ทั่วไป
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุอีกครั้งหลังเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธ
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยมีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในอิรัก จอร์แดน และช่องแคบฮอร์มุซ
ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ซึ่งอ้างอิงจากบีบีซี กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 17:45 น. ตามเวลา EDT โดยมีรายงานว่าขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดกั้นได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการหยุดยิงชั่วคราว 3 วัน และตามหลังการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่อง 13 วัน
เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนกว่า 30 ครั้งที่ระบุว่าเป็นฝีมือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านในช่วง 72 ชั่วโมงก่อนหน้า กองกำลังสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ปฏิบัติการตอบโต้ฐานส่งกำลังบำรุงของกลุ่มติดอาวุธในภาคตะวันออกของอิรัก นอกจากนี้ IRGC ยังอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านระบุว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธล่าสุดมีเป้าหมายที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของความไม่มั่นคงที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น สถานการณ์ยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะเคยมีการเจรจาที่ถูกอธิบายว่ามีความเป็นมิตร แต่การกลับมาปะทุของความขัดแย้งในปัจจุบันทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการและข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและโอกาสที่จะเกิดการตอบโต้เพิ่มเติมยังคงต้องรอการยืนยัน
แปลจากภาษา: ภาษาไทย
SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด