การท่องเที่ยว
เกาะสมุย: พระใหญ่และมารยาทในการเข้าชมวัดริมทะเล
ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ: 2026-07-16
เขียนโดย Ricardo Dos Santos
พระพุทธรูปสีทองขนาด 12 เมตรบนเกาะเล็กๆ นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสมุย พร้อมด้วยพิธีกรรมเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการแต่งกายและการปฏิบัติตนเพื่อให้วัดยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ยักษ์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกระแสน้ำ
หากคุณเดินทางมายังเกาะสมุยจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จุดสังเกตแรกที่คุณจะเห็นจากถนนสนามบินไม่ใช่ชายหาด แต่เป็นรูปปั้นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาด 12 เมตรที่สร้างจากคอนกรีตทาสีทอง ตั้งตระหง่านอยู่เหนือทางเดินที่เชื่อมแผ่นดินใหญ่เข้ากับเกาะเล็กๆ ที่เรียกว่าเกาะฟาน เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กจนสามารถเดินรอบได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที รูปปั้นนี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2515 โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนในแบบเดียวกับที่วัดไทยส่วนใหญ่ได้รับ คือไม่ได้มาจากผู้บริจาครายใหญ่เพียงรายเดียว แต่มาจากการสะสมเงินบริจาคเล็กๆ น้อยๆ จากชาวเกาะและนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมา ชาวบ้านเรียกสถานที่นี้ว่า "วัดพระใหญ่" ส่วนโบรชัวร์ท่องเที่ยวได้เพิ่มชื่อเล่นที่กลายเป็นที่รู้จักในระดับสากล
ความหมายของปางพระพุทธรูป
ลองสังเกตให้ดีก่อนถ่ายภาพ: พระหัตถ์ขวาวางอยู่บนพระชานุ (เข่า) ปลายนิ้วชี้ลงพื้นดิน ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา นี่คือปางมารวิชัย หรือ "การสัมผัสพื้นดิน" ซึ่งเป็นช่วงเวลาในพุทธประวัติที่พระพุทธเจ้าทรงตอบโต้คำลวงและสิ่งล่อใจของพญามาร ไม่ใช่ด้วยการโต้เถียง แต่ด้วยการเรียกพระแม่ธรณีมาเป็นพยานในความมุ่งมั่นของพระองค์ นี่เป็นหนึ่งในท่าทางที่พบบ่อยที่สุดในศิลปะทางศาสนาของไทย แต่นักท่องเที่ยวไม่กี่คนที่จะได้รับคำอธิบายถึงความหมายนี้ขณะเดินขึ้นบันไดพญานาคไปยังลานวัด
การเปลี่ยนแปลงตลอดห้าสิบปี
วัดแห่งนี้ไม่ได้หยุดนิ่งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 มีการติดตั้งธรรมจักรขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังองค์พระในปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นเวลาสี่ทศวรรษหลังจากการสร้างครั้งแรก และยังมีรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตรย ซึ่งตามความเชื่อของไทยคือพระพุทธเจ้าที่จะมาอุบัติในอนาคต ประดิษฐานอยู่อีกจุดหนึ่งในบริเวณวัด ราวบันไดพญานาคที่ทอดตัวอยู่ตามบันไดทางเข้าเป็นลักษณะมาตรฐานของสถาปัตยกรรมวัดไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสัญลักษณ์ทางพราหมณ์และวิญญาณนิยมที่พุทธศาสนาในไทยรับมาปรับใช้ ไม่ได้เข้ามาแทนที่ สิ่งเหล่านี้ไม่มีป้ายอธิบายไว้ที่ทางเข้า ดังนั้นการสอบถามหรือศึกษาข้อมูลก่อนไปจะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กฎการแต่งกายที่แท้จริง
การเข้าชมไม่มีค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะมีตู้บริจาคตั้งอยู่รอบลานวัด ซึ่งการบริจาคเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ กฎที่สำคัญคือต้องแต่งกายสุภาพโดยคลุมไหล่และเข่าทั้งชายและหญิง และต้องถอดรองเท้าก่อนก้าวเข้าไปในอาคารวิหารใดๆ มีบริการขายหรือให้เช่าผ้าถุงที่ทางเข้าสำหรับผู้ที่สวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อกล้าม ดังนั้นการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าชมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ แต่ก็น่าอายหากเกิดขึ้นจริง
การเดินทางและช่วงเวลาที่เหมาะสม
จากหาดเฉวง การเดินทางใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 6 กิโลเมตร หรือราว 15 นาที เนื่องจากวัดตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติสมุยทางปลายสุดด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ คุณสามารถใช้บริการรถสองแถวร่วมในราคาประมาณ 70 บาทต่อคนหากโบกได้ถูกคัน หรือหากเหมาส่วนตัวหรือต่อรองแท็กซี่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทต่อเที่ยว การเยี่ยมชมส่วนใหญ่ใช้เวลา 30 ถึง 45 นาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการชมพระพุทธรูป วิหารเล็กๆ และร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มและของที่ระลึกบริเวณฐานทางเดิน
ทำไมช่วงพระอาทิตย์ตกจึงมีชื่อเสียง
วัดเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 6.00 ถึง 8.00 น. ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และเปิดให้เข้าชมจนถึงช่วงเย็น โดยปกติจะปิดเวลา 18.00 น. การมาช่วงเช้าตรู่จะช่วยหลีกเลี่ยงรถทัวร์ ส่วนช่วงเย็นประมาณ 17.30 ถึง 18.30 น. เป็นช่วงที่แสงสีทองขององค์พระจะกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเย็นตัดกับน้ำทะเล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยงามอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา และคุ้มค่าที่จะอดทนรอให้ฝูงชนเบาบางลง