดทำคอนเทนต์ล้อเลียน ‘สมีโชติ’ ชี้ศรัทธาชาวพุทธไม่ใช่ต้นทุนความบันเทิง

คณะกรรมาธิการการศาสนาของไทยได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการนำอดีตพระสงฆ์ที่เป็นประเด็นฉาวอย่าง 'สมีโชติ' มาใช้เพื่อความบันเทิงบนสื่อสังคมออนไลน์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมาธิการการศาสนาได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนยุติการสร้างคอนเทนต์ล้อเลียนอดีตเจ้าอาวาสที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' โดยคณะกรรมาธิการเน้นย้ำว่าศรัทธาในพุทธศาสนาไม่ควรถูกนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อความบันเทิงหรือเป็นหัวข้อสำหรับการล้อเลียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับบุคคลทางศาสนา และการบรรจบกันระหว่างวัฒนธรรมดิจิทัลกับค่านิยมดั้งเดิม แม้ว่ากระแสในสื่อสังคมออนไลน์มักจะฉวยโอกาสจากประเด็นอื้อฉาวที่กำลังเป็นไวรัล แต่ท่าทีของคณะกรรมาธิการถือเป็นการเตือนใจว่าการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทางศาสนายังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมไทย การแทรกแซงของคณะกรรมาธิการสะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างที่จะรักษาความเหมาะสมในประเด็นทางศาสนา แม้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะถูกสึกหรือตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมก็ตาม

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำเตือนนี้จะนำไปสู่มาตรการทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่อผู้สร้างคอนเทนต์หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้คณะกรรมาธิการจะแสดงจุดยืนแล้ว แต่ขอบเขตทางกฎหมายเกี่ยวกับการล้อเลียนและบุคคลทางศาสนาในพื้นที่ดิจิทัลยังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันในสังคม นักท่องเที่ยวควรคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเมื่อมีส่วนร่วมหรือแชร์คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางศาสนา เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมกับการไม่ให้เกียรติมักถูกมองผ่านมุมมองทางวัฒนธรรมที่เคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:56 UTC

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดนำเรื่องศาสนามาทำคอนเทนต์ล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดนำเรื่องศาสนามาทำคอนเทนต์ล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย

คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ออกคำเตือนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการนำบุคคลทางศาสนามาทำคอนเทนต์ที่ล่อแหลมบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากมีกรณีอื้อฉาวเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กมธ.ศาสนา เตือนหยุดนำเรื่องศาสนามาทำคอนเทนต์ล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งข่าวเดียว
กมธ.ศาสนา เตือนหยุดนำเรื่องศาสนามาทำคอนเทนต์ล้อเลียนบนโซเชียลมีเดีย

คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ออกคำเตือนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการนำบุคคลทางศาสนามาทำคอนเทนต์ที่ล่อแหลมบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากมีกรณีอื้อฉาวเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการนำกรณีอื้อฉาวของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์มาใช้เป็นเนื้อหาเพื่อความบันเทิงออนไลน์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ทางคณะกรรมาธิการได้แสดงความกังวลต่อบุคคลที่สร้างคอนเทนต์ในลักษณะสองแง่สองง่ามหรือล้อเลียน รวมถึงการแต่งกายเลียนแบบและการแสดงที่ไม่เหมาะสม เพื่อเรียกยอดไลก์และยอดแชร์บนสื่อสังคมออนไลน์

นางธิวัลรัตน์เน้นย้ำว่า แม้บุคคลอาจประพฤติตนผิดพลาด แต่พระพุทธศาสนาไม่ควรถูกนำมาล้อเลียน เธอขอให้ประชาชนคำนึงถึงผลกระทบของคอนเทนต์ดังกล่าวต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน โดยระบุว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดูหมิ่นสัญลักษณ์หรือสถาบันทางศาสนาได้ ทางคณะกรรมาธิการเตือนว่าการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความต้องการชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ อาจนำไปสู่การสร้างความสะเทือนใจและอาจมีผลทางกฎหมายตามมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อพระพุทธศาสนาในที่สาธารณะ การมีส่วนร่วมหรือการแชร์คอนเทนต์ที่ล้อเลียนบุคคลหรือสัญลักษณ์ทางศาสนาอาจถูกมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างร้ายแรง และอาจนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมหรือการตรวจสอบทางกฎหมาย ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะมีมาตรการตรวจสอบหรือลงโทษอย่างไร เนื่องจากคำแถลงของคณะกรรมาธิการในขณะนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:17 UTC

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของไทย: มรดกของหลวงพ่อปลอด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของไทย: มรดกของหลวงพ่อปลอด

ภาพรวมความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการออกแบบเหรียญรูปทรงเตารีดปี 2558 ของ 'หลวงพ่อปลอด' จากวัดหนองหม้อ จังหวัดนครสวรรค์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของไทย: มรดกของหลวงพ่อปลอด

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจวัฒนธรรมเครื่องรางของไทย: มรดกของหลวงพ่อปลอด

ภาพรวมความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการออกแบบเหรียญรูปทรงเตารีดปี 2558 ของ 'หลวงพ่อปลอด' จากวัดหนองหม้อ จังหวัดนครสวรรค์

ประเพณีเครื่องรางในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กลุ่มนักนิยมสะสมเครื่องรางของไทยยังคงให้ความสำคัญกับเหรียญรูปทรงเตารีดปี 2558 ของ 'หลวงพ่อปลอด' (พระครูนิวิฐพรหมคุณ) วัตถุมงคลเหล่านี้ถูกจัดสร้างขึ้นโดยหลวงพ่อที่วัดหนองหม้อ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อระดมทุนซื้อที่ดินให้วัดหนองหม้อ

การออกแบบและความสำคัญ

เหรียญดังกล่าวมีความโดดเด่นด้วยรูปทรงแบบ 'เตารีด' ซึ่งไม่มีหูห่วงสำหรับคล้องคอ ด้านหน้าเป็นรูปนูนหลวงพ่อปลอดในท่านั่งสมาธิ ส่วนด้านหลังมีพระคาถา 'ไตรสรณคมน์' และจารึกข้อความระบุวัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง เหรียญเหล่านี้ผ่านการปลุกเสกเดี่ยวโดยหลวงพ่อปลอดตลอดไตรมาส ตามด้วยพิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการก่อนเปิดให้เช่าบูชา

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เครื่องรางเหล่านี้เป็นมากกว่าวัตถุทางศาสนา แต่เป็นหน้าต่างสู่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของการพัฒนาวัดและประเพณีการทำบุญผ่านวัตถุมงคลที่หยั่งรากลึก แม้ว่าเหรียญเหล่านี้จะยังคงเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสม แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าตลาดเครื่องรางนั้นกว้างขวางและซับซ้อน ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าเหรียญรุ่นปี 2558 นี้ยังคงเหลือหมุนเวียนอยู่จำนวนเท่าใด หรือมีวางจำหน่ายผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือในปัจจุบันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:57 UTC

รำลึกถึงหลวงพ่อขัน: มรดกทางจิตวิญญาณแห่งเมืองราชบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกถึงหลวงพ่อขัน: มรดกทางจิตวิญญาณแห่งเมืองราชบุรี

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและเส้นทางธรรมของหลวงพ่อขัน พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งจังหวัดราชบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกถึงหลวงพ่อขัน: มรดกทางจิตวิญญาณแห่งเมืองราชบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกถึงหลวงพ่อขัน: มรดกทางจิตวิญญาณแห่งเมืองราชบุรี

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและเส้นทางธรรมของหลวงพ่อขัน พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งจังหวัดราชบุรี

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชีวิตของหลวงพ่อขัน (พระอธิการขัน พุทธญาโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระตะโก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ถือเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่น ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2409 ที่ อ.โพธาราม เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 10 คน ท่านอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2430 ที่วัดบ้านสิงห์ โดยศึกษาเล่าเรียนวิชาจากบิดาซึ่งเป็นพระภิกษุเช่นกัน

ตลอดชีวิตของท่าน หลวงพ่อขันเป็นที่รู้จักในด้านความมุ่งมั่นในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและการแสวงหาความรู้ทางธรรม ท่านมักออกธุดงค์เพื่อศึกษาเล่าเรียนกับพระเกจิอาจารย์หลายรูป จนกระทั่งราวปี พ.ศ. 2450 ท่านได้เดินทางมาถึงบ้านสระตะโก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เงียบสงบและเหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้ปักกลดพำนักอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจประวัติของพระเกจิอาจารย์ท้องถิ่นอย่างหลวงพ่อขันช่วยให้เห็นภาพรวมของประเพณีทางจิตวิญญาณที่หล่อหลอมชุมชนในชนบทของไทย มรดกของท่านมักเกี่ยวข้องกับวัตถุมงคลซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สะสมและผู้ศรัทธา แม้ว่าประวัติความเป็นมาและเส้นทางธรรมของท่านจะได้รับการบันทึกไว้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการอนุรักษ์สถานที่ปฏิบัติธรรมดั้งเดิมหรือขอบเขตคำสอนทั้งหมดของท่านยังคงเป็นหัวข้อสำหรับการศึกษาค้นคว้าและการสำรวจทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:57 UTC

กองทัพเรือไทยเผชิญการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือไทยเผชิญการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

พล.อ.อ.มานัต ได้ยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยอย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความโปร่งใสและการปรับเปลี่ยนนโยบาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองทัพเรือไทยเผชิญการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือไทยเผชิญการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกต

พล.อ.อ.มานัต ได้ยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทยอย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความโปร่งใสและการปรับเปลี่ยนนโยบาย

ตามรายงานจาก Thai Post พล.อ.อ.มานัต ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทย โดยการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับการขาดการปรึกษาหารือและการปรับเปลี่ยนมูลค่าของ 'นโยบายชดเชย' (Offset Policy) ของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีรายงานว่าเพิ่มขึ้นจาก 2,250 ล้านบาท เป็น 7,000 ล้านบาท

พล.อ.อ.มานัต ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีการหารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม ในการตอบโต้เรื่องนี้ โฆษกกองทัพเรือไทยระบุว่าขณะนี้กำลังตรวจสอบเอกสารและตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ โดยย้ำว่ากองทัพเรือยังคงมั่นใจในความโปร่งใสของกระบวนการ และยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการบริหารงานภาครัฐ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อการจัดการสัญญาด้านกลาโหมขนาดใหญ่ แม้ว่ากองทัพเรือจะไม่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบนี้ แต่ได้กำหนดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะ ในขณะนี้ ความถูกต้องของกระบวนการจัดซื้อยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สตง. และคาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในการแถลงข่าวที่จะถึงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:37 UTC