เศรษฐกิจ
ไทยเฝ้าระวังความเสี่ยงทางเศรษฐกิจหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเตือนถึงความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกและความผันผวนของตลาด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงความกังวลต่อมติของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ส่งผลให้ทางการไทยต้องเร่งประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องเงินทุนไหลออกและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับตลาดต่างประเทศที่กว้างขึ้น
สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจบ่งชี้ถึงความผันผวนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น สศช. เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นการรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งอาจซ้ำเติมแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภายนอก นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล แม้ว่ารัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนที่มีอยู่เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิง แต่ทางการยอมรับว่าราคาพลังงานตามกลไกตลาดจะยังคงส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับนโยบายการเงินอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้ และจะมีมาตรการทางการคลังใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนภาคส่วนที่เปราะบาง