ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ✦
กฎหมาย นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
กีฬา สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม ✦
เทคโนโลยี Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027 ✦
การเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดตราด ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ ยื่นฟ้องกรณีการสรรหา กสทช. ✦
ความปลอดภัย ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ✦
การเมือง

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พรรคฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศว่าพรรคกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านอ้างว่าได้รวบรวมหลักฐานสำคัญและตั้งใจที่จะมุ่งเน้นการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงอิทธิพลภายนอกที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน"

คาดว่าญัตติดังกล่าวจะถูกยื่นต่อรัฐสภาไทยอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ฝ่ายค้านยืนยันว่าข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นมีความครอบคลุมและจะท้าทายความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าขั้นตอนทางรัฐสภาเหล่านี้จะเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่อาจนำไปสู่การอภิปรายในที่สาธารณะที่เข้มข้นขึ้นหรือการชุมนุมทางการเมืองได้ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของหลักฐานและวันที่ที่แน่นอนในการยื่นต่อสภาฯ ยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการของรัฐสภาและการชุมนุมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่การอภิปรายดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

กฎหมาย

นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

นายกเทศมนตรีหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่มีกำหนดการรื้อถอน หลังจากเจ้าของอาคารได้คัดค้านโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารจำนวน 15 แห่งที่อยู่ในแผนการรื้อถอน เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนดำเนินการตามกำหนดการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการรื้อถอนต้องเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากเจ้าของอาคารที่ได้ยื่นคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าของอาคารกำลังโต้แย้งคำสั่งรื้อถอนโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์ทางกฎหมายเหนือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้แผนการของเทศบาลต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการบังคับใช้กฎหมายของเทศบาล แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงสามารถเข้าถึงได้ แต่การมีอยู่ของอาคารที่มีข้อพิพาทเหล่านี้อาจนำไปสู่การจำกัดพื้นที่ชั่วคราวหรือกิจกรรมการก่อสร้างในอนาคต ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของกระบวนการตรวจสอบกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตามกำหนดการรื้อถอนอย่างไรในระหว่างที่ข้อเรียกร้องของเจ้าของอาคารอยู่ระหว่างการพิจารณา ทางเทศบาลยังไม่ได้ประกาศกำหนดการใหม่สำหรับการรื้อถอนอาคาร และสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่หรือข้อบังคับของเทศบาลในบริเวณใกล้เคียง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายภราดรและนายเอกนิติ เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ได้หารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อขออนุมัติงบกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องภายในกองทุน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาการดำเนินงานของโครงการเงินกู้ ซึ่งให้การสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากทั่วประเทศ การจัดสรรงบประมาณที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกระแสเงินสดของกองทุน เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงมีให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับทุน

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี โดยยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณ 1.2 พันล้านบาทตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการประชุมในวันที่ 29 กันยายน เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของกองทุน ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาวของ กยศ. ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

กีฬา

สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

แหล่งข่าวเดียว
สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี ในไทยลีก 1 ประกาศแยกทางกับ 'โค้ชอู๊ด' หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเป็นทางการ พร้อมยกย่องผลงานในฐานะกุนซือประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสิงห์เจ้าท่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี (สิงห์เจ้าท่า) ในไทยลีก 1 ได้ประกาศแยกทางกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่รู้จักกันในชื่อ 'โค้ชอู๊ด' อย่างเป็นทางการ โดยทางสโมสรได้ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่ของเขา พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของเขาในฐานะบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสโมสร

ผลกระทบต่อแฟนบอลและผู้อยู่อาศัย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย โดยการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร มีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำมักส่งผลต่อแนวทางการเล่นและผลงานของทีมในการแข่งขันนัดต่อๆ ไป ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศในสนามแพทสเตเดียมระหว่างการแข่งขันในบ้าน แฟนบอลและผู้ที่ติดตามไทยลีกควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ที่จะมารับหน้าที่แทนต่อไป

สถานะของการเปลี่ยนแปลง

แม้ว่าสโมสรจะยืนยันการแยกทางแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลที่แน่ชัดของการลาออกหรือรายชื่อทีมงานผู้ฝึกสอนชั่วคราวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แฟนบอลสามารถติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางสื่อสารหลักของสโมสรในระหว่างที่ฤดูกาลยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายังรับมือได้ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ โดยทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง

แม้ว่าริมฝั่งแม่น้ำจะยังคงมีความมั่นคง แต่ผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าสถานการณ์ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองยังคงเป็นจุดที่น่ากังวล ทางการระบุว่าพื้นที่เหล่านี้ยังไม่ถือว่าปลอดภัยอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทางเมืองกำลังให้ความสำคัญกับการติดตามพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าแม้พื้นที่ริมน้ำใจกลางเมืองจะยังคงมั่นคงในขณะนี้ แต่อาจยังคงมีน้ำท่วมขังเฉพาะจุดหรือปัญหาการระบายน้ำเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเขตฝั่งตะวันออก ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หากคุณกำลังวางแผนเดินทางหรือพำนักอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวจากปริมาณน้ำในปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสภาพอากาศและการระบายน้ำจากทางตอนบนอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับการคมนาคมหรือโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เทคโนโลยี

Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

แหล่งข่าวเดียว
Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

VNU Asia Pacific จัดงาน Cybersec Asia Meet-up ครั้งแรกในกรุงเทพฯ โดยเน้นไปที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐ และประกาศเตรียมจัดงาน Asia Technology Week 2027

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 VNU Asia Pacific ได้จัดงาน 'Cybersec Asia Meet-up #1' ขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร งานนี้เป็นเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญซึ่งภาคส่วนรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมารวมตัวกันเพื่ออภิปรายถึงภูมิทัศน์ของภัยคุกคามทางดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป และความสำคัญของการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ในระหว่างการประชุม ผู้จัดงานได้ประกาศเปิดตัวงาน 'Asia Technology Week 2027' อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่างานที่จะจัดขึ้นในอนาคตนี้จะช่วยสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโซลูชันด้านความปลอดภัยในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความปลอดภัยทางดิจิทัลในภาครัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่ดียิ่งขึ้นสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ในขณะที่ประเทศยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านกระบวนการบริหารจัดการสู่ระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบ

แม้ว่าการประกาศนี้จะยืนยันถึงความตั้งใจที่จะจัดงาน Asia Technology Week 2027 แต่รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ สถานที่ และกำหนดการทั้งหมดสำหรับงานในปี 2570 ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีและนโยบายสาธารณะควรติดตามการอัปเดตจาก VNU Asia Pacific เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมและตารางกิจกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

การเมือง

กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้ระงับโครงการผันน้ำยวมที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียง โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการใช้พื้นที่ป่า

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทโดยทันที นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตใดๆ ที่เคยออกให้สำหรับการใช้พื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนระยะยาว โครงการนี้ยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญเนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์และระบบนิเวศในท้องถิ่น แผนการผันน้ำดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันมานานเนื่องจากขนาดของโครงการและความเสี่ยงทางนิเวศวิทยาที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการระงับโครงการหรือการทบทวนใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอคอยว่าฝ่ายบริหารจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือหยุดกิจกรรมการก่อสร้างในระหว่างที่พิจารณาข้อกังวลของกลุ่มนักเคลื่อนไหวหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ที่สนใจสถานะของโครงการควรติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดตราด

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดตราด

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนในจังหวัดตราดส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในอำเภอบ่อไร่ ทำให้ 30 ครัวเรือนถูกตัดขาดและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 จังหวัดตราดทางภาคตะวันออกของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โดยอำเภอบ่อไร่เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้ท่วมถนนในพื้นที่และตัดขาดเส้นทางเข้าถึง 30 ครัวเรือน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เพื่อเร่งอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปยังจุดที่ปลอดภัย น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ทำให้การเดินทางผ่านอำเภอดังกล่าวมีความยากลำบากและอาจเป็นอันตราย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเมื่อต้องสัญจรผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง และควรติดตามการรายงานสภาพอากาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะกำลังเร่งดำเนินการอพยพ แต่ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและระยะเวลาในการปิดเส้นทางจราจรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านอำเภอบ่อไร่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่การปฏิบัติการช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ ยื่นฟ้องกรณีการสรรหา กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ ยื่นฟ้องกรณีการสรรหา กสทช.

ศาลปกครองมีคำพิพากษาไม่เห็นด้วยกับ นพ.สรณ โดยยืนยันความชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในการตัดสิทธิ์เขาออกจากการคัดเลือก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลปกครองได้ยกฟ้องคดีที่ นพ.สรณ เป็นผู้ยื่นฟ้อง โดยข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวข้องกับการที่เขาถูกตัดสิทธิ์จากกระบวนการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ศาลวินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้ดำเนินการตามกฎหมายเมื่อพิจารณาว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งดังกล่าว การที่ศาลยืนยันคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นการรับรองความถูกต้องของกระบวนการสรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำพิพากษานี้ช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการตรวจสอบภาคส่วนโทรคมนาคม กสทช. มีบทบาทสำคัญในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายเสียงและโทรคมนาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการดิจิทัล การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมาตรฐานสื่อทั่วประเทศ การตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการสรรหาสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจเช่นนี้มีความถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า นพ.สรณ จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลปกครองต่อหน่วยงานตุลาการระดับสูงขึ้นหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ อาจมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบสุดท้ายของคณะกรรมการ กสทช. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่มวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉุกเฉินสำหรับอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยแนะนำให้ประชาชนอพยพไปยังศูนย์พักพิงที่กำหนดไว้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉุกเฉินสำหรับอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ตามรายงานจาก Matichon Online ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มดำเนินการอพยพฉุกเฉินสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้กำหนดให้โรงเรียนบ้านเขาไม้เกวียนเป็นศูนย์อพยพหลักสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประชาชนในพื้นที่ได้รับการร้องขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด และย้ายไปยังพื้นที่สูงหรือศูนย์พักพิงที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักอย่างมากต่อการขนส่งในท้องถิ่นและกิจกรรมประจำวัน ขอแนะนำให้ติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดถนนและสถานการณ์น้ำท่วม

ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดของน้ำท่วมและระยะเวลาของคำสั่งอพยพยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ประชาชนจะสามารถกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มวกเหล็กหรือวางแผนจะเดินทางไปที่นั่นควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมจนกว่าจะได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

นักร้องและสถานบันเทิงในลำปางถูกดำเนินคดีหลังแสดงล้อเลียนพระสงฆ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นักร้องและสถานบันเทิงในลำปางถูกดำเนินคดีหลังแสดงล้อเลียนพระสงฆ์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดลำปางได้เริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายกับนักร้องและสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากมีการเผยแพร่คลิปการแสดงล้อเลียนพระสงฆ์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นักร้องและสถานบันเทิงในลำปางถูกดำเนินคดีหลังแสดงล้อเลียนพระสงฆ์

แหล่งข่าวเดียว
นักร้องและสถานบันเทิงในลำปางถูกดำเนินคดีหลังแสดงล้อเลียนพระสงฆ์

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดลำปางได้เริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายกับนักร้องและสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากมีการเผยแพร่คลิปการแสดงล้อเลียนพระสงฆ์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในจังหวัดลำปางได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีการแสดงที่ไม่เหมาะสมในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพนักร้องแต่งกายด้วยผ้าสีเหลืองเลียนแบบพระสงฆ์ โดยการแสดงดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสข่าวของอดีตพระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้

นายคนึงกิจ พรหมนุชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อให้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา โดยเฉพาะมาตรา 206 ซึ่งว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเหยียดหยามศาสนา มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท นอกจากนี้ ผู้แสดงอาจถูกดำเนินคดีตามมาตรา 208 ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์โดยมิชอบ และมาตรา 388 ในข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับสัญลักษณ์และบุคคลทางศาสนาในประเทศไทย การแสดงในที่สาธารณะที่ถูกมองว่าเป็นการล้อเลียนศาสนาพุทธอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าข้อหาใดบ้างที่จะถูกแจ้งต่อผู้บริหารสถานบันเทิงและตัวนักร้อง รวมถึงผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:34 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดัน 'ดอยอินทนนท์' สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดัน 'ดอยอินทนนท์' สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการผลักดันให้ดอยอินทนนท์ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียน เพื่อยกระดับการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดัน 'ดอยอินทนนท์' สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดัน 'ดอยอินทนนท์' สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการผลักดันให้ดอยอินทนนท์ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียน เพื่อยกระดับการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้เริ่มดำเนินการผลักดันให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการรับรองเป็น 'อุทยานมรดกอาเซียน' โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการและการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอุทยาน รัฐบาลตั้งใจที่จะใช้การรับรองนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอาเซียนอาจทำให้อุทยานได้รับความสนใจในระดับสากลมากขึ้นและมีมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศเจตจำนงในการผลักดันสถานะนี้อย่างเป็นทางการแล้ว แต่กระบวนการดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนของการเสนอเรื่อง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีการยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการต่อสำนักเลขาธิการอาเซียนเมื่อใด และต้องใช้เกณฑ์หรือกรอบเวลาใดในการอนุมัติขั้นสุดท้าย นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือการเข้าชมอุทยานที่อาจเกิดขึ้นจากความพยายามในการยกระดับสู่มาตรฐานสากลนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:13 UTC

กลุ่มปฏิรูปการศึกษาไทยจี้เลิกวัฒนธรรม 'ติวสอบ' แบบฉาบฉวย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มปฏิรูปการศึกษาไทยจี้เลิกวัฒนธรรม 'ติวสอบ' แบบฉาบฉวย

สภาการศึกษา (สกศ.) สนับสนุนให้เลิกการเตรียมสอบแบบเร่งด่วนหลังจากผลคะแนน PISA ล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กลุ่มปฏิรูปการศึกษาไทยจี้เลิกวัฒนธรรม 'ติวสอบ' แบบฉาบฉวย

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มปฏิรูปการศึกษาไทยจี้เลิกวัฒนธรรม 'ติวสอบ' แบบฉาบฉวย

สภาการศึกษา (สกศ.) สนับสนุนให้เลิกการเตรียมสอบแบบเร่งด่วนหลังจากผลคะแนน PISA ล่าสุด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 สภาการศึกษา (สกศ.) ได้เรียกร้องให้ยุติการติวสอบแบบฉาบฉวยในโรงเรียนไทย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากผลคะแนน PISA (โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ) ล่าสุด ซึ่งกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ต้องประเมินแนวทางการศึกษาในปัจจุบันใหม่

สกศ. กำลังเสนอให้มีการปรับโครงสร้างงบประมาณด้านการศึกษาของชาติครั้งใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการปฏิรูปนี้คือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ขาดแคลน สภาฯ มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนและเท่าเทียมกันมากขึ้นทั่วประเทศโดยการลดการเน้นการเตรียมสอบในระยะสั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในหลักสูตรระดับชาติและลำดับความสำคัญของโรงเรียน หากมีการนำไปปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางวิชาการสำหรับครอบครัวที่อยู่ในระบบโรงเรียนรัฐบาลของไทย อย่างไรก็ตาม กลไกเฉพาะสำหรับการจัดสรรงบประมาณใหม่และกรอบเวลาสำหรับการยกเลิกวิธีการเตรียมสอบแบบเดิมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ากระทรวงศึกษาธิการจะตอบสนองต่อข้อเสนอแนะเหล่านี้อย่างไร และการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการในรอบปีการศึกษาที่จะถึงนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:30 UTC

เสนอชื่อ 'ดอยอินทนนท์' เป็นอุทยานมรดกอาเซียน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เสนอชื่อ 'ดอยอินทนนท์' เป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยผลักดันให้ดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกอาเซียน เพื่อเน้นย้ำความสำคัญทางนิเวศวิทยา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เสนอชื่อ 'ดอยอินทนนท์' เป็นอุทยานมรดกอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
เสนอชื่อ 'ดอยอินทนนท์' เป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยผลักดันให้ดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกอาเซียน เพื่อเน้นย้ำความสำคัญทางนิเวศวิทยา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อผลักดันให้ 'อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์' ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) โดยมีเป้าหมายเพื่อเน้นย้ำบทบาทสำคัญของพื้นที่ในฐานะป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพที่โดดเด่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อเสนอนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญระดับชาติของพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่สนใจระบบนิเวศบนพื้นที่สูง รวมถึงพืชและสัตว์ที่มีเอกลักษณ์ หากการเสนอชื่อประสบความสำเร็จ อาจนำไปสู่การยอมรับในระดับสากลที่เพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การยกระดับความพยายามในการอนุรักษ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการและแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวภายในอุทยานในอนาคต

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดัน ยังคงต้องรอการยืนยันว่าสำนักเลขาธิการอาเซียนจะอนุมัติสถานะดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับกฎระเบียบหรือการเข้าถึงอุทยานอันเป็นผลมาจากกระบวนการรับรองระดับนานาชาตินี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:31 UTC

รัฐบาลไทยผลักดัน “ดอยอินทนนท์” สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยผลักดัน “ดอยอินทนนท์” สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการเสนอชื่อดอยอินทนนท์ให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐบาลไทยผลักดัน “ดอยอินทนนท์” สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยผลักดัน “ดอยอินทนนท์” สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน

รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการเสนอชื่อดอยอินทนนท์ให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลกำลังเร่งผลักดันการเสนอชื่อดอยอินทนนท์ให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่องความสำคัญทางนิเวศวิทยาของภูเขา โดยระบุว่าพื้นที่กว่า 89.5% ยังคงเป็นผืนป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การได้รับสถานะนี้อาจช่วยยกระดับดอยอินทนนท์ให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการอนุรักษ์ รัฐบาลเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของพื้นที่ในฐานะแหล่งต้นน้ำระดับภูมิภาคและความหลากหลายทางชีวภาพที่สูง ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับโครงการอุทยานมรดกอาเซียน การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของอุทยานอย่างยั่งยืน

แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มกระบวนการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการแล้ว แต่ขั้นตอนดังกล่าวยังต้องผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดจากประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการประเมินขั้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นเมื่อใด และอาจมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการอย่างไรหากการเสนอชื่อประสบความสำเร็จ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากอุทยานฯ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านการเข้าถึงหรือกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตระหว่างที่การสมัครกำลังดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ผู้คนแห่ขอโชคลาภและแก้บนที่อาศรมฤาษีเณร
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้คนแห่ขอโชคลาภและแก้บนที่อาศรมฤาษีเณร

ก่อนวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่อาศรมฤาษีเณรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อทำบุญและแก้บนตามความเชื่อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้คนแห่ขอโชคลาภและแก้บนที่อาศรมฤาษีเณร

แหล่งข่าวเดียว
ผู้คนแห่ขอโชคลาภและแก้บนที่อาศรมฤาษีเณร

ก่อนวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่อาศรมฤาษีเณรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อทำบุญและแก้บนตามความเชื่อ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประชาชนเดินทางมาเข้าร่วมพิธีกรรมทำบุญและแก้บนอย่างคึกคัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บรรยากาศภายในอาศรมเต็มไปด้วยผู้คนที่มาขอพรและแก้บนในช่วงก่อนวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาคือแม่ค้าจากตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี สองรายที่นำไข่ต้มมาแก้บนองค์ปู่ฤาษีพรหมเมศ โดยระบุว่าเป็นการแก้บนหลังจากประสบความสำเร็จในการค้าขายและได้รับโชคลาภจากการมาขอพรในครั้งก่อน

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปยังได้เข้ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในอาศรม เช่น ท้าวเวสสุวรรณปาง 9 หน้า สูง 16 เมตร พระพิฆเนศ และกุมารทองเจ้าสัวเฮง โดยมีผู้ศรัทธาได้นำเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ เช่น ฟักทอง น้ำแดง ของเล่น และจักรยาน มาถวาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานที่แห่งนี้ถือเป็นหน้าต่างทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อและการทำบุญในสังคมไทย แม้อาศรมจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่แสวงหาโชคลาภหรือที่พึ่งทางใจ แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อส่วนบุคคล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าประเพณีท้องถิ่นเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อสถานที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:13 UTC

ภาคเหนือจัดกิจกรรม 'Open House' เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ภาคเหนือจัดกิจกรรม 'Open House' เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

กรมการศาสนาจัดกิจกรรม 'Open House' ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงผลงานและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในภาคเหนือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ภาคเหนือจัดกิจกรรม 'Open House' เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเหนือจัดกิจกรรม 'Open House' เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์

กรมการศาสนาจัดกิจกรรม 'Open House' ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงผลงานและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในภาคเหนือ

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดกิจกรรม 'Open House เปิดบ้านศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ภาคเหนือ' ขึ้น ณ วัดลัฏฐิวัน (พระนอนขอนตาล) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยภายในงานยังมีการจัดกิจกรรม 'สมัชชาคุณธรรม มหกรรมแห่งความดี' ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อีกด้วย

พิธีดังกล่าวมีพระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธี โดยมีตัวแทนจากศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบูรณาการการศึกษาทางศาสนาและวัฒนธรรมเข้ากับการพัฒนาชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย '5C+1' ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณธรรม ยกระดับคุณภาพชีวิต และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนาสื่อและซอฟต์พาวเวอร์เหล่านี้ช่วยให้ศูนย์ฯ กลายเป็นศูนย์กลางของการเติบโตทางจิตวิญญาณและสังคม

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการระดับภูมิภาคเหล่านี้จะถูกขยายผลหรือบูรณาการเข้ากับแผนงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระดับชาติอย่างไรในอนาคต ผู้ที่สนใจในมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอาจพบว่าศูนย์เหล่านี้เป็นจุดที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมกับการพัฒนาสังคมสมัยใหม่ในภาคเหนือของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:31 UTC

มรดกของหลวงปู่โสฬสและเหรียญที่ระลึกปี 2548
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มรดกของหลวงปู่โสฬสและเหรียญที่ระลึกปี 2548

Khaosod Online เน้นย้ำถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอดีตหลวงปู่โสฬสแห่งวัดโคกอู่ทอง และเหรียญเก้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มรดกของหลวงปู่โสฬสและเหรียญที่ระลึกปี 2548

แหล่งข่าวเดียว
มรดกของหลวงปู่โสฬสและเหรียญที่ระลึกปี 2548

Khaosod Online เน้นย้ำถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอดีตหลวงปู่โสฬสแห่งวัดโคกอู่ทอง และเหรียญเก้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์

ตามรายงานจาก Khaosod Online อดีตหลวงปู่โสฬส ยโสธโร พระเกจิชื่อดังแห่งวัดโคกอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี ยังคงเป็นบุคคลสำคัญในวัฒนธรรมพุทธศาสนาของไทย รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่ 'เหรียญ 9 เหลี่ยมเพชรรุ่นแรก' ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง และเหรียญรุ่นย้อนยุคปี 2548 ที่ตามมา

เหรียญรุ่นปี 2548 ซึ่งถือเป็นของสะสม มีลักษณะเด่นเป็นรูปทรงเก้าเหลี่ยมทำจากเนื้อทองแดงรมดำ โดยมีการผลิตจำกัดเพียง 500 เหรียญ ด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ของหลวงปู่โสฬสล้อมรอบด้วยอักขรยันต์ศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ด้านหลังแสดง 'มหายันต์' ประจำตัวของท่านและรายละเอียดของวัด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เหรียญเหล่านี้เป็นตัวแทนของการเชื่อมโยงที่จับต้องได้กับมรดกทางจิตวิญญาณระดับภูมิภาคของจังหวัดปราจีนบุรี การทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของวัตถุมงคลดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพความเลื่อมใสในท้องถิ่นที่มีต่อพระป่า เช่น หลวงปู่โสฬสและสายพระอาจารย์มั่น แม้ว่าวัตถุมงคลเหล่านี้จะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักสะสม แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าความแท้และที่มาเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดพระเครื่อง ส่วนการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมในการจำหน่ายเหรียญรุ่นปี 2548 นี้ที่วัดหรือผ่านนักสะสมส่วนบุคคลนั้นยังคงต้องรอการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:32 UTC

ฝูงแตนบุกวัดป่าศิลาทอง จ.บุรีรัมย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ฝูงแตนบุกวัดป่าศิลาทอง จ.บุรีรัมย์

เจ้าอาวาสวัดป่าศิลาทองในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำจัดรังแตนกว่า 100 รังที่รุกรานพื้นที่วัด ซึ่งสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับพระสงฆ์และผู้มาเยือน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ฝูงแตนบุกวัดป่าศิลาทอง จ.บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ฝูงแตนบุกวัดป่าศิลาทอง จ.บุรีรัมย์

เจ้าอาวาสวัดป่าศิลาทองในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำจัดรังแตนกว่า 100 รังที่รุกรานพื้นที่วัด ซึ่งสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับพระสงฆ์และผู้มาเยือน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าอาวาสวัดป่าศิลาทอง ในตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ได้ออกมาขอความช่วยเหลือต่อสาธารณะ เนื่องจากทางวัดกำลังเผชิญกับการระบาดอย่างหนักของแตน โดยพบรังแตนมากกว่า 100 รังกระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด รวมถึงศาลาโรงครัวและเมรุเผาศพ

พระบุญเพ็ง จักกธัมโม เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่าประชากรแตนได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้ว่าพระสงฆ์จะพยายามไล่พวกมันออกไป แต่รังแตนก็ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้พระสงฆ์และชาวบ้านที่มาร่วมงานศพถูกแตนต่อยอยู่บ่อยครั้ง ปัจจุบันพระและเณรต้องใช้ความระมัดระวังโดยการปิดประตูและหน้าต่างกุฏิให้มิดชิด

สำหรับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มาทำบุญหรือร่วมพิธีกรรมที่วัด การมีรังแตนจำนวนมากทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้เหล็กในหรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่วัด แม้ว่าเจ้าอาวาสจะร้องขอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดำเนินการกำจัดรังแตนอย่างปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าหน่วยงานกำจัดแมลงจะเข้ามาดำเนินการเมื่อใดหรืออย่างไร ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเข้ามาในพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:32 UTC

บอย ท่าพระจันทร์ ออกมาขออภัยหลังไลฟ์สดกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

บอย ท่าพระจันทร์ ออกมาขออภัยหลังไลฟ์สดกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ได้ออกมาขออภัยต่อสาธารณะหลังจากไลฟ์สดเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้ผู้ชมเกิดการคาดเดาเชื่อมโยงไปยังวัดแห่งหนึ่ง โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายให้กับผู้ใด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

บอย ท่าพระจันทร์ ออกมาขออภัยหลังไลฟ์สดกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

แหล่งข่าวเดียว
บอย ท่าพระจันทร์ ออกมาขออภัยหลังไลฟ์สดกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์

บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ได้ออกมาขออภัยต่อสาธารณะหลังจากไลฟ์สดเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้ผู้ชมเกิดการคาดเดาเชื่อมโยงไปยังวัดแห่งหนึ่ง โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายให้กับผู้ใด

ตามรายงานจาก มติชนออนไลน์ บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดังได้ออกมาขออภัยต่อสาธารณะหลังจากที่มีการไลฟ์สดเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งการออกอากาศดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยผู้ชมได้เชื่อมโยงความคิดเห็นของเขากับวัดแห่งหนึ่ง

ในคำแถลงของเขา บอย ท่าพระจันทร์ เน้นย้ำว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือดูหมิ่นสถาบันทางศาสนาใดๆ เขาแสดงความกังวลต่อการตีความคำพูดของเขาจากสาธารณชน และขอให้หยุดการเผยแพร่สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของสังคมไทยที่มีต่อสถาบันทางศาสนา รวมถึงอิทธิพลของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการพระเครื่อง การสนทนาที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือบุคคลทางศาสนาสามารถกลายเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมักนำไปสู่การคาดเดาต่างๆ นานา

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการระบุชื่อวัดที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการในบริบทของการขออภัยครั้งนี้ และยังต้องติดตามดูว่าปฏิกิริยาของสาธารณชนจะเป็นอย่างไรต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำชี้แจงนี้จะสามารถยุติกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ได้หรือไม่ หรือจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาในการไลฟ์สดต้นเรื่องออกมาอีกหรือไม่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความรวดเร็วที่ความคิดเห็นบนโลกดิจิทัลสามารถส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของสาธารณชนในประเทศไทยได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:30 UTC

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและความสำคัญทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อคล้อย พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจังหวัดชุมพร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน

แหล่งข่าวเดียว
เชิดชูเกียรติหลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและความสำคัญทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อคล้อย พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจังหวัดชุมพร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชุมชนในจังหวัดชุมพรยังคงมีความเลื่อมใสศรัทธาอย่างลึกซึ้งต่อหลวงพ่อคล้อย (นามเดิม คล้อย ทองเสมียน) พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพอย่างสูงจากวัดถ้ำเขาเงิน ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน

หลวงพ่อคล้อยเกิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2463 ที่ อ.หลังสวน ท่านเป็นที่รู้จักจากการอุทิศตนให้กับการศึกษาทางธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่านได้ศึกษาอักขรวิธีและตำราทางศาสนากับพระอาจารย์ชุบที่วัดปากสระ ความมุ่งมั่นในเส้นทางธรรมทำให้ท่านได้ปรนนิบัติรับใช้พระธรรมจารีย์มุนีวงศาจารย์ที่วัดขันเงินเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2504

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจบทบาทของพระเกจิอาจารย์ท้องถิ่นอย่างหลวงพ่อคล้อยช่วยให้เห็นภาพรวมของวิถีจิตวิญญาณในภาคใต้ของไทย เรื่องราวชีวิตของท่านมักเกี่ยวข้องกับประเพณีการสร้างวัตถุมงคลในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แม้ว่ารายงานจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและสถานะของท่านในชุมชนชุมพร แต่ไม่ได้ระบุถึงกิจกรรมหรือพิธีกรรมสาธารณะในปัจจุบันที่วัด ผู้ที่วางแผนจะไปเยี่ยมชมวัดถ้ำเขาเงินเพื่อสักการะหรือศึกษาเกี่ยวกับประวัติของท่าน ควรตรวจสอบตารางเวลาของวัดและข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชมล่วงหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:32 UTC

จังหวัดฉะเชิงเทราผนึกกำลังมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ แก้ปัญหาภัยแล้ง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดฉะเชิงเทราผนึกกำลังมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ แก้ปัญหาภัยแล้ง

โครงการความร่วมมือในจังหวัดฉะเชิงเทรามุ่งเน้นการปรับปรุงการจัดการน้ำและสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จังหวัดฉะเชิงเทราผนึกกำลังมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ แก้ปัญหาภัยแล้ง

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดฉะเชิงเทราผนึกกำลังมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ แก้ปัญหาภัยแล้ง

โครงการความร่วมมือในจังหวัดฉะเชิงเทรามุ่งเน้นการปรับปรุงการจัดการน้ำและสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภูมิภาค โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอ่างเก็บน้ำคลองมะหาด ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาสภาวะภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

นอกเหนือจากการจัดการน้ำแล้ว โครงการยังให้การสนับสนุนด้านการเกษตรแบบผสมผสาน โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรในการปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม ประเด็นที่น่าสนใจของโครงการนี้คือการมุ่งเน้นกลยุทธ์การอยู่ร่วมกัน ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถจัดการและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับประชากรช้างป่าในพื้นที่ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจการเกษตรในท้องถิ่นและปรับปรุงการจัดการสิ่งแวดล้อมในจังหวัดฉะเชิงเทรา การปรับปรุงเหล่านี้อาจนำไปสู่ห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและภูมิทัศน์ชนบทที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่าโครงการจะอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อประชากรช้างป่าในพื้นที่และความสามารถเต็มรูปแบบของอ่างเก็บน้ำในการป้องกันการขาดแคลนน้ำในอนาคตนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:31 UTC

รำลึกถึงหลวงปู่มี: มรดกแห่งวิถีพระป่าแห่งมหาสารคาม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกถึงหลวงปู่มี: มรดกแห่งวิถีพระป่าแห่งมหาสารคาม

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงปู่มี กันตสีโล พระป่าผู้เป็นที่เคารพศรัทธาในจังหวัดมหาสารคาม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกถึงหลวงปู่มี: มรดกแห่งวิถีพระป่าแห่งมหาสารคาม

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกถึงหลวงปู่มี: มรดกแห่งวิถีพระป่าแห่งมหาสารคาม

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงปู่มี กันตสีโล พระป่าผู้เป็นที่เคารพศรัทธาในจังหวัดมหาสารคาม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ มรดกทางจิตวิญญาณของหลวงปู่มี กันตสีโล พระป่าผู้โดดเด่นแห่งวัดป่าสันติธรรม (ดงส้มป่อย) จังหวัดมหาสารคาม ยังคงได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในวัฒนธรรมพุทธศาสนาของไทย หลวงปู่มีเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2441 ในชื่อ มี ลุนศิลา ท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์และเป็นที่รู้จักจากวิถีชีวิตที่สมถะ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างลึกซึ้ง และความเชี่ยวชาญในวิชาไสยเวทตามแบบแผนโบราณ

ตลอดชีวิตของท่าน หลวงปู่มีได้ออกเดินทางธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรทั้งในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และพม่า ในระหว่างการเดินทางเหล่านี้ ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนกับครูบาอาจารย์หลายท่านเพื่อขัดเกลาความรู้ทางจิตวิญญาณและวิชาอาคม ชื่อเสียงด้านความเมตตาและพลังจิตที่เข้มขลังทำให้ท่านได้รับความเคารพอย่างสูงทั่วภาคอีสาน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจประวัติของพระป่าในท้องถิ่นช่วยให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องรางของขลังและมรดกทางจิตวิญญาณในระดับภูมิภาค รายงานฉบับนี้ได้อ้างถึงเหรียญปี พ.ศ. 2515 ที่ออกโดยวัดดงส้มป่อยว่าเป็นวัตถุมงคลที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับมรดกของท่าน แม้ว่าการมีส่วนร่วมทางประวัติศาสตร์ของท่านต่อชุมชนสงฆ์ในท้องถิ่นจะได้รับการบันทึกไว้อย่างดีในเอกสารระดับภูมิภาค แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตคำสอนทั้งหมดหรือรายการเครื่องรางที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้นยังคงเป็นหัวข้อที่นักสะสมและนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นศึกษาอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:12 UTC

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดนิทรรศการศิลปะ 'Chance to Change' เน้นแนวคิด ESG
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดนิทรรศการศิลปะ 'Chance to Change' เน้นแนวคิด ESG

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดแสดงความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาผ่านนิทรรศการศิลปะที่มุ่งเน้นหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดนิทรรศการศิลปะ 'Chance to Change' เน้นแนวคิด ESG

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดนิทรรศการศิลปะ 'Chance to Change' เน้นแนวคิด ESG

มหาวิทยาลัยกรุงเทพจัดแสดงความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาผ่านนิทรรศการศิลปะที่มุ่งเน้นหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)

มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้เปิดตัวนิทรรศการศิลปะในชื่อ 'Chance to Change' โดยเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาตีความและถ่ายทอดแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านผลงานสร้างสรรค์ ตามรายงานของ Thai Post นิทรรศการนี้จัดแสดงผลงานศิลปะกว่าหนึ่งร้อยชิ้นที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อจุดประกายการสนทนาและส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นิทรรศการนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างบานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยมองแนวโน้มความยั่งยืนระดับโลกอย่างไร การที่นักศึกษานำกรอบการกำกับดูแลองค์กรและสังคมที่ซับซ้อนมาเปลี่ยนเป็นศิลปะภาพ ทำให้เห็นมุมมองในระดับท้องถิ่นว่าค่านิยมเหล่านี้กำลังถูกบูรณาการเข้ากับจิตสำนึกทางวัฒนธรรมไทยอย่างไร กิจกรรมนี้เน้นย้ำบทบาทของศิลปะในฐานะพื้นที่สำหรับการตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานทางสังคมและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

แม้ว่านิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดแสดงและการเข้าถึงสถานที่สำหรับสาธารณชนทั่วไปยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในศิลปะไทยร่วมสมัยและการผสมผสานระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมกับการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ อาจพบว่านิทรรศการนี้เป็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับลำดับความสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นต่อไป ในขณะที่โครงการนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ มันยังเน้นย้ำถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการศึกษาในประเทศไทยในการส่งเสริมให้นักศึกษามีส่วนร่วมกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:53 UTC

พระพยอมเตือนวัดระวังการใช้มูลนิธิในทางที่ผิด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พระพยอมเตือนวัดระวังการใช้มูลนิธิในทางที่ผิด

พระพยอม กัลยาโณ ได้ส่งข้อความเตือนสติไปยังวัดต่างๆ ในประเทศไทยเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิ โดยอ้างถึงความเสี่ยงในการทุจริต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนวัดระวังการใช้มูลนิธิในทางที่ผิด

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนวัดระวังการใช้มูลนิธิในทางที่ผิด

พระพยอม กัลยาโณ ได้ส่งข้อความเตือนสติไปยังวัดต่างๆ ในประเทศไทยเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิ โดยอ้างถึงความเสี่ยงในการทุจริต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 พระพยอม กัลยาโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ออกมาเตือนให้วัดต่างๆ ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการจัดตั้งมูลนิธิ คำเตือนของท่านมาจากความกังวลว่านิติบุคคลเหล่านี้อาจถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตทางการเงินคล้ายกับกรณีอื้อฉาวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ที่เสื่อมเสียอย่าง 'สมีโชติ'

พระพยอมได้เสนอคติ 3 ข้อเพื่อให้วัดพิจารณาก่อนที่จะจัดตั้งโครงสร้างเหล่านี้อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในเรื่องความโปร่งใสและการกำกับดูแลทางจริยธรรม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องภายในชุมชนศาสนาเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเงินของวัดและการบริจาคของสาธารณชน แม้ว่าวัดจะเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมไทยและมักทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมชุมชน แต่การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความรับผิดชอบขององค์กร

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะทางจะออกมาตรการกำกับดูแลใหม่สำหรับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับวัดเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ ในขณะนี้ คำกล่าวของพระพยอมถือเป็นคำแนะนำทางศีลธรรมมากกว่าข้อบังคับทางกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าคำแนะนำนี้จะมีอิทธิพลต่อการบริหารจัดการงานธุรการและการกุศลของวัดในท้องถิ่นอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:30 UTC

เนเน่ รอยัล บินลัดฟ้าสู่สหรัฐฯ ลุยศึกรอบชิง America’s Got Talent
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เนเน่ รอยัล บินลัดฟ้าสู่สหรัฐฯ ลุยศึกรอบชิง America’s Got Talent

เนเน่ รอยัล ศิลปินชาวไทย เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศรายการ America’s Got Talent พร้อมขอแรงสนับสนุนจากแฟนๆ ในประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เนเน่ รอยัล บินลัดฟ้าสู่สหรัฐฯ ลุยศึกรอบชิง America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
เนเน่ รอยัล บินลัดฟ้าสู่สหรัฐฯ ลุยศึกรอบชิง America’s Got Talent

เนเน่ รอยัล ศิลปินชาวไทย เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศรายการ America’s Got Talent พร้อมขอแรงสนับสนุนจากแฟนๆ ในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เนเน่ รอยัล ศิลปินชาวไทย ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศของรายการระดับโลกอย่าง America’s Got Talent ขณะนี้ศิลปินกำลังเตรียมตัวสำหรับการแสดงครั้งสำคัญและได้ขอแรงสนับสนุนและคะแนนโหวตจากประชาชนชาวไทยเพื่อช่วยคว้าชัยชนะบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของศิลปินไทยบนแพลตฟอร์มความบันเทิงระดับโลก แม้ว่าการแข่งขันจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับตัวศิลปินเอง แต่ก็ยังถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยจำนวนมากที่ติดตามรายการนี้

ในขณะนี้ วันที่ออกอากาศรอบชิงชนะเลิศและรายละเอียดวิธีการโหวตสำหรับผู้ชมต่างประเทศยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนๆ สามารถติดตามช่องทางหลักของรายการ America’s Got Talent และอัปเดตผ่านโซเชียลมีเดียของศิลปินเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมโหวต ทั้งนี้ ผลการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับการแสดงในรอบสุดท้ายและการสนับสนุนจากผู้ชมทั่วโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:11 UTC

จันทบุรีนำทัพอาหารพื้นบ้านต้นตำรับเสิร์ฟชาวกรุงเทพฯ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จันทบุรีนำทัพอาหารพื้นบ้านต้นตำรับเสิร์ฟชาวกรุงเทพฯ

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีจัดงานเทศกาลอาหารพื้นบ้านเป็นเวลา 5 วันที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารและผลักดันจังหวัดสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จันทบุรีนำทัพอาหารพื้นบ้านต้นตำรับเสิร์ฟชาวกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
จันทบุรีนำทัพอาหารพื้นบ้านต้นตำรับเสิร์ฟชาวกรุงเทพฯ

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีจัดงานเทศกาลอาหารพื้นบ้านเป็นเวลา 5 วันที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารและผลักดันจังหวัดสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร

ระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน 2569 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรีได้จัดงาน “เทศกาลอาหารพื้นบ้านกองทัพสำรับจันท์ 2569” ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ภายในงานมีการรวบรวมร้านอาหารและผู้ประกอบการท้องถิ่นจากจังหวัดจันทบุรีมากกว่า 40 ร้าน มานำเสนอเมนูอาหารคาวและของหวานสูตรดั้งเดิมให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ลิ้มลอง

งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “จันทบุรีเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Chanthaburi Creative City of Gastronomy)” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์อาหารพื้นบ้านของจังหวัดและส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากนางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมเยี่ยมชมบูธต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ งานนี้ถือเป็นโอกาสดีในการสัมผัสรสชาติอาหารพื้นถิ่นของจันทบุรีโดยไม่ต้องเดินทางไกล ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการยกระดับวัฒนธรรมอาหารของจังหวัดสู่ระดับสากล อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามผลในระยะยาวว่ากิจกรรมส่งเสริมการตลาดนี้จะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนจังหวัดจันทบุรีอย่างไร สำหรับผู้ที่สนใจเมนูพิเศษจากท้องถิ่น โปรดทราบว่างานเทศกาลนี้จะจัดขึ้นจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 เท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:32 UTC

รัฐมนตรีปกรณ์เร่งจัดระบบการกำกับดูแลการเงินของวัด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีปกรณ์เร่งจัดระบบการกำกับดูแลการเงินของวัด

รัฐมนตรีปกรณ์ นิลประพันธ์ กำลังดำเนินการจัดระบบการจัดการการเงินของวัดและแก้ไขปัญหาความกังวลเรื่องการทุจริต หลังจากมีการตรวจสอบที่วัดจุฬามณี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รัฐมนตรีปกรณ์เร่งจัดระบบการกำกับดูแลการเงินของวัด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีปกรณ์เร่งจัดระบบการกำกับดูแลการเงินของวัด

รัฐมนตรีปกรณ์ นิลประพันธ์ กำลังดำเนินการจัดระบบการจัดการการเงินของวัดและแก้ไขปัญหาความกังวลเรื่องการทุจริต หลังจากมีการตรวจสอบที่วัดจุฬามณี

รัฐมนตรีปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ประกาศโครงการริเริ่มเพื่อจัดระเบียบระบบการจัดการทางการเงินของวัดพุทธในประเทศไทย ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 รัฐมนตรีกำลังมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับเงินวัดและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น

รัฐมนตรีปกรณ์เน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของความท้าทายทางการเงินเหล่านี้มักเกิดจากความโลภของบุคคลมากกว่าความล้มเหลวของระบบเพียงอย่างเดียว ในส่วนหนึ่งของความพยายามในการกำกับดูแลนี้ ทางการได้ดำเนินการตรวจสอบวัดจุฬามณีเมื่อเร็วๆ นี้ โดยรัฐมนตรีระบุว่าในขั้นตอนนี้ การตรวจสอบวัดยังไม่พบความผิดปกติหรือการทุจริตทางการเงินใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างความโปร่งใสภายในสถาบันทางศาสนา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชีวิตทางวัฒนธรรมของไทย แม้ว่าการตรวจสอบวัดจุฬามณีในปัจจุบันจะไม่พบหลักฐานของการกระทำผิด แต่ความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานการรายงานทางการเงินในวัดต่างๆ ทั่วประเทศยังคงเป็นกระบวนการที่ดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระบบการบริหารจัดการใหม่เหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรทั่วประเทศ และจะมีการกำหนดการตรวจสอบวัดสำคัญอื่นๆ เพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:50 UTC