กฎหมาย
ผู้ซื้อรถมือสองเผชิญการถูกยึดรถหลังพบการขายฉ้อโกง
ผู้ซื้อที่จ่ายเงิน 1.18 ล้านบาทเพื่อซื้อรถมือสองพบว่ารถยังติดสัญญาเช่าซื้อ ส่งผลให้รถถูกยึดในเวลาต่อมา
ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนต่อองค์กร 'สายไหมต้องรอด' หลังจากตกเป็นเหยื่อของการซื้อขายรถมือสองที่ไม่เป็นธรรม โดยผู้ซื้อได้จ่ายเงินสดจำนวน 1.18 ล้านบาทเพื่อซื้อรถยนต์ แต่ต่อมากลับถูกบริษัทไฟแนนซ์ยึดรถไป
เมื่อมีการสอบถามไปยังเต็นท์รถมือสอง ทางเต็นท์อ้างว่าประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ทำให้ผู้ซื้อต้องสูญเสียทั้งเงินและรถยนต์ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มือสองในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการตรวจสอบความเป็นเจ้าของและภาระผูกพันทางการเงินที่มีอยู่
สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบว่ารถยนต์ไม่มีหนี้สินค้างชำระและผู้ขายมีอำนาจทางกฎหมายในการโอนกรรมสิทธิ์ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอาญากับทางเต็นท์รถหรือไม่ หรือผู้เสียหายจะสามารถเรียกเงินคืนผ่านการฟ้องร้องทางแพ่งได้หรือไม่ ผู้ที่สนใจซื้อรถควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือช่างยนต์ตรวจสอบก่อนที่จะทำธุรกรรมดังกล่าว